กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 บทที่ 148 ลานประลองยุทธ์

    บทที่ 148 ลานประลองยุทธ์

            นี่คือลานประลองยุทธ์ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองชุยเสวี่ยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

            ฉู่อวิ๋นมาที่นี่พร้อมกับตระกูลเสวี่ยในฐานะคนป่า “อวิ๋นชู”

            ก่อนจะเข้าไปในลาน พวกเขาได้ยินเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังมาจากข้างใน

            กระทั่งได้กลิ่นเลือดที่โชยแผ่วมาตามลม

            แน่นอนว่าฉู่ซินเหยาสวมผ้าโปร่งปิดหน้า เดินไปพร้อมกับทุกคน

            วันนี้ นางสวมเสื้อคลุมสีเหลืองอ่อน ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์ผมสีดำสลวยปลิวไสวไปข้างหลัง กลิ่นอันหอมหวานที่ลอยตามสายลมดึงดูดสายตาที่ร้อนแรงมากมาย

            และข้างๆ นาง มีสาวใช้สองนางที่มีใบหน้าเคร่งขรึมขนาบไว้ตามคาดซึ่งทั้งสองคนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง

            ไม่เพียงเท่านั้น จากคำเตือนของโยวกู่จือ ทำให้ฉู่อวิ๋นพบว่ามีผู้แข็งแกร่งบางคนแฝงตัวอยู่ในความมืดดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่แอบมาปกป้องฉู่ซินเหยาอย่างลับๆ

            ระหว่างทาง ฉู่ซินเหยาก็เดินไปเรื่อยๆ ตามปกติ ไม่ค่อยสนใจคนอื่นมากนัก

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณชายชุยเสวี่ยพยายามคุยกับนาง นางตอบรับเขาเพียงคำสองคำนั่นทำให้เสวี่ยหานเฟยอับอายไม่น้อย

            ฉู่ซินเหยารู้ว่าฉู่อวิ๋นจะจัดการทุกอย่างได้อย่างดีและสิ่งที่นางต้องทำคือต้องไม่เป็นตัวถ่วงเขา

            สำหรับฉู่อวิ๋น หลังจากสบตากับฉู่ซินเหยาไม่กี่ครั้งเขาก็แสร้งทำเป็นสงบและเริ่มเตรียมม้วนผนึกเพื่อก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่

            วันนี้ คือวันตัดสินชะตาชีวิต

            เพราะหากล้มเหลวก็ตายสถานเดียว

            ลานประลองยุทธ์เป็นลานจัตุรัสขนาดใหญ่ ที่นั่งแบ่งออกเป็นหลายชั้นที่สร้างจากหินสีเทาตรงกลางจัตุรัสมีเวทีต่อสู้ขนาดใหญ่หลายแห่งที่นักรบจะมาปะทะฝีมือกัน

            พวกเขาขึ้นมานั่งที่ชั้นสามซึ่งมีมุมมองกว้างขวาง ไร้สิ่งใดบดบังสายตาทั้งยังเป็นที่โล่งกว้าง แน่นอนว่ามีเพียงคนที่มีสถานะสูงส่งเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้

            “คุณหนูฉู่ ทำไมวันนี้ถึงได้สนใจมาดูลานประลองยุทธ์เล่า?” เสวี่ยหานเฟยถามฉู่ซินเหยาอย่างสุภาพ พร้อมโบกพัดขนนกไปด้วย

            “สนุก”

            ฉู่ซินเหยาตอบกลับมาสองคำเบาๆ สีหน้าของนางดูเย็นชาไม่แม้แต่จะมองเสวี่ยหานเฟยด้วยซ้ำ

            “ฮะ... ฮ่าๆ... สนุกก็ดีแล้ว...”

            รอยยิ้มของเสวี่ยหานเฟยแข็งทื่อ กล่าวได้ว่าเสียหน้า เขาไม่เข้าใจจริงๆเขามีภูมิหลังลึกซึ้ง ฐานะสูงส่ง และเป็นคนที่โดดเด่นในหมู่รุ่นเยาว์เหตุใดคนงามอันดับหนึ่งจึงไม่สนใจเขากัน?

            คุณชายชุยเสวี่ยไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            ยามนี้ เสวี่ยหรูเยียนก็ตามติดฉู่อวิ๋นอย่างใกล้ชิดดวงตาของนางเต็มไปด้วยความดีใจ “คุณชายอวิ๋นนี่คือลานประลองยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองชุยเสวี่ย”

            “ถ้าต้องการ ท่านสามารถใช้กระบี่หิมะย่ำรุ้งที่ข้าให้ท่านไปร่วมสนุกได้ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องชนะแน่”

            หลังจากพูดจบ เสวี่ยหรูเยียนก็เผยรอยยิ้มแสนหวาน ทำให้ฉู่อวิ๋นรู้สึกงุนงงมาก

            ระหว่างทาง เสวี่ยหรุเยียนไม่ผละออกจากฉู่อวิ๋นเลย พฤติกรรมของนางเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉู่ซินเหยาอยู่ใกล้ๆ นางก็ยิ่งแสดงออกชัดเจนมากขึ้น

            “ไม่ต้องหรอก คุณหนูเสวี่ย” ฉู่อวิ๋นส่ายหน้า “ข้าอยากเดินเล่นคนเดียวไม่ต้องตามมา”

            ทันทีที่พูดจบ ฉู่อวิ๋นก็เดินออกจากที่นั่งพิเศษนี้ด้วยสีหน้าอึมครึมเป็นไปได้ไหมว่าคุณหนูตระกูลเสวี่ยนี้สังเกตเห็นว่าวันนี้เขาจะลงมือ จึงตัวติดกับเขาไม่ไปไหน

            ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            เมื่อมองเห็นฉู่อวิ๋นเดินจากไป ท่าทางของเสวี่ยหรูเยียนก็เปลี่ยนไปทันทีนางมองไปที่ฉู่ซินเหยาอย่างได้ใจและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “โอ้ ทำให้คุณหนูฉู่ขำเสียแล้ว”

            “คุณชายอวิ๋นเป็นเพื่อนสนิทของข้า เจอคนเยอะเข้าหน่อยก็เขินอายเป็นธรรมดาท่านอย่างถือสาเลยนะ ฮ่าๆ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉู่ซินเหยาก็ไม่แสดงสีหน้าและตอบว่า “อืม...ดูเหมือนว่าคุณหนูเสวี่ยจะคุ้นเคยกับคุณชายชาวป่าคนนั้นไม่น้อย

            เสวี่ยหรูเยียนยกมือขึ้นปิดปากบดบังรอยยิ้มอันแสนหวาน ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดง“ไม่ขอปิดบัง คุณชายอวิ๋นมีความสามารถ เอื้อเฟื้อใจกว้างต่อผู้คนทั้งยังเป็นลูกหลานของตระกูลโบราณมากอำนาจ หรูเยียนมีเขาเป็นตัวเลือกสามีช่างเป็นพรจริงๆ”

            ได้ยินคำพูดเหล่านี้ หัวใจของฉู่ซินเหยาก็สั่นไหว มือหยกกำแน่น ดวงตาที่เย็นชาส่องประกายวาบ

            นางสงบสติอารมณ์ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “เอ่อ? ที่แท้คุณชายคนป่าคนนั้นเป็นคนรักของคุณหนูหรูเยียนหรอกหรือ?”

            “ฮะๆ น่าขันแล้ว ไม่ใช่แค่นั้นหรอก..."

