7 - ออกเดินทาง (1)
“ฮ้าววว...” ตื่นขึ้นมาขยี้ตาหาววอดๆด้วยความง่วง“เมื่อคืนหลับไปั้แ่เมื่อไหร่นะเรา...”
ลุกขึ้นมาล้างหน้าในใบไม้ที่สำรองน้ำเอาไว้ก่อนออกไปนอกโพรงต้นไม้บิดี้เีไปมายืดเส้นยืดสาย เงี่ยหูฟังเสียงนกร้องจิ๊บๆบ่งบอกถึงความสดใสในเช้าวันใหม่และหยดน้ำค้างจากฝนเมื่อคืนหยดลงแอ่งน้ำ คงเป็วันที่ดีอีกวันหนึ่งแต่วันนี้กลับรู้สึกโล่งไม่ได้ยินเสียงโซ่ตรวนนับั้แ่เด็กลงมาทำให้ต้องก้มลงไปดู
จนเห็นว่าโซ่ที่คล้องข้อเท้าอยู่หายไป!!
“ห หายไปแล้ว!!!?” ขยับเท้าไปมาไม่ว่าจะหมุนมองรอบตัวแค่ไหนก็หาโซ่ไม่เจอ
วิ่งเข้าไปหาในโพรงไม้ก็ไม่เจอ
“บ แบบนี้ก็หมายความว่า.. ฉันออกไปจากที่นี่ได้แล้ว! เย้!!!”
ะโไปมาด้วยความดีใจไม่คิดว่าเธอจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วขนาดนี้มาก่อน วิ๊ง.. “อื๋อ?” แสงที่ลอดเข้ามากระทบกับสร้อยคอเส้นสีเงินบริสุทธิ์บนพื้นเถาวัลย์ในถ้ำจนพริสทีนชะงักไปชั่วขณะหนึ่งก่อนย่อตัวลงไปเก็บมันขึ้นมา สายสร้อยที่คล้ายกับโซ่อันเล็กสีเงินคล้องด้วยบอลแก้วสีใสเป็ประกายภายในมีน้ำใส่อยู่และดอกไม้เล็กๆสีชมพูอมม่วงหนึ่งดอก
“ไนกี นี่มาจากไหนน่ะ?”ถามแบบนั้นออกไปเนื่องจากเธอจำได้ว่าไม่เคยคราฟสร้อยเส้นนี้ออกมาเลย
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ :ที่ท่านถืออยู่คือ ‘สร้อยคอเทพธิดา’ ซึ่งเคยเป็ ‘โซ่ลงอักขระเทพ’ มาก่อนซึ่งอยู่ในระดับ SS
“โซ่นั่นกลายเป็สร้อยงั้นเหรอเนี่ย...” มองอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็หยิบขึ้นมาสวมแทนสร้อยคอแห่งมัจฉา
> สวมใส่ • สร้อยคอเทพธิดา (SS)
> ATK : 0 (+5,000) • 5,000!
> DEF : 0 (+3,000) • 3,000!
> HIT : 100 (+2,000) • 2,100!
> AGI : 300 (+2,000) • 2,300!
> HP : 5,500 (+55,000) • 60,500!
> MP : 500,000 (+500,000) • 1,000,000!
“ตะ...ต่อไปก็ต้องเตรียมตัวออกไปสินะ!!”
พยายามไม่สนใจค่าความสามารถที่เพิ่มจนแทบจะเป็ลม โดยเฉพาะ MP ทำเอาซะจะเป็ลมเสียตรงนั้นความคิดที่ว่าร่างกายของเด็กน้อยคนนี้ดูขี้โกงก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี!แต่การจะออกไปจากที่นี่โดยไม่ได้เตรียมอะไรเลยก็คงไม่ได้จึงต้องมีการเตรียมตัวสักเล็กน้อย
เพื่อไม่ให้อดอยากเมื่อออกไปจึงต้องจับปลาเก็บเห็ดใส่กระเป๋าเตรียมเอาไว้ก่อนกระเป๋าสะพายไหล่ที่ทำก็สามารถย่อส่วนให้เล็กได้ใหญ่ได้ตามที่ใจ้า
อาจจะเป็เพราะความสามารถที่ได้รับมาตอนฝึกคราฟของจำได้ลางๆว่าได้มาจากตอนลองลดปริมาณชิ้นส่วนที่จะนำมาคราฟหรือตอนย่อขยายบอลน้ำตอนแปลงเป็นางเงือกเมื่อวานนี้
พวกอาวุธป้องกันที่ตอนนี้มีก็แค่มีดสั้นเท่านั้นแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยล่ะนะ
เสื้อผ้าตอนนี้มีเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นรองเท้าเท่านั้น
“คราฟรองเท้าได้มั๊ยเนี่ย?”
