ตอนที่3 ตกลงกันใหม่
@สนามบินภูเก็ต
เมื่อปกป้องและขวัญเอยเดินทางมาถึงก็มีคนของทางบริษัทขับรถมารับทั้งสองไปยังที่พักที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้สำหรับท่านผู้บริหารระดับสูง ตามที่ได้ตกลงกับพี่ชายเอาไว้
"คุณปกป้องใช่มั้ยครับ"
"ใช่ครับ"
"รถอยู่ทางด้านโน้น เชิญครับ"คนขับรถช่วยถือกระเป๋านำหน้าไปให้หนึ่งใบ
"ป่ะเอย" ปกป้องช่วยเธอลากกระเป๋า ส่วนมือของเขาอีกข้างที่ยังว่างรีบคว้ามือของเธอจับเอาไว้ เนื่องจากที่นี่ผู้คนค่อนข้างแออัด เพื่อที่จะพาเดินไปด้วยกันได้สะดวกขึ้น
"เราเดินเองได้" แต่ขวัญเอยกลับปฏิเสธไม่ให้จับ
"ฮื่อ..." เสียงคำรามในลำคอ ปกป้องรู้สึกขัดใจนิดหน่อยเขาไม่ยอมปล่อยมือ แล้วเลือกที่จะจับกระชับให้แน่นขึ้นไปอีกจากนั้นจึงพาเธอเดินตามไป
ทั้งสองกำลังจะเข้าไปนั่งในรถปกป้องให้เธอขึ้นไปนั่งก่อน ส่วนเขาก็ตามเธอขึ้นไปนั่งอยู่ที่เบาะด้านข้างเขาไม่ได้นั่งธรรมดา นั่งชิดจนเธอรู้สึกอึดอัด
"นั่งดีๆสิ นายจะมาเบียดเราทำไม" เธอไม่เข้าใจ!
ทุกอย่างที่ปกป้องกำลังปฏิบัติกับเธออยู่ตอนนี้นั้นเขากำลังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขากับเธอเป็มากกว่าเพื่อนเพื่อให้ความสัมพันธ์ของเราค่อยๆเดินไปจนถึงจุดที่เธอ้าในแบบค่อยๆเป็ค่อยๆไป
"ถ้าเธอรู้สึกแบบที่พูดจริงๆ เราว่าหลักสูตรนี้คงอีกยาวไกล"เขายอมเขยิบออกให้ แต่คำพูดของเขา ขวัญเอยไม่เข้าใจ
"หมายความว่าอะไร" เกมสอนรักครั้งนี้ปกป้องเริ่มนึกสนุก ก็อย่างที่บอกว่าเขาเคยแอบชอบเธอเพราะฉะนั้น เขาจะไม่รีบ เขาอยากดึงเกมนี้ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้นั่นก็หมายความว่าเธอต้องอยู่กับเขาไปอีกนาน
"ถึงก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน" ในรถตอนนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยเขาไม่สะดวก
รถตู้ที่ขับมารับทั้งสองคนค่อยๆเคลื่อนออกไปตามท้องถนนสักครู่รถคันที่นั่งมาก็ได้ขับเข้ามาจอดที่บ้านพักหลังใหญ่ติดชายทะเลบรรยากาศดี
"ถึงแล้วครับ นี่เบอร์ผมครับถ้าคุณปกป้องอยากจะออกไปไหนสามารถโทรเรียกผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ่เช้าผมจะมารับคุณตามเวลานะครับ"
"ครับ" ทั้งสองลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าของตัวเอง จากนั้นรถคันที่ขับมาส่งก็ได้เคลื่อนออกไป
"ป่ะ เข้าบ้านกัน" เธอยังคงยืนเฉย ไม่ยอมก้าวขาตามไปคล้ายกับกำลังทำใจ ในใจของเธอกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ปกป้องรู้สึกว่าเธอไม่ได้เดินตามมา เขาจึงหันหลังไปมอง
"มาสิ...เปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้วมั้ง" พูดจบก็เดินกลับมาคว้าข้อมือของเธอแล้วพาเดินเข้าบ้าน
บ้านพักหลังนี้ค่อนข้างกว้างขวางด้านหน้าเป็กระจกบานใหญ่ หันหน้าลงทะเล น้ำทะเลสีเขียวใสสุดลูกหูลูกตาคลื่นลมทะเลพัดเข้าฝั่งถูกกระทบผิวทำให้รู้สึกเย็นสบาย
"ด้านในสวยจังเลยเนอะ บ้านหลังใหญ่แต่ทำไมมีห้องนอนแค่ห้องเดียว"ประโยคนี้ของเธอเหมือนว่าเธอจะพูดคนเดียว แต่คนที่ได้ยินกลับถอนหายใจออกมายาวๆ
"อะไรกัน...อย่าบอกนะว่าเอยจะนอนแยกห้องกับเรา"คำถามของเขาทำให้เธอเม้มปากแน่น ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า...เธอมาที่นี่ทำไม
ภายในบ้านหลังนี้มีห้องนอนหนึ่งห้องห้องน้ำในตัวโซฟาตัวใหญ่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนสามารถนอนได้ถัดออกไปด้านหลังมีห้องครัวให้และโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆสำหรับสองคนด้านหน้าบ้านด้านนอกสามารถนั่งรับลมเย็นๆยามค่ำคืนได้ ค่อนข้างโรแมนติกและที่สำคัญบ้านหลังนี้มีความเป็ส่วนตัวมากๆ ไม่ได้อยู่ติดกับบ้านหลังอื่นๆเลย
"นั่งลง เรามีเื่ต้องคุยกัน" ปกป้องใช้ฝ่ามือของเขาทั้งสองข้างจับหัวไหล่มนของเธอแล้วพามานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่กลางบ้านทุกครั้งที่เขาได้ััหรือได้แตะเนื้อต้องตัวของเธอเขารู้สึกได้ถึงความระแวดระวัง จะพูดว่าหวงตัวก็ไม่เชิง มันบอกไม่ถูก แต่รู้สึกได้ว่าเธอมีความสะดุ้งนิดๆ
"คุยอะไร..."
