กัวซื่อนึกดูแคลนสกุลหลินสายรองอยู่ในใจโดยเฉพาะเจี่ยงฉีซวง เมื่อเห็นนางกล้าเถียงตนเองก็เท้าเอวทันที“เื่ในครอบครัวพวกเราถึงคราวให้เ้าสอดปากเมื่อไรกัน?”
ผู้คุมรังเกียจสตรีปากร้ายที่ด่าทอผู้อื่นในที่สาธารณะยิ่งนักจึงตวาดออกมา “พวกเ้าทุกคนอยากหนังตึง[1]หรือ?”
กัวซื่อมีสีหน้าขุ่นเคืองแต่กลับไม่กล้าเอ่ยวาจาใด แส้ของผู้คุมปวดแสบปวดร้อนยิ่ง นางไม่อยากโดนเฆี่ยนอีก
ขณะที่บรรยากาศกำลังหนักอึ้งเสียงอู้อี้สายหนึ่งก็ดังแว่วมาจากด้านหลังของพวกเขา
“ข้าหนังตึงผู้ใดจะช่วยข้าบ้าง?”
ทุกคนหันไปมอง เมื่อเห็นต้นไผ่สีเขียวชอุ่มในอ้อมแขนของหลินเสวี่ยจู๋ก็รีบพุ่งไปหานางทันที
ลู่โม่ตอบสนองเป็คนแรกตามด้วยเหยียนต้า หลินเฉิงจาง และหลินเฉิงเหยา
พวกเขาช่วยกันหยิบต้นไผ่ไปใบหน้าเล็กของหลินเสวี่ยจู๋ดูน่าสงสาร นางวางตะกร้าที่แบกลงบนพื้น ด้านในเต็มไปด้วยหน่อไม้
“มีหน่อไม้ด้วยเหตุใดข้าถึงไม่เห็น?” มีคนถามขึ้น
หลินเสวี่ยจู๋กุมหน้าอกด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ“อยู่ไกลน่ะ”
ไม่รอให้ลมหายใจเปลี่ยนเป็สม่ำเสมอนางก็เทหน่อไม้ออกจากตะกร้าครึ่งหนึ่งแล้วส่งให้ผู้คุม พลางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ“ท่านผู้คุมอย่าได้รังเกียจ หากเดินทางขึ้นเหนือไปอีกก็หาสิ่งนี้กินไม่ได้แล้ว”
เมื่อผู้คุมเห็นหญิงสาวที่ดูบอบบางอย่างหลินเสวี่ยจู๋นำสิ่งของกลับมาด้วยมากมายถึงเพียงนี้ทั้งยังเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ไม่ว่าอะไร ทำได้เพียงรับหน่อไม้แล้วจากไป
หลินเสวี่ยจู๋ฉวยโอกาสที่ผู้คุมยังเดินไปไม่ไกลเหลือบมองไปทางหลินเสวี่ยหลานที่ซุบซิบนินทานางเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“พี่หญิงต่างหากที่เล่นซน ไม่อย่างนั้นจะกลับมามือเปล่าได้อย่างไร? อายุก็ยังน้อยเก็บแรงไว้ก่อเื่ใช่หรือไม่?”
ครอบครัวนี้ล้วนเป็เ้านายที่ถูกรับใช้จนเคยชิน
ฮูหยินผู้เฒ่า กัวซื่อ และหลินเฉิงคุนขาดความสามารถในการใช้ชีวิตหลินเสวี่ยหลานกับหลินเสวี่ยอีก็ไม่มีความรู้เื่การเอาตัวรอดกลับเป็กู้เจินเหนียงที่หาผลไม้ป่ากลับมาหลายลูก
ตอนนี้พวกเขาได้แบ่งผลไม้ป่าเ่าั้และกินมันหมดไปนานแล้ว
หลินเสวี่ยหลานที่ถูกหลินเสวี่ยจู๋ค่อนแขะรีบเอ่ยเถียง“เป็เพราะมือเท้าของข้าถูกลามโซ่ไม่ใช่หรือถึงได้เคลื่อนไหวไม่สะดวก...”
