เช้าตื่นไปทำอาหารให้ท่านแม่ทัพผู้หล่อเหลา สายหน่อยต้องไปดูผักที่ปลูกที่หลังค่าย เป็แบบนี้จนนางอายุครบสิบห้าซึ่งลู่เหลียนคนเก่าเกิดเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ แต่วันนี้เป็วันเกิดของนางเมื่อชาติที่แล้ว
“สุขสันต์วันเกิดนะมณี” ลู่เหลียนที่เคยฉลองวันเกิดคนเดียวอย่างไรชาตินี้ก็ยังฉลองคนเดียวเช่นเดิม ไม่มีหรอกของขวัญจากเพื่อนหรือคนรักเมื่อชาติที่แล้ว คิดแล้วก็สงสารตนเองเหมือนกัน
“เราต้องอยู่กับปัจจุบันอย่ามัวแต่มองอดีต” คิดได้เช่นนี้ลู่เหลียนก็สบายใจจากนี้ไปนางคือลู่เหลียนเต็มตัว อย่านำเื่ของมณีมาปนกัน นางต้องเป็ลู่เหลียนคนใหม่ให้ได้
ลู่เหลียนนั่งมองความมืดมิดของค่ายทหาร ที่ไม่มีไฟฟ้าและเครื่องมือสื่อสาร เงียบสงบ เงียบมากเงียบเกินไปหรือ เสียงแมลงหายไปไหนหมด ทำไมค่ายทหารวันนี้เงียบมาก จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ยังไม่ทันที่ลู่เหลียนจะพูดอะไรต่อมีเสียงดังมากมายเกิดขึ้นในค่ายทหาร
“จับมันให้ได้” ทหารวิ่งเพื่อไปประจำที่และป้องกันตามจุดสำคัญในค่าย ทำให้นางใเพราะนางไม่รู้ว่าตนเองต้องทำอะไรบ้างแต่ก็ไม่ตระหนกขนาดที่ต้องวิ่งวุ่นเป็ตัวถ่วง
ลู่เหลียนจึงนั่งอยู่หน้ากระโจมของท่านแม่ทัพ เพื่อรอท่านแม่ทัพมาเพื่อทานอาหารซึ่งวันนี้ผิดเวลา ท่านแม่ทัพของข้าหายไปไหน แต่แล้วความวุ่นวายในค่ายก็เริ่มขึ้นอีก เห็นทหารวิ่งกันไปมาเตรียมพร้อมอะไรกันนะ
“พี่ชายเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“ท่านแม่ทัพถูกลอบทำร้าย”
“อะไรนะ”
“ข้าต้องรีบไปดูรอบค่าย” นายทหารผู้นั้นรีบวิ่งไปทันทีเพราะโดนเรียกรวมตัว
“ท่านเจี๋ยจะเป็อะไรกับมากหรือไม่นะ” ลู่เหลียนเป็ห่วงท่านแม่ทัพที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือไม่อย่างไร จะถามใครก็ไม่มีใครว่างคุยกับลู่เหลียน ต่างคนต่างมีหน้าที่แต่ดูเป็ระเบียบเพราะการฝึกของท่านแม่ทัพ
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นท่านแม่ทัพถูกลอบทำร้าย ลู่เหลียนเริ่มสงสัยั้แ่มีการคุ้มเข้มคนเข้าออกค่ายทหารแห่งนี้ ทำไมซื้อหวยไม่ถูกหากเป็ชาติที่แล้วนางจะพูดแบบนี้
นายทหารสี่นายแบกท่านแม่ทัพที่โดนลูกธนูปักที่ไหล่ เกือบโดนที่เดิมสงสัยว่าน่าจะเป็คนเดียวกัน กะซ้ำแผลเดิมแบบนี้ต้องเป็คนเดินแน่ หรือเป็เื่บังเอิญนั้นท่านแม่ทัพก็ไม่แน่ใจ
“ท่านแม่ทัพเป็อย่างไรบ้างท่านหมอ” ลู่เหลียนเห็นว่าการรักษาใช้เวลานานกว่าชั่วยามจึงถามเพราะความเป็ห่วง
“ไม่เป็อะไรมากธนูปักลงไม่ลึกมาก เ้าไม่ต้องห่วง” ท่านหมอมองร่างเด็กหนุ่มตัวเล็ก ที่ดูเป็ห่วงเป็ใยท่านแม่ทัพออกหน้าออกตา และเป็ลูกมือของเขาได้ดีน่าจะเคยฝึกมาไม่ใเมื่อเห็นเืรู้จักทำความสะอาดเครื่องมือก่อนใช้งาน ลูกศิษย์ของเขายังไม่ระเอียดเท่าหนุ่มน้อยผู้นี้
“การรักษาเบื้องต้นเรียบร้อยดี แผลไม่ลึกมากและต้องเฝ้าระวังคืนนี้ว่าจะมีไข้หรือไม่ อย่าลืมกินยาให้ตรงต่อเวลาหากมีอะไรเกิดขึ้นไปเรียกข้าที่กระโจม เข้าใจหรือไม่เสี่ยวหลาน”
“เข้าใจขอรับท่านหมอ” ลู่เหลียนรีบไปต้มยาตามที่ท่านหมอสอนเพื่อนำมาป้อนเขา และนางเองไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น เพราะนางดูหนังมาหลายเื่ก็จะเป็แบบนี้ทั้งนั้น อาจมีการวางยาพิษได้
“ท่านเฝ้าท่านแม่ทัพอย่าให้ใครเข้ามาและแจ้งทหารของท่านแม่ทัพว่าแค่าเ็เล็กน้อยไม่เป็อะไรมาก” ลู่เหลียนบอกมือขวาที่เป็ถึงรองแม่ทัพให้ทำตามนาง
“ข้าเข้าใจเ้ารีบไปรีบมา” เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเวลานี้ความจริงสตรีต้องกลัวเืและไม่นึกคำนึงถึงเื่ที่จะทำให้ขวัญกำลังใจของทหารทั้งหลายมลายหายไป แต่ที่นางบอกเป็เื่ดี
สามวันสามคืนที่ลู่เหลียนเฝ้าดูแลชายหนุ่ม เพราะอะไรเขาจึงยังไม่ฟื้น ท่านหมอเองก็บอกไม่เป็อะไรมากแล้วรอแค่ฟื้น แล้วมันเมื่อไหร่กันเล่า
“ท่านนอนนานอีกแล้วรู้หรือไม่”
“หากท่านไม่ลุกมาคุยกับข้า"
"ข้าจะหนีออกไปอยู่นอกค่ายหาบุรุษคนใหม่ดีหรือไม่”
เสียงนี้ทำให้คนที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นมาทันที เขานอนอยู่สามวันก็จริงแต่คืนที่สามเขาฟื้นแล้วแต่อยากฟังนาง คุยเื่นั้นเื่นี้ให้ฟัง ตลอดเวลาก็คอยเช็ดตัวและพยายามลวนลามเขาอยู่ตลอด เพราะอะไรนางชอบหน้าท้องของเขามาก ลูบบ่อยมากจนข้าเกือบทนไม่ได้ ดีที่มีผ้าห่มบัง่ล่าง
“เ้าจะหนีพี่ไปไหน” เขายังคงแห้งผากเสียงดูแหบแห้งจนน่าสงสาร
“ดื่มน้ำก่อนขอรับ” ลู่เหลียนนำน้ำต้มสุกที่ไม่ใช่น้ำชามาให้เขาดื่มแทน ส่วนคนที่ดื่มน้ำเปล่าก็มองหน้านางด้วยความสงสัย
“น้ำเปล่า”
“ใช่น้ำเปล่าท่านจะดื่มน้ำอะไร”
“ชาอุ่น ๆสักแก้วได้หรือไม่"
“ไม่ได้”
“ไม่ได้ก็ไม่ได้” เขาเองพอได้ยินเสียงเข้มของคนตัวเล็กก็ต้องยอม ข้ากลัวนางอย่างนั้นหรือ ไม่หรอกน่าแค่เกรงใจเท่านั้น
“ท่านหิวหรือไม่”
“นิดหน่อย”
“ท่านหลับสามวันสามคืนได้กินเพียงน้ำข้าวต้ม เดี๋ยวข้าจะไปเอาข้าวต้มมาให้”
“เ้าไม่ต้องไป” อู๋เจี๋ยใช้สายตามองไปที่เงามืดที่คอยเฝ้าเขาตลอดเวลาชายชุดดำก็รู้ทันทีว่าโดนไล่ให้ไปหยิบข้าวต้ม
(ข้าเป็ถึงเงาระดับหนึ่งต้องมาหยิบข้าวต้มให้ท่านแม่ทัพข้ารู้แล้วว่าท่านออดอ้อนสาวได้น่าเกลียดมาก)
“ทำไม…อ๊ะ” ยังไม่ทันที่ลู่เหลียนพูดจบเขาดึงตัวสาวน้อยมากอดจนแน่น นางใก็จริงแต่ก็ชอบที่เขากอด
“พี่ขอโทษที่เกิดเื่ขึ้นแบบนี้จนไม่ได้ฉลองวันเกิดให้เ้า”
“ท่านรู้ได้อย่างไร”
“พี่ออกไปหาของขวัญให้เ้าที่ในเมืองไม่รู้ว่าโดนตาม"
ชายหนุ่มรีบหยิบปิ่นปักผมที่เขาสั่งทำให้นางมาหลายเดือนแล้ว ใช้เวลาในการทำสองเดือนกับของล้ำค่าเช่นหยกขาวที่ตกแต่งเป็รูปดอกบัวหยกให้เข้ากับชื่อของลู่เเหลียน และกำไรที่แกะสลักลายทองล้อมรอบหยกเป็รูปดอกบัวสวยงามเข้าชุดกัน ยังไม่หมดชุดสตรีที่เขานำมานั้นมีถึงสองหีบเพื่อให้นางเท่านั้นแพงก็จะซื้อ
“สวยงามมากแต่ข้าไม่อาจใส่ในค่ายให้ท่านเชยชมได้” ลู่เหลียนเห็นแล้วเสียดายเงินเป็แม่ทัพก็ต้องประหยัดใช้เงินมากมายโดยไม่ถามข้าเลย
“เ้าก็ใส่ตอนที่อยู่กับพี่เพียงสองคนดีหรือไม่” เสียงของเขาออดอ้อนลู่เหลียนมากหากคนสนิทของเขามาได้ยิน คงรับไม่ได้แน่
“ขอบคุณแต่มันไม่เหมาะหากท่าน้าให้ข้าเป็สตรีถ้าอย่างนั้นไปบ้านข้าดีหรือไม่” ลู่เหลียนอยากกลับบ้านไม่รู้ว่าตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง แต่ก็รู้ว่าเขาไม่พาไปแน่
“พี่ก็ว่าจะต้องออกไปรักษาตัวข้างนอกไม่เช่นนั้น อาจจะมีไส้ศึกในค่ายถ้าอย่างนั้นเราต้องไปที่อื่นแทนบ้านเ้า”
“แล้วท่านจะไปที่ใด”
“เรือนลับของพี่อยู่บนเขาขึ้นไปอีกไม่ไกล”
“เรือนลับของท่านแม่ทัพอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยรู้ก็มาก่อนว่ามี”
“แค่เ้าเท่านั้นที่พี่จะพาไป” สายตาชายหนุ่มที่มองคนตัวเล็กน่ารักของเขา ข้าจะพาเ้าไปซ่อนบนนั้น เ้าพวกนั้นต้องรู้ในเร็ววันว่านางคือดวงใจของเขาและอันตรายจะเกิดขึ้นกับนาง
เื่ที่รู้วันเกิดได้อย่างไรนะหรือข้ารู้วันเกิดได้เพราะข้าเฝ้าดูนางมาสองปีวันไหนที่นางจะฉลองวันเกิดนางจะเงียบและหลบไปอยู่คนเดียวเสมอและบ่นอะไรสักอย่างว่า แฮป…ปี้…อะไรก็ไม่รู้ : แม่ทััพเช่นข้าก็ไม่ได้โง่นะ