            เสวี่ยหรูเยียนยกยิ้มอย่างสง่างาม เขยิบเข้าใกล้ฉู่ซินเหยาเล็กน้อยและพูดอย่างเขินอาย “คุณชายอวิ๋นเคยเปลือยกายเจอหน้ากับข้าความสัมพันธ์ย่อมไม่ธรรมดา เรากำลังจะแต่งงานกัน พูดขึ้นมาแล้วก็น่าอายนัก”

            “เปลือยกาย…เปลือยกายเจอหน้า?” ดวงตาของฉู่ซินเหยาเบิกกว้างปรากฏมีร่องรอยของความหึงหวงที่อธิบายไม่ได้อยู่ในใจ

            “เฮ้อ ข้าพูดมากเกินไปแล้ว คุณหนูฉู่ดูการแข่งขันของท่านต่อไปเถอะคุณหนูเช่นข้าอายจนจะมุดหน้าหนีแล้ว ฮิๆ”

            เสวี่ยหรูเยียนยิ้มพลางขยับกลับมายังที่นั่งทิ้งให้ฉู่ซินเหยาตกอยู่ในอาการตกตะลึง

            “อวิ๋นเอ๋อร์กับผู้หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?…” ฉู่ซินเหยาก้มหน้าลง ดวงตามืดครึ้ม ปลายนิ้วกำแน่นจนซีดขาว

            “หนึ่ง สอง สาม...สองร้อย! วางเสร็จแล้ว!”

            ฉู่อวิ๋นเดินไปรอบๆและในที่สุดก็วางม้วนผนึกสัตว์ปีศาจที่สลักด้วยรอยประทับวิญญาณของโยวกู่จือไว้ตามที่ต่างๆในลานประลองยุทธ์เรียบร้อยแล้ว

            และที่นั่งพิเศษเขาย่อมวางไว้เยอะหน่อยมีสัตว์ปีศาจระดับสูงอยู่สองสามตัวที่นั่นย่อมทำให้เกิดความปั่นป่วนได้อย่างแน่นอน

            ตราบใดที่โยวกู่จือระเบิดสลักวิญญาณ สัตว์ปีศาจในม้วนผนึกก็จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกันในทันทีและจะเริ่มออกอาละวาด

            ทันทีที่โอกาสอันวุ่นวายนี้มาถึง ฉู่อวิ๋นก็เริ่มลงมือทันทีรีบพาฉู่ซินเหยาออกไปจากที่นี่

            ตราบใดที่เขาเร็วพอ ก่อนที่สาวใช้และผู้แข็งแกร่งที่ซ่อนตัวอยู่จะได้ทันตอบโต้เขาก็พาฉู่ซินเหยาไปตามทางเดินเล็กๆ ในลานประลองและหลบหนีออกไปข้างนอก

            เมื่อถึงเวลาก็สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ สวมหมวกสานไม้ไผ่ ถอดหน้ากากจากนั้นก็จะหนีออกจากเมืองโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

            “แผนนี้ดูเหมือนจะไร้ที่ติ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการเลือกช่วงเวลาที่ผู้ชมทั้งหมดกำลังตั้งใจดูการประลอง”

            ฉู่อวิ๋นบีบวงแหวนอวกาศ ด้านในมีลูกปัดควันอยู่เขาซื้อมันมาหลังจากเรียนรู้วิธีการหลบหนีของเริ่นหู่ในหมู่บ้านหงอู้ ที่วางแผนจะใช้ยามปล้นคน

            “หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น”

            หัวใจของฉู่อวิ๋นเต้นรัว ทันทีที่ลงมือเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ไม่อาจหยุดได้แล้ว

            สถานการณ์ย่อมอันตราย

            จากนั้น ฉู่อวิ๋นก็ควบคุมอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน กลับไปยังที่นั่งแต่เขาพบว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเขากลับมา

            เสวี่ยหรูเยียนยังคงตามติดเขาไม่หยุด ทั้งยังดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษแต่ในทางกลับกัน ดวงตาคู่งามของฉู่ซินเหยากลับหม่นแสง นางดูเศร้าเล็กน้อย

            “นี่...” แต่เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ฉู่อวิ๋นจึงไม่สามารถพูดคุยกับนางได้ทำได้แค่มองไปที่ลานประลอง

            ทันใดนั้น ทั้งลานก็ตกอยู่ในความตื่นเต้นเพราะมีนักรบแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่บนเวทีกลางลานประลอง

            “นี่คือใคร? เรียกเสียงโห่ร้องได้มากถึงเพียงนี้เชียว?”ฉู่อวิ๋นสงสัย

            “จอมยุทธ์อวิ๋น ท่านอาจจะไม่รู้” เสวี่ยหานเฟยยิ้มน้อยๆ โบกพัดขนนกแล้วพูดว่า“การแข่งขันจากนี้เรียกว่าการประชันห้ามังกร”

            “ประชันห้ามังกร?”

            “ฮ่าๆ จอมยุทธ์อวิ๋นเพิ่งมาใหม่ ไม่แปลกที่จะไม่เข้าใจ” เสวี่ยหานเฟยหัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงประชด ทำให้ฉู่อวิ๋นขมวดคิ้ว

            “ท่านพี่!” เสวี่ยหรูเยียนเหลือบมองเสวี่ยหานเฟยจากนั้นจึงเดินไปที่ฉู่อวิ๋นและอธิบายว่า “ประชันห้ามังกรเป็นลักษณะพิเศษของลานประลองแห่งนี้ในแต่ละวันจะมีการแข่งขันกันหลายคู่”

            “กฎของการประลองนี้ คือนักรบที่เข้าร่วมไม่ว่าจะระดับใดต้องท้าทายคู่ต่อสู้ที่มีระดับสูงกว่าตัวเองหนึ่งระดับขึ้นไปเรื่อยๆตราบใดที่ชนะห้ารอบติดต่อกัน จะได้รับรางวัลตอบแทนที่งดงาม”

            “โอ้? เช่นนั้นคนที่จะชนะย่อมไม่ธรรมดา” จู่ๆฉู่อวิ๋นก็กลับมาคิดว่าหากสามารถเอาชนะศัตรูที่อยู่สูงกว่าสี่ระดับได้ความแข็งแกร่งคงน่าดูชมไม่น้อย

            ต้องทราบว่าความแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ของฉู่อวิ๋นสามารถชนะได้สูงกว่าตนเพียงสามระดับเท่านั้นแน่นอนว่าหลังจากเขากลืนวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์เขาก็ไม่ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังอีกเลย

            ในความเป็นจริงแม้แต่ฉู่อวิ๋นเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเขาเองมีความสามารถแค่ไหน

            “เหตุใดเขาคนนั้นถึงดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากมายนัก?” ฉู่อวิ๋นถาม

            เสวี่ยหรูเยียนยิ้มหวานและตอบอย่างอดทน “ได้ยินมาว่านักรบคนนี้มีสมญานามว่าซิวหลัวหน้าผีเพิ่งเข้าร่วมการประชันห้ามังกรเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่มีใครรู้รายละเอียดของเขา รู้แค่ว่าความแข็งแกร่งของชายลึกลับคนนี้ยากคาดเดาและได้รับชัยชนะมาแล้วกว่าสิบสองครั้ง”

            “ชนะการประชันห้ามังกรมากกว่าสิบสองครั้ง นี่แสดงว่าเขาเอาชนะนักรบที่สูงกว่าตัวเขาถึงสี่ระดับอย่างต่อเนื่องหรือ?”ฉู่อวิ๋นรู้สึกประหลาดใจ คนคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

            ในเวลานี้ เสวี่ยหานเฟยก็ขัดจังหวะและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฮะๆ พูดขึ้นมาแล้วจอมยุทธ์อวิ๋นสวมหน้ากาก ซิวหลัวหน้าผีก็สวมหน้ากากเช่นกันระดับพลังยุทธ์ของเขาอยู่ที่ขั้นมหาสมุทรระดับห้าจอมยุทธ์อวิ๋นตามหลังอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉู่อวิ๋นก็ยิ้มเย็นออกมาไม่เห็นด้วยกับคนหน้าเนื้อใจเสือคนนี้

            “จอมยุทธ์อวิ๋น ในเมื่อวันนี้ท่านก็อยู่ที่นี่แล้ว ไม่สู้ร่วมสนุก เข้าร่วมประชันห้ามังกรเลยด้วยเล่า?”เสวี่ยหานเฟยกล่าวอย่างยั่วยุ ซ่อนการหยั่งเชิงไว้ไม่น้อย

            “ไม่จำเป็น รอดูฝีมือของซิวหลัวหน้าผีเถอะ”

            ฉู่อวิ๋นปฏิเสธอย่างเย็นชา เขากำลังมองหาโอกาสที่จะลงมือดังนั้นจึงไม่คิดที่จะเข้าร่วมการแข่งขันพวกนี้

            เวลาผ่านไปช้าๆ และทันทีที่ซิวหลัวหน้าผีที่ดูอ่อนเยาว์ขึ้นไปบนเวทีเขาก็ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันล้มลงจากเวทีโดยไม่ทันได้ยกมือขึ้นยอมแพ้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ

            ต่อมา รอบที่สอง

            รอบที่สาม

            รอบที่สี่...

            เมื่อจำนวนรอบเพิ่มขึ้นผู้ชมทั้งหมดก็เริ่มตื่นเต้นและตะโกนเสียงดังจนหน้าแดง

            หลังจากสี่รอบ ซิวหลัวหน้าผีก็มาถึงระดับสุดท้ายของการประชันห้ามังกรอีกครั้ง!

            ยามนี้ ความสนใจของทุกคน รวมถึงผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะล้วนมุ่งไปที่เวทีประลองส่วนกลาง

            และในรอบสุดท้าย คู่ต่อสู้ของซิวหลัวหน้าผี ก็คือนักรบระดับเก้าของขั้นมหาสมุทรทั้งยังเป็นรองเจ้าสำนักแห่งสำนักชิงเฟิง เลื่องลือในเรื่องหมัดพลังปราณ

            การต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มลึกลับและนักรบผู้มากประสบการณ์ทำให้ทั้งลานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นในทันทีความคาดหวังของทุกคนมาถึงจุดสูงสุดแล้ว!

            “ปัง ปัง ปัง——”

            ลานประลองเต็มไปด้วยเสียงระเบิดอันรุนแรง

            ไม่นาน ทั้งสองก็ต่อสู้กัน พวกเขาประมือกันอย่างสูสี

            “เจ้าหนุ่ม วันนี้ข้าจะทุบเจ้าให้จมดินอย่างแน่นอน!”

            “ปีศาจเฒ่า ดูสารรูปของตัวเองเสียก่อน ท่านควรกลับบ้านไปเพาะปลูกนะการต่อสู้ไม่เหมาะกับท่านหรอก!”

            “พูดมากไปแล้ว!”

            ทันทีที่คำพูดจบลง ทั้งคู่ก็แยกไปคนละด้านจากนั้นแต่ละคนก็รวบรวมหมัดพลังปราณเตรียมใช้การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดเพื่อตัดสินผู้ชนะ!

            “ควับ ควับ ควับ!”

            ลมแรงพัดมาจากด้านหนึ่ง พลังปราณบานสะพรั่ง

            ในอีกด้านหนึ่ง มีระลอกคลื่นพลังปราณปรากฏเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ห่อหุ้มตัวเองและแผ่แสงออกมา

            ทุกคนจดจ้องอย่างตั้งใจ คาดการณ์ผลลัพธ์ของการเผชิญหน้าระหว่างทั้งคู่จนถึงกับหยุดหายใจ

            และทันใดนั้นเอง!

            ในขณะที่ทุกคนกำลังดูการแข่งขันอย่างตั้งใจ!

            “ผู้อาวุโส! เปิดม้วนผนึกเร็วเข้า! ถึงเวลาแล้ว!” ฉู่อวิ๋นตะโกนในใจ สายตาแน่วแน่ เขาหยิบลูกปัดควันออกมาและกำลังจะโจมตีรีบรุดจะวิ่งไปข้างหน้าและพาฉู่ซินเหยาออกไป!

            “เดี๋ยวก่อน!!!”

            แต่ในตอนนี้!

            โยวกู่จือที่เงียบอยู่ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง!

            “อย่าใจร้อน! อย่าเพิ่งทำอะไร! คนนั้น... ซิวหลัวหน้าผีคนนั้นน่าจะช่วยเจ้ากับพี่สาวของเจ้าได้!”

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258