บทที่ 3 คุณแม่เลี้ยงคนสนิท
แต่ดูทุกคนเหมือนจะไม่ได้เข้ามาเพื่อดูดวงซะแล้วสิ พวกเขาแค่มาเผือกเื่ของเธอต่างหาก!
ผู้ใช้งาน : บ้าไปแล้ว นั่นมันผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ ด้วย! ฉันเพิ่งดูข่าวมาเมื่อกี้เอง เธอเป็แฟนของจางเฉิงเย่จริง ๆ เหรอ?”
ผู้ใช้งาน : จางเฉิงเย่บอกแล้วว่ารูปพวกนั้นมันตัดต่อ! นี่มันต้องเป็การเกาะกระแสชัด ๆ พอมีกระแสก็รีบมาไลฟ์เลย หิวแสงจริง ๆ พี่เฉิงเย่ของพวกเราโดนเธอทำร้ายจนแย่แล้ว!
ผู้ใช้งาน : ตามเขาไปถึงที่บ้าน จนเขาใกลัว คราวนี้ยังมีรูปคู่โผล่มาอีก น่ารังเกียจจริง ๆ
คอมเมนต์ในไลฟ์เต็มไปด้วยความคิดเห็นมากมาย ไล่ั้แ่คำด่า คำดูถูก ไปจนถึงคำถามเชิงเสียดสี จำนวนคนดูใกล้จะถึงหลักพันแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเื่ดูดวงเลยสักนิด
หญิงสาวจิบน้ำแล้วพูดขึ้นท่าทีสงบนิ่งว่า “วันนี้ฉันมาเปิดไลฟ์ดูดวงให้สามคน คนละ 2,000 หยวน คุยแค่เื่ดูดวงเท่านั้น ไม่คุยเื่อื่น”
พูดยังไม่ทันจบ ก็มีคนขอร่วมไลฟ์ในทันที
หญิงสาวที่วิดีโอคอลหาเธอ คือผู้ใช้งานที่ใช้ชื่อแอคเคาน์ว่า ‘คุณหนูเอาแต่ใจ’ เธออายุประมาณ 20 ปี ต้น ๆ แต่งตัวทันสมัยฉากหลังเป็ห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ดูก็รู้ว่าเธอเป็ลูกคนรวย
ซางเฟยหว่านถามเธอไปว่า “คุณอยากดูอะไรคะ เื่โชคลาภหรือเปล่า”
คุณหนูคนนั้นตอบกลับมาว่า “ฉันไม่ได้มาดูดวง ฉันแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในงานแฟนมีตติ้ง บอกมาซิ แล้วฉันจะให้ทิปเธอ”
“ไลฟ์นี้ดูดวงอย่างเดียว ไม่คุยเื่อื่น” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย “งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน หลังจากดูดวงเสร็จ ฉันจะตอบคำถามของคุณก็ได้”
คุณหนูคนนั้นหัวเราะออกมา “ฉันนึกว่าเธอจะยึดมั่นในหลักการซะอีก ที่แท้ก็อยากได้เงิน งั้นก็ได้ ฉันจะดูดวงครั้งหนึ่ง แต่ดูเสร็จแล้ว เธอต้องตอบคำถามทุกอย่างของฉันด้วยนะ”
สองพันหยวนสำหรับคนทั่วไปถือว่าแพง แต่คุณหนูคนนี้ฐานะร่ำรวยเงินติดกระเป๋าเดือนละหลายหมื่นหยวน การใช้เงินไม่กี่พันหยวนเพื่อแลกกับเื่ซุบซิบนินทาถือว่าไม่ได้มากมายอะไร
ซางเฟยหว่านกล่าวว่า “ถึงตอนนั้น ถ้าเธอยังมีอารมณ์ฟังอยู่ ฉันจะตอบให้สมใจอยากเอง”
คุณหนูเอาแต่ใจไม่ได้จับความนัยลึก ๆ ในคำพูดของเธอ หญิงสาวเพียงแค่พึมพำออกมาว่า “แต่ว่าตกลงกันก่อนนะ ถ้าทำนายไม่ถูก ฉันจะไม่ให้เงิน”
ซางเฟยหว่านกล่าวว่า “สามารถทำนายก่อนแล้วจ่ายเงินทีหลังได้”
คุณหนูเอาแต่ใจอยากจะเห็นสตรีมเมอร์ขายหน้า จึงเอ่ยว่า “งั้นทายดวงการเงินแล้วกัน วันนี้เป็วันที่ฉันจะได้รับเงินค่าขนม เธอช่วยทายหน่อยสิว่าฉันจะได้เงินเท่าไหร่”
เธอไม่เชื่อเื่การดูดวงอยู่แล้ว คิดว่าสุดท้าย ซางเฟยหว่านก็น่าจะพูดตัวเลขมั่ว ๆ ออกมาหลอกให้ผ่าน ๆ ไปเท่านั้น
แต่จำนวนเงินค่าขนมที่พ่อของเธอให้มานั้นเป็จำนวนที่สูงเป็พิเศษ คนทั่วไปเดาไม่ถูกอย่างแน่นอน
ซางเฟยหว่านเหลือบมองใบหน้าของหญิงสาวผ่านจอมือถือ จากนั้นจึงพูดตัวเลขออกมาอย่างใจเย็น “0 หยวน”
“หา!”
คุณหนูเอาแต่ใจหัวเราะลั่นออกมาในทันที “ฉันบอกแล้วไงว่า ถึงจะแต่งเื่ขึ้นมาก็อย่าเดามั่วสิ 0 หยวนเนี่ยนะ ฮ่า ๆ ๆ ... บอกตรง ๆ เลยนะ พ่อฉันน่ะรักฉันมาก เงินค่าขนมของฉันเยอะกว่าเงินเดือนของพนักงานบริษัททั่วไปอีกนะ เธอกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่า 0 หยวน อันที่จริงทายสุ่ม ๆ ว่าหนึ่งหมื่น หรือสองหมื่นยังจะดีกว่าอีก!”
ซางเฟยหว่านกล่าวอย่างใจเย็นและสุขุมว่า “เงินค่าขนมของเธอทุก ๆ เดือนคือ 88,888 หยวน และคืนนี้ก็น่าจะเป็วันที่เธอได้รับเงินค่าขนมรายเดือน แต่หลังจากนี้เธอจะต้องทะเลาะกับพ่อของเธอ พ่อของเธอจะโกรธและหยุดให้เงินค่าขนมเธอ ดังนั้นเงินค่าขนมของเดือนนี้จึงเป็ 0 หยวน”
ผู้ใช้งาน : ฮ่า ๆ ๆ ๆ... ฉันขำจนแทบบ้าแล้ว ใครกัน? พ่อคนไหนให้เงินค่าขนมเป็เลขแปดเรียงกันแบบนั้น แล้วยังอุตส่าห์แต่งเื่ได้เป็ตุเป็ตะ
ผู้ใช้งาน : แหงสิ! เธอต้องเป็พวกนักต้มตุ๋นหวังเอาเงินจากจางเฉิงเย่แต่ไม่สำเร็จ สมองเลยกลับกลายเป็พวกหลอกลวงต้มตุ๋นไปซะแล้ว
ผู้ใช้งาน : คุณหนูเอาแต่ใจ ถ้าคืนนี้เธอไม่ทะเลาะกับพ่อ เธอก็ยังจะสามารถรักษาเงินค่าขนมของเธอไว้ได้นะ
ผู้ใช้งาน : ฉันไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเื่ของจางเฉิงเย่หรอกนะ ฉันแค่อยากรู้ว่าคำโกหกของเ้าของห้องไลฟ์เนี่ยว่ามันจะถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ รอติดตามอยู่!
บนหน้าจอก็เต็มไปด้วยข้อความเยาะเย้ยถากถาง
มีเพียงแต่คุณหนูเอาแต่ใจคนนั้นเท่านั้นที่สีหน้าเปลี่ยนไป
88,888 หยวน จริง ๆ แล้วมันคือจำนวนเงินค่าขนมของเธอในแต่ละเดือน
พ่อของเธอทำธุรกิจ เขาเชื่อเื่โชคลางเกี่ยวกับตัวเลข โดยเฉพาะเลขแปด ดังนั้นทุก ๆ เดือน เงินค่าขนมที่เขาให้เธอจึงเป็เลขแปดห้าตัว
เ้าของห้องไลฟ์สดคนนี้ทายถูกได้ยังไงกัน!
ไม่สิ ต้องเป็การเดามั่วแน่ ๆ!
คุณหนูเอาแต่ใจเป็ลูกสาวคนเดียว คุณพ่อรักและตามใจเธอมาก เื่ที่จะตัดเงินเธอเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ทำให้พ่อไม่พอใจเด็ดขาด
“หึ รอดูซิว่าแกจะแก้ตัวยังไง!”
ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านของคุณหนูเอาแต่ใจก็เปิดออก ตามมาด้วยเสียงชายใจดีเอ่ยว่า “ลูกสาวคนเก่งของพ่อ พ่อกลับมาแล้ว!”
คุณหนูเอาแต่ใจรีบหันไปมอง แต่กลับพบว่าคนที่กลับมาไม่ใช่แค่พ่อของเธอเท่านั้น แต่ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย
ผู้หญิงคนนี้เธอรู้จักดี เป็ทั้งเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสนิทของเธอ
ครอบครัวของเพื่อนสนิทเธอไม่ค่อยมีฐานะ ่เรียนมหาวิทยาลัย คุณหนูเอาแต่ใจจึงเป็คนออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ แถมยังคอยพาเธอมาเที่ยวบ้านอยู่บ่อย ๆ
แต่ในตอนนี้ ผู้หญิงที่เคยเดินควงแขน กินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้งด้วยกัน กลับเกาะแขนพ่อของเธออย่างสนิทสนม
คุณหนูเอาแต่ใจถึงกับพูดไม่ออก “นี่... นี่มันเื่อะไรกัน?”