เอาหนังของแจ็กกาโลปที่เหลืออยู่มาเก็บรอบรวมดอกไม้สีขาวแถวนั้นมาบีบรีดน้ำของมันออกมาใส่ตัวหนังน่าแปลกที่พอรีดออกมาสามารถนำมาทำเป็สีย้อมผ้าได้เลยทันทีแต่การจะให้คนที่ไม่เคยทำรองเท้ามาก่อนมาทำในทันทีแบบนี้คงเป็ไปไม่ได้เพราะเมื่อชาติที่แล้วก็ไม่ได้ศึกษามาเลยสักนิดเดียว
สภาพที่ได้เลยไม่พ้นกองผ้าเย็บติดกันธรรมดาๆ จนทำเอาทรุด...
“คงต้องเดินเท้าเปล่าไปก่อนล่ะนะ…” น้ำตาแทบไหลใช้เทคนิคการแยกหนังที่นำมาเย็บพวกนั้นออกก่อนเก็บหนังสีขาวใส่กระเป๋าหันไปมองจุดที่เดฟเคยโผล่ออกมาถ้าเขาสามารถโผล่มาจากจุดนั้นได้ก็อาจจะมีทางออกไปข้างนอกก็เป็ได้
เปลี่ยนเป็ชุดเดรสแขนตุ๊กตาแบบเปิดไหล่ ที่ทำขึ้นเพ่ื่อโอกาสนี้หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่ เดินมายืนอยู่ริมน้ำ สายตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้า
ในที่สุดก็ถึงวันที่จะได้ก้าวออกไปจากที่นี่ทว่าความกลัวกลับแล่นเข้ามา
แม้ว่าตื่นเต้นกับการไปพบกับสิ่งใหม่ก็หวาดกลัวที่จะถูกสิ่งที่ตนอยากเจอนั้นฆ่าแต่ถ้าไม่ออกไปก็คงไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็อย่างไร
กำหมัดแนบกับอกแน่น ร่ายเวทย์ลมให้ร่างกายของตนลอยขึ้นก้าวเท้าไปยังเบื้องหน้ายืนอยู่บนผิวน้ำจนรับรู้ได้ถึงความเย็นของพื้นผิวทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเดิมความกังวลใจเมื่อครู่เริ่มหายไปทีละนิด จากยืนนิ่งเฉยเริ่มหมุนตัวไปมาะโไปยังข้างหน้าแล้วหมุนตัวเหมือนกับเต้นรำ ทุกย่างก้าวะโนคลื่นน้ำเป็วงถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยดูสนุกสนานกับการะโเต้นไปมาบนผืนน้ำจนกระทั่งถึงอีกฝั่งหนึ่งจุดที่เดฟเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้
จุดที่เธอไม่คิดว่าจะได้มาเหยียบตอนนี้เธอมาถึงแล้ว
หันกลับไปมองอย่างต้นไม้ใหญ่ “เรา… ออกมาจากต้นไม้นั่นจริงๆด้วย”
ก่อนมองป่าที่อยู่ยังเบื้องหน้าหากตนออกไปจะสามารถกลับมายังที่นี่ได้อีกหรือไม่ บางทีตนอาจจะหลงทางก็เป็ไปได้
“ไนกี เธอสามารถจดจำเส้นทางได้ไหม? ป้องกันเวลาหลงทางอะไรงี้อ่ะ?”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ :กรณีนั้นสามารถทำได้เพียงแค่ท่านเคยผ่านเส้นทางนั้นมาแล้วหากท่านออกไปจากสถานที่แห่งนี้เพื่อไปยังที่ต่อไปเส้นทางที่ท่านเดินผ่านจะถูกบันทึกเอาไว้ เผื่อในอนาคตท่านจะกลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง
“จริงหรอ! ขอบคุณนะ!”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ :ยินดีเป็อย่างยิ่ง
พริสทีนรวบรวมสมาธิให้มั่น มุ่งหน้าเข้าไปยังเส้นทางสู่มหาพงไพรวีลิธตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาทำให้รู้สึกเย็นสบาย
พืชพรรณนานาพันธุ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจนต้องเก็บไว้วิเคราะห์ดอกไม้ที่สวยงามไม่เคยเห็นในชีวิตจริงนอกจากในนิทานหรือนวนิยายยางดอกไม้ก็เป็ที่มีแสงเรืองรองและมีประกายออกมา
ที่เตะตาที่สุดคือดอกไม้สีชมพูช่อเล็กจนต้องหยิบขึ้นมาทัดหูเหมือนเคยเล่นสมัยเด็ก
> ได้รับ • ดอกมูนไลท์ดรีม ระดับ SS
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ
ลักษณะ : ตัวดอกจะมีหลากหลายสีสัน อาทิสีชมพู สีฟ้า และสีเขียวอ่อนตัวเกสรภายในเป็สีเหลือง ตัวดอกไม้ไม่มีวันจะแห้งเหี่ยวและส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา
ข้อมูลแนะนำ : ดอกไม้ชนิดนี้จัดว่าเป็เครื่องรางนำโชคเหมาะแก่นักเดินทางหรือ นักพยากรณ์
สถานที่ : พบได้เพียงในมหาพงไพรวีลิธ บริเวณอาณาเขตต้องห้าม
อย่างน้อยระหว่างทางได้รับเครื่องรางนำโชคมา 1 อย่างชีวิตหลังจากนี้คงจะมีแต่โชคลาภเข้ามา
“จะว่าไป ไหนๆก็ไหนๆก็...” มองซ้ายขวาเห็นกิ่งไม้อยู่แถวนั้น “~♫”
> Ability ปลดล็อก ‘เทพธิดาแห่งเสียงเพลง’
1 ในสิ่งที่อยากทำมาตลอดเหมือนเด็กคนอื่นๆคือเดินเล่นอย่างสนุกสนานพลางร้องเพลงเท่าที่ตนจำได้ไม่รู้ว่าร้องเพี๊ยนหรือไม่เพี๊ยนก็ไม่ใส่ใจนกตัวน้อยเริ่มส่งเสียงร้องจิ๊บๆเหมือนกับอยากร้องเพลงประสานกับเธอ
เมื่อรู้สึกเหนื่อยก็นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ เอาปลาออกมาย่างให้เกรียมทานแก้หิว ร้องเพลงจนปวดคอก็เสกน้ำออกมาดื่มข้อดีของการใช้เวทย์วารีคือไม่ต้องเหนื่อยทำกระเป๋าหนังบรรจุน้ำเพราะเวลาหิวน้ำก็แค่เสกบอลน้ำขนาดเล็กออกมาดื่มแทน
แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าถ้าหากดื่มไม่หมดจะไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ด้วยความรู้สึกเสียดายจากั้แ่สมัยก่อนทำให้ต้องดื่มจนหมดเป็เหตุต้องให้หลบตามพุ่มไม้เพื่อจัดการธุระ(?)
…...ถือซะว่าช่วยรดน้ำต้นไม้ไปในตัวละกัน
“ใครมาเห็นนี่อายสุดๆเลย…แง”
พอพักผ่อนเรียบร้อยแล้วก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง แต่ด้วยความที่ไม่ชินเส้นทางทำให้วกวนอยู่ที่เดิมเกือบชั่วโมงทางเดินเพียงเส้นเดียวที่โดยรอบเริ่มเปลี่ยนจากต้นไม้เป็ก้อนหินรอบข้างเริ่มมืดลงเรื่อยๆจนเห็นแสงสว่างตรงปลายทางทำให้ต้องรีบเร่งฝีเท้าวิ่งออกไปในที่สุดก็หลุดพ้นจากป่ารกทึบ
เมื่อออกมาพบว่าตอนนี้ตนอยู่เขตนอกมหาพงไพรวีลิธต้นไม้สูงใหญ่เติบโตประปรายกันหญ้าเติบโตสูงมากขนาดนี้แสดงว่าไม่มีใครเข้ามาที่นี่นานมากแล้ว
“ย...อย่างน้อย… อย่างน้อยก็ออกมาจากเขาวงกตต้นไม้ได้แล้ววว!!เย้!!!! เยสสสสส!!!” ะโโลดเต้นได้สักพัก ก็หยุดนั่งพิงต้นไม้แถวนั้น
คงเพราะว่าร่างกายยังเด็กเลยทำให้เหนื่อยง่ายกระมัง...
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : จากการคำนวนคาดว่าราวๆ 5-6 ชั่วโมงหากท่านเดินโดยไม่หยุดพักมาสเตอร์จะพบกับถนน
“โอเค…” หอบเล็กๆพอลุกขึ้นเดินจู่ๆก็คิดได้วาเมื่อสักครู่ไนกีเรียกตัวเองว่า… “มาสเตอร์เหรอ? ทำไมเรียกฉันแบบนั้นล่ะ?”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ :เพราะท่านเป็ผู้มอบนามให้ ก็เหมือนกับว่าเป็นายเหนือหัว
“เห… เอาจริงๆไม่ต้องเครียดมากขนาดนั้นก็ได้ไนกีเนี่ยจริงจังกว่าที่คิดซะอีกนะ” อดขำเล็กๆไม่ได้
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ :ผู้สร้างเองก็เคยกล่าวไว้เช่นนั้น
“เรียกชื่อฉันก็ได้นะ พริสทีนไง” เดินหลบรากไม้บนพื้น
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ถ้าเช่นนั้น….“ท่านพริสทีน”
“อ่า… ถ้าเธอสะดวกที่จะเรียกแบบนั้นก็ได้นะ ฉันไม่มีปัญหาหรอก”คลี่ยิ้มกว้าง
นอกจากเดฟไกส์แล้วก็มีไนกีนี่แหล่ะที่เป็เพื่อนอีกคนแก้เหงาเวลาไม่มีคนคุยด้วยถ้าหากเป็ตอนตนมีชีวิตอยู่ ไนกีคงเป็สิ่งที่เรียกว่า AI หรือโปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถคิดเองได้แต่พอคิดไปคิดมาถ้าเกิดไนกีกลายเป็ AI เหมือนพวกในภาพยนตร์ที่คิดจะยึดครองโลกขึ้นมาคงอันตรายน่าดู
แต่โลกแบบนี้คงไม่มีทางเป็ไปได้หรอก
.
.
.
.
หลังจากนั้นราว 5-6 ชั่วโมงต่อมาเป็ไปตามที่ไนกีบอกพริสทีนเห็นถนนอยู่ตรงหน้าแต่ทว่าก่อนจะไปถึงกลับมีรั้วไม้แหลมคมตั้งสูงเหมือนป้องกันไม่ให้มีสัตว์ร้ายบุกออกไปหรือไม่ก็อาจจะกันไม่ให้ผู้คนหลงเข้ามาในเขตต้องห้ามอย่างต้นไม้ใหญ่ที่ตนเคยอยู่
ไม่ว่าจะมองซ้ายหรือขวาก็หาทางลอดออกจากรั้วไม้นั่นไม่ได้นอกซะจากว่าปีนต้นไม้หรือว่ายน้ำ
พอคิดไปคิดมาจะว่ายทำไมในเมื่อตนเองก็ลอยน้ำได้
“เหอะๆๆ คิดมากทำไมนะเรา...”
ถอนหายใจก่อนจะะโลงแม่น้ำ เดินอ้อมผ่านไปจนถึงบริเวณถนนทางเดินจนเห็นว่าใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งมีป้ายบอกเส้นทางเลยรีบวิ่งไปอ่านทันที
“เอ.... ทิศเหนือขึ้นไปคือ ‘หมู่บ้านไร้นามของผู้ถูกขับไล่’ส่วนถ้าลงไปทางทิศใต้คือ ‘เมืองธาราเนีย’ ........ทำไมถึงเป็ผู้ถูกขับไล่ล่ะ...?”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : หมู่บ้านนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว500 ปีก่อน ซึ่งตอนแรกนั้นเป็หมู่บ้านธรรมดาทว่านับจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวจากการหลับไหลของเทพธิดาผู้ถูกคุมขังทำให้ชาวบ้านต่างหนีไปจากที่นี่กลายเป็หมู่บ้านร้างและไร้นาม หลังจากนั้น 200ปีต่อมาหมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็เหมือนหมู่บ้านสำหรับคนอพยพไร้ที่อยู่บ้างก็ถูกขับไล่ไม่มีที่ไป
“อ่ออออ....”ขานรับไปเล็กน้อย
ระหว่างเมืองธาราเนียที่ไม่รู้ว่าต้องเดินไปไกลมากแค่ไหนบางทีอาจจะเจอสัตว์ร้ายระหว่างทาง
กับหมู่บ้านไร้นามของผู้ถูกขับไล่ที่ค่อนข้างใกล้แค่มองไปก็เห็นกำแพงไม้ขวางทางเข้า
เด็กสาวยังคงลังเลว่าตนจะไปทางไหน อีกทั้งท้องฟ้ายามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็ยามราตรี่เวลาอันตรายของเหล่าสัตว์ร้ายในการออกล่า
“งั้น...ไปที่หมู่บ้านละกัน”