
รถม้าคันหรูของสกุลเฉินแล่นออกจากเขตท่าเรือ มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือของเมืองเฉวียนโจว ซึ่งเป็เขตที่พักอาศัยของเหล่าคหบดีและผู้มีอิทธิพล
ภายในรถม้าที่บุด้วยกำมะหยี่นุ่มสบาย บรรยากาศกลับคุกรุ่นไปด้วยความขุ่นเคือง (ของสตรีบางคน)
"โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิ!"
ยาสะ ร้องเสียงหลง เมื่อเฉินมู่ใช้สำลีชุบสุราเช็ดแผลที่ต้นแขนของนาง รอยแผลจากเข็มพิษของถังเหยียนแม้จะไม่ลึก แต่พิษยางไม้ทำให้ิัรอบๆ บวมแดงและแสบร้อนเหมือนถูกไฟลวก
"อดทนหน่อย แม่พยัคฆ์สาว..." เฉินมู่ เอ่ยเสียงนุ่ม เป่าลมเบาๆ ที่แผลให้นาง "พิษยางไม้นี้ไม่ถึงตาย แต่ถ้าไม่รีบล้างออก ผิวสวยๆ ของเ้าจะเป็แผลเป็"
"ข้าไม่สนแผลเป็!" ยาสะกัดฟันกรอด "ข้าเจ็บใจยัยเด็กทารกนั่นต่างหาก! นางกล้าเรียกข้าว่าลิงป่า! แถมยัง..."
นางชำเลืองมอง จางเหว่ย ที่นั่งเช็ดมีดปังตออยู่มุมรถม้าอย่างเงียบเชียบ ตามร่างกายของเขามีรอยกรีดตื้นๆ จากกริชหลายแห่ง แต่เขาดูไม่ยี่หระราวกับเป็แค่รอยยุงกัด
"...แถมยังทำให้อาเหว่ยเืตกยางออกได้" ยาสะบ่นอุบ "ข้าสาบานเลย ครั้งหน้าข้าจะจับนางมัดแล้วจับโยนลงถังหมักปลาเค็ม!"
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้น ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"นางเร็วจริงๆ ..." เขาพึมพำ ยอมรับในฝีมือศัตรู "ถ้าข้าไม่ใช้สมาธิฟังเสียงกล้ามเนื้อนาง ข้าคงโดนปาดคอไปแล้ว"
เฉินมู่ทายาสมานแผลลงบนแขนยาสะ แล้วพันผ้าพันแผลให้อย่างบรรจง
"ตระกูลถังแห่งเสฉวน ขึ้นชื่อเื่อาวุธลับและยาพิษมาหลายร้อยปี..." เฉินมู่เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ดุจกุนซือ "พวกเขากุมเส้นทางการค้าทางบกสายตะวันตก (เส้นทางสายแพรไหมเก่า) ไว้ในมือ แต่่หลังมานี้ าทางเหนือทำให้เส้นทางบกถูกตัดขาด รายได้พวกเขาหดหาย"
เขาเอนหลังพิงพนัก หลับตาลง
"พวกเขาจึงต้องหันมามองทางทะเล... และใครกันล่ะ ที่ผูกขาดเกลือทางทะเลอยู่ตอนนี้?"
"เป็พวกเรา..." ยาสะตอบ
"มิผิด" เฉินมู่ลืมตาขึ้น แววตาคมกริบ "งานเลี้ยงน้ำชาคืนนี้ ไม่ใช่งานสังสรรค์... แต่มันคือ 'งานเลี้ยงหงเหมิน' (งานเลี้ยงลวงสังหาร) "
"ท่านผู้นำตระกูลถัง้าจะ 'กลืน' กิจการเกลือของเรา หรือไม่ก็บีบให้เราเป็แค่ม้าใช้ส่งของให้พวกเขา"
"แล้วท่านยังจะไปทำไม?" ยาสะถามด้วยความเป็ห่วง "ทำไมไม่ส่งคนไปถล่มจวนพวกมันเลย? เจ๊ใหญ่เจียวมีปืนใหญ่หรือมิใช่?"
"การใช้กำลังคือทางเลือกสุดท้ายของพ่อค้า..." เฉินมู่ยิ้มเย็น "อีกอย่าง ตระกูลถังมีเครือข่ายสายลับทั่วแผ่นดิน หากเราเป็ศัตรูกับพวกเขา เราจะนอนไม่เป็สุขไปตลอดชีวิต จะมีเข็มพิษอยู่ในชามข้าวเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
"ข้าจะไป... เพื่อเปลี่ยน 'ศัตรู' ให้เป็ 'ลูกค้า'"
...
ยามซวี (๑๙.๐๐ - ๒๑.๐๐ น.)
รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวนตระกูลถัง
บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากจวนคหบดีทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีโคมไฟสีแดงสว่างไสว ไม่มีเสียงดนตรีขับกล่อม มีเพียงความเงียบสงัดและต้นไผ่สีดำที่ปลูกเรียงรายเป็กำแพง ลมพัดใบไผ่เสียดสีกันดัง ซู่... ซู่... ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของภูตพราย
ที่หน้าประตูไม้สีดำสนิท ไร้ซึ่งยามเฝ้าประตู... แต่เฉินมู่รู้ดีว่า มีสายตาอย่างน้อยสิบคู่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่จากในเงามืด
"ลงไปกันเถอะ"
เฉินมู่ก้าวลงจากรถม้า วันนี้เขาสวมชุดเต็มยศ พกพัดจีบทองคำและห้อยหยกประดับเอว ดูภูมิฐานและร่ำรวยจนแสบตา เพื่อข่มขวัญเ้าบ้าน
จางเหว่ยเดินประกบด้านซ้าย มือวางพาดด้ามมีด ยาสะเดินประกบด้านขวา ในชุดรัดรูปสีดำที่โชว์สัดส่วนเย้ายวน แต่มือขวาลูบไล้กริชที่ซ่อนอยู่ใต้เข็มขัดตลอดเวลา
"เชิญ..."
เสียงแหบต่ำดังขึ้น ประตูไม้เปิดออกเองช้าๆ โดยไม่มีคนผลัก เผยให้เห็นทางเดินหินยาวเหยียดที่ทอดตัวเข้าสู่ความมืด
"ทางเดินสายมรณะ..." จางเหว่ยกระซิบ "ข้าได้กลิ่นดินประสิวและน้ำมัน... พื้นตรงนั้นอาจจะเป็กับดัก"
"เดินตามรอยเท้าข้า" เฉินมู่สั่งเสียงเรียบ "และอย่าแตะต้องสิ่งใด แม้แต่ใบไม้"
ทั้งสามเดินเข้าสู่ถ้ำเสือด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
เมื่อเดินผ่านสวนไผ่ เข้าสู่เรือนรับรองกลางน้ำ บรรยากาศก็เปลี่ยนไป
กลิ่นหอมของชาชั้นเลิศลอยอบอวล... แสงเทียนสว่างไสวสะท้อนผิวน้ำ
ที่ศาลากลางน้ำ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งรออยู่ เขาสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายแมงป่องทองคำ ใบหน้าตอบซูบแต่ดวงตาสว่างวาบดุจเหยี่ยว ไว้หนวดเครายาวเฟิ้ม
"ถังจื่อ" ผู้นำตระกูลถังคนปัจจุบัน
และข้างกายเขา... คือ ถังเหยียน ที่เปลี่ยนชุดจากชุดรัดรูปนักฆ่า มาเป็ชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนดูเรียบร้อยน่ารัก (แต่แววตายังคงจิกกัดจางเหว่ยไม่วางตา)
"มาตรงเวลาดีนี่... พญาวานิชเฉิน" ถังจื่อเอ่ยทักทายโดยไม่ลุกขึ้น น้ำเสียงทรงอำนาจดังกังวาน
"ผู้น้อยเฉินมู่ คารวะท่านเ้าสำนักถัง" เฉินมู่ประสานมือยิ้มแย้ม เดินเข้าไปในศาลาอย่างไม่เกรงกลัว
"ได้ยินกิตติศัพท์ตระกูลถังมานาน วันนี้ได้มาเยือน ถือเป็วาสนา"
"วาสนา หรือ คราวเคราะห์... เดี๋ยวก็รู้" ถังจื่อแสยะยิ้ม ผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"นั่งสิ... น้ำชาถ้วยนี้ ข้าชงรอเ้าไว้นานแล้ว"
บนโต๊ะมีถ้วยชาสามใบวางอยู่... ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นมา
เฉินมู่มองดูถ้วยชาเ่าั้... เขารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่แค่การดื่มชา
แต่มันคือการ "ประลองกำลังภายใน" และ "วัดใจ" ยกแรก
"ขอบพระคุณ..."
เฉินมู่นั่งลง จางเหว่ยและยาสะยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง