ตอนที่ 43 โทษฐานที่เมดไม่เชื่อฟัง
---ท้องพระโรงที่มีความกว้างใหญ่ และความสูงเป็นอย่างมากภายในอาณาจักรของเหล่ากินพืช
มันเต็มไปด้วยทรัพย์สินสมบัติ ทอง และอัญมณีล้ำค่ามากมาย...ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของราชาครึ่งช้างที่มีร่างกายสูงเกือบ8 เมตร และหนักเกือบ 10 ตัน
และแน่นอนพละกำลังและความทนทานของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้
ในตอนนี้เขากำลังสวาปามอาหารมากมายที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าอย่างตะกละตะกลามแม้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกของหวาน เค้ก...แต่ก็มีเนื้อของพวกกินเนื้ออยู่ด้วย
...ในแต่ละวันนั้นเขาต้องกินเนื้อของพวกกินเนื้ออย่างน้อยหนึ่งตัว เพื่อแสดงถึงพลังและอำนาจของเขา
“สถานการณ์สงครามในตอนนี้ฝ่ายเรากลับมาได้เปรียบแล้วครับหลังจากที่สงครามภายในเริ่มเบาบางลง”
ครึ่งแรดคุกเข่าหนึ่งข้างกล่าว
“ยอดเยี่ยมมาก...เราขอให้ท่านจงทำหน้าที่นี้ต่อไปทำลายพวกกินเนื้อทั้งหมดให้สิ้นซาก”
ราชาครึ่งช้างกล่าวไปด้วย กินไปด้วย
.
.
.
----ภายในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ของเหล่าสัตว์กินเนื้อ
เขาคือราชาที่มีส่วนสูงเพียงแค่ 130 เซนติเมตรเท่านั้นแต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นภายในอาณาจักรไลอ้อนไม่มีใครเทียบเคียงเขาได้เลยสักตัว
เขาคือครึ่งสิงโตที่มีแผงคอที่ใหญ่หนาและนั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างน่าเกรงขาม
มีสาวหูสัตว์มากมายรายล้อมคอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจเพราะนั่นคือสิ่งที่เขาโปรดปราณมากที่สุด
“วันนี้พวกแมวอวดดีนั่นจะต้องตายทั้งหมดเข้าใจใช่ไหม...”
ราชากล่าวขึ้น
“เราได้ส่งนายพลมือดีที่สุดของเราไปจัดการแล้วครับฝ่าบาท”
คนสนิทที่อยู่ข้างๆของเขากล่าว
.
.
.
---ภายในหมู่บ้านของเหล่าครึ่งแมว
“ไม่ต้องกรีดร้องไปสาวน้อย...ต่อไปก็ถึงคราวของพวกเธอแล้ว”
นายพลครึ่งเสือโคร่งกล่าวพร้อมกับเลียฝีปาก
มือของเขาจับไปที่ศีรษะของเด็กสาวตัวน้อยหูแมวที่ยืนร้องไห้อย่างหนักหลังจากที่เธอเพิ่งจะเสียพ่อไป
...หลังจากนั้นมือของนายพลก็บีบจับไปที่ศีรษะของเด็กน้อยอย่างแน่นหนาก่อนที่จะยกร่างของเด็กน้อยลอยขึ้น
มันยิ่งทำให้เด็กน้อยกรีดร้องหนักยิ่งกว่าเก่าไม่ต่างจากแม่ของเธอในขณะนี้เลย...
“ม่ายยย!!!! ปล่อยลูกของชั้น!!!”
เธอกรีดร้องพร้อมกับหลังน้ำ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้เลยเนื่องจากพวกทหารกำลังจับล็อคตัวเธอไว้อยู่
.
.
ทางฝั่งของผู้ที่แอบเฝ้ามองอยู่เงียบๆนั้นแทบจะทนมองอย่างเดียวไม่ไหว
“ท่านไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอค่ะท่านเฟรอกิน...”
เมดสาวหันไปพูดกับชายแก่
“ชั้นจะไปทำอะไรได้ล่ะ เธอไม่เห็นก่อนหน้านี้หรือไง...กรงเล็บที่ทะลวงร่างอย่างง่ายดายและพลังหมัดของเจ้าครึ่งเสือโคร่งตัวนั้น ชั้นเข้าไปช่วยก็มีแต่ตายเปล่า”
เฟรอกินเองก็ต้องการช่วยสาวน้อยหูแมวคนนั้นอยู่หรอก...แต่กับคนที่ไม่ใช่สายต่อสู้แบบเต็มตัวอย่างเขาแล้ว
จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมามันสอนเขาว่าอย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่าเขายังมีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนตาย
“นายคิดว่าไงบอนโน่ พวกเราควรทำยังไงต่อดี............บอนโน่!!!”
เฟรอกินพยายามเรียกถามบอนโน่ แต่เหมือนว่าการเรียกหาของเขานั้นจะไม่ได้รับการตอบรับ
“บอนโน่! บอนโน่!!!บอนโน่!!!!!”
เฟรอกินเรียกอีกครั้งแต่เหมือนบอนโน่จะไม่ตอบรับ...จนเขาต้องเลิกใช้งานตาเหยี่ยวแล้วหันกลับไปมองที่บอนโน่ก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า.........เฟรอกินเริ่มสัมผัสได้ถึงความยุ่งยากชวนปวดหัวที่กำลังจะเข้ามา
...บอนโน่ในตอนนี้ไม่อยู่แล้ว
“ไอเจ้านั่นมันหายไปไหนเนี่ย”
บอนโน่เป็นฝ่ายบอกเฟรอกินว่าเขาจะช่วยนำทางไปหาเดดโซลปริซึม...แต่ตอนนี้เขาดันหายตัวไปแล้ว
.
.
.
“ไม่ต้องห่วงนะสาวน้อยเดี่ยวชั้นจะส่งเธอไปอยู่กับพ่อเดี่ยวนี้แหละ”
นายพลกล่าวด้วยรอยยิ้มเขาแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยนอกจากความสนุกตรงหน้า จากการได้เห็นสองแม่ลูกกรีดร้อง
“ฟิ้ว!!!......เพี๊ยะ~”
ก่อนหินขนาดใหญ่ถูกปามาอย่างรวดเร็วไปกระแทกที่ท้ายทอยของนาพลเข้าอย่างจัง....จนศีรษะของเขาต้องผงกลงมา
“ท-ท่านนายพล!!!เป็นอะไรไหมครับ”
“ใครกันที่มันกล้าทำแบบนี้!!”
เหล่าทหารต่างพูดกันอย่างแตกตื่น
นายพลในตอนนี้เองก็ผงกหัวกลับมาพร้อมปล่อยร่างของเด็กสาวหูแมวลง
...สีหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธ
ก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองจุดที่หินถูกปาออกมามันเป็นจุดที่อยู่ภายในพื้นที่แห่งความตาย...
และเมื่อพวกเขาเห็นร่างของผู้ที่ปาหินมานั้นพวกเขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด...เพราะมันคือเจ้าหมาบ้าบอนโน่นั่นเอง
“แก!!! ไอเจ้าบอนโน่บังอาจทำร้ายท่านนายพลอย่าอยู่เลย!!!”
เหล่าทหารพูดขู่บอนโน่...แม้พวกเขาจะรู้ดีว่าไม่อาจเข้าไปทำอะไรบอนโน่ที่อยู่ภายในดินแดนแห่งความตายได้
มีเพียงการยิงธนูโจมตีจากระยะไกลเท่านั้น
“แน่จริงก็เข้ามาดิ ไอเจ้าพวกโง่ทั้งหลาย~”
...บอนโน่พูดล้อเลียนท้าทายพวกทหารและนายพล
ในขณะที่บอนโน่พูดอยู่นั้นลูกธนูนับสิบก็พุ่งเข้าหา
“อะย้า!!!”
บอนโน่กระโดดหลบลูกธนูอย่างง่ายดายด้วยท่าทียีกวนอย่างกับคนเสียสติก่อนที่จะหนีเข้าลึกไปภายในดินแห่งความตาย...
พวกทหารเฝ้ามองอย่างเจ็บใจ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“แก!!!! ไอหมาขี้เรื้อน”
นายพลรู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมากที่คนอย่างเขาโดนดูถูกเหยียดหยาม...ก่อนที่จะสั่งให้ทหารของเขาไปแอบดักเฝ้าตามทางที่คิดว่าบอนโน่จะออกมา
“ลากคอมันมาหาชั้นให้ได้!!!”
...
เฟรอกินเฝ้ามองด้วยความอึ้งกับการกระทำของเจ้าบ้าบอนโน่...เรื่องปวดหัวมันแล่นเข้ามาหาอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้จริงๆ
แล้วหลังจากนั้นเขาก็รีบเข้าไปอยู่ในสถานะไร้ตัวตนทันทีพร้อมกับซีโร่และกอน เพื่อรีบตามบอนโน่ไป...
“ซีโร่เธอเข้าไปก่อนสิ”
เฟรอกินพยายามบอกให้ซีโร่ทดลองเดินเข้าไปภายในดินแดนแห่งความตายก่อน
“ไม่ค่ะ! นอกจากนายท่านแล้วชั้นไม่ฟังใครทั้งนั้น”
ซีโร่ตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
...ซีโร่เคยบอกเขาว่าสิ่งที่เรียกว่าความตายไม่อาจส่งผลต่อสิ่งที่อยู่ในสถานะไร้ตัวตนได้
แต่พอเอาเข้าจริง เฟรอกินก็ไม่กล้าอยู่ดีแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเตรียมใจมาพร้อมแล้วก็ตาม
“งั้นให้ผมเข้าไปก่อนไหมฮะ”
กอนน้อยพูดด้วยตาที่โตใส
“ไม่ได้นะกอน...”
“ไม่ได้นะคะนายท่าน”
เฟรอกินและซีโร่รีบพูดห้ามกอนทันที
.
.
...และในที่สุดเฟรอกินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“เข้าใจแล้ว เดี่ยวชั้นจะทดลองเดินเข้าไปก่อนเอง....”
เฟรอกินพูดก่อนที่จะหันหน้าไปมองกอนแล้วพูดต่อ...
“กอนฟังปู่ให้ดีๆนะ....ถ้าปู่เป็นอะไรไปอย่าไว้ใจพวกเมดเด็ดขาดพยายามต่อสู้ด้วยตัวเองให้ได้”
“เข้าใจแล้วฮะปู่”
กอนน้อยตอบด้วยรอยยิ้ม
“นี่คุณสอนอะไรให้นายท่านกันคะ”
ซีโร่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
...ก่อนที่เฟรอกินจะหันมายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้กับเธอ
“โทษฐานที่ไม่ฟังคำสั่งชั้นยังไงล่ะ...ชั้นก็จะทำให้กอนไม่ไว้ใจพวกเธอเช่นกัน”
เมื่อพูดจบ เฟรอกินก็เดินเข้าไปภายในดินแดนแห่งความตายทันที
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic