ประตูห้องปิดลงอย่างแ่เบา เสียงฝีเท้าที่จากไปเงียบจนแทบไม่มีใครได้ยิน มัทนาออกจากห้องแล้ว
ในห้องนอนที่ยังอวลไปด้วยกลิ่นกายและความเร่าร้อน ร่างของอนันต์นอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ แสงไฟสลัวสะท้อนบนกล้ามเนื้อที่ยังอุ่นจากการร่วมรัก
คืนนั้น... ความร้อนระอุไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องบรรทมของอนันต์และมัทนา แต่แผ่ขยายไปทั่วอาณาบริเวณคฤหาสน์ตระกูลวรธีกุล ราวกับว่ากำแพงหินแกรนิตและป่าคอนกรีตไม่สามารถกักเก็บเชื้อเพลิงแห่งราคะที่ลุกโชนไว้ได้
ที่เรือนพักคนงานด้านในสุด สมคิด หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยภาคกลางคืน เพิ่งจะผลักร่างของ สายใจ สาวใช้ประจำห้องครัว ให้แนบชิดกับลังไม้ที่ซ้อนกันอยู่หลังโรงเก็บอุปกรณ์เก่า แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบอยู่ไกลๆ ส่องให้เห็นหยดเหงื่อที่เกาะพราวบนลำคอระหงของหญิงสาว
สมคิดไม่พูดอะไร เขาใช้ริมฝีปากบดขยี้ลงบนปากของเธออย่างรุนแรง ไม่ใช่ความรัก แต่เป็ความ้าดิบๆ ที่เกิดจากการทำงานหนักและความเครียดภายใต้การดูแลของตระกูลมาเฟียผู้เคร่งครัด สายใจเองก็โหยหาสิ่งนี้ เธอโอบแขนรอบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ปล่อยให้ความเร่งรีบและความรุนแรงนั้นเข้า
"สมคิด... อย่าตรงนี้..." เธอครางแ่เบาเมื่อเขาดึงเสื้อของเธอขึ้นสูงอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเนินอกขาวที่กระเพื่อมตามจังหวะหายใจ
"เงียบซะสายใจ... ไม่มีใครกล้ามาแถวนี้หรอก" เสียงของสมคิดแหบพร่า เขาเลื่อนมือต่ำลงไปใต้ร่มผ้าของเธอ ัักับความเปียกชื้นที่เผยความอ่อนแอออกมาอย่างรวดเร็ว
สายใจกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเขาฉกฉวยเอาช่องทางรักของเธออย่างรวดเร็วและดุดัน ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีการเกริ่นนำ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเสียดสีของิัที่ร้อนระอุ
การหลั่งไหลของความปรารถนาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็วในมุมมืดนั้น เป็เพียงภาพสะท้อนเล็กๆ ของโลกใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยกิเลสของตระกูลนี้ ที่ซึ่งความรักและความใคร่เป็เพียงเครื่องมือในการอยู่รอดหรือการครอบงำเท่านั้น
ในขณะที่คนรับใช้กำลังปลดปล่อยความตึงเครียดของพวกเขาอย่างหยาบกระด้าง เวลาผ่านไปช้า ๆ ห้านาที สิบนาที ลมหายใจของอนันต์ยังสม่ำเสมอ—แต่ไม่ลึกพอจะเป็การหลับสนิท ปลายนิ้วของเขากระตุกเบา ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะบอกเขาว่า มียาบางอย่าง อยู่ในร่างกาย แต่ไม่มากพอจะพรากสติไปทั้งหมด
เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ ไม่รีบ ไม่ใ สายตากวาดมองรอบห้องโดยสัญชาตญาณของคนที่ไม่เคยนอนหลับอย่างปลอดภัยในชีวิตนี้
มัทนาไม่อยู่ ความเงียบในห้องไม่ใช่ความสงบ—มันคือ ร่องรอย
อนันต์ขยับตัวเล็กน้อย มือััใต้หมอน และแตะเข้ากับวัตถุแข็ง เย็น และไม่ควรอยู่ตรงนั้น อะไรบางอย่างที่แข็งและเย็นภายใต้หมอนที่อยู่ใกล้ศีรษะ
ความสงสัยฉายแวบเข้ามาในความมืด อนันต์ขยับตัวอย่างแ่เบา เขาเอื้อมมือไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา—มันคือโทรศัพท์มือถือที่ดูเรียบง่าย ไม่ใช่รุ่นที่พวกเขาใช้กันทั่วไปในบ้าน
โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกตั้งค่าให้เงียบ และหน้าจอแสดงข้อความเข้ารหัสล่าสุดที่ยังไม่ได้อ่าน
อนันต์ไม่ได้ตั้งใจจะอ่านข้อความของมัทนา เขาแค่สงสัยว่าทำไมเธอถึงต้องซ่อนโทรศัพท์เครื่องที่สองไว้ใต้หมอน แต่สัญชาตญาณของมาเฟียที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีทำให้เขาต้องเลื่อนนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อปลดล็อกโดยอัตโนมัติ
ข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วส่องสว่างขึ้นบนหน้าจอ
จาก: [บุคคลที่สาม] ข้อความ: "ทุกอย่างพร้อมแล้ว. เรือนแห่งความตายถูกล็อก. 72 ชม. นับจากนี้. อย่าพลาดเป้า."
หัวใจของอนันต์หยุดเต้นกะทันหัน ความร้อนรุ่มที่เพิ่งจะมลายหายไปถูกแทนที่ด้วยความเย็นะเืที่พุ่งทะยานเข้าสู่กระดูก
เรือนแห่งความตาย? การประชุมลับของตระกูลวรธีกุลที่จะมีขึ้นในสามวันข้างหน้าคือสถานที่ที่เรียกว่า 'เรือนแห่งความตาย'—มีเพียงหัวหน้าและทายาทสายตรงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า แต่ทำไมมัทนาถึงได้รับข้อความนี้? และทำไมถึงต้อง 'อย่าพลาดเป้า'?
เขาเงยหน้าขึ้นมองมัทนาที่กำลังซบหน้าอยู่กับคอของเขา เธอกำลังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขสงบที่เกิดขึ้นหลังความเร่าร้อน
ภาพของเธอในตอนนี้—หญิงสาวผู้ไร้เดียงสา อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรัก—ขัดแย้งกับหลักฐานที่เขากำลังถืออยู่ในมืออย่างรุนแรง
อนันต์รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางใจ ความรักที่เขามอบให้เธออย่างหมดสิ้นกำลังถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น
เขาไม่ได้รักผู้หญิง แต่เขากำลังกอดรัดเพชฌฆาตที่ถูกส่งมาเพื่อสังหารครอบครัวของเขา และเพชฌฆาตคนนี้ก็เพิ่งจะใช้เสน่ห์และความเร่าร้อนเพื่อเข้าถึงจุดอ่อนของเขา... เพื่อทำให้การโจมตีง่ายขึ้น มือของอนันต์สั่นเทาขณะที่เขากำโทรศัพท์ไว้แน่น และนึกย้อนไป เหตุการณ์ที่ ผ่านมา เมื่อตอนที่มีความสุขกับมัทนา เริ่ม นึกถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมา
มัทนากำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มีเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางเบาที่หลุดลุ่ยปิดกั้นเรือนร่างที่งดงามของเธอ แสงไฟสีนวลจากโคมไฟตั้งพื้นส่องกระทบให้ผิวของเธอดูเหมือนหยกที่เปียกชื้น
อนันต์เดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างแ่เบา วางคางของเขาไว้บนไหล่เปลือยเปล่าของเธอ สูดดมกลิ่นหอมของดอกราตรีที่ติดอยู่บนผิวของเธอ
"วันนี้เธอเงียบนะที่รัก..." อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หา "มีอะไรในใจหรือเปล่า"
มัทนาปิดตาลง เธอรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งของเขาที่แนบอยู่กับแผ่นหลังของเธอ หัวใจของเธอเองก็เต้นแรงไม่แพ้กัน แต่ไม่ใช่ด้วยความรักทั้งหมด เป็ความตื่นเต้น ความกลัว และความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
เธอเป็คนดีเกินไปอนันต์... สำหรับโลกที่ฉันกำลังจะสร้างขึ้น
"ฉันแค่รู้สึกถึงภาระที่กำลังจะมาถึงค่ะ" เธอโกหกได้อย่างแเี "การประชุมครั้งใหญ่ใกล้จะถึงแล้ว ท่านพ่อของคุณดูเคร่งเครียดมาก ฉันกังวลแทนคุณค่ะ"
อนันต์พลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มือใหญ่ของเขาวางลงบนใบหน้าของเธอ ััแ่เบาที่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้เธอต้องยอมจำนน
"ไม่ต้องกังวล" อนันต์กระซิบ "หน้าที่ของเธอคืออยู่ข้างฉัน มัทนา... นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉัน้า"
คำพูดของเขาทำให้ใจของเธอกระตุก ความรู้สึกผิดที่ควรจะถูกฝังไว้ลึกๆ กลับพุ่งทะยานขึ้นมา มัทนาก้มลงจูบที่หน้าอกของเขา ััความอบอุ่นภายใต้เสื้อคลุมที่เปิดอยู่ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไป
เธอคุกเข่าลงอย่างเชื่องช้า ดวงตาจับจ้องไปที่ดวงตาของอนันต์ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย เธอเริ่มปลดเสื้อผ้าของเขาออกทีละชิ้น และเมื่อแก่นกายของอนันต์ผงาดขึ้นอย่างเต็มที่จากการััของเธอ มัทนาไม่ได้รอช้า เธอโอบล้อมความร้อนระอุนั้นด้วยความชำนาญ
มัทนาใช้ริมฝีปากและลิ้นของเธอสำรวจและปรนเปรอเขาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน ในขณะเดียวกันดวงตาของเธอก็ยังคงสบตาเขาอยู่ตลอดเวลา เป็การแสดงความรักที่แท้จริงและเป็ความจงใจที่จะทำให้เขาตกหลุมพรางอย่างสมบูรณ์
อนันต์ครางต่ำในลำคอ เขาเงยหน้าขึ้นไป้า ปล่อยให้คลื่นความสุขที่บริสุทธิ์ท่วมท้นเข้ามา ความรู้สึกนี้ลึกซึ้งกว่าเซ็กส์ที่เขาเคยมีมาทั้งหมด มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อย แต่เป็การถูกทางจิติญญา
"มัทนา..." ชื่อของเธอถูกพึมพำออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างแ่เบา แต่เปี่ยมด้วยความหมาย
เมื่อเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป อนันต์ดึงร่างของเธอขึ้นมาโอบกอดอย่างแรง ก่อนจะแบกร่างเธอไปยังเตียงขนาดคิงไซส์ที่บุด้วยผ้าไหมสีเข้ม
ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เร่งรีบ พวกเขาสลับตำแหน่งกันหลายครั้ง ราวกับการเต้นรำที่เร่าร้อนที่สุดในชีวิต มัทนาอยู่้า ปล่อยให้เส้นผมสีดำยาวสยายของเธอตกกระทบบนผิวที่ชุ่มเหงื่อของอนันต์ เธอขยับสะโพกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ควบคุมความลึกและความเร็วที่แก่นกายของเขาเข้าถึงช่องทางรักของเธอ
ความชื้นที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีผสมผสานกับความร้อนระอุภายในช่องทางรัก สร้างเสียงอันน่าอายที่ดังประสานไปกับเสียงหอบหายใจของพวกเขา
"ฉันรักเธอ... อนันต์" มัทนากระซิบ คำนี้ออกมาพร้อมกับการขยับสะโพกครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะปล่อยตัวลงนอนราบไปบนอกของเขาอย่างหมดแรง
อนันต์โอบกอดเธอแน่น เขากำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขที่ไม่มีวันหวนกลับ เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าผู้หญิงคนนี้คือชีวิตของเขา คือความหวังเดียวท่ามกลางความมืดมิดของตระกูล
ในเสี้ยววินาทีนั้น อนันต์ต้องตัดสินใจ เขาจะเผยความจริงตอนนี้ หรือเขาจะเล่นเกมนี้ต่อไป? ถ้าเขาเผยมันออกมา ตอนนี้... ความรักทั้งหมดนี้จะกลายเป็ความว่างเปล่าทันที แต่ถ้าเขาปล่อยให้เธอทำตามแผน...อนันต์รู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น
แต่ในดวงตาของอนันต์ ไม่มีภาพสะท้อนของความรักอีกต่อไป มีเพียงความเ็ปที่บาดลึก และการคำนวณที่เ็าของการเอาคืน
เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เื้ัทั้งหมดนี้ และเขาจะทำให้แน่ใจว่ามัทนาจะต้องตอบคำถามนั้นด้วยชีวิตของเธอเอง... หรือไม่ก็ด้วยความรักของเขา
กำแพงแห่งความเชื่อใจที่มัทนาสร้างขึ้นมานั้นได้พังทลายลงแล้ว
สนุกไหมครับ? ถ้าชอบฝาก กดหัวใจ ❤️ และ กดเก็บเข้าคลัง ???? ไว้เลยนะ อย่าลืม กดติดตาม นักเขียนด้วยนะครับ จะได้เจอกันยาวๆ คอมเม้นต์มาคุยกันได้น้า