เรือนฝูหลาน
ภายในเรือนฝูหลานขณะนี้ยังมีสตรีผู้เป็เ้าของเรือนกำลังเอนกายพักผ่อนบนตั่งที่มีฟูกหนานุ่ม ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าสตรีในวัยเดียวกันนั้นราบเรียบจนไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกได้ จนกระทั่งที่หน้าประตูมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นริ้วอารมณ์จึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางอีกครั้ง “รีบไปดูเร็วเข้า นั่นใช่หลี่เส้าซือหรือไม่?”
“เ้าค่ะฮูหยินใหญ่” สาวใช้คนสนิทรีบไปเปิดประตูอย่างเร่งรีบ ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับบุรุษที่ฮูหยินเฝ้ารอคอย
“คารวะท่านแม่ขอรับ” หลี่เฉินเอ่ยขึ้นแล้วค่อยทำความเคารพมารดา
“กลับมาก็ดีแล้ว เ้าไม่อยู่ที่จวนรู้หรือไม่ว่าฮูหยินคนดีของเ้าก่อเื่งามหน้าอะไรเอาไว้บ้าง” ในตอนนั้นที่นางยอมให้บุตรชายแต่งนางเข้ามาเพราะอาเฉินบอกว่าเขาจะต้องรักษาชื่อเสียงของตระกูลเอาไว้ อีกทั้งเขายังยืนยันเป็อย่างดีว่ากู้ชิงเป็สตรีที่สามารถอบรมได้ แล้วดูสิ่งที่สะใภ้คนดีของนางทำตอนนี้สิ เช่นนี้ยังเรียกว่าเป็สตรีที่สามารถอบรมได้อีกหรือ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
ฝั่งของหลี่เฉินเมื่อได้ยินคำพูดของมารดาหัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันมุ่นอย่างคนกำลังใช้ความคิด “ลูกจะไปพูดคุยกับนางให้รู้เื่ขอรับ”
“เื่มาถึงขนาดนี้แล้วเ้ายังต้องพูดคุยอันใดกันอีก เพราะการเรียกร้องความสนใจจากเ้าของนางทำให้ตระกูลหลี่เกือบต้องโทษปะาแล้ว สตรีอัปมงคลเช่นนี้มีแต่ต้องหย่าถึงจะแก้ไขเื่ราวได้”
“หากเรามอบหนังสือหย่าให้กับนางตอนนี้ก็เท่ากับตระกูลหลี่ยอมรับว่าข่าวลือที่ผ่านมานั้นเป็เื่จริงนะขอรับท่านแม่”
“แล้วเ้าจะให้แม่ทำอย่างไร นางเป็สตรีโง่เขลาไร้ความคิด ปล่อยเอาไว้ให้อยู่ข้างกายของเ้าก็มีแต่จะพาให้ตระกูลหลี่พังพินาศเท่านั้น” หลี่ฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็ากว่าปกติ “หากพ่อเ้ากลับจากการตรวจราชการคราวนี้ แม่จะให้เขาจัดการเื่นี้อย่างเด็ดขาด”
หลี่เฉินนิ่งเงียบอยู่เช่นนั้นแต่ทว่าในสมองของเขากลับมีความคิดต่าง ๆ มากมาย เพราะบิดาของเขามีตำแหน่งเป็ถึงซ่างซูเสิ่งหรือเสนาบดีสำนักตรวจราชการจึงมีความเด็ดขาดอย่างมาก หากบิดารู้ว่าตระกูลหลี่เกิดเื่ร้ายแรงเช่นนี้เพราะฮูหยินของเขาเป็ต้นเหตุ ชีวิตของนางในตระกูลหลี่คงไม่ดีนัก
“ข้าต้องไปพูดคุยกับนางสักครั้ง อย่างน้อยตอนนี้นางก็ยังเป็ฮูหยินน้อยตระกูลหลี่อยู่ พวกเราจะได้รู้ว่าเหตุที่ทำเช่นนี้เป็เพราะนาง้าสิ่งใดกันแน่”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ฮูหยินก็แค่นเสียง ฮึ! ออกมาเบา ๆ อาเฉินนะอาเฉิน เื่แค่นี้ยังมองไม่ออก นังเด็กปิศาจนั่นจะ้าสิ่งใดอีกเล่านอกจากเรียกร้องความสนใจจากบุตรชายของนาง นางไม่น่าเลี้ยงดูอาเฉินให้คงแก่เรียนจนไม่สามารถตามมารยาของสตรีทันเช่นนี้เลย
เมื่อคิดได้ดังนั้นเจียงโหย่วโหยวก็ทำเพียงผ่อนลมหายใจออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เื่นี้ค่อยว่ากัน วันนี้แม่ส่งเทียบเชิญไปยังตระกูลเซี่ยเพื่อให้พี่น้องตระกูลเซี่ยมาเยี่ยมแม่บ้าง น่าเสียดายที่หนิงเอ๋อร์ติดไปวัดกับมารดาของนางจะกลับมาในอีก 7 วันข้างหน้าข้าจึงต้องรอไปอีกนานถึง 7 วัน อาเฉินไม่รู้ว่าอีก 7 วันเ้าจะมีเวลาว่างมาอยู่กับแม่หรือไม่?”
