ร่างสูงใหญ่องอาจของบุรุษหน้าตาหล่อเหลาที่กำลังยืนหันหลังทอดมองท้องนภากว้างเหม่อมองดวงดาราน้อยใหญ่ในราตรีอันมืดมิดอยู่บนูเาหลังจากที่เดินทางไปยังชายแดนหลี่หยงเป่าหรือที่ทุกคนเรียกว่าแม่ทัพไร้พ่ายเป็บุรุษที่สตรีทั้งหลายต่างหมายปองแต่ทว่าแม่ทัพหนุ่มผู้นี้หาได้สนใจสตรีนางใดไม่ เพราะเื่ราวเมื่อ 1ปีก่อนทำให้หัวใจของเขาปิดตายและไม่พร้อมจะเปิดใจให้กับผู้ใด
เมื่อ 4เดือนก่อนเขาได้รับบัญชาขององค์ฮ่องเต้ให้มาตรวจดูความเรียบร้อยที่ชายแดนแคว้นเฟิงและวันนี้เขากำลังกลับเมืองหลวงหลังจากใช้เวลา 15 วันในการเดินทางจากชายแดน แต่ทว่าต้องหยุดพักกลางทางเพราะความมืดมิดปกคลุมเสียก่อนจึงจำเป็ต้องหยุดพักพร้อมกับทหารที่ติดตามกว่า 100 คน พรุ่งนี้ยามเหม่า(05.00-06.59 น.) จึงจะเดินทางต่อคาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วยามกับอีกสี่เค่อ (3ชั่วโมง) ก็น่าจะถึงเมืองหลวง
“ท่านแม่ทัพอาหารเสร็จแล้วขอรับ”
“อืม ประเดี๋ยวข้าตามไป พวกเ้าก็กินกันก่อนเถิด”
“ขอรับ”
หลังจากนายทหารเดินจากไป หลี่หยงเป่าก็มองไปยังท้องฟ้าพลางนึกถึงสตรีที่เป็รักแรกของเขาหวังว่าประมุขจ้าวหยางหลงจะดูแลนางเป็อย่างดี มิทำให้นางต้องเจ็บช้ำใจอย่างที่เคยเอ่ยกับเขาในวันนั้น
“ข้าขอให้เ้ามีความสุขนะแม่นางจาง” หลี่หยงเป่าพึมพำหวังให้สายลมช่วยพัดพาคำอวยพรไปให้ถึงหูนาง
หลี่หยงเป่าหลับตาและปลดปล่อยใจไปตามสายลม “หนึ่งปีแล้วนับจากวันนั้นเขาควรจะทำใจและลบนางออกจากหัวใจเสียที ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อปิดบังความรู้สึกของตนเขาควรจะหยุดมันได้แล้วเพราะไม่อยากให้บิดามารดาและน้องสาวต้องเป็ห่วงไปมากกว่านี้” หลี่หยงเป่าคิดในใจก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งเหม่อมองไปบนท้องฟ้ายามรัตติกาล
ณ.จวนราชครูฟาง
ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ฟางเหมยฮวาออกมายืนรอพี่สาวพร้อมกับชิงชิงสาวใช้คนสนิทอยู่หน้าจวนตามเวลาที่นัดหมายกับฟางเหมยซือที่ได้บอกเวลาไว้ แต่ผ่านไปกว่าหนึ่งเค่อ (15 นาที)ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่สาว
“เหตุใดท่านพี่ยังไม่มาเสียทีนะ”ฟางเหมยฮวาเอ่ยอย่างสงสัยหรือว่านางฟังเวลานัดหมายผิดไป
“เดี๋ยวบ่าวไปดูคุณหนูใหญ่ให้นะเ้าคะ” ชิงชิงเอ่ย
“อืม” ฟางเหมยฮวารับพยักรับ
“คุณหนูเ้าเหมยฮวาเ้าคะ”
“อ้าวพี่อิงอิงมีอันใดรึแล้วท่านพี่ยังไม่มารึเ้าคะ” ฟางเหมยฮวาเห็นสาวใช้คนสนิทของพี่สาวก็เอ่ยถามทันที
“คุณหนูใหญ่ให้มาแจ้งว่าวันนี้คงไปทำบุญที่วัดไท่ซานกับคุณหนูมิได้เ้าค่ะ”อิงอิงตอบคุณหนูเล็กของจวน
“ทำไมหรืออิงอิง” ชิงชิงถามอย่างสงสัย
“คุณหนูใหญ่ท้องเสียั้แ่เมื่อคืนมิรู้ว่าไปกินอันใดมาน่ะชิงชิง”อิงอิงตอบคำถามของชิงชิง
“อะไรนะ!! ท่านพี่ท้องเสียรึ งั้นข้าไปดูอาการท่านพี่ก่อน”พบจบฟางเหมยฮวาก็รีบเดินไปยังเรือนนอนของพี่สาวด้วยความเป็ห่วง โดยมีชิงชิงและอิงอิงเดินตามหลังไม่ห่าง
“ท่านพี่ข้าขออนุญาตเข้าไปนะเ้าคะ”หลังจากใช้เวลาไม่นานก็ถึงเรือนอันฉี ฟางเหมยฮวารีบเอ่ยของอนุญาตจากเ้าของห้องที่อยู่ด้านใน
“เข้ามา”
“พี่ใหญ่เป็อันใดมากหรือไม่เ้าคะ”ฟางเหมยฮวามองหน้าพี่สาวที่ซีดราวคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง
“พี่ไม่เป็อันใดมากหรอก อย่าได้ห่วงเลย”ฟางเหมยซือแสร้งตอบ
“พี่อิงอิงตามท่านหมอมาตรวจดูอาการพี่ใหญ่หรือยัง”
“เอ่อ!!...” อิงอิงไม่ตอบได้แต่อึกอักจนชิงชิงที่นั่งอยู่ด้านข้างต้องแปลกใจ
“ฮวาเอ๋อร์พี่เริ่มดีขึ้นแล้วเลยมิได้ให้อิงอิงไปตามหมอเองแหละ”ฟางเหมยซือเหลือบมองสาวใช้คนสนิทก็ให้นึกรำคาญกับท่าทางของอีกฝ่าย จึงตอบคำถามแทน
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่เ้าคะ วันนี้ฮวาเอ๋อร์จะอยู่ดูแลพี่ใหญ่เองส่วนเื่ทำบุญเอาไว้พี่ใหญ่หายแล้ว เราค่อยไปทำบุญพร้อมกันดีหรือไม่” ฟางเหมยฮวารู้สึกเป็ห่วงพี่สาวมิอยากทิ้งนางไว้คนเดียวเพราะท่านพ่อก็ออกไปทำงานั้แ่เช้ามืด ท่านแม่ก็ติดธุระจึงไม่มีใครคอยอยู่ดูแลพี่สาวของนาง
“ไม่ได้!!...” ฟางเหมยซือตวาดออกมาอย่างลืมตัว
“พะ...พี่ใหญ่”ฟางเหมยฮวาถึงกับสะดุ้งใกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า
“เอ่อ...พี่ขอโทษนะฮวาเอ๋อร์พี่ลืมตัวไปหน่อย”ฟางเหมยซือแสร้งทำเสียงเศร้า
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพี่น้องแค่ในิดหน่อยเท่านั้น” ฟางเหมยฮวาเอ่ยอย่างเข้าใจเพราะพี่สาวของนางมักจะเป็เช่นนี้อยู่เสมอต่างจากชิงชิงและอิงอิงที่รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
“ฮวาเอ๋อร์พี่อยากให้เ้าไปทำบุญจริงๆตามจริงแล้วพี่ตั้งใจจะไปกับเ้า เพราะเมื่อสามวันก่อนพี่ฝันร้ายจนนอนต่อมิได้ตั้งใจจะไปไหว้พระขอพรที่วัดไท่ซาน และนำวัตถุมงคลปัดเป่าความชั่วร้ายและนำด้ายแดงมงคลมาสวมใส่เพื่อความสบายใจ แต่พี่กลับมาป่วยเช่นนี้เสียก่อนพี่จึงอยากให้เ้าเดินทางไปยังวัดไท่ซานเพื่อทำบุญและนำวัตถุมงคลรวมถึงด้ายแดงกลับมาให้พี่ด้วย”ฟางเหมยซืออ้างเหตุผลให้คนตรงหน้ารับฟัง
“หากเป็เช่นนั้นน้องจะรีบไปทำบุญและนำวัตถุมงคลรวมทั้งด้ายแดงกลับมาให้ท่านพี่นะเ้าคะ”ฟางเหมยฮวาได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบรับทันที โดยไม่รู้เลยว่าเวลาของนางใกล้จะสิ้นสุดลงในไม่ช้า
“ขอบใจเ้ามาก เดินทางปลอดภัยนะเ้าไม่ต้องเป็ห่วงพี่ๆ มีอิงอิงอยู่ด้วยทั้งคน อีกทั้งอาการของพี่ก็เริ่มจะดีขึ้นนิดหน่อย”
“เ้าค่ะเช่นนั้นน้องขอตัวออกเดินทางก่อนนะเ้าคะ พี่อิงอิงดูแลพี่ใหญ่ด้วยนะหากไม่ดีขึ้นก็จงรีบไปตามหมอเข้าใจรึไม่”ฟางเหมยฮวาเอ่ยขอตัว ทั้งไม่ลืมหันไปกำชับสาวใช้คนสนิทของพี่สาว
“เ้าค่ะคุณหนูเหมยฮวา”
“น้องไปก่อนนะเ้าคะ”
“ไปเถิด” ฟางเหมยซือยิ้มรับทอดมองน้องสาวที่หันหลังเดินออกไปจนลับตา ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายออกมาเพียงแวบเดียวแต่ก็ไม่พ้นสายตาของอิงอิงที่ลอบมองคุณหนูของนางอยู่ก่อนแล้ว
อิงอิงรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่เห็นก่อนจะแสร้งก้มหน้าลงเมื่อฟางเหมยซือหันมามองนาง“คุณหนูใหญ่ท่านคิดจะทำอันใดกันแน่เ้าคะ” อิงอิงคิดในใจนางได้แต่หวังว่าคุณหนูใหญ่จะไม่ทำอะไรร้ายแรงลงไปเพราะอย่างไรเสียคุณหนูฟางเหมยฮวาก็เป็น้องสาวแท้ๆ ของนาง
“อิงอิงเ้าจะไปไหนก็ไป ข้าจะพักผ่อน”ฟางเหมยซือเอ่ยไล่สาวใช้ให้ออกไป
“แต่...จะ...เ้าค่ะคุณหนู”อิงอิงกำลังจะค้านแต่เมื่อสบกับั์ตานั้นก็รีบรับคำ และออกจากห้องไปทันที
หลังจากที่ไล่สาวใช้ออกไปสำเร็จก็ลุกขึ้นนั่งอย่างสบายใจราวกับว่าร่างกายนางมิได้เจ็บป่วยอันใดเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่มีคันฉ่องวางอยู่พลางหยิบหวีขึ้นมาแปรงผมอย่างนุ่มนวล “หึหึ...ไปแล้วไปลับอย่าได้เสนอหน้ากลับมาแย่งทุกอย่างจากข้าอีกเลยฟางเหมยฮวา”ฟางเหมยซือกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจกับแผนการของนางมิได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนกระทำสักนิด