หลังจากนี้ไรท์จะเปลี่ยนเป็เรียกเหลียงหนิงฮวาแทนปรายฟ้านะค่ะแล้วจะเรียกตัวละครอื่นๆแค่ชื่อนะค่ะ
หลังจากที่หนิงฮวานอนทำใจได้ซักพักก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้อง เป็ท่านปู่กับน้องชายของนางเองที่ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กในห้องเลยเดินเข้ามาดู
"ฮวาเออร์เ้าฟื้นแล้ว เ้าเป็อย่างไรบ้าง เ็ปตรงไหน หรือไม่สบายตรงไหนรีบบอกปู่คนนี้เร็วเข้า จินเออร์เ้ารีบไปเอาข้าวต้มกับยาต้มมาให้พี่สาวเ้าทานเร็วเข้า" หลังจากดีใจที่หลานสาวคนรองฟื้นหนิงเทียนก็รีบสอบถามอาการของหลานสาวจนเ้าตัวตอบไม่ทันแล้วยังไม่รอคำตอบรีบหันกลับไปบอกให้หลานชายคนเล็ดออกไปเอาข้าวต้มพร้อมกับยาต้มมาให้หลานสาวทาน
"ขอรับท่านปู่จินเออร์จะรีบไปเอามาให้พี่รองทานเดี๋ยวนี้ขอรับ" รับคำเสร็จเด็กน้อยก็รีบวิ่งออกจากห้องไปเอาข้าวกับยามาให้พี่สาวของเขาทาน
"ท่านปู่เ้าคะ ข้าหลับไปกี่วันแล้วเ้าคะ แล้วท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่เล่าเ้าคะไปไหนกันหมด" หนิงฮวาถามท่านปู่หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว
"เ้าหลับไปสามวันเต็มๆ จนปู่และคนอื่นๆเป็ห่วงเ้าจนแทบจะไม่ได้ทำอะไรกันเลยเพราะเป็ห่วงเ้า แต่วันนี้พ่อเ้าต้องเข้าป่าไปหาของป่ากับล่าสัตว์มาขายเพื่อนำเงินไปซื้อยามาให้เ้า ส่วนแม่กับพี่สาวเ้าก็ไปรับจ้างซักผ้าอยู่ในหมู่บ้าน เดี๋ยวพวกเขาก็คงใกล้จะกลับมาแล้วละ" หนิงเทียนตอบคำถามหลานสาวไปด้วยพร้อมกับสำรวจอาการหลานสาวไปด้วย
"ข้าวกับยามาแล้วขอรับพี่รอง"หนิงจินร้องบอกพี่สาวในระว่างที่ยกข้าวกับยาเข้ามาภายในห้อง
"ขอบใจเ้ามากนะจินจิน" ว่าแล้วนางก็ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับน้องชายของนางพร้อมกับสำรวจจินจินน้อยของนางไปด้วย หนิงจินนั้นมีใบหน้ารูปไข่ คิ้วเข้มเป็เส้นตรงดวงตากลมโตรับกับจมูขที่เชิดขึ้นเล็กน้อยปากกระจับอมชมพูกับพวงแก้มที่ถ้าได้ทานของดีๆซักหน่อยน่าจะกลมเหมือนซาลาเปาแน่นอน ส่วนผิวนั้นก็ขาวเนียนรับกับเรือนผมสีดำน้ำหมึกของเ้าตัวถึงแม้จะคล่ำแดดบ้างแต่โดยรวมก็คือเป็เด็กที่หน้าตาจัดว่าน่ารักั้แ่เด็กๆเลย เสียอย่างเดียวตัวผอมแห้งไปมากเหมือนเด็กขาดสารอาหารมองแล้วช่างทำให้นางปวดใจยิ่งนัก
ส่วนคุณปู่ของนางท่านเป็ชายวัยห้าสิบกว่าๆแต่ยังดูมีเค้าโครงความหล่อเหลาอยู่ไม่น้อย มองแล้วรู้เลยว่าตอนหนุ่มๆท่านต้องหล่อเหลามากและเป็ที่หมายปองของสาวๆอย่างแน่นอน ไหนจะรอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับบนใบหน้าอยู่ตลอดเวลานั้นอีก แต่ร่างกายท่านกลับซูบผอมเหมือนกับไม่ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า ก็อย่างว่าแหละก็บ้านนางยากจนเกินไปข้าวก็แทบจะไม่มีกรอกหม้อบางวันก็ต้องเก็บผักป่ามาต้มกินแทนข้าวคิดแล้วก็ทำให้นางรู้สึกปวดใจเหลือเกิน
"ไม่เป็ไร นับจากนี้ไปข้าหนิงฮวาคนใหม่จะเลี้ยงพวกท่านให้อยู่ดีกินดีเอง" นางได้ตั้งปณิธานไว้ในใจแล้วว่าเกิดใหม่คราวนี้นางได้มีครอบครัวแล้วนางจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุดให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้
"ฮวาเออร์ฟื้นแล้วหรอลูก แม่ดีใจยิ่งนัก" เมื่อหนิงลี่กลับมาจากไปรับจ้างซักผ้าก็รีบตรงดิ่งเข้ามายังห้องของบุตรสาวคนรองที่นอนหลับไม่ได้สติมาสามวันเต็มๆด้วยความเป็ห่วงพอเข้ามาพบว่าบุตรสาวของนางฟื้นแล้วนางก็รีบโถมเข้าไปสวมกอดพร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครื่อ และหยาดน้ำตาที่คลออยู่รอบดวงตาด้วยความดีใจที่ในที่สุดบุตรสาวของนางก็ฟื้นซักทีสามวันมานี้เห็นบุตรสาวนอนหลับไม่ได้สติอยู่แต่บนเตียงนอนเก่าๆก็ยิ่งทำให้นางปวดใจ
"เ้าค่ะท่านแม่ ข้ากลับมาหาพวกท่านแล้ว" นางตอบท่านแม่ของนางด้วยความรู้สึกดีใจและยินดีเป็อย่างมากเพราะครอบครัวนี้รักนางมากและทุกคนก็เป็ห่วงนางมากเช่นกัน แล้วนางก็ได้สังเกตุเห็นใบหน้าที่ดูซีดเซียวเพราะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอของท่านแม่ของนางแต่ถึงจะมองยังไงท่านแม่ของนางก็ยังคงความงดงามไว้ไม่เปลี่ยนทั้งใบหน้าที่หวานดวงตาเรียวสวยรับกับแผงขนตาที่ยาวงามจมูกเชิดเล็กน้อยกับปากที่ดูซีดเซียวขาดการบำรุงส่วนเรือนผมสีดำยาวที่ถูกรวบไว้แบบง่ายๆแต่โดยรวมคือเป็หญิงงามคนนึงเลยก็ว่าได้
"น้องรองเ้าฟื้นแล้วพี่ดีใจยิ่งนัก ฮือ " หนิงเซียนรีบโถมเข้ามาสวมกอดน้องสาวด้วยความปลาบปลื้มยินดีที่น้องสาวของนางนั้นฟื้นขึ้นสติมาจนทำให้นางร้องไห้โฮออกมาด้วยความยินดียิ่ง
"เ้าค่ะพี่ใหญ่ ท่านหยุดร้องไห้ก่อนเถิดเ้าค่ะ ดวงตาของท่านแดงช้ำไปหมดแล้วนะเ้าคะ" นางกล่าวกับพี่สาวด้วยน้ำเสียงปลอบโยนและดีใจยิ่งนักที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่รักกันมากถึงเพียงนี้ ส่วนพี่สาวของนางนั้น โหบอกเลยถ้าโตเป็สาวกว่านี้คงจะงดงามไม่แพ้หญิงสาวในเมืองหลวงอย่างแน่นอน
เพราะพี่สาวของนางนั้นเป็หญิงสาวที่มีรูปร่างสูงเพรียวใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่คิ้วเรียวสวยรับกับดวงตาที่ดูหวานฉ่ำอยู่ตลอดเวลาแผงขนตารึก็งอนงามจมูกเชิดนิดๆเข้ากับริวฝีปากที่ดูอมชมพูเรือนผมสีดำน้ำหมึกสลวยตัดกับผิวกายที่ขาวอมชมพูอยู่ตลอดเวลาทำให้เวลามองแล้วช่างดูเพลิดเพลินไปกับความน่ารักอ่อนหวานนี้ยิ่งนัก "ให้ตายเถอะทำไม่พี่ใหญ่ถึงดูน่าถนุถนอมขนาดนี้นะ ถ้าข้าเป็บุรุษนะจะมาเกี่ยวพานางอย่างแน่นอน" นางพึมพำในใจอย่างเสียไม่ได้กับรูปร่างหน้าตาของพี่สาวนาง
ไออุ่นที่ไร้รูปร่างที่ไม่อาจจะบรรยายได้เอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจที่ด้านชาของนางทีละน้อย เพราะนางเมื่อชาติก่อนนั้นหาได้รู้จักกับคำว่าครอบครัวไม่ นางเป็เด็กกำพร้าที่ถูกสถานสงเคราะห์รับเลี้ยงและได้ดิ้นรนจนได้รับทุนเรียนฟรีจนจบปริญาตรี
อีกทั้งยังได้เรียนในด้านต่างๆในการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จ ชีวิตของนางกำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของการทำงานแต่นางดันมาตายก่อนที่จะได้ทำงาน เลยทำให้นางยังไม่ได้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดมาใช้ทำอะไรเลย แต่ไม่เป็ไรนางจะนำมาใช้ที่นี้เองนางจะต้องทำให้ครอบครัวนี้ของนางรวยให้ได้