“่นี้ไม่มีงานสำคัญมากนักขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี” หลี่ฮูหยินเจียงโหย่วโหยวลอบยกยิ้มด้วยความพอใจ “อีก 7 วันเ้าก็มาหาแม่เถอะ อาหนานจะได้มีเพื่อนสนทนา”
ต้องรู้ด้วยว่าอาเฉินเป็บุตรชายคนเดียวที่นางได้มาด้วยความยากลำบาก ด้วยความเป็แม่จึงอยากมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา หากไม่ใช่เพราะอาเฉินเกิดเื่นางก็คงส่งแม่สื่อไปสู่ขอเซี่ยหนิงบุตรสาวของสหายสนิทมาเสียนานแล้ว
หนิงเอ๋อร์ของนางมีดีกว่าบุตรสาวตระกูลกู้ที่ตกต่ำลงทุกวันอยู่มากมายนัก อีกทั้งมีฐานะเป็บุตรสาวคนโตในภรรยาเอกของจงซูเสิ่งหรือเสนาบดีสำนักราชเลขานุการ คิดแล้วก็ให้เสียใจนักที่อาเฉินทำสตรีที่ดี ๆ เช่นนี้หลุดลอยไป
แต่มันจะหลุดลอยไปไม่นานนักหรอก
เพราะหลังจากนี้นางจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดสะใภ้ไร้ค่าที่ดีแต่สร้างเื่คนนี้ให้พ้นไปจากชีวิตบุตรชายของนางให้ได้
ด้านของหลี่เฉินเมื่อเห็นว่ามารดาบอกจุดประสงค์ออกมาอย่างชัดเจนเขาจึงเอ่ยขึ้น “ขอรับท่านแม่” จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วทำความเคารพมารดาอีกครั้ง “หากไม่มีอะไรแล้วลูกขอตัวไปที่เรือนฝูหลงก่อน หากว่าไม่สามารถพูดคุยกับนางได้จริง ๆ ลูกจะทำตามที่ท่านแม่้าขอรับ”
เมื่อเห็นว่ามารดาไม่กล่าวสิ่งใดออกมาอีกหลี่เฉินก็โค้งศีรษะให้มารดาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เรือนฝูหลงที่ภรรยาของเขาพักอาศัยอยู่
เรือนฝูหลง
ข่าวการกลับจวนของหลี่เฉินรู้มาถึงหูของกู้ชิงในเวลาต่อมา แทนที่หญิงสาวจะแสดงอาการดีใจนางกลับทำเพียงเลื่อนสายตามามองเสี่ยวเป่าเล็กน้อยก่อนจนกลับไปสนใจดอกไม้สดตรงหน้าราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“คุณหนู ท่านไม่ดีใจหรือเ้าคะ?” เสี่ยวเป่าเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ต้องรู้ด้วยว่าทุกครั้งที่คุณหนูรู้ข่าวว่าหลี่เส้าซือมาหานางจะต้องดีใจมากเสียจนลืมเื่ราวใกล้ตัวเสียจนหมดสิ้น
เหตุใดครั้งนี้?
“เขาจะมาหรือเขาจะไปเกี่ยวข้องอันใดกับข้า?” ดวงหน้างามยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึกขณะที่เอ่ยวาจานี้ออกมา
ตอนนี้อย่าว่าแต่เสี่ยวเป่าเท่านั้นที่แปลกใจเลย บุรุษที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินวาจานั้นของนาง แต่เพราะ้าพูดคุยกับนางให้รู้เื่เขาจึงปัดความรู้สึกประหลาดใจทิ้งไปแล้วจึงเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยที่คนภายในห้องยังไม่รู้ตัว
เป็เสี่ยวเป่าที่รู้สึกตัวคนแรก เด็กสาวรีบลุกขึ้นทำความเคารพเขาทันที “คารวะหลี่เส้าซือเ้าค่ะ”
“เ้าออกไปก่อน”
“เ้าค่ะ” เมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวเป่าจึงไม่คิดจะอยู่ต่ออีกเพียงก้าวเดียว สาวใช้ตัวน้อยหันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางเร่งรีบ ถึงแม้ว่าตนจะไม่เคยร่ำเรียนกับเส้าซือแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาเมื่อครู่นี้ช่างน่ากลัวนัก
เมื่ออยู่กันตามลำพังหลี่เฉินก็ลอบสังเกตภรรยาผู้นี้อย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าไม่พบกันแค่ไม่กี่เดือนนางจะเปลี่ยนไปไม่น้อย แววตาดูฉลาดเฉลียว กิริยาดูคล้ายจะอ่อนโยน แต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ที่เป็เ้าของแววตาฉลาดเฉลียวเช่นนี้จึงเป็ตัวการสร้างเื่ใหญ่ขนาดนี้ขึ้นได้
กู้ชิงรับรู้เป็อย่างดีว่าสามีกำลังลอบสังเกตนางอยู่ นางจึงตัดสินใจปล่อยให้เขามองจนกว่าจะพอใจ จนกระทั่งเวลา 1 ชั่วลมหายใจผ่านไปมือบางจึงละจากดอกไม้สดตรงหน้าแล้วลุกขึ้นเพื่อทำความเคารพต่อสามีตามธรรมเนียม
“กู้ชิงคารวะท่านพี่เ้าค่ะ ท่านพี่กลับมาเหนื่อย ๆ ข้าจะรินน้ำชาให้ท่านดื่มแก้กระหาย”
“ขอบใจ”
เมื่อสังเกตนางจนพอใจ หลี่เฉินก็กวาดตามองสิ่งของที่วางตั้งอยู่ในเรือนอย่างพิจารณา เครื่องเรือนบางชิ้นของที่นี่เก่ามากเสียจนไม่อาจสู้เครื่องเรือนที่บ่าวรับใช้มีได้ ดูเหมือนว่าท่านแม่จะไม่ชอบภรรยาของเขาเป็อย่างมากจนหาเื่กลั่นแกล้งนางเช่นนี้
ฝั่งของกู้ชิง ทันทีที่เห็นผู้เป็สามีนั่งลงเรียบร้อยนางก็รินชาใส่จอกแล้วเลื่อนไปด้านหน้า “ชาดอกเหมยเ้าค่ะ”
หลี่เฉินหยิบจอกชาขึ้นมาดื่มทันทีอย่างไม่คิดสิ่งใดมากนัก แต่ทันทีที่น้ำชาถูกริมฝีปากหัวคิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที “เหตุใดจึงขมเช่นนี้?”
“ขออภัยเ้าค่ะที่ข้าไม่มีชาดีไว้ต้อนรับท่าน ชานี้เป็ชาที่ข้าทำจากดอกเหมยเพื่อดื่มบรรเทาความอ่อนเพลียและปรับสมดุลของร่างกายเท่านั้น หากไม่ถูกปากท่านข้าภรรยาก็ต้องขออภัยต่อท่านพี่นะเ้าคะ”
วาจาของนางทำให้หลี่เฉินหันกลับมาพิจารณาใบหน้าของนางอีกครั้งทันที ถึงแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีกลิ่นอายบางอย่างไม่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เหมือนเดิมนั่นก็คือใบหน้าที่ซีดเซียวเพราะตกน้ำจนทำให้ร่างกายอ่อนแอที่เป็มาั้แ่ก่อนแต่งงานของนาง
“เ้าไม่มียากินหรือ?”
คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากสามีผู้เฉลียวฉลาดทำให้นางเกือบหลุดเสียงหัวเราะด้วยความสมเพชออกมาแล้ว ยาอันใดกัน แม้แต่อาหารดี ๆ มารดาของท่านยังไม่ยอมให้กิน “นี่ก็กลางยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.) แล้ว ท่านพี่จะกินข้าวที่เรือนของข้าก่อนดีหรือไม่เ้าคะ?”
เมื่อได้ยินคำถามของภรรยาชายหนุ่มก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างตอบรับ เพราะเขารู้ดีว่าั้แ่แต่งงานกันมาเขาไม่เคยอยู่กับนางตามลำพังเลยแม้แต่น้อย หวังว่าหลังจากกินข้าวมื้อนี้นางจะเลิกคิดสร้างเื่เดือดร้อนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาอีก