ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 ไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตคงไม่พบเจอ

            ยังไม่ทันรอให้เฉินไฮว่ชิงเอ่ยตอบกลับว่า ‘ข้าเองก็กินผักกาดขาวมาพอแล้ว’ อีกฝั่งหนึ่งก็ได้ยินเสียงอันน่าหงุดหงิดของเยว่เยียนเยียนดังขึ้น “นี่ คนตกปลากลับมากินข้าวได้แล้ว!”

            “ข้าคิดว่าคงไม่...” คำพูดของเฉินไฮว่ชิงที่ยังไม่ทันได้เอ่ยออกจากปาก ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนความหมายไป ไม่ว่าจะพูดเช่นไร ตอนที่เยว่เยียนเยียนอยู่บ้านนางก็เป็นคุณหนูสูงศักดิ์โดยแท้ มาอยู่ที่นี่ยังยอมลดตัวมาทำอาหารเลี้ยงท้องให้ผู้ชายตัวโตสองคนไม่ให้หิวโหยได้ ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้วล่ะ แต่น่าเสียดาย นางดันมาเจอกับเหยียนเฟยคุณชายใหญ่จอมจู้จี้จุกจิกผู้นี้เสียได้

            เฉินไฮว่ชิงก้มเก็บเบ็ดตกปลาของตัวเอง กำลังจะลุกขึ้นเดินไปกินข้าวที่กระท่อม แต่กลับเห็นเหยียนเฟยยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ที่เดิม ทั้งยังยกมือขึ้นกุมแก้มของตนเอาไว้ ราวกับ... จำใจยิ่ง

            แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะความโกรธด้วย เฉินไฮว่ชิงเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก

            “ไปเถอะ มีกินก็ต้องดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรือ?” เฉินไฮว่ชิงหยุดฝีเท้า แล้วชนแขนของเหยียนเฟยเบาๆ สื่อให้เขาเลิกต่อต้านเสีย ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้จะมีข้าวกินหรือไม่ก็คงบอกยากแล้ว

            เหยียนเฟยไม่มีทางเลือก ได้แต่ผ่อนมือที่กุมหน้าลงอย่างจนปัญญา เอ่ยเสียงเบา “ข้าจะบอกท่าน นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่ข้าจะกินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าแล้วจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องใส่เกลือลงไปสักนิด นี่คือคำขาดของข้า!”

            เฉินไฮว่ชิงยักไหล่ เพื่อที่จะไม่ทำลายความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมของเหยียนเฟย เขาจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบไม่เอ่ยอะไรอื่น “เอาเถอะๆ ไปกันได้แล้ว!”

            ด้วยความทั้งกล่อมทั้งปลอบของเฉินไฮว่ชิง เหยียนเฟยถึงได้ก้าวขาสูงยาวอันแสนเย่อหยิ่งของตนออกไป แล้วเดินตามกลับบ้านไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ

            เมื่อมองเห็นผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เฉินไฮว่ชิงก็ยังเริ่มอดทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน ดังนั้น ตอนที่เยว่เยียนเยียนเก็บกวาดข้าวของเสร็จแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะ เขาจึงเอ่ยปากถามขึ้นอย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

            “คือว่า... เยียนเยียน พวกเรากินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่านี่ตั้งแต่เจ้ามา อย่างน้อยๆ ก็ครึ่งเดือนได้แล้ว... พรุ่งนี้เจ้าเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างดีหรือไม่?” เพื่อไม่ให้ดูเหมือนว่าตนไม่ชอบกินอาหารของเยว่เยียนเยียน เฉินไฮว่ชิงจึงรีบคีบผักกาดขาวกองใหญ่ใส่ชามตัวเองอย่างรวดเร็ว

            แน่นอนว่าคีบใส่ชามก็ยากมากแล้ว หากยังต้องกลืนลงคอให้ดูตรงนี้อีก เช่นนั้นก็คงจะเป็นการบังคับฝืนใจกันมากเกินไป

            เมื่อเห็นรอยยิ้มเอาอกเอาใจของเฉินไฮว่ชิงแล้ว เยว่เยียนเยียนก็เหยียดริมฝีปากอย่างเย่อหยิ่งเต็มประดา “แต่อาหารจานนี้ข้ายังฝึกฝนไม่สำเร็จเลยนะ รอให้ข้าฝึกเสร็จก่อนค่อยว่ากันเถอะ ท่านอาจารย์ ท่านรีบชิมดู ที่ทำวันนี้กับที่ทำเมื่อวานมีอะไรแตกต่างกันหรือไม่? ท่านรีบชิมดูเร็วเข้า ข้าฝีมือก้าวหน้าบ้างหรือไม่!”

            “อาหารจานหนึ่งทำมาครึ่งเดือนแล้วยังไม่รู้จักใส่เกลือสักนิด คุณหนูเยว่ หากทำเช่นนี้ก็ยากที่จะก้าวหน้าได้”

            เฉินไฮว่ชิงยังไม่ทันได้เอ่ยคำเยินยอ ก็ถูกเหยียนเฟยชิงพูดตัดหน้าไปเสียก่อน โจมตีความมั่นใจของเยว่เยียนเยียนเข้าอย่างจัง

            มือของเยว่เยียนเยียนที่ถือตะเกียบอยู่ค้างเติ่งกลางอากาศ ผ่านไปพักหนึ่ง นางก็ตบโต๊ะด้วยความโมโห “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ไม่ชอบใจว่าข้าทำอาหารไม่อร่อยสินะ! ฮึ!” เมื่อเยว่เยียนเยียนเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวเอาแต่ใจขึ้นมาไม่ว่าใครก็ขวางไม่อยู่ อย่าว่าแต่เหยียนเฟยเลย ต่อให้วันนี้เป็นราชาสวรรค์มายืนอยู่ที่นี่บอกว่าเยว่เยียนเยียนทำอาหารไม่อร่อย นางก็กล้าขึ้นไปทะเลาะกับราชาสวรรค์บนโต๊ะได้ทันที

            แน่นอนว่า การทะเลาะนั้นเป็นเพียงแค่การประชันฝีปากกัน หากเป็นการลงไม้ลงมือ เยว่เยียนเยียนย่อมต้องเสียเปรียบแน่นอน คนฉลาดหากรู้ว่าตัวเองจะเสียเปรียบ มีที่ไหนจะยังอ้าแขนรับอีกเล่า?

            เมื่อเผชิญหน้ากับสงครามอันตึงเครียดของเจ้าตัวยุ่งทั้งสอง เฉินไฮว่ชิงก็แสดงท่าทีออกมา ข้าเหนื่อยจริงๆ เมื่อไรฮ่องเต้จะถอนราชโองการนั่นเสียที ให้เรื่องการแต่งงานของพวกเขาสองคนเป็นโมฆะ แล้วให้พวกเขาแยกย้ายกันกลับบ้านไม่ได้หรืออย่างไร... หากยังก่อความวุ่ยวายเช่นนี้ต่อไป เฉินไฮว่ชิงแทบอยากจะซื้อห้องแถวในเขตตัวเมืองของเมืองหลวงพรุ่งนี้เลยจริงๆ  แล้วตีความคำว่านักพรตแท้บำเพ็ญตนกลางนคร [1] เสียใหม่

            สรุปว่าขอเพียงไม่ต้องบำเพ็ญตนอยู่กับพวกตัวยุ่งสองคนนี้ สำหรับเฉินไฮว่ชิงก็นับเป็นการให้อภัยและปลอบโยนใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

            “คือว่า... เยียนเยียนเอ๋ย เหยียนเฟยเขา...” เฉินไฮว่ชิงอย่างไรเสียก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง คงไม่อาจนั่งมองสองคนทะเลาะกันอยู่เฉยๆ โดยไม่สนใจได้หรอกไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยก็ต้องเอ่ยเกลี้ยกล่อมบ้าง แต่ใครจะไปรู้ว่าคำพูดนั้นยังไม่ทันได้พูดจบ ก็ถูกเยว่เยียนเยียนตัดบทอย่างไร้ปรานี

            “ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ท่านอาจารย์!” เยว่เยียนเยียนขมวดคิ้วเรียวเล็ก แล้วเอ่ยอีกครั้ง “ท่านจะบอกว่าเขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอกไม่ใช่หรือ? คำพูดนั้นท่านพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ข้ามาที่นี่ก็เริ่มพูดตั้งแต่ข้าวมื้อแรก พูดมาจนถึงตอนนี้ อย่างน้อยๆ ก็สี่สิบกว่าครั้งแล้ว ท่านเป็นคนพูดไม่เหนื่อย แต่ข้าฟังจนหน่ายแล้ว”

            เจ้าเด็กดวงกุดผู้นี้ ไม่เสียแรงที่ตนสอนสั่งมาจริงๆ เรื่องการคำนวณเองก็ชำนาญไม่เบาเลยทีเดียว? แต่เฉินไฮว่ชิงไม่มีเวลาจะมาภาคภูมิใจในตัวเองนัก เขาคิดที่จะเอ่ยอะไรอีกสองสามคำไม่นึกว่าครั้งนี้กลายเป็นเหยียนเฟยที่ขี่ม้า

            ออกศึก เอ่ยคำพูดหนึ่งตอกหน้าเฉินไฮว่ชิงเสียแทบหงาย “ก็นั่นน่ะสิ? พูดแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ อยู่นั่นแหละ ท่านไม่กลัวคนอื่นรู้เข้าจะหัวเราะเยาะว่าอดีตยอดกวีแห่งเมืองหลวงฝีมือถดถอยลงหรืออย่างไร?”

            ...

            เมื่อนั้นแม้แต่ตะเกียบในมือเฉินไฮว่ชิงก็ไม่อาจถือไว้มั่น เดิมคิดว่าพวกเขาสองคนมาเจอกันเพราะเป็นคู่เวรคู่กรรมกัน แต่มาเห็นเช่นนี้ ดูเหมือนตนต่างหากที่เป็นคู่เวรคู่อาฆาตและส่วนเกิน! เหตุใดไปๆ มาๆ ไฟไหม้ประตูเมืองเดือดร้อนถึงปลาในบ่อ? [2] เฉินไฮว่ชิงที่มองสถานการณ์ชัดเจนแล้วละทิ้งความเชื่อมั่นที่หลงเหลืออยู่ในใจไปสิ้นเชิง ก่อนก้มหน้าลงแสร้งเป็นใบ้เสียเลย ช่างปะไร!

            “ท่านเองก็ด้วย คุณหนูใหญ่เยว่ ทำอาหารไม่เป็นก็หลีกทางไป ตาแก่เฉินไฮว่ชิงผู้นี้โสดสนิทมายี่สิบสามสิบปีแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำแม้แต่ผักกาดต้มใส่เกลือไม่ได้ เหตุใดท่านจะต้องลงมือทำเองให้ลำบากกระเพาะของพวกเราด้วย?”

            เหยียนเฟยเห็นเฉินไฮว่ชิงปิดปากเงียบ ก็พลันย้ายปากกระบอกปืนมาโจมตีเยว่เยียนเยียนเปรี้ยงปร้างไม่เหลือแม้แต่เศษซาก เยว่เยียนเยียนโกรธจนปากยื่น แทบจะแขวนกาน้ำเล็กๆ บนปากของนางได้อยู่แล้ว “เจ้า… คนห่ามไร้เหตุผล! คนห่ามไร้เหตุผล!”

            เยว่เยียนเยียนเกิดมาก็เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สืบทอดความรู้และประเพณีอันดีงาม จะคุ้นกับการต่อว่าเช่นนั้นของเหยียนเฟยได้อย่างไร? พูดแค่คำสองคำก็ทำให้เยว่เยียนเยียนพูดอะไรไม่ออกแล้ว ถึงขนาดลืมคำที่เตรียมเอาไว้ด่าอีกฝ่ายในหัวไปหมดสิ้น ผ่านไปครู่ใหญ่ก็แค่นออกมาได้เพียงคำว่าคนห่ามไร้เหตุผลเท่านั้น เหมือนเยวี่ยเจาหรานตอนที่เพิ่งเจอกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่มีผิด

            “ได้ ข้าไร้เหตุผล ข้ามันคนห่าม ไม่เป็นไร เช่นนั้นท่านล่ะ แม่ครัวมรณะหรือ?”

            ในเรื่องการด่าคน บังเอิญว่าเหยียนเฟยนั้นมีประสบการณ์มากเป็นพิเศษ ถึงอย่างไรเขาก็ได้ลับฝีปากกับน้องสาวฝาแฝดมาตั้งแต่เด็กยันโต เดิมทีก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้วนี่? เขากลอกตาทีหนึ่ง แล้วเอ่ยตอกกลับอย่างเย็นชา จบแล้วยังไม่ลืมเสริมไปอีกหนึ่งประโยค “ท่าทางของเจ้าเช่นนี้ งี่เง่าไร้เหตุผลเสียยิ่งกว่าน้องสาวของข้าเสียอีก อย่างน้อยน้องสาวข้าหากทำอาหารไม่เป็นก็ยอมรับความจริงได้ ไม่ได้ทำเรื่องเดือดร้อนคนอื่นอยู่ทุกวี่ทุกวันเช่นนี้!”

            “เจ้า! เจ้า! เจ้า——!”

            ความภาคภูมิในตัวเองของเยว่เยียนเยียนถูกโจมตีรุนแรงยิ่ง การโจมตีเช่นนี้อาจถึงตายได้เลยทีเดียว! และเยว่เยียนเยียนก็ถูกโจมตีจนเกินรับไหวแล้ว เพียงพริบตานางก็ตบโต๊ะ เอ่ยไปทางเหยียนเฟยอย่างจองหองมาดร้าย

            “เจ้า หากเทียบกับพี่ชายของข้าแล้ว ก็เป็นดั่งฟ้ากับเหว! แม้แต่เส้นผมสักเส้นของพี่ชายข้าก็ยังเทียบไม่ได้ ฮึ! คนห่าม! คนห่าม!”

            ระหว่างการห้ำหั่นของทั้งสอง เฉินไฮว่ชิงเกิดการค้นพบที่น่าประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าตนจะฝืนกินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่ากองใหญ่ ฝีมือของแม่ครัวมรณะเยว่เยียนเยียนลงไปได้หมด...

            น่ายินดีปรีดา น่ายินดีปรีดาจริงๆ !


            เชิงอรรถ

            [1] นักพรตแท้บำเพ็ญตนกลางนคร (大隐隐于市) หมายถึงนักพรตที่แท้จริงบำเพ็ญตนได้โดยไม่สนสิ่งเร้ารอบข้าง

            [2] ไฟไหม้ประตูเมืองเดือดร้อนถึงปลาในบ่อ (城门失火殃及池鱼) หมายถึงการมีส่วนพัวพันกับความเสียหายจากเรื่องที่ตนไม่ได้ก่อ

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730