หน้าตาของผู้ชายที่ผู้หญิงชอบมีอยู่ 2 แบบหล่อเหลาดูเป็ผู้ดีหรือน่าเกรงขาม หน้าตาของอาคาสึกิคือแบบหลังอย่างเห็นได้ชัด
บนใบหน้าที่ล่อหลอกให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ตกเป็ทาสมีดวงตาเฉียบคมโชนแสง
สีหน้าไร้ความยำเกรงต่อสิ่งใดๆ ความมั่นใจในตัวเองจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็ความเชื่อมั่นและความทะนงตนก่อกำเนิดความรู้สึกสบายๆ ไม่สิ้นสุด
เขาแข็งแกร่ง ชนิดที่ไม่ว่าใครมองก็ดูออกอย่างชัดเจนอาคาสึกิมีออร่าเฉพาะตัวที่ทำให้ทุกคนลืมหายใจได้
วัลคีเรียคิดต่อว่าช่างเหมือนเป็คนละคนกับตอนพบกันครั้งแรกเมื่อ 5ปีก่อนเสียจริง
จากเด็กหนุ่มธรรมดาเปลี่ยนเป็ผู้กล้า คือแบบนี้เองสินะ
วัลคีเรียเพ่งมองอาคาสึกิด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
“ท่านอาคาสึกิ ขอโทษนะคะ-----เ้าวิปริตนี่คิดจะสร้างเื่ภูตผีที่ลวนลามสาวๆ ในป่าตอนเหนือตามใจชอบทิ้งไว้เป็ตำนานรึไงกัน”
“ถ้าจะพูดอย่างนั้นมันต้องมีตำนานของเมดที่โจมตีนักเดินทางก่อนไม่ใช่เหรอ?”
“แต่ท่านก็ปลอดภัยดีนี่คะ-----ลูกน้องข้าพลาดอะไรไปงั้นหรือคะ?”
“จะไปมีได้ยังไงกัน ลูกน้องของเธอเชียวนะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองจนถึงที่สุดทั้งนั้นแหละ”
เธอกล่าวขอบคุณ แล้วถามด้วยดวงตาฉายแววรำลึกถึงอดีต
ได้โปรดตอบข้าด้วยเถอะ
“ลูกน้องของข้า.....เด็กสาวเ่าั้สามารถทำให้ท่านอาคาสึกิรำลึกถึงได้หรือไม่?”
“อย่าให้พูดสิ มันเขินนะ”
อาคาสึกิหัวเราะ และพูดต่อว่า
“-----ฉันไม่ลืมหรอก ทุกเื่ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้”
“ขอบคุณค่ะ เด็กสาวเ่าั้ก็คงจะปลาบปลื้มอย่างแน่นอน”
ท่านอาคาสึกิ-----วัลคีเรียเรียก แล้วตวัดหอกไม้กางเขนที่ถืออยู่ในมือออกมา
“ขอได้โปรด-----สลักข้าไว้ในใจท่านเป็ครั้งสุดท้ายด้วยเถอะ”
-----ไม่นานหลังจากนั้น ผืนป่าก็กลับคืนสู่ความสงบสุขยามเช้า
อาคาสึกิปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้
ทีนี้พวกเมดก็คงจะไม่มาไล่ตามเขาอีกแล้วเขาเหลือบตามองไปข้างหลังสลักความทรงจำของวัลคีเรียไว้ในใจอย่างมั่นคงก่อนออกเดินทางมุ่งขึ้นเหนือต่ออีกครั้งปลายทางคือส่วนลึกที่สุดของป่าที่เรียกกันว่าเขตศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
ที่นั่นมี ‘ประตูสู่ต่างโลก’ เชื่อมไปยังโลกเดิมที่อาคาสึกิเคยอาศัยอยู่
อเลย์ซาร์ดมีประตูที่เชื่อมโลกนี้กับโลกต่างมิติอยู่หลายแห่งอาณาจักรอเลคลาสต้าซึ่งเป็ศาสนจักรและจักรวรรดิทหารดิสเดียก็มีที่ละแห่ง และยังมีที่อื่นๆอีก เท่าที่ได้รับการยืนยันมีอยู่ประมาณ 7 แห่ง แต่ประตูที่อาคาสึกิผ่านมาตอนถูกเรียกตัวคือประตูเชอร์ฟีดแห่งนี้
ดังนั้น เพื่อที่จะกลับโลกเดิมของตัวเองได้ เขาจำเป็ต้องผ่านจากประตูนี้
“ยังจำได้อยู่แฮะ คิดไม่ถึงจริงๆ”
เส้นทางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทางอย่างไม่มีสิ้นสุดบางจุดพันกันซับซ้อนยุ่งเหยิง ถ้าใครที่ไม่มีเซนส์เื่ทิศทางหลงเข้ามาก็อย่าหวังว่าจะไปต่อหรือกลับถูกได้เลยแต่อาคาสึกิเดินหน้าต่อเนื่องอย่างไม่มีลังเล
เขาพึ่งความทรงจำของตัวเองเมื่อ 5 ปีก่อนเป็เครื่องนำทางเพราะเคยย่างเท้าเข้ามาในป่าแห่งนี้ครั้งหนึ่งแล้ว
ไม่นาน เบื้องหน้าก็ปรากฏต้นไม้ขนาดใหญ่จนต้องแหงนคอมองนั่นหมายความว่าใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ผ่านต้นไม้ไปจะเป็เขตศักดิ์สิทธิ์และถ้าเดินไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะเจอ ‘ประตู่สู่ต่างโลก’
ขณะเดินหน้า สายตาของอาคาสึกิมองไปที่-----ใต้ต้นไม้ใหญ่
“----------”
สาวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่ งดงามราวกับนางไม้
ความงามที่กล่าวขานกันว่าเป็อัญมณีล้ำค่าของเชอร์ฟีดไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
ลิสตี้ เอล เดอ เชอร์ฟีดยืนอยู่ตรงนั้น
อาคาสึกิเห็นลิสตี้ครั้งสุดท้ายที่โถงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเมื่อคืนนี้
เธอในตอนนั้นสวมเดรสระยิบระยับที่ออกแบบมาอย่างวิจิตรประณีตสมตำแหน่งเ้าหญิงแต่ไม่มีทางที่เธอจะแต่งตัวอย่างนั้นเข้ามาในป่าอยู่แล้วเธอในตอนนี้จึงสวมชุดลำลองสีขาวที่เหมาะกับการเคลื่อนไหวรวบผมทองอร่ามที่ยาวถึงเอวขึ้นผูกเป็ทรงหางม้าแบบเดียวกับสมัยที่เดินทางรอมแรมไปโค่นจอมมารด้วยกัน โดยความงามยังคงเดิมไม่เคยเปลี่ยน
“----------”
ดวงตาของลิสตี้จับภาพมาที่อาคาสึกิ เมื่อสายตาสบประสานต่างคนก็ต่างรับรู้ในกันและกัน
อาคาสึกิที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องกับลิสตี้ที่ยืนนิ่ง
ระยะห่างของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ
ลดลงจนมาอยู่ตรงหน้า-----ก่อนที่อาคาสึกิจะเดินผ่านไป
“-----ดะ เดี๋ยวก่อนสิ!”
คงไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหมาย ลิสตี้รีบร้อนะโเรียกจากข้างหลัง
แต่อาคาสึกิเมินเฉย ยังคงมุ่งหน้าต่อไปแบบไม่พูดไม่จา
“ตาบ้า หยุดนะ! เลิกล้อเล่นได้แล้ว บอกว่าเดี๋ยวก่อนไงเล่า นี่.....”
เมื่อแขนถูกคว้าจากด้านหลัง อาคาสึกิเลยยอมหยุดอย่างช่วยไม่ได้ แล้วถอนหายใจ
พูดทั้งที่หันหลังอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้เหลียวกลับไปมอง
“ทำอะไรน่ะ เป็เ้าหญิงดันแอบหนีออกจากประสาท แถมยังยุพวกเมดให้ออกมาด้วยกันอีก”
“พะ พวกเธอบอกว่าอยากบอกลาเ้าเป็ครั้งสุดท้ายนี่นา ข้าเลยอนุญาตส่วนข้า.....แค่มาดูว่าพวกวัลคีเรียเป็ยังไงบ้างเท่านั้นแหละ”
ลิสตี้ว่าอย่างนั้น แล้วเอนหลังพิงแผ่นหลังกว้างของเขา
อาคาสึกิรับรู้ถึงน้ำหนักที่ให้ความรู้สึกกำลังดีบนแผ่นหลังขณะรับฟังเสียงพูดเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบเจือเสียงทอดถอนใจของเธอ
“.....จะไปจริงๆ เหรอ?”
“อืม ฉันไม่ควรอยู่ที่โลกนี้อีกต่อไปแล้ว -----เธอเองก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”
“...............”
คำตอบกลับคือความเงียบ เพราะลิสตี้ก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายดี
-----แม้จะโค่นจอมมารกาลิอุสสำเร็จ แต่อาคาสึกิยังคงเป็ ‘ผู้กล้านอกคอก’แน่นอนว่ามีประชาชนบางส่วนที่ยกย่องเขาเป็ผู้กล้าที่แท้จริงและหวังให้ได้ผูกสัมพันธ์กับเ้าหญิงแต่ถ้าคนที่มีแรงต้านอย่างเขากับลิสตี้แต่งงานกันเป็ไปได้ที่จะกลายเป็ชนวนเหตุความขัดแย้งภายในเชอร์ฟีดจนถึงขั้นอาณาจักรแตกแยกในสักวัน
กระนั้น แม้จะไม่ได้แต่งงานกับลิสตี้เขาก็ยังคงมีอิทธิพลในฐานะผู้กล้าโค่นล้มจอมมารอยู่ดี
น่าจะมีคนชิงชังเื่นั้นทั้งในและนอกอาณาจักรอย่างแน่นอนไม่แปลกที่จะกลายเป็เชื้อไฟของความขัดแย้งรอบใหม่ในอนาคตแถมคราวนี้จะเป็ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองอีกด้วย
ดังนั้น อาคาสึกิจึงตัดสินใจว่าจะโค่นล้มจอมมารด้วยตัวคนเดียว
และจะรับคำชมเชย เกียรติยศ ความเจ็บแค้น ความริษยาทุกสิ่งทุกอย่างไว้คนเดียว ก่อนหายตัวไปจากโลกนี้
เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ความสงบสุขอย่างแท้จริงถึงจะมาเยือนอเลย์ซาร์ด
“-----อีกอย่าง ฉันมีเื่ต้องทำที่โลกนั้นด้วย”
บนโลกที่อาคาสึกิเติบโตมาไม่มีจอมมาร แต่มีคนที่ต้องถูกยับยั้ง
และแน่นอนว่านั่นต้องเป็หน้าที่ของเขา
ตัวเขาก่อนมาที่อเลย์ซาร์ดคงทำไม่ได้ แต่เขาที่มีพลังแล้วในตอนนี้อาจทำได้
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นให้ต้องกลับโลกเดิมอีก
อาคาสึกิถึงได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้ -----และ
“.....ขอโทษนะ”
เสียงรวดร้าวสั่นเครือน้อยๆ ดังมาจากข้างหลัง
อาคาสึกิถอนใจโดยไม่รู้ตัว
-----เขาคิดว่าการไปเงียบๆ น่ะแหละดีแล้ว
แล้วเกาศีรษะ ก่อนหันหลังกลับไปหาลิสตี้
รู้ทั้งรู้ว่ามันผิดกฎแต่ดวงตาของลิสตี้ที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างเพิ่งรู้ตัวเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำอุ่น
อาคาสึกิเลยจูบริมฝีปากของเธอแบบปุบปับ
“-----ฮึก?”
เห็นลิสตี้ตะลึงเบิกตากว้าง ส่วนเขาเป็ฝ่ายหลับตาแทน
และลิ้มรสััอ่อนนุ่มของริมฝีปากเธออย่างเต็มอิ่ม
“-----อื้อ .....ทะ ทำอะไรน่ะ ตาบ้า”
ลิสตี้รีบเบือนริมฝีปากออก แล้วตบหน้าอาคาสึกิเต็มแรง
“ก็เธออยากร้องไห้ต่อหน้าฉันเองนี่นา-----ขอโทษนะ”
อาคาสึกิลูบแก้มที่ถูกตบ พลางมองหน้าลิสตี้โดยตรง เธอหน้าแดงซ่านไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะเขินอายกันแน่ แต่ไม่ได้ร้องไห้อีกต่อไป
เขาเลยคิดว่าแบบนี้แหละดีแล้ว
-----โอซาวะ อาคาสึกิยึดหลักการสุนทรียศาสตร์อยู่ข้อหนึ่ง
นั่นคือ-----ถ้าเจอผู้หญิงร้องไห้ เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้
นี่คือสิ่งที่เขาคิดน้ำตาของผู้หญิงที่ร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายย่อมมีความหมายแอบแฝงเสมอ
ผู้ชายจะเบือนสายตาหลบจากน้ำตาเ่าั้ไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นเมื่อเห็นน้ำตาของผู้หญิงที่ร้องไห้ต่อหน้าตัวเอง อย่างน้อยโอซาวะอาคาสึกิเลยยอมซื่อสัตว์ต่อความรู้สึกที่มีอยู่ในใจ
ตอนที่ผู้หญิงร้องไห้ ถ้าอยากหยุดยั้งน้ำตาเ่าั้ อาคาสึกิจะรีบห้าม
ตอนที่ผู้หญิงร้องไห้ ถ้าคิดว่าน้ำตาเ่าั้น่าเวทนา อาคาสึกิจะเข้าไปกอด
ตอนที่ผู้หญิงร้องไห้ ถ้าคิดว่าการหลั่งน้ำตานั้นถูกต้องแล้วอาคาสึกิจะปล่อยเธอไว้ตามลำพัง
ตอนที่ผู้หญิงร้องไห้ ถ้ารู้สึกว่าน้ำตาเ่าั้เสแสร้งอาคาสึกิจะเข้าไปสอบถาม
และเพื่อการนั้น เขาไม่สนใจว่าจะใช้วิธีแบบไหนต่อให้เป็การจูบโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจ ถ้าคิดว่าน่าจะได้ผลเขาจะลงมือทำอย่างไม่ลังเลเลย อาจรุนแรงเอาแต่ใจเกินกว่าจะเรียกว่าเป็หลักการสุนทรียศาสตร์ไปสักหน่อยแต่บางครั้ง โลกนี้ก็มีน้ำตาจากความเศร้าที่จำเป็ต้องถูกยับยั้งแม้จะเป็การเพิกเฉยต่อความรู้สึกของเ้าตัว
ด้วยเหตุนี้ อาคาสึกิเลยใช้ตัวเองเป็สื่อกลางให้พวกเธอเกลียดเขาแต่อย่าเกลียดน้ำตาของตัวเอง
“-----เอาน่า จูบเมื่อกี้แทนของขวัญก่อนจากละกัน ขอบใจนะ”
“ขโมยจูบจากริมฝีปากของเ้าหญิงอาณาจักรนึงเชียวนะ.....จำเอาไว้เลย”
“ตราบใดที่เธอไม่ลืมฉัน ฉันก็จะไม่ลืมเธอเหมือนกันน่า”
เห็นอาคาสึกิตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยลิสตี้สะบัดหน้าส่งเสียงหึอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าเข้าใจผิดไปหน่อยเลยได้มั้ย? คนอย่างเ้าน่ะแป๊บเดียวข้าก็ลืมแล้วย่ะ”
“อ้อ เหรอ”
อาคาสึกิว่าอย่างนั้น แล้วตวัดถุงสัมภาระกลับขึ้นบ่า
“-----งั้นก็ได้เวลาบอกลาแล้วล่ะ ฉันไปทางนั้นส่วน.....เธอไปทางโน้น”