"คุยอะไรคะ" เขาอยากให้เธอพูดเพราะๆกับเขาปกป้องเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบให้ผู้หญิงพูดเพราะๆหวานๆด้วยซึ่งตัวเขาเองก็เป็คนพูดดีอยู่แล้ว ยกเว้นตอนด่าลูกน้องเื่งาน
"ทำไมล่ะ" เธอไม่เข้าใจ เมื่อก่อนพูดแบบไหนเธอก็อยากพูดเหมือนเดิม...มันไม่ชิน!
"ถ้าเธอ้าให้เราช่วยเธอเื่นั้น ก่อนอื่นเลยเธอต้องเลิกมองเราเป็เพื่อนให้ได้ก่อนเพราะเพื่อนจะไม่มีวันทำกับเพื่อนแบบนั้น"น้ำเสียงเรื่อยๆพูดพร้อมกับมองใบหน้าสวยหวานของเธอไปด้วย
"เกี่ยวด้วยเหรอ"
"เกี่ยวด้วยเหรอคะ" สอนไม่รู้จักจำ!
"เกี่ยวด้วยเหรอคะ" ในที่สุดเธอก็ยอมพูดมีหางเสียงกับเขาถึงในใจจะรู้สึกไม่ค่อยชินเลยก็ตาม
"เกี่ยวครับ และที่สำคัญเรากำลังรู้สึกว่าเธอโคตรหวงตัวเลย"จับนิดจับหน่อยเธอก็สะดุ้ง
เขาคิดว่าการที่เธอถูกผู้ชายปฏิเสธบ่อยๆเป็เพราะท่าทางของเธอนี่แหละซึ่งเขาคิดว่าผู้หญิงที่มีอาการแบบนี้ไม่ได้เต็มใจหรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งว่าเธอกลัวสาเหตุน่าจะเกิดจากเพราะเธอยังไม่ได้รู้สึกต่ออีกฝ่ายถึงขั้นที่จะมีอะไรกันได้
"ก็ไม่นี่" เธอปฏิเสธ
"เอย...เราว่าเธอคงไม่รู้ตัวเองมากกว่า" พูดจบประโยคเขาจึงเลือกที่จะขยับก้นเข้าไปนั่งชิดติดกับเธอทันใดนั้นก้นงอนงามของเธอก็ขยับออกทันที
"นั่นไง เธอกลัวเราเหรอ หรือว่ารังเกียจ"คิ้วเข้มๆของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่น้ำเสียงก็ยังคงเดิมอยู่
"ไม่...ไม่ใช่นะป้อง คือเราไม่ชินน่ะ" ขวัญเอยรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันทีแล้วรีบขยับก้นเข้าไปนั่งที่เดิม
"เอาเถอะไม่เป็ไร แล้วแต่เธอ" ในเมื่อเธอเป็แบบนี้หน้าที่ที่ต้องทำให้เธอเลิกกลัวคงต้องเป็หน้าที่ของเขาเองซะแล้ว
"หิวมั้ย เราออกไปหาอะไรกินกันมั้ย"ความไว้เนื้อเชื่อใจคงเป็ข้อแรกที่เขาต้องทำ เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเกร็งจนเกินไป
"ไปยังไง" เนื่องจากที่บ้านหลังนี้ไม่มีรถสักคัน
"เดิน..." เดินออกไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย
"อือได้"
"ไปกันเลยมั้ยครับ"
"ป่ะ"
"ไม่เอาพูดใหม่...ไปค่ะ"
"ไปค่ะ...นี่นายกำลังจะสอนมารยาทให้เราด้วยเหรอเนี่ย"ว่าแล้วทั้งสองก็พากันเดินออกไป
"คิดซะว่าเป็หลักสูตรแถมก็แล้วกัน เราชอบผู้หญิงพูดเพราะๆน่ะ"
"นายมีผู้หญิงเยอะแบบในข่าวจริงๆเหรอ"
"มาที่นี่เราจะไม่พูดถึงคนอื่นนะครับ" เื่อะไรจะตอบ!
