คุณยายถามขึ้นว่า “วันนี้เห็นว่าจะกลับเย็นไม่ใช่หรือหวัน?”
“หนูเปลี่ยนใจค่ะ พอดีกิจกรรมของหนูเลื่อนไปเป็ศุกร์หน้า เลยเดินออกมาพร้อมกระปุก”
ป้าทิพย์พูดขึ้น “จำไว้นะว่าอย่ากลับบ้านดึก ถนนมืดค่ำน่ากลัวนักสำหรับเด็กผู้หญิง” ป้าทิพย์เป็ห่วง “อันที่จริงวันไหนกลับเย็นให้ป้าขับรถไปรับถ้าจะดีกว่า”
“หนูไม่เคยกลับเกินห้าโมงเย็นเลยค่ะป้าทิพย์ โรงเรียนปิดประตูตอนห้าโมงเย็นทุกวัน”
“เออ ก็ดีแล้วล่ะ อย่าพยายามอยู่ที่โรงเรียนหลังตะวันตกดินเลย นี่เราเคยได้ยินเื่เล่าที่โรงเรียนหรือเปล่าล่ะ เื่เล่าสมัยก่อนน่ะ”
ป้าทิพย์เองก็เป็ศิษย์เก่าโรงเรียนพัฒนจิตฯ จึงมักมีเื่เล่าให้หวันฟังบ่อย ๆ มีทั้งเื่วัยเด็กของป้าทิพย์และแม่ตอนที่เรียนอยู่ มีทั้งเื่คนอื่นที่ฟังเขาเล่าให้ฟังอีกที แต่หวันฟังเอาเพลิน และไม่ค่อยจำเื่ที่ป้าทิพย์เล่าสักเท่าไร
“เื่อะไรหรือคะ?”
“สมัยที่ป้าเรียนอยู่ชั้นป.7 น่ะ เป็ป.7 รุ่นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนระบบ ม.ศ. 1-5 มาเป็ ม.1-6 สมัยนั้นชอบมีคนมาเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนเรามีรากษส มีมารสิงอยู่ ชอบสุมตัวกันที่หอคอยห้องสมุด”
“มีมาร มีรากษสด้วย?” หวันหัวเราะ “เคยเจอแต่ในหนังสือค่ะ รากษสเป็ั์ตัวใหญ่หน้าตาดุร้ายน่ากลัวเหมือนั์ผีใช่ไหมคะ?”
“เออนั่นแหละ กินคนกินสัตว์เป็ ๆ เป็อาหารด้วย”
“แล้วทำไมไปอยู่แถวห้องสมุดล่ะคะ? รากษสชอบอ่านหนังสือหรือคะ?”
“เอ ยังไงไม่รู้ ป้าเคยได้ยินเขาเล่ากัน แล้วคนที่ได้เห็นรากษสก็ใกลัวขนาดย้ายโรงเรียนเลยนะ เด็กผู้หญิงคนนั้นเรียนชั้นเดียวกับป้า แต่อยู่คนละห้อง”
“แล้วทำไมเขาเห็นอยู่เพียงคนเดียว คนอื่นไม่เห็นล่ะคะ?”
“มีคนพูดกันตอนนั้นว่า วันไหนที่พระอาทิตย์ตกดินฟ้าเป็สีแดง ยามสนธยาฟ้าเป็สีเื ให้ก้มมองใต้ขาลอดกระโปรงตัวเอง จะเห็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วยตาคนธรรมดา เขาฟังก็กลัวกันสิ ยิ่งตอนเย็นที่ฝนจะตก ฟ้าเป็สีแดงอยู่แล้ว รีบกลับบ้านกันหมด”
ป้าทิพย์เล่าต่อ “ปรากฏมีเด็กผู้หญิงคนนี้แหละ อยากลองดูว่าจะเห็นอะไร วันที่พระอาทิตย์ตกดิน ฝนจะตก ฟ้าเป็สีแดง ก็ดันอยู่ที่โรงเรียน แล้วก้มลอดกระโปรงตัวเองดู เท่านั้นแหละ ป่วยเป็ไข้สามวันสามคืน บอกเห็นั์ผี เห็นรากษส อะไรนี่แหละ ไม่กล้าไปโรงเรียนเลย พ่อแม่ถึงกับย้ายโรงเรียนเลยนะ เป็ข่าวใหญ่ของโรงเรียนเลยแหละ ปีนั้น พ.ศ. 2521 ทางโรงเรียนก็พอดีจะเปลี่ยนระบบ ยกเลิกการเรียนการสอนในชั้นประถม และเน้นด้านการศึกษาที่ชั้นมัธยมแทน พอเกิดเื่นี้ขึ้นก็เลยลือกันไปใหญ่”
คุณยายถามขึ้น “ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย กับที่นักเรียนย้ายออกแล้วโรงเรียนต้องยกเลิกประถม” แล้วคุณยายก็หันมาบอกหวัน “ตอนนั้นยายก็ได้ยินเขาลือมาบ้างเหมือนกัน”
“ทิพย์ก็ว่าไม่เกี่ยวกัน แต่พอดีโรงเรียนจะเลิกสอนประถมอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เด็กป.7 รุ่นนั้น ก็ตั้งใจยกห้องเรียนต่อชั้นมศ.1 พอมีเื่เด็กคนนี้ย้ายโรงเรียนเพราะจับไข้กลัวผี เลยมีเด็กนักเรียนย้ายโรงเรียนไปอีกหลายคนค่ะ”
ป้าทิพย์เล่าต่อว่า “แต่ต่อมาตอนที่หนูจบแล้ว ได้ยินว่าโรงเรียนไปรับอาจารย์วิชชามาจากไหนไม่รู้ เก่งมาก ช่วยพัฒนามัธยมศึกษา จนโรงเรียนมีชื่อเสียง นักเรียนมาเรียนกันเยอะแยะ หนูหวันน้องบุ๋นยังมาเรียนด้วยเลย”
“หนูหวันมาเรียนเพราะแม่สั่งให้มาอยู่เป็เพื่อนยาย น้องบุ๋นเข้าเรียนเพราะบ้านอยู่ใกล้ พ่อแม่ไม่อยากให้เหนื่อยไปเรียนไกลบ้าน” แล้วยายก็มีสีหน้าเครียดขึ้น “เป็ห่วงแค่่หลังนี้มีเื่โรคระบาดประหลาดอะไรนั่นน่ะสิ ไม่รู้มากับยุงหรือเปล่า ระบาดมากเลยในชุมชมของเรา”
คุณยายเหมือนคุยกับตัวเอง พูดเสร็จแล้วเงยหน้าดูนาฬิกาแขวน “เอ้า คุยกันเพลิน นี่มันจะห้าโมงกว่าแล้วนี่ ยุงเริ่มจะมาแล้ว เราย้ายเข้าไปในบ้านกันดีกว่า”