ประตูห้องพักอุปกรณ์เปิดออกช้าๆเรนเผชิญหน้ากับ นิ้ง เพื่อนสาวร่วมกลุ่มที่ยืนขมวดคิ้วแน่นมือข้างหนึ่งยังคงค้างอยู่ที่ลูกบิดประตู
"ทำอะไรอยู่เนี่ยยัยเรน? เคาะตั้งนาน ล็อกประตูทำไมยะ?"นิ้งบ่นพึมพำพลางก้าวเข้ามาในห้องสายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย "แล้วทำไมหน้าแดง หอบขนาดนั้นล่ะไปยกของหนักมาเหรอ?"
เรนยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างลนลานพยายามปรับลมหายใจให้เป็ปกติและหลบสายตาจับผิดของเพื่อน "อ๋อ...พอดีเรนก้มลงไปยกกล่องอุปกรณ์ใต้โต๊ะน่ะมันหนักมากเลย ลมมันอับๆ ด้วย เลยมึนหัวนิดหน่อย"
"ทีหลังก็รอให้คนอื่นมาช่วยสิชักช้าจริง ยัยพวกนั้นรออยู่ที่หน้าคณะโน่นแล้วรีบเก็บของแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ" นิ้งต่อว่าไม่จริงจังนักก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไป
เรนถอนหายใจยาวเต็มที่ร่างบางยังคงสั่นสะท้านนิดๆ จากคลื่นอารมณ์รักและััรัญจวนของบาสที่ยังคงค้างคาความรู้สึกผิด สับสนและโกรธตัวเองประดังโถมกันเข้ามา เรนรีบคว้ากระเป๋าแล้วก้าวตามเพื่อนออกไปโดยพยายามสลัดความรู้สึกปั่นป่วนในใจทิ้งไปให้หมด
อีกด้านหนึ่ง ณคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง...บรรยากาศภายในห้องนอนสว่างไสวกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนน่าอึดอัด
ธันวานั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียง ใบหน้าคมคายฉายแววเครียดขึงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนตรงหน้าเขาคือ เมย์ แฟนสาวที่คบหากันมานานหลายปี เมย์กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาไหลนองสองแก้มจนมาสคาร่าเปรอะเปื้อน ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและใอย่างยิ่ง
"พี่ธันพูดอะไรออกมารู้ตัวไหมคะ?!"เมย์เอ่ยเสียงสั่นพร่าร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว "เลิกกันเหรอ? ทำไมล่ะคะ... เมย์ทำอะไรผิด? เมย์ทำอะไรให้พี่ธันไม่พอใจเหรอคะ?"
"เมย์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย..."ธันวาเอ่ยเสียงเบา ั์ตาฉายแววรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด "พี่เอง...พี่เป็คนผิดเอง พี่รู้สึกว่าความรู้สึกของพี่ที่มีให้เมย์มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วพี่ไม่อยากจะหลอกเมย์อีกต่อไป"
"ไม่จริง!พี่ธันโกหก!" เมย์พุ่งตัวเข้ามาโผเข้ากอดเอวหนาของธันวาไว้แน่นซบหน้าลงกับอกเขาพลางร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร "เมย์ไม่ยอมเลิก!เมย์รักพี่ธันมากนะคะ เราคบกันมาตั้งกี่ปี วางแผนอนาคตด้วยกันไว้ตั้งเท่าไร...ถ้าเมย์ทำอะไรไม่ดี พี่ธันบอกเมย์สิ เมย์พร้อมจะปรับตัวทุกอย่างอย่าทิ้งเมย์ไปเลยนะพี่ธัน..."
การอ้อนวอนและน้ำตาของแฟนสาวที่ไม่ได้มีความผิดใดๆเปรียบเสมือนกริชที่แทงเข้ากลางใจของธันวาอย่างจังความจริงที่ว่าเขาเป็ฝ่ายแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเรนเป็ฝ่ายทรยศต่อความรักและความเชื่อใจของเมย์ทำให้ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของชายหนุ่มจนแทบหายใจไม่ออก
"เมย์...อย่าทำแบบนี้เลย" ธันวาพยายามดันร่างบางออกเบาๆแต่เมย์กลับยิ่งกอดเขาแน่นขึ้นยิ่งเห็นเธอยอมลดเกียรติของตัวเองลงมาร้องไห้อ้อนวอนชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็คนเลวทรามเกินกว่าจะรับได้
"เมย์ขอร้องล่ะค่ะพี่ธัน...ให้โอกาสเราอีกครั้งนะ อย่าเพิ่งทิ้งเมย์ไปตอนนี้เลยนะ...นะคะ"
สุดท้ายด้วยความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งที่ทับโถมธันวาก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปากพูดความจริงเื่เรน หรือยืนยันคำว่าเลิกออกไปได้อีกเขาทำได้เพียงนั่งเงียบ ปล่อยให้เมย์กอดและร้องไห้อยู่เช่นนั้นความใจอ่อนและความขี้สงสารของชายหนุ่มทำให้สถานการณ์พลิกผันและยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม
นับจากคืนนั้นธันวาก็เริ่มเว้นระยะห่างและพยายามหลบหน้าเรนอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่มาดักรอรับเธอหลังเลิกเรียนไม่มาร่วมกิจกรรมของชมรม ตอบข้อความช้าลงอย่างผิดปกติและมักจะอ้างว่าติดภารกิจของมหาวิทยาลัยหรือติดธุระทางบ้านอยู่เสมอความเหินห่างกะทันหันนี้สร้างความสับสนและไม่สบายใจให้เรนอย่างรุนแรง
ผ่านไปเกือบสัปดาห์เรนที่ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวตัดสินใจเดินไปดักรอธันวาที่หน้าห้องพักซ้อมละครของคณะมนุษศาสตร์ในยามเย็นเมื่อเห็นร่างสูงของธันวาเดินออกมาเพียงลำพังเรนก็รีบก้าวเข้าไปหาและดึงแขนเขาเลี่ยงออกมาตรงมุมบันไดทางเชื่อมที่ไร้ผู้คนทันที
"พี่ธัน..."เรนเอ่ยเรียกเสียงแ่ั์ตาคู่สวยมองสบประสานกับดวงตาคมที่บัดนี้ฉายแววอิดโรยและหลบสายตา"่นี้พี่ธันเป็อะไรไปคะ? ทำไมต้องหลบหน้าเรนด้วยเรนทำอะไรให้พี่ธันไม่พอใจหรือเปล่า?"
ธันวาถอนหายใจยาวพยายามหลบสายตาหวานที่มองมาด้วยความห่วงใย "เปล่าหรอกครับเรน...พี่แค่งานเยอะ น่ะ ่นี้กิจกรรมมหาลัยมันวุ่นวาย"
"พี่ธันโกหกเรน!"เรนพูดขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้น "ถ้างานเยอะทำไมข้อความเรนพี่ธันก็แทบไม่ตอบ เจอหน้ากันพี่ก็เดินเลี่ยง? มีอะไรก็พูดกันตรงๆ สิคะ หรือว่า...พี่ธันเสียใจเื่วันนั้น? หรือพี่ธันคิดว่าเรนใจง่าย?"
"ไม่ใช่แบบนั้นเลยเรน!"ธันวาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอทันที เขายื่นมือไปจับไหล่บางไว้ด้วยความลนลาน"พี่ไม่เคยคิดว่าเรนใจง่ายเลยนะ อย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาด!"
"แล้วมันเพราะอะไรล่ะคะ?!"เรนตื้อถามอย่างไม่ยอมแพ้น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ "บอกเรนมาตรงๆ เถอะค่ะเรนทนสภาพที่เป็อยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้วนะ"
ธันวามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความเ็ปความกดดันและความรู้สึกผิดที่สะสมมาหลายวันทำให้ความอดทนของชายหนุ่มพังทลายลงเขาพ่นลมหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"พี่ไปคุยกับเมย์มาแล้ว..."
คำพูดนั้นทำให้เรนชะงักหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "แล้ว... แล้วยังไงคะ?"
"พี่พยายามขอเลิกกับเมย์...แต่พี่ทำไม่ได้" ธันวาก้มหน้าลง หลบสายตาด้วยความอับอายในความอ่อนแอของตัวเอง"เมย์เขาร้องไห้หนักมาก... เขาอ้อนวอนพี่ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเรนเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด..."
คำตอบของธันวาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆที่แทงลงกลางใจของเรน ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ทันทีมีเพียงเสียงลมยามเย็นที่พัดผ่านทางเดิน
"พี่รู้สึกผิดมาก..."ธันวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ยิ่งเห็นเมย์ร้องไห้พี่ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็คนเลว พี่เป็คนทรยศ... แล้วพอพี่มองหน้าเรนพี่ก็ยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม พี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจับปลาสองมือกำลังทำร้ายผู้หญิงดีๆ ถึงสองคนพร้อมกัน...พี่ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงพี่เลยไม่กล้ามาเจอหน้าเรน"
เรนยืนนิ่งอึ้งคำพูดของธันวาตบหน้าเธอเข้าอย่างจัง ความจริงอันแสนเ็ปที่ว่าธันวายังคงมีพันธะ และเธอเองก็เข้ามาระหว่างกลางความสัมพันธ์ของคนอื่นทำให้ความรู้สึกผิดและอึดอัดโถมทับเข้ามาในใจของหญิงสาวเช่นกัน
ภาพของเมย์ที่ต้องเสียน้ำตาภาพของตัวเธอเองที่เผลอไผลไปกับอารมณ์ชั่ววูบ และความรักที่เริ่มต้นขึ้นบนความไม่ถูกต้อง...ทั้งหมดมันกำลังกลายเป็เงาดำที่ครอบคลุมความสัมพันธ์ของทั้งคู่
"งั้นเหรอคะ..."เรนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน"เรนเข้าใจแล้วค่ะ..."
"เรน..."ธันวาพยายามจะยื่นมือไปจับมือเธอ แต่เรนกลับค่อยๆ ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวหลีกเลี่ยงััของเขา
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนและตึงเครียดสายตาที่เคยสบกันด้วยความหวานซาบซ่านและอบอุ่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนความรู้สึกผิด และระยะห่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
"ถ้าพี่ธันยังจัดการเื่ของตัวเองไม่ได้...เราอย่าเพิ่งมาเจอกันเลยดีกว่าค่ะ" เรนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงไว้ด้วยความเ็ป"เรนเองก็ไม่อยากรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนไปแย่งของของใครเหมือนกัน"
เรนหมุนตัวเดินหันหลังกลับไปทันทีทิ้งให้ธันวายืนมองตามแผ่นหลังบางของเธอไปในความมืดสลัวด้วยความรู้สึกหัวใจสลายและหนักอึ้งความสัมพันธ์ที่เคยเร่าร้อนและอบอุ่นบัดนี้กลับตกอยู่ในด่านทดสอบที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของความรู้สึกผิด...