บทที่09
ขวางหูขวางตา
ผ่านมากกว่าสองสัปดาห์สำหรับชีวิตการฝึกงานมาลารินกับกรกฏได้เรียนรู้งานต่าง ๆ ผ่านงานที่พวกเขาได้รับมอบหมายมาลารินนั้นตั้งใจทำงานอย่างรอบคอบ เธอไม่ใช่คนพูดมากนักขณะที่กรกฏค่อนข้างร่าเริง พูดเก่ง และมักชวนมาลารินพูดคุยเสมอทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว จนทำให้พี่ ๆ ในแผนกแซวว่าพวกเขานั้นเข้ากันได้ดี
มาลารินไม่ได้สนใจคำพูดพวกนั้นมากนักเธอรู้ดีแก่ใจว่าตนกับกรกฏนั้นเป็เพื่อนกันจริง ๆ ที่สำคัญ กรกฏนั้นมีแฟนอยู่แล้วเธอกับเขาไม่มีทางเกินเลยกันไปมากกว่านี้แน่
ใน่ที่ผ่านมานั้นมาลารินก็รู้สึกหายใจหายคอสะดวกขึ้นเพราะการฝึกงานของเธอนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับชวลิตโดยตรงแค่เป็เด็กฝึกงานภายใต้โครงการที่เขาดูแลอยู่เท่านั้น ไม่ได้เจอเขาเลยแม้จะที่บ้านก็ตาม แต่กระทั่งวันหนึ่งที่มีประชุมใหญ่เด็กฝึกงานอย่างพวกเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อเรียนรู้งานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อาจจะต้องพบเจอเขาในวันนี้
เสียงพูดคุยในห้องประชุมดังขึ้นอย่างไม่จริงจังนักเพราะยังไม่ถึงเวลาเริ่ม บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อพี่ ๆในทีมหันมาหยอกล้อเด็กฝึกงานสองคนที่นั่งอยู่ปลายโต๊ะ
“ก้องกับลารินนี่สนิทกันดีนะเห็นตัวติดกันทั้งวันเลย”
“สองคนนี้อะไรยังไงมีอะไรที่พวกพี่ไม่รู้หรือเปล่าเนี่ย” เสียงพี่คนหนึ่งเอ่ยแซว ทำเอาหลายคนหัวเราะ
มาลารินกับกรกฏหันมามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มทั้งสองโบกมือปฏิเสธกันพลันวัน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อนัก
เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหาย จู่ ๆเสียงประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นเบา ๆก่อนที่ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มของชวลิตจะก้าวเข้ามาพร้อมกับเลขาส่วนตัวความเงียบนั้นก็แผ่คลุมทั้งห้องทันที
ชวลิตไม่พูดอะไรสักคำเขาขยับเก้าอี้นั่งลงตำแหน่งหัวโต๊ะที่ตรงข้ามกับเด็กฝึกงานทั้งสองคนทุกคนนั้นรีบกลับสู่โหมดจริงจัง ไม่มีใครกล้าพูดเื่ไร้สาระอีก
การประชุมเริ่มต้นขึ้นชวลิตนั่งฟังการรายงานอย่างเงียบ ๆแต่สายตาของเขากลับเผลอมองเลยโต๊ะประชุมผ่านแฟ้มเอกสาร ซึ่งตรงไปยังใบหน้าเรียบเฉยของมาลารินที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังการประชุมเหมือนชวลิตจะไม่รู้ตัวเลยว่าเขาจ้องมองเธอกับเด็กฝึกงานที่ชื่อกรกฏมากเกินความจำเป็
“เราว่ารองฯชวลิตมองมาทางนี้บ่อยนะ” กรกฏโน้มตัวมากระซิบข้างหูมาลาริน“พวกเราทำอะไรผิดหรือเปล่า”
มาลารินเม้มปากแน่นเธอไม่กล้าหันไปทางสายตาของชวลิตด้วยซ้ำ แต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาเหมือนเธอมีความผิดอยู่ตลอดเวลา
“เค้าคงแค่อยากจะดูว่าเด็กฝึกงานอย่างพวกเราตั้งใจทำงานหรือเปล่าแค่นั้นแหละ”มาลารินกระซิบตอบกลับไป และสะกิดให้กรกฏหันกลับไปสนใจการประชุมต่อ
ท่าทางที่ดูสนิทสนทของทั้งคู่นั้นอยู่ในสายตาของชวลิตแทบจะตลอดเวลา เขารู้สึกขวางหูขวางตาชะมัดและเมื่อการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมซึ่งมาลารินนั้นดูจะเร่งรีบกว่าใคร
