ตลอดเวลาที่ร่วมเดินทางมานั้นจินจูคอยดูแลคุณหนูของตนเองอยู่ตลอดเวลา ผ่านไปสามวันแล้วที่คุณหนูยังไม่ได้สติ แม้นางจะเพียรพยายามเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คุณหนูแค่ไหน ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา อีกทั้งเวลานี้คุณหนูของนางลมหายใจรวยรินดั่งคนใกล้ตายแล้ว
" ฮึก คุณหนูตื่นขึ้นมาเถอะนะเ้าคะ บ่าวขอร้อง ฮื่อๆๆ " จินจูร้องไห้ออ้นวอนหลังว่าคุณหนูของนางจะได้ยินแล้วได้สติขึ้นมาเสียที แต่นางคงไม่รู้ว่าการที่นางทำนั้นช่างสูญเปล่า ร่างบางค่อยๆหมดลมหายไปและจากไปตลอดกาล …
" อาจู ข้าว่า เราควรจะฝังร่างคุณหนูไว้ที่ชายป่าตรงนั้นนะ ข้าจะช่วยเ้าเอง " คนขับรถม้าเอ่ยบอกอย่างเห็นใจ
" ขอบคุณพี่ชาย รบกวนท่านด้วย ฮื่อๆๆๆ คุณหนูของบ่าว " จินจูกอดร่างของคุณหนูร้องไห้ออกมาอีกครั้งก่อนที่จะช่วยคนขับรถม้าขุดหลุมเพื่อฝังร่างของเซี่ยชิงหรูเอาไว้ที่ชายป่า นอกประตูเมือง เวหา
หลังจากที่ฝังร่างของเซี่ยชิงหรูเอาไว้ตรงนั้นแล้ว จินจูก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป นางได้บอกให้คนขับรถม้ากลับเมืองหลวงไป ส่วนตนเองจะเข้าไปหางานทำในเมืองเวหา นางไม่อยากจากคุณหนูของตนไปไกล อย่างน้อยนางก็จะสามารถมาเคารพหลุมศพของคุณหนูที่นี่ได้ตลอดเวลา
อีกฝั่งของมิติการเวลา เซี่ยชิงหรูนั่งกอดเข่าตนเองร้องไห้อยู่ที่มุมๆหนึ่ง ในที่แห่งนี้มืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่นางอยู่ที่นี่
" ฮึก ฮื่อๆๆ จินจู ช่วยข้าออกไปจากที่นี่ที ฮึก ฮื่อๆๆๆ "
" เทพกาลเวลาท่านจะทนมองดูนางอยู่เช่นนี้นะรึ " เทพโอสถเอ่ยถามสหาย
" อีกแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ข้าจึงจะพานางกลับไป "
" เพ้ย พานางกลับไปที่ใดกัน ร่างของนางถูกสาวใช้ผู้นั้นกลบฝังไปแล้ว " เทพโอสถเอ่ยบ่นอย่างโมโหยิ่งนักที่เห็นสหายของตนมัวแต่รอเวลา ไม่ยอมช่วยร่างบางเสียที
"นี่ตาแก่ เ้าเองก็ใจเย็นหน่อยเถอะ การที่ร่างของนางถูกฝังเอาไว้ใต้ดินนั่น ข้าจัดการหยุดเวลาเอาไว้แล้ว ร่างของนางจะไม่เป็อันตรายใดๆ "
" อ่อ เช่นนั้นเ้าจะทำเช่นไรต่อไป "
" รอคอยดวงจิตอีกครึ่งของนางก่อนเถอะ อีกไม่นานแล้ว "
ร่างบางก้าวขาขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับด้วยชุดเดรสสีแดงสด งานประมูลที่ครอบครัวของเธอจัดขึ้นนั้นกำลังจะเริ่มในไม่ช้านี้แล้ว
" คุณหนู ไปที่งานเลยไหมครับ "
" ค่ะลุงบุญ " ลุงบุญที่ร่างบางเรียกขานนั้นคือ บุญมี คนขับรถของบ้าน เกียรติภักดีกุล เขารับหน้าที่นี้มานานนับสิบปี เป็คนขับรถของคุณหนูมาั้แ่ที่เธอเรียนมัธยมปลาย จนกระทั่งเรียนจบและสายต่องานบริษัทของครอบครัว
เขาขับรถไปส่งคุณหนูของตนเองถึงด้านหน้าของโรงแรมแล้วจึงไปนอนรอที่ลานจอดรถเช่นเคย
ร่างบางเดินเข้าไปในงานพร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องหลายสิบตัวของบรรดานักข่าวแวดวงธุรกิจ ใครบ้างที่ไมีรู้จัก ลูกสาวคนเล็กของตระกูล เกียรติภักดีกุล อย่าง … คุณหนูแพรวา
" คุณแพร กล้องนี้หน่อยครับ "
" คุณแพร ขอหน้าตรงหน่อยครับ ดีครับ "
แพรวาหันไปตามเสียงเรียกของช่างภาพ ก่อนจะยิ้มหวานให้กับพวกเขาแล้วเดินเข้าไปด้านใน
" เป็ไงจ้ะ เรียกแสงแฟลชน่าดูเลยนะ " เธอคือคือ แพรพราว พี่สาวคนโตของแพรวา ทั้งคู่เป็ลูกสาวของ คุณพ่อรังสรรค์ กับคุณแม่ วารี นอกจากนี้ยังมีพี่ชายอีกสองคนที่กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางที่ต่างประเทศ คาดว่าอีกสองปีจึงะกลับมาบริหารโรงพยาบาลในเครือของคุณตา
" แหม ไม่อยากจะเอ่ยเลยนะคะ แสบตามาก " แพรวาเอ่ยตอบพี่สาวอย่างมาดมั่น
" หมั่นใส้ " แพรพราวเอ่ยอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหัวเราะออกมากับท่าเชิ่ดหน้าของน้องสาว
" ระวังคอเคล็ดนะลูก " รังสรรค์เอ่ยเย้าลูกสาวคนเล็ก
" อุ้ย ใครคะเนี่ยหล่อจัง ไม่ทราบว่า มีภรรยาหรือยังคะ " แพรวาเอ่ยเย้าพ่อของเธอที่วันนี้หล่อเหล่าและดูดีเป็พิเศษ แม้ว่าจะอายุถึง 50ปีแล้ว แต่ความหล่อที่มีไม่ได้ลดน้อยลงไปตามเวลา
" เพี๊ยะ! นี่แหละ เซี้ยวนักยัยวา " แพรวาถูกแม่ของเธอฟาดเข้าที่แขนบอบบางก็ทำท่าคล้ายกับเ็ปมากมาย จนผู้เป็พ่อต้องโอบเอวลูกสาวเอาไว้ เป็การปลอบใจ
" โธ่ ดูสิแขนแดงหมดแล้ว " รังสรรค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงออ่นนุ่ม
" ให้ท้ายกันจริงๆ พ่อลูกคู่นี้ "
" ใครใช้ให้คุณมีลูกสาวที่สวยและน่ารักแบบนี้ให้ผมล่ะ " รังสรรค์เอ่ยตอบภรรยาด้วยรอยยิ้มที่หวานเยิ้ม จนลูกสาวทั้งสองต้องหันหน้าหนี เพราะความรักที่พ่อกับแม่แสดงออกผ่านทางแววตาซึ่งกันและกัน
เมื่อแขกเครื่อมากันเต็มห้องแล้ว พิธีการก็เริ่มดำเนินรายการประมูลของเก่าขึ้น ท่ามกชางเสียงแข่งขันของเหล่าแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย
" พ่อคะ ปิ่นชิ้นนั้นสวยจัง " แพรวาจ้องปั่นชิ้นนั้นไม่วางตา เมื่อพ่อของเธอเห็นว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงวันเกิดครบ 25ปีแล้ว จึงยกมือขึ้นเสนอราคาประมูลด้วย แขกที่คิดจะร่วมประมูลปิ่นชิ้นนี้ลุกหันจากเก้าอี้แล้วหันมาเอ่ยถามกับเขา
" ไม่ทราบว่า คุณรังสรรค์ ้ามอบปิ่นชั้นนี้ให้กับสาวๆ คนไหนครับ "
" มอบให้ลูกสาวคนเล็กเป็ของขวัญวันเกิดครับ "
" อ่อ เช่นนั้นพวกเราคงไม่ขอร่วมแข่งครับ "
" ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาครับ " รังสรรค์เอ่ยขอบคุณแขกทุกท่าน และเขาก็ได้ปิ่นนี้มามอบให้ลูกสาวของตนเอง
" ขอบคุณนะคะพ่อ วารักพ่อที่สุดค่ะ ว่าแต่คุณแม่ ของขวัญวาละคะ พี่แพรวด้วย "
" ของขวัญของแม่อยู่ที่บ้านจ้ะ "
" ของพี่อยู่ในรถ เดี๋ยวค่อยลงไปเอาก็แล้วกัน " แพรพราวเอ่ยบอกก่อนจะขยิบตาให้น้องสาวด้วย
" ขอบคุณนะคะ แม่ พี่แพรว " หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม