~ ตำหนักจางหลิน ~
จางหลินปิดประตูของตำหนักพร้อมกับหยิบพัดัสีครามขึ้นมาตรวจสอบ
เขาพบว่าแม้จะใช้พัดัสีครามเข้าปะทะกับกระบี่หลายครั้งหลายคราว แต่มันกลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการสึกหรอหรือรอยบิ่นแม้แต่น้อย
นั่นได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพัดัสีครามถือได้ว่าเป็ศาสตราวุธระดับ 4 ที่แท้จริง
เขาตัดสินใจนั่งลงในมุมๆหนึ่งก่อนจะยกหม้อทองแดงจากใต้เตียงออกมา
เมื่อหม้อทองแดงถูกเปิดฝาก็เผยให้เห็นถึงหมอกควันสีม่วงที่ลอยขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นฉุนที่ปะทะเข้ากับจมูกของเขาอย่างแรง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าของเหลวที่อยู่ในหม้อทองแดงคือยาพิษชนิดร้ายแรง!
เขาหยิบกล่องไม้ออกมา พร้อมกับนำเข็มสีเงินลงสู่หม้อทองแดงเพื่อที่จะบ่มเข็มเหล่านี้ให้ผสมผสานเป็เนื้อเดียวกันกับยาพิษที่เขาเคยสร้างขึ้น
เนื่องจากว่าเขาไม่สามารถใช้พลังปราณได้ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะทำให้เขาได้เปรียบเหนือผู้อื่นก็คือสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ไม่สามารถขจัดได้โดยง่าย นั่นคือยาพิษ!
พิษสามารถเข่นฆ่าผู้ที่มีขอบเขตสูงกว่าได้อย่างง่ายดายหากกระบวนการใช้พิษเป็ไปได้อย่างราบรื่น นั่นเป็เหตุผลที่เขาได้ตัดสินใจสร้างพัดัสีครามและเข็มพิเศษซึ่งเป็สิ่งประดิษฐ์ระดับ 4 ขึ้นมา เพื่อที่จะให้มันสามารถทะลวงผ่านิัของผู้บ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิดขึ้นไปได้
ขณะนั้นก็มีกระแสลมอ่อนๆพัดจากหน้าต่าง ร่างของลุงเฉียนก็ปรากฏขึ้นในลักษณะคุกเข่าหนึ่งข้าง “นายน้อย”
จางหลินที่เห็นดังนั้นก็ปิดฝาหม้อทองแดง ก่อนจะหันไปถาม “ได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?”
ลุงเฉียนยืนขึ้นก่อนจะมอบม้วนกระดาษให้แก่เขาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
จางหลินหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาบรรจงอ่าน ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะมืดลงในทันที!
ข้อมูลที่อยู่ในกระดาษคือมีการพูดถึงแขกผู้มีเกียรติที่ถูกรับเชิญจากตระกูลชิงเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มันคือชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีผมสีทองที่มาพร้อมกับชายชราที่ดูลึกลับและไม่เคยเห็นหน้าคร่าตามาก่อน
หลังจากตรวจสอบก็พบว่าชายชราซูหยานเป็ผู้าุโที่มีชื่อเสียงของสำนักจักรพรรดิพิรุณ!
และชายหนุ่มผมสีทองคือหยางเซี่ย เขาเป็ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ซูหยานที่คอยติดตามปรมาจารย์ซูหยานไปทุกที่
แต่เมื่อเขาพลิกม้วนกระดาษกลับไปอีกด้าน ดวงตาของเขาก็แข็งค้างเมื่อได่อ่านเนื้อหาภายใน
ภายในม้วนกระดาษมีการระบุไว้ว่า การมาเยือนของปรมาจารย์ซูหยานในครั้งนี้คือการรับชิงเยว่ไปเป็ลูกศิษย์สายตรงของสำนักจักรพรรดิพิรุณ!
ข่าวนี้ถือได้ว่าเป็ความลับสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหากข่าวที่ชิงเยว่จะกลายเป็ศิษย์สำนักจักรพรรดิพิรุณถูกเผยแพร่ออกไป แน่นอนว่ามันจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้แก่ตระกูลจางและเมืองหยางโจว นั่นเป็เหตุผลที่ว่าตระกูลชิงเลือกที่จะเก็บงำเื่นี้ไว้เพื่อที่จะไม่้าแหวกหญ้าให้งูตื่น
และในเมื่อสถานการณ์เป็เช่นนี้ย่อมหมายความว่า มีโอกาสที่ตระกูลจางจะถูกตระกูลชิงกลืนกินในไม่ช้า
ครั้นคิดได้ดังนั้นใบหน้าของจางหลินก็ยิ่งมืดมน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วต่อให้จางเจียหยูถูกเลือกเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดารา แต่นางจะเป็เพียงลูกศิษย์นอกสำนักเท่านั้น
แต่กลับกันชิงเยว่ได้ถูกเลือกโดยปรมาจารย์ซูหยานที่เป็ถึงระดับผู้าุโชั้นใน นั่นหมายความว่าสถานะของชิงเยว่ภายในสำนักจักรพรรดิพิรุณจะเหนือกว่าจางเจียหยูอย่างไม่ต้องสงสัย
ซ้ำร้ายหากจะเปรียบเทียบกันแล้ว ศิษย์สายตรงภายในสำนักจักรพรรดิพิรุณมีสถานะเทียบเท่ากับเ้าเมืองหยางโจว คงจะเป็ไปไม่ได้เลยหากเขาจะเอาสถานะของจางเจียหยูมาต่อรอง!
หากเป็เช่นนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าชะตากรรมของตระกูลจางจะถูกกำหนดให้ติดหล่มอยู่อย่างนั้นและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกต่อไป
การแสดงออกของจางหลินเริ่มที่จะมืดมน เขาอดไม่ได้ที่จะวิตกกังวลเมื่อรับรู้ความจริงเื้ัเื่นี้
แม้จะรู้ว่าปรมาจารย์ซูหยานอาจจะเป็ผู้แข็งแกร่งเนื่องจากสถานะนักปรุงยาระดับ 5 แต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะมีสถานะบางอย่างในเมืองชิงโจวเท่านั้น แต่กลับกลายเป็ว่าอีกฝ่ายเป็ถึงผู้าุโในสำนักจักรพรรดิพิรุณแห่งแคว้นฉู่ นี่เป็สิ่งที่จางหลินไม่เคยคาดคิดมาก่อน
นี่คือสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่ยากจะแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีการตามปกติ!
ลุงเฉียนที่ได้รับข้อมูลนี้เป็ครั้งแรกก็รู้สึกตกตะลึงไม่แพ้กัน เนื่องจากว่ามีข้ารับใช้คนสนิทของชิงเหลียนเฟิงบางคนในตระกูลชิงรู้จักกับเขา นั่นเป็เหตุผลที่เขาสามารถสืบเื่ราวได้อย่างเจาะลึกและชี้ชัดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของตระกูลชิงได้
หลังจากประมวลผลเกี่ยวกับข้อมูล จางหลินก็หันไปเอ่ยถาม “ท่านพอจะทราบเหตุผลที่พวกเขารับชิงเยว่เป็ศิษย์สายตรงหรือไม่?”
ลุงเฉียนส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า “ไม่มีผู้ใดในตระกูลชิงพูดถึงเื่นี้ ข้าจึงไม่มีข้อมูลในส่วนนี้”
จางหลินลูบคางด้วยการแสดงออกที่เ็า เื่นี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข่นฆ่า หากทำเช่นนั้นรังแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลายเท่านั้น
ต้องเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็ถึงสำนักจักรพรรดิพิรุณแห่งแคว้นฉู่ ต่อให้ตระกูลจางตัดสินใจตอบโต้โดยการสังหารใครสักคนในตระกูลชิง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำนักจักรพรรดิพิรุณจะแก้แค้นให้แก่การสูญเสียในครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากชิงเยว่ถือได้ว่าเป็ศิษย์ของสำนักจักรพรรดิพิรุณไปแล้ว
เมื่อนั้นจุดจบของตระกูลจางก็จะอยู่ไม่ไกลจากการล่มสลาย
ใครจะคาดคิดว่าในวันเดียวเขาจะได้รับข่าวร้าย ตามมาด้วยข่าวดีและสิ้นสุดลงด้วยข่าวร้ายจนถึงขั้นวิกฤต!
จางหลินยืนอยู่เงียบๆข้างหน้าต่าง ก่อนที่เขาจะผ่อนลมหายใจยาวพร้อมทั้งโบกมือออกคำสั่ง “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป รวบรวมสมาชิกกลุ่มบัญญัติ์ที่กระจัดกระจายในเมืองหยางโจวให้ไปรวมกันที่ศาลานวดารา บอกพวกเขาว่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่!”
ดวงตาของลุงเฉียนเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อ หากแต่ความไม่เชื่อนั้นกลับแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าที่กำลังก่อตัว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จางหลินไม่เคยออกคำสั่งให้รวบรวมกองกำลัง【กลุ่มบัญญัติ์】ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกันมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว หากมิใช่สถานการณ์ร้ายแรงถึงขั้นวิกฤต จางหลินคงไม่กล้าที่จะออกคำสั่งใหญ่เช่นนี้อย่างแน่นอน
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการปกครองในเมืองหยางโจวได้เลยด้วยซ้ำ!
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนแม้ว่าจางหลินในตอนนั้นจะถือได้ว่าเป็อัจฉริยะที่ตกอับและดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่ในความเป็จริงเขาได้ซ่องสุมกองกำลังไว้ในมุมมืด ซึ่งพวกเขาเ่าั้ล้วนแต่เคลื่อนไหวใต้ดินในเมืองหยางโจวอยู่ตลอดเวลา และเป็เื่ยากมากที่พวกเขาเ่าั้จะมารวมตัวกัน
การที่จางหลินออกคำสั่งกับกองกำลังลับเช่นนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่า เขากำลังทุ่มหมดหน้าตัก!