ชายหนุ่มะเิพลังวาดตะวัดกระบี่และมีดสั้นอย่างบ้าคลั่งเข้าใส่อสูรร้ายที่กรูเข้าหา ด้วยความคั่งแค้นที่มีต่อพวกมันที่มาทำลายโลกที่พวกเขาอยู่อาศัย ผู้คนมากมายทั่วโลกตกตายลงมากมายมิอาจนับ
เสียงโศกเศร้าโศกาของผู้คนที่แพ้พ่าย เสียงคร่ำครวญของผู้คนที่สูญเสียมันยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขา เขาจึงเข้าเข่นฆ่าอสูรร้ายอย่างไร้ปราณี
เศษชิ้นส่วนกายาของพวกมันปลิดปลิวกำจายออกทั่วทิศ เืดำสาดกระเซ็นอาบย้อมทั่วอาณา กองซากศพสูงชันท่วมชั้นฟ้า
ชายหนุ่มยืนอยู่บนกองซากศพแลมองิ่ยังเหลาอสูรร้ายที่อยู่เบื้องล่าง พวกมันต่างหวาดกลัวสุดชีวิต ร่างของพวกมันสั่นเทาคล้ายกับพบเจอจ้าวแห่งชีวิตของมัน
“ โฮกก “ อสูรตนหนึ่งร้องคำรามลั่นแลทะยานร่างออกจากอาณาของพวกมันมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
เขารออยู่ครู่ใหญ่เมื่อสูรร้ายจากไปจนหมดสิ้น เขาเข้าเก็บร่างของอสูรตัวเมียไว้ แลเตรียมพร้อมกลับ
“ อัลตรอน เหตุใดมิพบเจอพ่อพันธุ์ “ เขาเอ่ยถาม
“ เ้านาย ในละแวกนี้มิมีอสูรหลงเหลือแล้ว “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ การสืบพันธุ์ของพวกมันเป็เช่นใดรึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ การสืบพันธุ์ของพวกมัน เมื่อตัวเมียครบกำหนดก็จะสร้างไข่หนึ่งร้อยใบแลให้อสูรพ่อพันธุ์เข้ามาผสมพันธุ์ แลเมื่อผสมพันธุ์แล้วเสร็จ ตัวเมียทั้งหลายก็จะสังหารพ่อพันธุ์เพื่อนำมาเป็อาหาร “ อัลตรอนเอ่ย
“ เหมือนกับสัตว์โลกเลยแฮะ “ เขาพึมพำ
“ สำรวจร่างพ่อพันธุ์ว่าอยู่ที่ไหน “ เขาเอ่ย
“ รอสัครู่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ เ้านาย อยู่ใตู้เาในรังใหญ่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ทางโล่งรึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ปลอดโปร่งโล่งสบาย “ อัลตรอนเอ่ย
“ ไป “ ชายหนุ่มเอ่ยแลทะยานร่างเข้าไปในรังใหญ่ใตู้เาอย่างเร็ว
ช่องทางที่ลงสู่รังใหญ่นั้นเต็มไปด้วยเมือกแลกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งยังชื้นแฉะ ชายหนุ่มมิอาจสูดดมมันได้นานนักเขาจึงนำหน้ากากออกมาใส่
“ อัลตรอน ข้างล่างนี่มันอยู่ได้อย่างปลอดภัย แต่เหตุใดมันจึงออกไปอยู่ข้างบน “ ปราบเอ่ยถาม
“ เื่นี้ฝ่ายวิจัยกำลังวิจัยอยู่ “ ผอ.ยิ่งตอบกลับ
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
ชายหนุ่มเดินมาตามช่องทางที่กว้างใหญ่ราวหกเมตร ลึกลงใต้ดินเรื่อย
เสียงบอกระดับความลึกดังเป็ระยะ “ ติ้ด ติ้ด “
“ สามสิบเมตรแล้ว “ ชายหนุ่มพึม
ยิ่งเขาเดินลงลึกมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากเท่านั้น เพราะเขาไม่รู้เลยว่าข้างล่างนั้นมันเป็แบบไหน
“ ห้าสิบเมตร “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงที่ห้าสิบห้าเมตรของความลึก
เขากวาดตามองทั่วเขาพบว่ามันเป็ลานกว้างราวห้าสิบเมตรได้ ทั้งเพดานยังสูงราวสิบเมตร
ปราบนำเอาสปอตไลท์ออกมาแลเปิด “ พรึ่บ “
“ อ อ อา “ ปราบอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
“ แม่เ้า “ ผอ.ยิ่งร้องลั่น
“ อ อ อสูรระดับสาม “ ผอ.ยิ่งร้องลั่น
“ ป ป เป็ไปได้เช่นใด “ เขาร้องออก
สีหน้าแลแววตาของผู้คนนั้นไม่มีผู้ใดเชื่อเพราะว่าอสูรระดับสามนั้น จะว่าหายสาบสูญก็ได้ เพราะมันมิพบเจอมาหลายปีแล้ว
“ นี่มันหมายความว่ายังไง “ รองผอ.เอ่ย
“ ไอ้หนู เก็บซากของมันแลออกมาให้เร็วที่สุด “ สงชายชราเอ่ย
“ อึ้ม “ ปราบพยักหน้า
เขาเปิดกำไลจอมยุทธ “ วิ้ง “ แสงสีขาวฉายออกทั่วซากของอสูรระดับสาม
“ แว่บ “ ร่างอันใหญ่ของอสูรระดับสามหายเข้าไปในกำไลจอมยุทธ
ชายหนุ่มวางะเิไว้สามจุด และตามช่องทางที่ใช้ลงมา
“ ฟู่ว “ เจทแพกเปิดออก
ร่างของชายหนุ่มพุ่งทะยานขึ้นสูง เขามองยังลานปูนเก่าแก่ที่อยู่มาเนิ่นนาน มือหนึ่งของเขากดปุ่มะเิ “ กริ๊ก “
“ ตูมม “ เสียงะเิดังสนั่นลั่นอาณา
“ ครืนนน “ ผืนแผ่นดินรายรอบพลันสั่นะเือย่างรุนแรง
“ ครึก ครัก “ ผืนแผ่นดินเลื่อนลั่น
“ ครืนน “ ูเารายรอบพลันไหวสั่นแลเศษหินก้อนน้อยใหญ่ทะลักทลายไหลลงจากูเาเขากลับฝังสรรพสิ่ง
ฝุ่นควันฟุ้งกำจายทั่วบริเวณชายหนุ่มเร่งเจทแพกออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว
เขาลอยตัวอยู่นานเพื่อให้ฝุ่นควันจางหาย
เมื่อฝุ่นควันจางหาย เขากวาดตามองทั่วแลพยักหน้าช้า เพราะสถานที่แห่งนี้ที่กลายกลับเป็เพียงลานกว้างไร้สรรพสิ่ง
“ ทำลายสิ้นไม้เหลืออะไรเลย “ เขาเอ่ย
“ กลับได้แล้ว เครื่องบินรอรับกลับเข้าประจำจุดแล้ว “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าแลเร่งเจทแพกจากไปอย่างรวดเร็ว
เป็ข่าวครึกโครมทั่วโลกในทันใดเมื่อมีการพบซากของอสูรระดับสามที่หายไปนานหลายปี ผู้คนมากมายจากทั่วโลกต่างเร่งเดินทางมายังสำนักสิบสี่ที่นครราชสีมาอย่างรวดเร็ว
มันเป็เื่ใหญ่ที่ทำให้โลกให้สั่นะเืได้ในพริบตา เพราะอสูรระดับสามนั้นมันทรงพลังยิ่งนัก ทั้งยังพลังทำลายล้างของมันก็ยังมิมีสิ่งใดป้องกันได้ เพราะมันโลกจึงยอมจำนนแลถอยร่นไปเรื่อย แต่แล้วจู่ๆมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อมาถึง ชายหนุ่มถูกนำไปยังห้องวิจัยอย่างรวดเร็ว
เขานำเอาร่างั์ของอสูรระดับสามออกมาวางลงยังลานกว้างในห้องวิจัย
ชายหนุ่มกวาดตามองยังร่างอันใหญ่โต เขาลูบไล้ไปตามเกราะกายที่แข็งแกร่งของมัน มีดสั้นของเขาถูกนำออกมา
ชายหนุ่มกดปลายมีดสั้นลงยังเกราะกายที่แข็งแกร่งของมัน “ ครืด “ เสียงคมมีดสั้นกรีดเกราะกายของมัน เสียงที่สะท้อนออกมาทำเอาทุกคนเร่งงปิดหูอย่างรวดเร็ว
“ ทำได้เพียงรอยบางๆ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มนำเอาปืนสไนเปอร์ดัดแปลงออกมา “ ครึก “ เขาขึ้นลำ
“ อุดหู “ ชายหนุ่มร้องออก
“ เปรี้ยงง “ ะุขนาดสามสิบมิลลิเมตรพุ่งเข้าหาอสูรร่างั์อย่างรวดเร็ว
“ ตูมม “ หัวะุเจาะทะลวงเข้าเกราะกายของมันทะลุออกอีกฝั่ง
“ เอาอยู่ “ เขาพึมพำ
“ เป็ไปได้เช่นใด “ เหล่าผู้วิจัยต่างงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะในอดีตนั้นมีการใช้ะุปืนขนาดนี้โจมตีพวกมันอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ แต่เวลานี้ชายหนุ่มกลับทำได้
“ เอาปืนกระบอกนี้ไว้ที่นี่ได้รึไม่ “ หัวหน้าทีมวิจัยเอ่ย
“ ได้ครับ “ ปราบเอ่ย
เขาส่งปืนกระบอกโตให้กับทีมวิจัย ชายผู้นั้นรับเอาปืนแลสองเท้าของเขาเซถลาจนกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง
“ มันหนักราวร้อยกิโลได้ “ ปราบเอ่ย
“ ทำไมมันหนักขนาดนี้ “ ชายผู้นั้นร้องถาม
“ ลำกล้องที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ระบบกลไกต่างๆถูกสร้างขึ้นใหม่ “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ชายผู้นั้นพยักหน้า
“ มีดสั้นนั่นด้วยได้รึไม่ “ หัวหน้าคณวิจัยเอ่ย
“ นี่คือของส่วนตัว หัวหน้าต้องคืนผม “ ปราบเอ่ย
“ คืนแน่ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
ปราบส่งมีดสั้นให้กับเขา
ชายหนุ่มออกจากห้องเมื่อถูกตามตัว
เขามายังห้องของผอ.ยิ่ง
ชายหนุ่มหัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อในห้องเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ พวกเร่งยิงคำถามเข้าใส่อย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะตอบคำถามใครก่อน