“ไก่ป่าผู้ใดเป็คนล่า?”หลินเสวี่ยจู๋ไม่รอให้นางพูดจบด้วยซ้ำ รีบชี้ไปที่ข้างกองไฟ ถามถึงไก่ป่าที่ถอนขนและทำความสะอาดแล้ว
เมื่อได้ยินว่าไก่ป่าดวงตาของสกุลหลินสายหลักก็เบิกกว้าง
นั่นคือเนื้อสัตว์ ทั้งหอมทั้งทำให้อิ่มท้องกินแล้วอร่อยยิ่งนัก น่าเสียดายที่เป็เนื้อของผู้อื่น พวกเขาทำได้เพียงมองด้วยความอิจฉาริษยาและเกลียดชังเท่านั้น
เหยียนต้าเอ่ยเสียงดัง“ลู่โม่เป็คนล่าขอรับ พวกเราไม่รู้ว่าเขาจะเก่งกาจถึงเพียงนี้”
เมื่อถูกเหยียนต้าเอ่ยชมลู่โม่ก็หน้าแดงก่ำ เขาก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา “เดิมทีข้าเห็นกระต่ายป่าอยู่ฝูงหนึ่งน่าเสียดายที่มันวิ่งเร็วเกินไป ข้าจึงจับไม่ทัน”
“เท่านี้ก็ไม่เลวแล้วสัตว์ล้วนมีความระแวดระวัง เป็ข้าย่อมจับไม่ได้สักตัวแน่นอน” เหยียนต้าพูด พลางทำท่าจะนำไก่ป่าไปย่างเหนือกองไฟ
“รอเดี๋ยว!”หลินเสวี่ยจู๋รีบห้ามเขา แล้วชี้ไปที่หน่อไม้ในตะกร้า “นำหน่อไม้และผักป่ายัดเข้าไปในท้องไก่ก่อนจากนั้นห่อด้วยใบไผ่ พอกด้วยดินอีกที จากนั้นฝังใต้กองไฟแล้วย่าง เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารที่เรียกว่าไก่ขอทานแล้ว”
เมื่อพูดออกมาคนที่ได้ยินก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
หน่อไม้กับไก่แล้วยังห่อด้วยใบไผ่อีกจะหอมมากเพียงใดกัน?
หลินเสวี่ยจู๋จูงใจเหล่าคนตะกละเสร็จก็หยิบท่อนไม้หนาขึ้นมาแล้วกวาดขี้เถ้าใต้กองไฟออกมา
“ลูกสาวเ้าจะทำอันใดหรือ?”หลินเฉิงจางถาม
“ข้าจะสกัดเกลือสักหน่อยเ้าค่ะ”หลินเสวี่ยจู๋ตอบ
เมื่อได้ยินคำว่าเกลือหัวใจของคนทั้งครอบครัวก็สั่นสะท้าน
เกลือคือสิ่งของที่ได้รับการควบคุมของแคว้น
คนที่แอบขายเกลือ โทษสถานเบาคือยึดทรัพย์โทษสถานหนักคือตัดศีรษะ
ไม่ได้ ทำเช่นนี้ไม่ได้
หลินเสวี่ยจู๋เห็นท่าทางเคร่งเครียดของทุกคนก็ไม่ได้อธิบายรีบลงมือทันที นางต้มน้ำให้เดือดแล้วเทขี้เถ้าลงไป รอให้ละลายครู่หนึ่งก็ใช้ผ้ากรองขี้เถ้าออกอีกทีแล้วนำหม้อตั้งบนไฟ
เมื่อน้ำค่อยๆ แห้ง ก็มีเกล็ดสีขาวปรากฏขึ้นที่ก้นหม้อ
หลินเฉิงเหยาใช้เศษไม้ขูดสิ่งที่เป็สีขาวออกมาให้ทุกคนดูเขายื่นนิ้วก้อยออกไปจิ้มมันเล็กน้อย แล้วส่งเข้าปากเพื่อลิ้มรส
ดวงตาพลันเป็ประกาย“เค็ม เค็มจริงๆ”
ทุกคนมองไปทางหลินเสวี่ยจู๋ด้วยความประหลาดใจเดิมทีพวกเขาคิดว่านางกำลังล้อเล่น ไม่คาดคิดว่าขี้เถ้าจะสกัดเกลือออกมาได้จริงๆ
หลินเฉิงจางถามด้วยสีหน้าชื่นชม“นี่เป็วิธีที่เ้าเรียนมาจากบันทึกของลูกเขยอีกแล้วหรือ?”
หลินเสวี่ยจู๋ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงักมองหยวนซิวด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
หยวนซิวเองก็เหลือบมองนางอย่างเ็าสายตาบอกอย่างชัดเจนว่า ‘เฮอะๆ’
หลินเสวี่ยจู๋กลืนน้ำลายอย่างแรงพลันได้ยินหลินเฉิงจางเอ่ยชมเชยหยวนซิวอย่างกระตือรือร้น “ลูกเขยความรู้กว้างขวาง เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ช่างทำให้ข้าละอายใจเสียจริง”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกถึงรสขมในปากหากไม่ใช่เพราะตอนนี้คนเยอะ นางอยากบอกกับท่านพ่อจริงๆ ว่ารีบฆ่าบุตรสาวของท่านเถิด
ความรู้กว้างขวาง เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ทว่ากลับถูกเนรเทศ นี่ไม่ใช่การสาดเกลือลงบนแผลของพระเอกที่ใกล้จะเข้าสู่ด้านมืดหรอกหรือ?
ยังดีที่หลินเฉิงจางหลงเหลือความเกรงใจอยู่เล็กน้อยเมื่อกล่าวชมเชยจบก็หยุดพูดทันที
หลินเสวี่ยจู๋หาใบไม้ใบใหญ่มาแล้วเทเกลือในก้นหม้อออกมาอย่างระมัดระวัง
เกลือโพแทสเซียมที่สกัดจากขี้เถ้านี้ไม่ดีต่อร่างกายไม่เหมาะแก่การบริโภคติดต่อกันเป็เวลานาน
ถึงแม้นางจะกวาดเกลือจากท้องพระคลังมาจนเกลี้ยงทว่าย่อมไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ เหตุผลที่ต้องลงแรงสกัดเกลือออกมาในตอนนี้เพียงเพื่อในภายหน้านางจะได้สามารถหยิบเกลือในมิติออกมาใช้ได้
นางฉวยโอกาสที่ทุกคนไม่ทันสังเกตลอบเปลี่ยนเกลือจากนั้นหยิบเกลือมาเล็กน้อย แล้วนำมาทาลงบนเนื้อไก่
ในเวลานี้เหวินซิ่วชิงกับคนอื่นๆ กำลังทำความสะอาดหน่อไม้
ทั้งครอบครัวช่วยกันจัดการกับไก่ป่า
หลินเสวี่ยจู๋กวักมือเรียกลู่โม่“เ้าบอกว่าละแวกนี้มีกระต่ายป่าหรือ?”
“ขอรับ อยู่ในป่าทางนั้น”ลู่โม่ชี้
หลินเสวี่ยจู๋ลุกขึ้นยืน“ไป นำคบไฟไปด้วย พวกเราจะไปจับกระต่ายป่ากัน”
“อันใดนะ?” ไม่เพียงลู่โม่เท่านั้นทั้งครอบครัวต่างก็ตกตะลึง
เหวินซิ่วชิงเอ่ย “ลูกสาวอีกประเดี๋ยวไก่ก็ย่างเสร็จแล้ว พวกเ้าไม่กินก่อนแล้วค่อยไปหรือ?”
มือเล็กๆ ของหลินเสวี่ยจู๋โบกไปมาเล็กน้อย“พวกท่านกินกันก่อนเลยเ้าค่ะ แม่นมหม่า มาช่วยข้าถักเชือกหน่อย”
“เ้าค่ะ”แม่นมหม่ารับคำอย่างเบิกบาน
คุณหนูเสวี่ยจู๋จะแสดงอภินิหารอีกคราแล้ว
เมื่อเห็นเงาร่างของหลินเสวี่ยจู๋กับลู่โม่หายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็วหยวนซิวก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะคาดเดาได้ถูกต้องหลินเสวี่ยจู๋คนนี้ไม่ใช่กระเป๋าฟางคนก่อนอย่างแน่นอน
แต่นางทำได้อย่างไรกัน? เห็นได้ชัดว่านางมีใบหน้าเหมือนกับกระเป๋าฟางผู้นั้นทุกประการ
หลินเสวี่ยจู๋ไม่รู้เลยว่าตนเองถูกสงสัยเข้าเสียแล้วนางหาที่ซ่อนของกระต่ายป่าพบอย่างรวดเร็วด้วยการนำทางของลู่โม่
ค้นหาบริเวณใกล้เคียงสักพักก็พบโพรงเป็จำนวนมากว่ากันว่ากระต่ายเ้าเล่ห์ขุดโพรงมากถึงสามโพรงโดยเฉพาะกระต่ายป่าที่เ้าเล่ห์ยิ่งนัก
หลินเสวี่ยจู๋เลือกมาสองโพรงจากนั้นให้ลู่โม่ใช้หินก้อนใหญ่ปิดโพรงที่เหลือเอาไว้จากนั้นนางกับเขาก็เฝ้าคนละโพรง นางรับผิดชอบเื่วางเพลิง ส่วนเขารับผิดชอบเื่จับกระต่ายป่า
ตอนเด็กนางเคยจับกระต่ายป่ามาก่อนด้วยเหตุนี้การเคลื่อนไหวจึงชำนาญอย่างยิ่ง
ลู่โม่เห็นแล้วนิ่งอึ้ง อดไม่ได้ที่จะกังวลเขาสงสัยว่าตอนนี้ตนเองได้รับรู้เคล็ดลับที่อยู่ในบันทึกล้ำค่าของพี่ชายเขาแล้วใช่หรือไม่? แล้วเขาจะถูกฆ่าปิดปากหรือไม่?
.............................
[1] หนังตึงอีกนัยหนึ่งหมายถึงคำขู่ที่ใช้กับเด็กซุกซน