โครกกกก~
เมื่อใช้สมองมาก ๆ ท้องน้อย ๆ ของเจียงอี้หลินก็ส่งเสียงร้องขึ้น เขารู้สึกอับอายจนอยากมุดดินหนี จ้าวเยี่ยหยางเหล่มองนิด ๆ ก่อนจะระบายยิ้มอย่างนึกขัน
"เ้าหิวแล้วใช่หรือไม่"
"ข้าเปล่า เอ่อนี่คือ...เสียงผายลมของข้าเอง"
เจียงอี้หลินรีบยกมือลูบก้นตัวเอง แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุก ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดู จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปขยี้หัวเด็กน้อย
"หิวก็บอกว่าหิว ใยต้องปิดบังด้วยเล่า แม้เสบียงของกองทัพไม่ควรจะเอาไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นส่งเดช แต่กับเด็กน้อยเช่นเ้า จะกินได้สักกี่มากน้อยกันเชียว"
ดวงตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าเด็กน้อยด้วยแววตาที่อ่อนละมุน หากเหล่าทหารในกองทัพผ่านมาเห็นเข้า คงต้องเข้าใจผิดคิดว่าท่านรองแม่ทัพถูกภูตผีสิงสู่เป็แน่
จ้าวเยี่ยหยาง เป็บุตรที่เกิดจากภรรยาเอกของเจิ้งกั๋วกง แม่ทัพจ้าวเสวียนเฟิง อายุแค่สิบสามปีก็ติดตามบิดามายังสนามรบที่ชายแดน อาสาขอเป็ทัพหน้าเพื่อสังหารข้าศึก ด้วยความเก่งกาจเพราะถูกบิดาเคี่ยวกรำมาั้แ่เด็ก บวกกับบิดาคอยหนุนหลัง ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็รองแม่ทัพในเวลาแค่สามปี เรียกได้ว่าเป็ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในสนามรบเลยก็ว่าได้
เขาเป็คนที่เยือกเย็น สุขุม รู้หนักจักเบาฉลาดปราดเปรื่อง แม้จะมีใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติ และบุคลิกที่สง่า แต่ทว่าสีหน้ากลับเ็าไร้อารมณ์ สายตาสีดำคมเข้มดุจหยดหมึกของเขายามที่จ้องมองผู้อื่น ก็ราวกับสายตาของมัจจุราชที่้าคร่าชีวิตอีกฝ่าย ไม่เคยมีใครเห็นเขายิ้มเลยสักครั้ง
จนกระทั่งเด็กน้อยผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น นั่นเป็ครั้งแรกที่เหล่าทหารได้เห็นรอยยิ้มในแววตาของเขา
เจียงอี้หลินมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสนคิดถึงอย่างใจลอย มือน้อย ๆ เอื้อมมือไปจับแก้มทั้งสองข้าง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำ เพื่อค้นหาร่อยรอยอะไรบางอย่าง
‘นายใช่จ้าวเยี่ยหยางคนเดียวกับคนรักของฉันรึเปล่า’
ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ราวกับพวกเขาถูกดวงตาของกันและกันดึงดูด
อีกด้านหนึ่ง
"ท่านปรมาจารย์เจียงขอรับ แย่แล้ว อี้หลินพลัดตกลงไปในแม่น้ำขอรับ!" เสียงเด็กน้อยร้องเรียกอย่างตื่นตระหนก เจียงซูเถียนที่ได้ยินพลันใหน้าซีดเผือด ทำให้กระบี่ที่อยู่ในมือของเขาล่วงหล่น
"เ้าว่าอย่างไรนะ ลูกชายของข้าพลัดตกน้ำไปอย่างนั้นเหรอ" ชายหนุ่มจับไหล่ของเด็กน้อยไว้แน่นและเผลอออกแรงบีบ เด็กน้อยเบ้หน้าทำท่าจะร้องไห้ ด้วยความตื่นกลัว
"ชะ...ใช่ขอรับ พวกเราตั้งใจจะไปจับปลากันแต่..."
เด็กน้อยค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟัง วันนี้เจียงซูเถียนต้องไปที่สำนักฝึกยุทธ์ เพื่อสอนวิทยายุทธและการต่อสู้ให้กับคนหนุ่มในหมู่บ้าน เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านที่อยู่ติดกับชายแดน ทำให้มีโจรป่า และพวกชนต่างเผ่าออกปล้นอยู่บ่อยครั้ง
ก่อนหน้าที่จะมีทหารมาประจำการ ก็ได้มีคนจากแคว้นข้าง ๆ เข้ามาบุกยึดและรุกรานชาวบ้าน สร้างความเสียหายให้ไม่น้อย เจียงซูเถียนที่พอจะมีวรยุทธติดตัวและเป็ถึงอดีตองครักษ์ลับ จึงมีความคิดที่จะเปิดสำนักฝึกวิทยายุทธเพื่อให้คนในหมู่บ้านมีวิชาป้องกันตัว สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ไม่คาดฝันได้
และในวันนี้เขาก็พาบุตรชายไปที่โรงฝึก เพื่อที่จะได้สอนวรยุทธ์ต่าง ๆ ให้ แต่เด็กน้อยี้เีและห่วงเล่นเอามาก ๆ อีกทั้งร่างกายของเขาก็ไม่เหมาะแก่การฝึกวรยุทธเอาเสียเลย เจียงซูเถียนจึงไม่ได้เข้มงวดอะไรกับเขามากนัก
จนเมื่อเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาชวนเขาออกไปวิ่งเล่น และชายหนุ่มเห็นว่าพวกเขากำลังเล่นว่าวลมกันอย่างสนุกสนามจึงไม่ได้สนใจอะไร จนในที่สุด พวกเด็ก ๆ ก็คลาดสายตาไป และไม่คิดเลยว่าเด็กพวกนั้นจะชวนกันไปเล่นที่แม่น้ำ
"บอกพวกเ้าแล้วใช่ไหม ว่าอย่าชวนกันไปเล่นที่นั่น เหตุใดถึงไม่ฟัง ไป! เร่งพาข้าไปเดี๋ยวนี้"
ชายหนุ่มผู้เป็พ่อร้อนใจจนแทบคลั่ง เขารีบวิ่งตรงไปยังแม่น้ำที่พวกเด็ก ๆ ชวนกันไปเล่น และกวาดตามองหาแต่ก็ไม่พบสิ่งใด หัวใจของเขาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตั้งใจจะะโลงไปในแม่น้ำเพื่อจะไปงมหา เผื่อว่ายังพอช่วยชีวิตบุตรชายได้ทัน
"ท่านปรมาจารย์เจียง ท่านปรมาจารย์เจียงขอรับ มีทหารมาหาท่านขอรับ" ลูกศิษย์ของสำนัก ะโเรียกเจียงซูเถียนเอาไว้
"บอกให้เขารอก่อน ตอนนี้ข้าไม่ว่าง ลูกชายของข้ากำลังเกิดเื่!" เขาไม่แม้แต่จะหันไปมอง และเตรียมจะะโลงไป
"แต่ท่านปรมาจารย์ขอรับ เขาบอกว่าบุตรชายของท่านที่ถูกช่วยเอาไว้จากการจมน้ำ ตอนนี้อยู่ที่ค่ายของทหารนะขอรับ!" ศิษย์คนนั้นะโบอกอย่างหอบเหนื่อยเพราะรีบวิ่งมา เจียงซูเถียนชะงักเท้าแล้วหันกลับไปมอง
"เป็เื่จริงรึ"
"จริงขอรับ เมื่อครู่ มีทหารจากค่ายมาตามหาบิดามารของเด็กที่ตกน้ำ จากลักษณะที่เขาบอกมา คิดว่าเป็บุตรชายของท่านปรมาจารย์ไม่ผิดแน่ ท่านเร่งไปหาเขาก่อนเถอะขอรับ"
"ไป รีบพาข้าไปหาทหารคนนั้นเร็ว" ทั้งคู่จึงเปลี่ยนทิศทางและรีบวิ่งกลับไปที่หมู่บ้าน
เมื่อมาถึงเจียงซูเถียนก็สังเกตเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนเอามือไพล่หลังรอเขาอยู่ที่หน้าเรือน จึงเอ่ยปากซักถาม "เป็ท่านหรือ ที่ช่วยบุตชายของข้าเอาไว้ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ใด"
"ผู้ที่ช่วยบุตรของเ้าไว้คือท่านรองแม่ทัพจ้าว ดีนะที่พวกข้าไปอาบน้ำชำระกายกันแถวนั้นพอดี ไม่เช่นนั้นบุตรของเ้าคงจมน้ำอืดอยู่ในก้นแม่น้ำแล้วกระมัง"
ลู่ผิงเอ่ยเสียงนิ่ง เจียงซูเถียนชะงัก สีหน้าของเขาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่กล่าวขอบคุณอีกฝ่ายเป็การใหญ่แล้ว เขาก็เร่งเดินทางไปยังค่ายทหาร เพื่อไปรับตัวบุตรชายมา
'ขอบคุณ์ที่เมตตา หากเด็กคนนี้เป็อะไรไป ข้าคง...’
ภายในกระโจมของจ้าวเยี่ยหยาง
"เอ้า อาหารของเ้ามาแล้ว รีบกินซะก่อนที่มันจะเย็น"
จ้าวเยี่ยหยางยกถ้วยโจ๊กที่เคี่ยวจนข้นวางไว้ตรงหน้าเด็กน้อย พร้อมทั้งคีบยำผักป่าตักใส่ถ้วยให้ เจียงอี้หลินไม่ได้คาดคิดว่าตนจะได้กินของดีอะไร เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็โจ๊กเปล่ากับยำผักป่าเช่นนี้ จู่ ๆ โรคกินยากของเขาก็เริ่มต่อต้านขึ้นมา
"เ้าไม่ต้องเกรงใจ เป็เด็กเป็เล็กควรกินให้มากหน่อย จะได้โตไว ๆ เอ้านี่"
จ้าวเยี่ยหยางยังคงคะยั้นคะยอ เจียงอี้หลินไม่อาจปฏิเสธใบหน้านี้ได้จริง ๆ เขาจึงจำใจต้องกินโจ๊กถ้วยนี้อย่างเสียไม่ได้ แต่เมื่อซดเข้าไปคำแรก เขาแทบจะถุยทิ้งทันที
นี่มันโจ๊กบ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงได้จืดชืดแบบนี้ รสชาติห่วยยิ่งกว่าโปรตีนเสริมอาหารของเขาที่เจ้เหม่ยประเคนซื้อมาให้เขาเสียอีก ให้ตายเถอะ
เพราะเด็กหนุ่มแสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน ทำให้ร่างสูงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย
"อาหารที่ค่ายอาจจะไม่ค่อยถูกปากเ้า แต่อดทนกินหน่อยละกัน ไว้ครั้งหน้าข้าจะให้ทหารออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารให้เ้า ดีหรือไม่"
พูดจบเขาก็ต้องชะงัก เมื่ออยู่ดี ๆ เขาก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมตัวเองจึงต้องเอาใจเด็กที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ชั่วยามคนนี้ด้วย ราวกับทุกอย่างมันออกมาจากจิตใต้สำนึกของเขาเอง
"ดี ไว้คราวหน้าข้าจะเป็คนปรุงอาหารให้ท่านกินเอง รับรองว่าท่านต้องติดใจแน่ ๆ"
เจียงอี้หลินยิ้มอย่างมั่นใจ จ้าวเยี่ยหยางที่เห็นอย่างนั้นจึงสลัดความคิดที่กำลังขัดแย้งในจิตใจทิ้งไป ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัวทุยกลม ๆ นั่น
"ท่านรองแม่ทัพ ได้เื่แล้วขอรับ" ลู่ผิงยืนรอรายงานอยู่หน้ากระโจม
"เข้ามา"
"เจอตัวบิดาของเด็กแล้วขอรับ ตอนนี้รออยู่ที่หน้าลานฝึก"
เจอจริงด้วย ได้ไงอ่ะ เจียงอี้หลินรู้สึกใมากจึงหันไปมองหน้าลู่ผิงอย่างอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าคนโบราณจะทำงานกันได้เร็วขนาดนี้ เก่งยิ่งกว่าตำรวจในยุคเขาเสียอีก
"อื้ม เ้าไปได้" ลู่ผิงโค้งคำนับแล้วผละออกไป
"แม่หนูน้อย เจอบิดาของเ้าแล้ว เ้ารีบกินให้เสร็จ เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปพบบิดาของเ้า ดีหรือไม่"
มือหนายกขึ้นเกลี่ยเศษอาหารข้างแก้มออกให้อย่างเอ็นดู เด็กน้อยคิดว่าเขาควรจะต้องแก้ความเข้าใจผิดนี้ก่อน จึงได้บอกกับร่างสูงไปว่าตัวเขานั้นเป็เด็กผู้ชาย พร้อมทั้งยังทำท่าจะถลกเสื้อตัวยาวให้อีกฝ่ายดูช้างน้อย แต่จ้าวเยี่ยหยางก็ห้ามไว้เสียก่อน เขากระแอมไอด้วยใบหน้าแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความกระดากอาย
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ จ้าวเยี่ยหยางค่อยจูงมือเจียงอี้หลินไปหาผู้เป็บิดา "จริงสิ ว่าแต่ข้ายังไม่รู้จักชื่อของผู้มีพระคุณของข้าเลย บอกนามของท่านให้ข้ารู้หน่อยจะได้หรือไม่" เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามเสียงใส
"ชื่อข้าคือ จ้าวเยี่ยหยาง"
"...!"
พลันดวงตาของเจียงอี้หลินหดแคบลง ไม่ใช่แค่หน้าตาที่เหมือน แม้แต่ชื่อก็ยัง...
์ ได้โปรดบอกข้าที ว่านี่ไม่ใช่แค่เื่บังเอิญ
เมื่อได้เจอกับเจียงซูเถียน จ้าวเยี่ยหยางก็ส่งตัวเจียงอี้หลินให้ พร้อมทั้งกำชับอีกฝ่ายให้ดูแลเด็กให้ดี คราวหลังอย่าได้ปล่อยปละละเลยเช่นนี้ ผู้เป็พ่อได้แต่รับคำก่อนจะโค้งคาราวะขอบคุณจ้าวเยี่ยหยางเป็การใหญ่ และสัญญาว่าจะต้องกลับมาตอบแทนภายหลังอย่างแน่นอน
เจียงซูเถียนอุ้มเจียงอี้หลินน้อยกลับบ้าน เดิมทีเจียงอี้หลินยังไม่อยากกลับ เพราะยังอยากอยู่กับจ้าวเยี่ยหยางอีก แต่ก็ยังไม่อยากทำตัววุ่นวาย เพราะตัวเองเพิ่งจะมาถึงที่นี่ ยังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้มากนัก
เมื่อกลับถึงเรือน เจียงอี้หลินก็มองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความแปลกตาและสนใจใคร่รู้ ตอนที่เขาแสดงละครแนวพีเรียด เขาเคยเห็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ พวกนี้มาบ้างแล้วเหมือนกัน แต่มันเป็แค่อุปกรณ์ประกอบฉากเท่านั้น เมื่อได้มาเห็นของจริงเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย และเรือนหลังนี้ก็ดูใหญ่โตมาก แสดงว่าฐานะของเขาก็คงไม่ได้ลำบากยากจนอะไร
เดิมเขาคิดว่าต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมเสียอีก ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพ้อเจ้ออยู่นั้น เจียงซูเถียนก็ได้มาคว้าตัวเขาเข้าไปกอด
"เอ่อ...ท่านพ่อ คือ..."
"ท่านรองแม่ทัพจ้าวบอกกับข้าแล้วว่าเ้าจำความอะไรไม่ได้ แม้แต่ชื่อของเ้าเอง ข้าช่างเป็บิดาที่ไม่เอาไหน ไม่ยอมดูแลเ้าให้ดี ๆ เกือบปล่อยให้เ้าจมน้ำตายไปแล้ว ข้า ข้า...”
ความสั่นกลัวจากอีกฝ่ายทำให้เจียงอี้หลินััได้ ดูท่าว่าชายคนนี้จะรักและเป็ห่วงบุตรชายซึ่งเป็เ้าของร่างคนนี้มาก ๆ มือเล็กจึงยกขึ้นกอดตอบร่างสูงไป
“ท่านพ่อ ท่านอย่าได้กล่าวโทษตัวเองอีกเลย เื่จมน้ำนั่นก็เป็ความผิดของเด็กคนนี้ เอ่อ ข้าหมายถึงเป็ความผิดของตัวข้าเอง ที่ซุกซนไม่ระวัง ข้าทำให้ท่านพ่อต้องเป็กังวลถึงเพียงนี้ ข้าช่างเป็ลูกที่อกตัญญูยิ่งนัก”
หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ต่างเอ่ยปลอบขวัญกันไปมา จนในที่สุดผู้เป็พ่อก็เริ่มทำใจได้ เขาผละตัวออกจากบุตรชาย และยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ
“เอาล่ะ ลูกรักของข้า เ้าจำชื่อของตัวเองไม่ได้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นพ่อจะบอกเ้าใหม่ เ้าแซ่เจียง มีชื่อว่าอี้หลิน ตอนนี้อายุหกขวบ เป็อย่างไร พอจะจำได้บ้างหรือไม่”
"...!"
ตอนนี้เจียงอี้หลินยืนนิ่งค้างไปแล้ว ไม่เพียงแค่จ้าวเยี่ยหยาง แม้แต่ตัวเขาก็ชื่อเจียงอี้หลินอย่างนั้นเหรอ ์ ช่วยตอบเขาที นี่มันเป็เื่บังเอิญแบบไหนกัน?
"อ๊ะ จริงสิท่านพ่อ แล้วท่านแม่ของข้าเล่า ท่านแม่ของข้าอยู่ที่ใด"
เจียงอี้หลินเอียงหน้าถามด้วยความสงสัย เขารู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ดูโง่งมปัญญาอ่อนเหลือทน แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาอยู่ในร่างของเด็กหกขวบ จึงต้องแสร้งทำตัวให้สมกับเป็เด็ก
เนื่องจากเจียงอี้หลินเป็อัจฉริยะ มีความจำเป็เลิศ ทั้งยังเป็คนที่จริงจังกับงาน ไม่ว่าบทบาทแบบไหน เขาก็ล้วนตีบทแตกและสามารถเข้าถึงบทบาทของตัวละครนั้นได้ในชั่วพริบตา บรรดาผู้กำกับและนักแสดงต่างก็เอ่ยปากชม
และในตอนนี้บทบาทใหม่ที่เขาได้รับก็คือ เจียงอี้หลิน หนูน้อยวัยหกขวบ จากยุคอดีต ถ้าเช่นนั้นตัวเขาก็ขอท้าทายกับบทนี้ดูหน่อยก็แล้วกัน เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็พลันกระจ่างใส และแฝงไว้ด้วยความใสซื่อแบบเด็ก ๆ
"แม่ของเ้าเหรอ เอ่อ...ท่านแม่ของเ้า ตอนนี้อยู่ในที่ไกลแสนไกล และเชื่อข้าเถอะว่าตอนนี้เขาต้องกำลังเฝ้ามองเ้าอยู่ เพราะเขารักเ้ามาก"
เจียงซูเถียนลูบหัวบุตรชาย และมองสบเข้ามาในดวงตาดอกท้อคู่สวยราวกับ้าจะสื่ออะไรบางอย่าง โดยที่เจียงอี้หลินคิดไปเองว่าบางทีแม่ของเ้าของร่างคงลาจากโลกนี้ไปแล้ว ก่อนที่ผู้เป็พ่อจะจับข้อมือเล็กๆ นั่นขึ้นมา และลูบไล้ลงบนไฝสีแดงเม็ดเล็กเบา ๆ
"เสี่ยวอี้ลูกพ่อ จงจำไว้ว่าเ้าเป็เด็กพิเศษ คราวหน้าหากเ้าจะไปไหนทำอะไร เ้าต้องระมัดระวังตัวไว้ให้มาก ๆ "
"อี้หลินทราบแล้ว ท่านพ่อโปรดวางใจ" เด็กน้อยฉีกยิ้มจนตาหยี
“วันนี้เ้าเหนื่อยมามากแล้ว เร่งเข้านอนแต่หัวค่ำเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะพาเ้าไปขอบคุณท่านรองแม่ทัพอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินว่าพรุ่งนี้เขาจะได้ไปที่ค่ายทหารนั่นอีกครั้ง เด็กน้อยก็พยักหน้าคอแทบหลุด แววตาฉายชัดถึงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง
นี่เขากำลังจะได้ไปพบกับจ้าวเยี่ยหยางอีกครั้งแล้ว เขาก็อยากรู้จริง ๆ ว่าชายคนนั้นจะใช่จ้าวเยี่ยหยางคนรักของเขาหรือเปล่า หรือแค่คนที่บังเอิญหน้าเหมือนกันแน่
.
.
จบตอน.
--------------------------------------