บทที่ 2 หอคอยทองคำหงเิ ราชินีและจักรพรรดินีทั้งเก้า
"บุรุษผู้ถูกเลือก ขอต้อนรับสู่หอคอยทองคำหงเิ!"
น้ำเสียงเคร่งขรึมส่งผลให้ิญญาของเซียวนั่วสั่นสะท้าน
หอคอยขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้นน่าตกตะลึงมาก
ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ตอบสนอง หอคอยทองคำหงเิก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
พรึ่บ!
เซียวนั่วหายตัวไปอีกครั้ง และอึดใจต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นภายในโถงโบราณแล้ว
โครงสร้างของโถงดังกล่าวเป็เหมือนกับวงล้อดวงดาวอันงดงาม ล้อมรอบเป็ชั้น ๆ และอาคารส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเป็วงแหวน
สายตาของเซียวนั่วจับจ้องไปยังชั้นบนสุดของวิหาร
ปรากฏประตูลอยอยู่…
ประตูที่มีลักษณะเหมือนกับวงล้อ…
มันเหมือนกับประตูแห่งห้วงอวกาศที่นำไปสู่โลกอีกใบ
ชายหนุ่มยืนอยู่บนขั้นบันไดรกร้าง พื้นดินด้านหลังเหมือนพื้นทรายสีเหลือง
"ที่นี่คือที่ไหนกัน?"
"ที่นี่คือชั้นที่หนึ่งของหอคอยทองคำหงเิ..." น้ำเสียงเคร่งขรึมดังขึ้นอีกครั้ง
หัวใจของเซียวนั่วบีบแน่น "ท่านเป็ใคร? ใครกันที่กำลังพูดอยู่?"
“ข้าคือ จิติญญาหอคอย ของหอคอยทองคำหงเิ ข้าอยู่ที่นี่มาหนึ่งแสนปีแล้ว..."
จิติญญาหอคอย?
หนึ่งแสนปี?
ความวิตกกังวลถาโถมเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
อีกฝ่ายเอ่ยต่อ “ไม่ต้องกังวลไป เมื่อครู่นี้ เืของท่านได้ตกสู่แท่นบูชา และกระตุ้นผนึกของมันโดยบังเอิญ ท่านเป็คนแรกในรอบแสนปีที่เดินทางมาที่นี่"
ชายหนุ่มยิ่งงุนงง
จิติญญาหอคอยเอ่ยต่อ “บรรพชนหงเิ ผู้สร้างหอคอยนี้เคยบอกกับข้าว่า บุคคลแรกที่เดินทางมายังหอคอยทองคำหงเิคือผู้มีชะตาร่วมกับหอคอยนี้ ท่านคือคนแรกที่เดินทางมาที่นี่ และได้กลายเป็เ้าของคนใหม่ของหอคอยนี้”
เซียวนั่วตกตะลึง
เขาก้มหน้ามองาแที่ยังคงมีเืไหลออกมาของตน บ่งบอกอย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
ชายหนุ่มถาม "ความสามารถของหอคอยทองคำหงเิคืออะไร?"
“หอคอยทองคำหงเิคือสิ่งประดิษฐ์โบราณระดับสูงสุดในจักรวาล ความลึกลับของมันนั้นไร้ที่สิ้นสุด ข้าไม่สามารถบรรยายจนหมดได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ... หากท่าน้าจะควบคุมพลังของหอคอยทองคำหงเิ อันดับแรกท่านก็ต้องฝึก ‘กายาหงเิเ้าโลกา’ เสียก่อน"
จิติญญาหอคอยหยุดพูดไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงอธิบายต่อ "กายาหงเิเ้าโลกา หนึ่งในสี่ทักษะกลั่นกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพชนหงเิผู้ทรงพลัง สามารถฉีกนภาด้วยมือเดียว แยกท้องทะเลด้วยปลายนิ้ว ตัดตะวัน ฟันจันทรา และหั่นดารา..."
สีหน้าของเซียวนั่วฉายชัดถึงความตกตะลึง
โอกาสอันยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?
"ข้า้า..." ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ข้า้าหอคอยทองคำหงเินี้ ข้า้าฝึกฝนทักษะกายาหงเิเ้าโลกา"
"ได้!"
สิ้นสุดเสียงพูด ประกายแสงสีเงินก็ปะทุขึ้นภายในความว่างเปล่า
ประกายแสงดังกล่าวเป็เหมือนกับเศษชิ้นส่วนของดวงดาวหลายร้อยล้าน ไหลมารวมกัน ณ จุดเดียว
จากนั้น ม้วนกระดาษพลันปรากฏขึ้นในอากาศ
ฟึ่บ!
ภายใต้แรงผลักที่มองไม่เห็น ม้วนกระดาษดังกล่าวได้ลอยเข้าสู่หว่างคิ้วของเซียวนั่ว...
พรึ่บ!
ในพริบตานั้น คลื่นความผันผวนของพลังก็แพร่กระจายออกไป และสายฟ้าสีเงินก็ปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้ว
“ใน่แรกเริ่ม ความโกลาหลยังไม่ถูกแบ่งแยก บรรพชนเป็ผู้ให้กำเนิดเต๋าอันยิ่งใหญ่ และาาแห่งเทพก็ได้สร้างยุคสมัย กายาหงเิเ้าโลกา ทักษะกลั่นกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ผู้ฝึกฝนทักษะนี้จะกลายเป็เ้าโลกาและเทพผู้ยิ่งใหญ่ กฎนับหมื่นยากจะทำลาย ล้มล้างจักรวาล มองทะลุความเป็ความตาย และควบคุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
"ขั้นแรก..."
ข้อความแปลกประหลาดปรากฏขึ้นภายในหัว และรวมเข้ากับความทรงจำของเซียวนั่ว
ขณะเดียวกัน เปลวไฟทรงพลังปะทุออกมาจากร่าง และาแทั้งหมดก็ฟื้นฟูตัวเอง แม้แต่ลูกธนูที่ปักทะลุอกก็สลายไป...
"นี่มันอันใดกัน?" ดวงตาเบิกกว้าง ภายในใจตื่นตะลึงอย่างมาก
"หอคอยทองคำหงเิกำลังพัฒนาร่างกายของท่าน..." จิติญญาหอคอยกล่าว
หลังจากผ่านไปไม่นาน การพัฒนาร่างกายก็เสร็จสมบูรณ์ เซียวนั่วไม่เคยรู้สึกสบายแบบนี้มาก่อน ทั้งร่างเต็มไปด้วยพลังปราณ ราวกับมีพลังอันไร้ที่สิ้นสุด
แม้แต่โรคภัยที่เกิดขึ้นในตอนที่เืเฟิ่งหวงถูก่ชิงก็หายไปเช่นกัน
เซียวนั่วตื่นเต้นเป็อย่างมาก มือทั้งสองข้างกำแน่น ดวงตาเปล่งประกาย
“ฟ้าไม่ฆ่าข้า ์ไม่ฆ่าข้า... สำนักกระบี่ขุนพล์ ตระกูลเซียว เซียวหย่ง เซียวอี่ ข้าจะตอบแทนสิ่งที่พวกเ้ามอบให้แก่ข้า”
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ระงับหัวใจที่พลุ่งพล่านของตัวเอง "ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่านี่เป็เพียงชั้นแรกของหอคอยทองคำหงเิใช่หรือไม่?"
“ถูกต้อง หอคอยทองคำหงเิมีอยู่ทั้งสิ้น 11 ชั้น ยกเว้นชั้นแรกและชั้นสุดท้าย อีกเก้าชั้นที่เหลือได้ผนึกสตรีเอาไว้..."
เซียวนั่วตกตะลึง "สตรี?"
“ใช่ แต่พวกนางไม่ใช่คนธรรมดา บางคนเป็ถึงราชินีปีศาจผู้เลื่องชื่อ บางคนคือจักรพรรดินีผู้เก่งกล้า และบางคนก็เป็ปีศาจเืเย็นที่ทำลายล้างโลก... พวกนางคือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดอย่างไม่มีข้อยกเว้น"
สีหน้าของเซียวนั่วเปลี่ยนไปอีกครั้ง รู้สึกได้ถึงความเย็นะเืที่พัดมาจาก้า
“นายท่าน อย่ากังวลไป จักรพรรดินีและราชินีปีศาจทั้งเก้านี้ถูกผนึกเอาไว้แล้ว ตราบใดที่ผนึกไม่คลายลง พวกนางก็จะไม่สามารถทำอันใดท่านได้ ในทางตรงกันข้าม ท่านยังสามารถใช้ประโยชน์จากพวกนางได้..."
"หืม?" ดวงตาของชายหนุ่มเป็ประกายอีกครั้ง "ประโยชน์อะไร?"
“หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น บนชั้นสองได้ผนึกราชินีปีศาจอั้นเย่ไว้ ร่างหลักของนางคือ 'ัดาราทมิฬหกปีก' เกล็ดที่หลุดจากร่างของนางจะเปลี่ยนเป็ดาบ..."
“หรือบนชั้นที่สาม ผนึกจักรพรรดินีจ้านถู ผู้ทำการสังหารทุกครั้งที่โกรธเกรี้ยวหรือขุ่นเคือง พลังปราณที่ปล่อยออกมาจากร่างของนางควบแน่นเป็ลูกปัดิญญาโลหิต เมื่อใช้ลูกปัดิญญานี้จะสามารถทำให้เืในกายเดือดพล่านได้ใน่เวลาสั้น ๆ และกำลังรบก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายสิบเท่า”
หลังจากเอ่ยเช่นนี้ ลำแสงเจิดจ้าก็พุ่งมาตกตรงหน้าเซียวนั่ว
ด้านหนึ่งเป็ดาบมนต์ดำ มีขนาดกลาง รูปร่างเหมือนเขี้ยวแหลมของั พร้อมกับประกายสีดำของสายฟ้า บนตัวดาบ
อีกด้านหนึ่งเป็ลูกปัดิญญาโลหิต ลักษณะคล้ายไข่มุกสีเื ขนาดประมาณลูกเหล็ก และมีเืไหลวนอยู่ภายในราวกับหินหนืด
เซียวนั่วเอื้อมมือไปหยิบดาบมนต์ดำเป็อันดับแรก ตัวดาบปล่อยความเย็นะเืเสียดแทงกระดูกออกมา จนแทบไม่สามารถถือมันไว้ได้
"ช่างเป็ดาบที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้..." ชายหนุ่มตกตะลึง
จิติญญาหอคอยอธิบาย “ัดาราทมิฬหกปีกคือสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ พลังของมันน่ากลัวมาก ดาบเล่มนี้ได้รับพรจากจิติญญาของมัน มันคือดาบของปีศาจ คนธรรมดาไม่อาจควบคุมมันได้”
เซียวนั่วพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปจับลูกปัดิญญาโลหิต เขารับรู้ได้ถึงไอความร้อน และรัศมีกดขี่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
"ของดี..." ดวงตายิ่งเปล่งประกาย มือกำลูกปัดิญญาโลหิตไว้ จากนั้นจึงเอ่ย “ของทั้งสองสิ่งอัดแน่นด้วยพลังปราณมหาศาล ด้วยความแข็งแกร่งของข้าตอนนี้ เกรงว่าข้าคงจะสามารถควบคุมพลังของมันได้เพียงบางส่วนเท่านั้น”
“นั่นเป็เื่ธรรมดา นายท่านยังไม่ได้เริ่มฝึกฝน ‘กายาหงเิเ้าโลกา’ และร่างกายของท่านยังอ่อนแออยู่ เมื่อท่านกลั่นกายาจนกลายเป็กายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันจะไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดในโลกที่สามารถทำร้ายท่านได้..." หลังจากที่อธิบายเช่นนี้ จิติญญาหอคอยก็เอ่ยต่อ “นับแต่นี้ไป หอคอยทองคำหงเิจะถูกเก็บไว้ภายในร่างของนายท่าน และข้าจะช่วยท่านฝึกฝนทักษะกายาหงเิเ้าโลกาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด"
เซียวนั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง ดวงตาฉายประกายเย็นะเื “ข้าจะพยายามอย่างถึงที่สุด ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำ”
......
ในขณะเดียวกัน
ภายในเทือกเขาเฮยฉง
“แปลกจริง ๆ ร่างของมันหายไปไหน? แท่นบูชานั่นก็หายไปเช่นกัน..." เซียวอี่และพวกกำลังตามหาร่องรอยของเซียวนั่ว
หนึ่งในนั้นเอ่ย “ไม่ต้องกังวลไป มันไม่มีทางมีชีวิตรอดได้ ถูกลูกธนูของเซียวซื่อปักทะลุหัวใจขนาดนั้น ไหนจะฝ่ามือของท่าน อย่างไรก็ต้องตายอย่างแน่นอน”
เซียวอี่พยักหน้าช้า ๆ “นั่นสิ กลับไปที่เมืองซีเยว่กันเถอะ"
ขณะที่ทั้งสามกำลังจะกลับไปยังตระกูลเซียวในเมืองซีเยว่ สายลมเย็นะเืก็พัดออกมาจากป่าด้านหลัง
ทั้งสามคนตกตะลึง และรีบหันกลับไปมองก่อนที่ร่างคุ้นเคยจะปรากฏขึ้น
อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก…เซียวนั่ว!