ชวลิตเปิดเอกสารเกี่ยวกับผู้รับเหมาะและทีมออกแบบที่เขารู้มาว่ามาลารินเป็คนทำเอกสาร ดวงตาคู่คมมีแววครุ่นคิดบางอย่าง เขาหันไปหาวารีที่กำลังเก็บเอกสาร
“คุณวารี ผมว่าเอกสารนี่มีบางจุดที่ขาดความรัดกุมนะ”ชวลิตเอ่ยขึ้น
“อืม...แต่ว่าเอกสารผ่านการตรวจสอบแล้วนะคะตรงไหนที่ท่านรองฯคิดว่ามีปัญหาหรือคะ ดิฉันจะเรียกคุณธนาให้มาตรวจสอบอีกรอบ”วารีเอ่ย
“ไม่ต้องให้คนที่ทำเอกสารนี้มาพบผมโดยตรง ตรงนี้เป็หน้าที่สำคัญเพราะมันส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของการโดยรวม”
“แต่เื่เอกสารนี่ ไม่จำเป็ต้องถึงมือท่านรองฯหรอกนะคะ” วารีเอ่ย
ชวลิตเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ผมสั่ง...”
ลางสังหรณ์ของมาลารินมักไม่ผิดหญิงสาวรู้สึกว่าการที่ชวลิตเรียกเธอมาคนเดียวนั้นมีเหตุผลบางอย่างแต่เธอไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรแน่นอนว่าเื่ผิดผ่านการทำงานนั้นเป็เพียงข้ออ้างของเขาอย่างแน่นอน
มาลารินสูดหายใจลึก ขณะก้าวตามวารีออกมาจากลิฟท์ที่ชั้น21 เลขาสาวสื่อสารกับชวลิตที่อยู่ในห้องทำงานผ่านอินเตอร์คอม
“คุณมาลารินมาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เธอเข้ามา”เสียงราบเรียบของเขาดังผ่านอินเตอร์คอมแล้วก็เงียบลงไป
“เชิญค่ะ”วารีผายมือไปยังประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท
“คุณวารีไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ?”มาลารินถาม แววตาเธอดูกังวลไม่น้อย
วารียิ้มบาง ๆ “ท่านรองฯให้คุณเข้าไปคนเดียวค่ะ เชิญค่ะ อย่าให้ท่านรอนานเลย”
มาลารินยิ้มเจื่อน เธอสูดหายใจอีกครั้งบอกกับตัวเองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเธอเปิดประตูเข้ามาให้ทำงานที่เงียบเชียบของเขามีเสียงนาฬิกาบนผนังดังขึ้นอยู่ในความเงียบ ไม่ต่างจากแรงกดดันบางอย่างในใจของเธอ
“ปิดประตู...”
เสียงราบเรียบแฝงด้วยความเ็าเอ่ยมาลารินจำใจต้องหันไปปิดประตูห้องทำงานของเขา และทันทีที่บานประตูปิดลงยังไม่ทันที่มาลารินจะเอ่ยคำใด แก้วกาแฟก็พุ่งผ่านหน้าเธอไปชนกับผนังด้านหลังแตกระจาย แผ่นกระกระเบื้องสีอ่อนเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้มเศษแก้วแหลมคมแตกกระจายอยู่บนพื้น
มาลารินชะงักเท้าอยู่กลางห้องหัวใจเหมือนจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอก้มมองเศษกับที่เพิ่งจะผ่านหน้าไปแล้วหันไปสบตากับชวลิตที่ยืนหน้านิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่สีหน้าของเขาดูไม่รู้สึกผิดสักนิดที่เกือบทำให้เธอได้เื
“รู้มั้ย ฉันเกลียดอะไรมากที่สุด...”เสียงของเขาต่ำลึก เค้นทุกคำออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บแค้น
มาลารินกลืนน้ำลายลงคอมือที่สั่นเทาอยู่ประสานเข้าหากันแน่นเธอแทบหยุดหายใจเมื่อร่างสูงก้าวออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน มาหยุดตรงหน้าสายตาคมกริบมองเธอในชุดนักศึกษาั้แ่หัวจรดเท้า
“ทั้งที่แม่ของเธอทำลายครอบครัวของฉันแต่เธอก็ยังมีชีวิตที่ดีได้ ทั้งที่เธอควรจะกลายเป็เด็กข้างถนนแท้ คุณย่าเมตตาจนฉันโคตรเกลียดเธอฉิบหายเลย!”
คำว่าเกลียดของเขาบาดลึกลงในใจของเธอดูเหมือนว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไม่ว่าเธอจะยอมแลกอะไรก็ไม่อาจลบล้างความเกลียดชังในใจของเขาที่มีต่อเขาไปได้เลย
“เอาเถอะคุณย่าคงเมตตาเธอเหมือนหมาตัวนึงนั่นแหละแต่คุณย่าจะรู้หรือเปล่าว่าคนที่คุณย่าเมตตาทั้งแรดและร่านขนาดไหน”
มาลารินหน้าชาวาบเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาที่สาดซัดคำพูดร้าย ๆ ใส่เธอ
“เห็นแล้วมันขวางหูขวางตาฉันจริงๆ”
“ฉันทำอะไร?” มาลารินถามอย่างไม่เข้าใจเธอก็อยู่ในส่วนของเธอ ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วทำไมเขาถึงยังหาเื่เธออีก
“คุณย่าส่งเธอมาฝึกงานที่นี่ไม่ใช่เหรอ?แล้วยังมีหน้าระริกระรี้กับผู้ชาย มาทำงานหรือมาหาผัวกันแน่!” เสียงเขาเข้มขึ้น แววตาเต็มไปด้วยโทสะเมื่อนึกถึงภาพที่เธอยิ้มหัวเราะกับกรกฏในห้องประชุม อีกทั้งคำพูดที่คนพวกนั้นแซวว่าเธอสนิทสนมกับชายอื่นก็ทำให้ในใจของเขาร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่สั่งสอนเธอบ้างเธอจะยิ่งเป็ไปมากกว่านี้
มาลารินกลืนน้ำลายลงคอพยายามอดกลั้นต่อถ้อยคำดูถูกพวกนั้น เธอคิดว่าตัวเองไม่ควรจะอยู่ตรงนี้อีกจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยกับเขา
“ถ้าไม่ได้จะเรียกฉันมาเพราะเื่งานงั้นฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ”
มาลารินก้มศีรษะให้เขาเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับร่างสูงก้าวยาว ๆ ตามมา มือหนารวบลำคอระหงด้วยมือเดียวจากด้านหลังก่อนจะหมุนตัวเธอให้หันกลับมา แล้วดันตัวเธอลงให้คุกเข่าลงไปตรงหน้าเขา
“คุณจะทำอะไร?” มาลารินเงยหน้ามองเขามือหนากดไหล่ของเธอลงไม่ให้หญิงสาวนั้นต่อต้านลุกขึ้นมา
ชวลิตก้มมองเธอ ดวงตาของมีประกายบางอย่างมือหนาปลดเข็มขัดกางเกงออก มาลารินใจเต้นรัว เธอเริ่มจะเข้าใจในความหมายของเขา
“จัดการสิ งานของเธอหน้าที่ของเธอก็คือทำให้ฉันพอใจ ลืมแล้วหรือไง?”
มือหนากดใบหน้าของเธอแนบกับเป้ากางเกงของเขาที่มีท่อนเนื้อพาดเฉียงเป็ลำยาวเธอผละออกมาด้วยความใ เงยหน้ามองเขา
“ทำไมล่ะ?อยากให้ฉันเกลียดเธอน้อยลงไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงพร่าเอ่ยเขารู้สึกเหมือนตัวเองถือไพ่เหนือกว่าเธออย่างไรก็ไม่รู้
“ฉันคิดว่าคุณไม่้าฉันแล้ว...”
มุมปากเขายกยิ้มน้อย ๆมือหนาแตะแก้มของเธออย่างแ่เบา...
“้าสิฉันจะไม่้าเธอได้ยังไง...”