"เราไม่ได้แย่งนายมาจากผู้หญิงของนายใช่มั้ย เราอาจจะโดนตบเอาได้ก็เลยอยากรู้"
"ผู้หญิงพวกนั้นเราจ่ายเงินเป็ครั้งน่ะ ไม่ผูกมัด เธอสบายใจได้"
"แม่นายไม่ด่าเหรอ"
"จะไปเหลือเหรอ ด่าจนไม่อยากจะก้าวขาเข้าบ้านแล้วเนี่ย"
"คิก คิก"
"ขำอะไร"
"ขำนายไง"
"เราไม่อยากให้เธอเรียกเราว่านายเลย มันฟังดูยังไงก็ไม่รู้"
"นายนี่เื่มากเนอะ อยากให้เราเรียกว่าอะไร ว่ามา..."
"พี่" ไม่เอา!!...เธอค้านในใจเสียงดัง
"ได้ยังไง เราอายุเท่ากันนะ"
"เธออ่อนกว่าเราตั้งหลายเดือน"ประโยคนี้ทำให้เธอชะโงกหน้าไปมองหน้าเขาทั้งๆที่ขาก็กำลังเดินตามทางไปเรื่อยๆ
"เดี๋ยวนะ! นายจำเดือนเกิดเราได้ด้วยเหรอ" ไม่ได้จำได้แค่เดือนเขาจำวันเกิดเธอได้ด้วย ขาดแค่เวลาเกิด ไม่งั้นก็เอาไปดูดวงได้แล้ว
"ถ้างั้นเรียกเราว่าเธอ เธอ เธอ เรา เรา เป็ไง"
"แบบนี้ดีกว่า แต่เธอยังไม่ได้ตอบเราเลยนะว่าเธอจำเดือนเกิดเราได้ด้วยเหรอ"
"เราหัวดี จะทำไม" เขาแถ ใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
"ชิ...เดินมาไกลแล้วร้านนี้ดีมั้ย"
"ร้านนี้ดีมั้ยคะ"
"ก็ได้ค่ะ ร้านนี้ดีมั้ยคะ"
"ครับ"
"เื่มาก..." ขวัญเอยบ่นมุบมิบอยู่ในลำคอ แต่คนข้างๆเขาหูดีได้ยินหมดแหละเพราะอยู่ใกล้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแอบอมยิ้มบางๆอยู่ตลอดเวลา
"เธอเอาอะไรสั่งเลย เราจ่ายเองตลอดทริปนี้ของเรา"
"ได้ยังไง เรามารบกวนเธอนะ ค่าอาหารเราจ่ายเองแล้วกัน"
"ไม่ได้ ผู้ชายดีๆที่ไหนให้ผู้หญิงจ่ายค่าอาหารให้ เราไม่ยอม"
"ผู้ชายดีๆ นายกล้าชมตัวเองเนอะ" ขวัญเอยขำออกมาเสียงดังแต่คนถูกล้อเขาไม่ขำด้วย เพราะเธอกำลังด่าเขาทางอ้อมถึงแม้ว่ามันจะเป็แค่การแซวก็ตาม
"อ่ะๆก็ได้ เธอจ่าย พอใจแล้วนะ ยิ้มก่อนสิ" และแล้วเขาก็ยิ้มให้เธอ
"ปกป้อง" เขาเงยหน้ามองใบหน้าของเธอนิ่งๆกำลังรอฟังคำถาม
"เราทำอาหารไทยเก่งนะ เธออยากลองชิมมั้ย"
"ลำบากเปล่าๆไม่ต้องหรอก ซื้อกินเอาเถอะ"
"ไม่เลย อยู่ที่เยอรมันบ้านเราเปิดร้านอาหารไทย เราชอบทำอาหาร เธอสนใจให้เราเป็แม่ครัวทำอาหารให้เธอทานได้มั้ย...คะ"คำสุดท้ายของเธอที่เหมือนว่าจะเกือบลืม แต่เธอก็ยอมพูดนั่นจึงทำให้เขายิ้มออกมาและยอมถ้าเธอ้าแบบนั้นจริงๆ
"เมนูค่ะ" พนักงานของร้านเดินมายื่นเมนูให้ทั้งสองสั่งอาหารรับประทานกัน พออิ่มแล้วก็เดินกลับบ้านพักระยะทางใกล้ๆประมาณสามร้อยเมตรเอง