“หืม?" เซียวอี่ขมวดคิ้วเข้าหากัน "เ้ายังไม่ตายอีกหรือ?"
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น เซียวอี่ก็แย้มยิ้มออกมา “ในเมื่อเ้ายังไม่ตาย เ้าก็ควรจะหาที่ซ่อนเสีย แต่ในเมื่อเ้าออกมาเช่นนี้ เ้าจะต้องตาย..."
ฟึ่บ"
เซียวอี่พุ่งตัวเข้าหาเซียวนั่วอีกครั้ง และต่อยไปที่คอของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
“ด้วยหมัดนี้ ข้าจะหักคอของเ้าเสีย!"
หมัดดังกล่าวทรงพลังอย่างยิ่ง สายลมรุนแรงพุ่งปะทะใบหน้า
เซียวนั่วไม่คิดที่จะหลบ เขาเหวี่ยงดาบมนต์ดำสวนกลับโดยไม่ลังเล!
ฉึก!
ดาบมนต์ดำที่ทำขึ้นจากเกล็ดของัดาราทมิฬหกปีกฟันเข้าที่กำปั้นของเซียวอี่อย่างจัง!
พริบตานั้น กำปั้นของเซียวอี่ราวกับถูกผ่าครึ่ง ชิ้นเนื้อและเืแยกออกจากกันจนเห็นกระดูก!!
ความเ็ปแล่นไปทั่วร่าง ดวงตาของเซียวอี่เบิกกว้าง ทั้งใทั้งงุนงง “นี่คือ!?"
แล้วตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน
"อ๊ากกกก!!"
“ขอโทษด้วย แต่ครั้งนี้ เ้าต่างหากที่ต้องตาย!” เซียวนั่วหัวเราะ พลิกข้อมือของตน ดาบมนต์ดำเปลี่ยนทิศ และฟันไปที่คอของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ
ฉัวะ!
ประกายแสงของคมดาบปาดผ่านไป เสียงร้องของเซียวอี่หยุดลงกระทันหัน เืสีแดงสดไหลออกมาจากลำคอราวกับน้ำตก
"เซียวอี่!!" พรรคพวกอีกสองคนทั้งโกรธและตกตะลึง
ไม่มีใครคิดว่าเซียวนั่วจะสามารถตอบโต้ และสังหารเซียวอี่ผู้ซึ่งแข็งแกร่งกว่าตนเองได้!
หนึ่งในคนทั้งสองหยิบกริชออกมา และพุ่งเข้าใส่ราวกับอสูรร้าย “เ้าคนชั้นต่ำ! ข้าจะฆ่าเ้า!!"
สีหน้าของเซียวนั่วเต็มไปด้วยความดูแคลน ในบรรดาคนทั้งสาม มีเพียงเซียวอี่เท่านั้นที่อยู่ขั้นก่อร่างระดับห้า ในขณะที่อีกสองคนที่เหลืออยู่เพียงระดับสี่เท่านั้น
หากเป็การสู้กับผู้อยู่ระดับเดียวกัน เขาไม่จำเป็ต้องกลัวผู้ใด
เคร้ง!
ทันทีที่ดาบมนต์ดำและกริชปะทะกัน ราวกับเหล็กพุ่งผ่านดินโคลน ดาบมนต์ดำทำลายกริชเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย และฟันเข้าที่อกของฝ่ายตรงข้าม!
ดาบฟันเข้าไปในเนื้อ และทะลุแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย เฉือนร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้ และตัดเส้นชีวิตของอีกฝ่ายทันที!
"อ๊ากก!!!" เืจำนวนมากพุ่งทะลักออกมา เสียงร้องโหยหวนดังก้องป่า ทำให้นักยิงธนูหวาดกลัวจนเสียสติ
เขามองไปที่เซียวนั่ว ผู้สังหารคนทั้งสองติดต่อกัน ตื่นตระหนก และ้าจะยิงลูกธนูออกไป ทว่าก่อนจะได้ทำตามที่คิด สายลมเย็นพุ่งมาปะทะใบหน้า และดาบมนต์ดำก็พุ่งมาถึงดวงตาของเขาแล้ว!!