“ ขอบคุณที่ออมมือให้!! ”
มันเป็การเคารพและให้เกียรติคู่ต่อสู้ แม้เขาจะยังไม่ได้เร่งโคจรปราณทั้งหมดแต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่ฉู่หัวป้าสู้กับเขาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ธธรรมดาแล้ว เพราะแค่สามารถประดาบกับเขาตรงๆเช่นนี้ได้ทั้งๆที่ค่าสเตตัสน้อยกว่าเขาก็แถมยังใช้สกิลดาบขุนเขาอีก ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ สิ่งที่ช่วยให้ฉู่หัวป้าปะทะกับเขาได้ขนาดนี้ก็เพราะวรยุทธ์ที่ฝึกและความชำนาญในวรยุทธ์นี้เป็เหตุผลที่หวังเฟยหลงแบ่งเวลางฝึกฝนวรยุทธ์ด้วยเช่นเดียวกัน
ทั้งผู้เข้าสอบ ทั้งศิษย์นอก ทั้งเหล่าผู้าุโที่มาดูต่างก็ประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงที่สามารถชนะคนที่มีระดับมากกว่าได้ ตอนนี้ดวงตาของเหล่าผู้าุโต่างก็รุกวาวราวกับเด็กที่กำลังมองดูของเล่นที่ตัวเองอยากได้ แม้แต่ผู้าุโที่คุมการทดสอบก็ยังมองหวังเฟยหลงด้วยสายตาที่ซับซ้อน
เนื่องจากแพ้ให้กับหวังเฟยหลง ฉู่หัวป้าจึงตกอันดับไปแทนอันดับของหวังเฟยหลง แต่เขาก็ท้าประลองกับผู้ที่ถือป้ายอันดับสองทันที แม้จะเพิ่งปะทะกับหวังเฟยหลงมาแต่เขาก็ยังสามารถเอาชนะคนอื่นได้อยย่างไม่ยากเย็น หลังจากนั้นไม่นานการประลองรอบที่สองก็จบลงไป โดยที่อันดับหนึ่งคือหวังเฟยหลง ไล่ลงมาก็จะเป็ ฉู่หัวป้า หวงเฟย หลงเชา และฉู่ฟาน
“ น่าเสียดายที่ปีนี้ไม่ได้มีม้ามืดเหมือนปีก่อน!? ”
“ ม้ามืด!? ”
“ จริงสิ เ้าไม่ได้สนใจสินะ ข้าหมายถึงพวกที่มีความแข็งแกร่งพอที่จะสู้กับลูกหลาน 4 ตระกูลใหญ่ได้น่ะ!! ”
“ เ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าเคยมีสินะ ”
“ ใช่!! รู้สึกจะเป็เมื่อ 2 ปีก่อนนะ แข็งแกร่งกว่าลูกหลาน 4 ตระกูลใหญ่เสียอีก!! ”
ต้องพูดตามความจริงคือในปีนี้ไม่มีใครสามารถเก่งทัดเทียมกับลูกหลานตระกูลใหญ่ได้เลย หวังเฟยหลงคิดว่ามันเป็ปกติ แต่ไม่ใช่ ฉู่หัวได้เล่าให้เขาฟังว่าในบางปีก็จะมีคนที่มีความสามารถทัดเทียมพอจะสูสีกับลูกหลานตระกูลใหญ่ แต่เมื่อสองปีก่อนได้มีรุ่นเยาว์คนหนึ่งที่อายุเพียง 15 ปี แต่ก็มีความแข็งแกร่งระดับรวบรวมระยะกลางแล้ว แถมเมื่อต่อสู้กับพี่ชายของฉู่หัวป้า ที่ตอนนี้มีระดับรวบรวมระยะกลางเหมือนกันแต่ก็ไม่อาจสู้ได้แพ้ภายใน 5 กระบวนท่า
“ แข็งแกร่ขนาดนั้นเลยหรือ? ”
“ ใช่ ภายในปีเดียวก็สามารถเข้าไปเป็ศิษย์ในได้แล้ว!! ”
“ ชักอยากเจอแล้วสิ!! ”
หลังจากจบการการทดสอบรอบที่สอง ผู้าุโที่คุมการทดสอบก็แจกแผ่นป้ายตัวเลขั้แ่ 68-87 ให้คนที่ติดอันดับ 1-20 ตามอันดับและบอกให้พวกเขาทำการพักฟื้นร่างกายและแรงของตัวเองแล้วเวลา 1 ชั่วโมง ฉู่หัวป้าก็เล่าเื่ราวต่างๆให้หวังเฟยหลง และเอาจริงๆเขาก็ชอบฉู่หัวป้านะ เป็คนตรงไปตรงมา ส่วนฉู่ฟานถึงจะพูดน้อย ชอบอยู่คนเดียว และถึงแม้จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นแต่นิสัยจริงๆก็ไม่ได้แย่ ไม่เหมือน หวงเฟยกับหลงเชาที่ชอบดูถูกเหยียดหยามคนทที่อ่อนแอกว่าตัวเอง
หนึ่งชั่วโมงเป็เวลาที่ไม่ไได้นาน ตอนนี้ได้มาถึงการทดสอบรอบที่สามแล้ว เหล่าศิษย์นอกต่างก็เริ่มทะยอยกันลงมาที่กลางลาน พร้อมกับผู้าุโที่คุมสอบเดินนำมา หวังเฟยหลงสำรวจความแข็งแกร่งของศิษย์นอกเหล่านี้ คนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ระดับรวบรวมระยะปลาย ส่วนคนที่อ่อนแอที่สุดคือระดับรวบรวมระยะกลาง
“ ประมาณ 50 คนสินะ!? พวก 10 อันดับแรกคงไม่ได้อยากมาให้เสียเวลามา!! ”
ตามข้อมูลที่ได้มาจากเซี่ยถิงถิงนั้น ศิษย์นอกที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นอยู่ระดับหลอมรวมระยะต้น โดยที่ 5 อันดับแรกคือศิษย์ที่อยู่ระดับหลอมรวมระยะต้น แล้วอันดับก็จะไล่ลงมาตามความแข็งแกร่ง โดยที่สถาบันจะมีศิษย์นอกทั้งหมดประมาณ 60-80 คน โดยที่มีทั้งคนเข้าไปเป็ศิษย์ในได้ก่อน และมีทั้งคนที่ต้องออกไปเพราะไม่สามารถเข้าไปเป็ศิษย์ในได้ก่อนกำหนด
การทดสอบรอบที่สามนั้นไม่ต่างอะไรกับการทดสอบรอบที่สอง จะต่างก็อย่างเดียวคือคู่ต่อสู้ที่ต้องเจอเพราะรอบที่สามจะเป็การปะทะกับเหล่าศิษย์นอก เพื่อชิงอันดับของศิษย์เก่ามาเป็อันดับของตัวเอง ศิษย์เก่าที่ถูกชิงอันดับ อันดับของเขาจะไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยอันดับของศิษย์ใหม่ แต่จะเป็การรันอันดับลงไป แต่ถ้าแพ้ก็จะไม่เสียอะไร มันคล้ายๆกับการรับน้องปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกัน
ผู้าุโที่คุมการทดสอบให้ศิษย์นอกทั้งหมดยืนเรียงกันตามอันดับของตัวเอง จากนั้นก็อธิบายการทดสอบรอบที่สามให้กับศิษย์ใหม่ฟัง การทดสอบรอบนี้ไม่มีการบังคับ ศิษย์ใหม่สามารถถอนตัวได้ แต่อันดับก็หมายถึงทรัพยากรที่คนๆนั้นจะได้รับ โดยทุก 10 อันดับจะได้มากขึ้นเรื่อยๆ หวังเฟยหลงมองดูอันดับในมือ อันดับที่ 68 มันแทบจะไม่ได้ทรัพยากรเลย ถึงหวังเฟยหลงจะไม่ได้้าทรัพยากรจากสถาบัน แต่สิ่งที่เขา้าคือการดึงดูดความสนใจของคนที่แข็งแกร่งและมีอำนาจที่จะช่วยเขาตามหาแม่กับน้อง ดังนั้นเขาจำเป็จ้องท้าประลองเพื่อแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้ได้มากๆ ถึงจะต้องเก็บซ่อนความแข็งแกร่งและไพ่ลับไว้บ้างก็เถอะ
“ เริ่มการทดสอบรอบที่สาม ”
แม้ว่าจะมีความต่างของพลัง ก็ยังมีศิษย์ใหม่บางคนเลือกที่จะท้าทายเพื่อลองเสี่ยงโชคดู แต่มันก็เป็อย่างที่ควรเป็นั่นคือไม่มีใครสามารถเอาชนะศิษย์พี่ของพวกเขาได้ ผ่านไปสักพักก็ถึงคราวหวงเฟยกับหลงเชา พวกเขาท้าทายศิษย์ที่มีความแข็งแกร่งพอๆกับตัวเองและพวกเขาทั้งสองคนก็สามารถเอาชนะมาได้อย่างหวุดหวิด ที่พวกเขาชนะได้เพราะมีวรยุทธ์ที่ดีกว่า
ต่อไปเป็คราวของฉู่ฟาน ถึงระดับพลังจะน้อยกว่าแต่เขาก็ยังมี วรยุทธ์มาชดเชยจุดนั้นได้ ทำให้เขาสามารถเอาชนะได้อย่างหวุดหวิดเช่นกัน ฉู่หัวป้าเลือกที่จะท้าทายคนที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับรวบรวมระยะกลาง หวังเฟยหลงมองดูข้อมูลของคนที่ฉู่หัวป้าขอท้าลองประลองด้วย
‘ งานนี้อาจจะยากลำบากสำหรับเ้าก็ได้ ฉู่หัวป้า!! ’
เหตุผลที่ทำให้เขาแข็งแกร่งที่สุดในระดับรวบรวมระยะกลางนั่นเป็เพราะวรยุทธ์ที่ทรงพลังของเขา จากมันทัดเทียมได้กับของฉู่หัวป้า และดูจากอายุแล้ว เพิ่งจะเข้าร่วมกับสถาบันมาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง เพราะเพิ่งจะอายุ 17 ปีเท่านั้น
การต่อสู้ของทั้งสองคนเริ่มขึ้น ฉู่หัวป้ารุกเข้าไปประชิดตัวและฟาดฟันดาบด้วยกระบวนท่าของเขาอย่างต่อเนื่อง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายได้เพราะเขามีความโดดเด่นเื่ความเร็ว ความคล่องตัวทำให้สามารถหลบการโจมตีของฉู่หัวป้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใช้กระบี่สวนกลับได้อีกด้วยทำให้ฉู่หัวป้าต้องต้องดิ้นรนในการป้องกันและโจมตี ตอนนี้สิ่งที่จะช่วยตัดสินผลแพ้ชนะครั้งนี้คือประสบการณ์ เล่ห์เหลี่ยม ของทั้งสองคนว่าของใครมากกว่ากัน!!
ผ่านไปกว่า 30 กระบวนท่า เนื่องจากฉู่หัวป้าเป็ฝ่ายรุกตลอด ทำให้ตอนนี้แรงของเขาแทบจะหมดแล้ว หลังจากนี้จะเป็การไล่ต้อนของอีกฝ่าย ฉู่หัวป้าถูกไล่ต้อนเรื่อยๆและเขาทำได้เพียงป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายเท่านั้น ซึ่งอีกไม่นานฉู่หัวป้าจะแพ้แน่นอน!!
และก็แพ้จริงๆ นั่นป็นเพราะฉู่หัวป้าเป็คนตรงไปตรงมาหรือเปล่าไม่รู้ เขาแทบจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แผนการอะไรเลย เขาต่อสู้ตรงๆโดยเน้นการใช้พละกำลังอันมากมายของเขาเพื่อบดขยี้ศัตรู ครั้งนี้มันจะเป็ประสบการณ์ที่มีค่าให้กับฉู่หัวป้าอย่างแน่นอน
หลังจากแพ้ ฉู่หัวป้าพักสักครู่หนึ่งรอท้าประลองรอบต่อไป เขาไม่ได้จะขอท้าประลองคนเดิม แต่ท้าประลองคนที่มีอันดับต่ำลงมา ซึ่งแม้ว่าจะเหนื่อยจากการต่อสู้รอบที่แล้ว แต่เขาก็ยังสามารถเอาชนะมาได้ ต้องบอกว่าเป็คนที่มุทะลุจริงๆ หวังเฟยหลงมองไปรอบๆไม่ เขาไม่เห็นใครออกไปท้าประลองแล้ว หวังเฟยหลงจึงเดินออกไปและขอท้าประลองกับคนที่อยู่อันดับที่ 11 ซึ่งเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ที่นี้!!
ในที่สุดหวังเฟยหลงก็เคลื่อนไหว เหล่าผู้าุโที่มารอดูต่างก็คาดหวังการประลองของหวังเฟยหลง และเมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงท้าประลองกับอันดับที่ 11 พวกเขาก็ยิ่งคาดหวังมากขึ้นไปอีก พวกเขาอยากรู้ว่าพลังทั้งหมดของหวังเฟยหลงมีมากขนาดไหน ถึงมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะระดับรวบรวมระยะปลาย แถมยังเป็อันดับ 11 อีกต่างหาก
ใจจริงหวังเฟยหลงอยากจะท้าประลองพวกที่อยู่ใน 10 อันดับแรก แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มาหวังเฟยหลงจึงทำได้เพียงท้าประลองกับคนที่อันดับสูงที่สุดในนี้แทน และแน่นอนว่าคนที่ถูกท้าประลองต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน ต่อให้หวังเฟยหลงเก่งขนาดไหนแต่เขาก็ไม่สามารถเอาชนะความห่างของพลังที่ห่างกันถึงสองขั้นได้ เขาเดินออกมาพร้อมกับชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด
“ เ้าคงมั่นใจในตัวเองมากนักสินะ?? ”
“ ก็ต้องมั่นใจสิ ไม่มั่นใจว่าจะชนะแล้วจะท้าประลองทำไม!? ”
“ รนหาที่!!! ได้สิเดี๋ยวจะแสดงให้ดูว่าความต่างของพลังที่แท้จริงมันเป็อย่างไร ไม่ใช่ว่าแค่ชนะได้นิดหน่อยแล้วจะอวดเก่งได้ ”
เมื่อเริ่มการประลองอีกฝ่ายก็รีบพุุ่งเข้าประชิดตัวหวังเฟยหลงทันที พร้อมกับฟาดดาบลงมา หวังเฟยหลงยกดาบขึ้นป้องกัน จากก็ปัดดาบอีกฝ่ายไปด้านข้างพร้อมกับหมุนตัวถีบอีกฝ่ายให้อีกฝ่ายกระเด็นถอยออกไป สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความโกรธ ความไม่พอใจมากกว่าเดิม
“ ถือว่ามีฝีมือให้พออวดอยู่บ้าง แต่มันก็แค่นั้นแหละ ”
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน เขาเร่งโคจรปราณในร่างกายถึงขีดสุดจากนั้นก็พุ่งเข้าประชิดตัวหวังเฟยหลงด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมอย่างมาก หวังเฟยหลงก็ไม่ได้ยอมเป็ฝ่ายตั้งรับเพียงอย่างเดียว เขาเร่งโคจรปราณเช่นเดียวกันจากนั้นก็ใช้สกิลก้าวไร้เสียงกับสกิลดาบเมฆาเคลื่อน เพื่อรับมือกับความเร็วที่มากกว่าของอีกฝ่ายทำให้ตอนนี้ความเร็วของทั้งสองคนสูสีอย่างมาก และยิ่งปะดาบด้วยมากเท่าไหร่ดาบของหวังเฟยหลงก็จะยิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้นจนทำให้อีกฝ่ายถูกไล่ต้อนจนเสียจังหวะ
ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป หวังเฟยหลงใช้สกิลดาบขุนเขาฟันไปที่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องเป็ฝ่ายตั้งรับและเมื่อหวังเฟยหลงฟันดาบที่สามลงไป มันรุนแรงถึงขนาดที่ทำให้อีกฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมกับมือที่สั่นเทาอย่างรุนแรงจนไม่อาจจับดาบได้ทำให้ดาบหลบลงไปบนพื้น เขามองไปที่หวังเฟยหลงด้วยสีหน้าสับสน ก่อนจะถูกหวังเฟยหลงเข้าประชิดอย่างรวดเร็วและถีบจนตัวเขากระเด็นออกจากลานประลอง
ผู้คนที่มองดูการประลองต่างก็ประหลาดใจกับผลของการประลอง และที่ทำให้พวกเขาประหลอดใขจมากที่สุดคือความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงนั้นมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้เสียอีก ฉู่หัวป้าส่งเสียงเฮลั่นราวกับเป็ชัยชนะของเขาเอง ส่วนหวงเฟยกับหลงเชาหน้าซีด พวกเขาไม่คิดว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ หมายความว่าตอนที่สู้กับฉู่หัวป้ายังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ
เหล่าผู้าุโดวงตารรุกวาวด้วยความตื่นเต้น ความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงเป็อะไรที่เหนือความคาดหมายของพวกเขาทั้งหมด หากสามารถรับเป็ศิษย์ส่วนตัวได้แล้วหวังเฟยหลงมีชื่อเสียงมากขึ้น ผู้เป็อาจารย์ก็จะได้ดิบได้ดีตามไปด้วย
เมื่อพวกเขาลุกขึ้นเตรียมตัวจะเข้าไปหาหวังเฟยหลง พวกเขาก็ต้องหยุดชะงักไปก่อน เพราะตอนนี้ได้มีผู้าุโอีกกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้าไปหาหวังเฟยหลงเสียก่อนแล้ว พวกเขายิ้มแห้งและนั่งลงที่เดิมอย่างช่วยไม่ได้
กลุ่มที่มาใหม่คือผู้าุโเช่นกัน แต่พวกเขาเป็ผู้าุโที่อยู่ดูแลพื้นที่ชั้นใจ ส่วนพวกเขาเป็ผู้าุโที่ดูแลพื้นที่ชั้นนอก โดยจะเรียกว่าผู้าุโฝ่ายในกับผู้าุโฝ่ายนอก ระบบผู้าุโก็เหมือนกันระบบศิษย์ที่แบ่งแยกชั้นนอกชั้นใน ผู้าุโที่อยู่ชั้นในย่อมแข็งแกร่งกว่าผู้าุโชั้นนอก ดังนั้นเมื่อเหล่าผู้าุโชั้นใน้าตัวหวังเฟยหลงพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“ เ้าน่ะ มาเป็ศิษย์มาไหม ข้าจะทุ่มทรัพยากรให้เ้า ไม่นานเ้าก็จะเป็ศิษย์ในได้แล้ว ”
“ ตาเฒ่า เ้ามีศิษย์เยอะแยะแล้วหากรับเพิ่มอีกคนเ้าจะดูแลไหวหรืออย่างไร เ้ามาเป็ศิษย์ข้าดีกว่า!! ”
เหล่าผู้าุโฝ่ายในต่างก็พยายามมแย่งตัวหวังเฟยหลงกัน โดยพยายามยื่นข้อเสนอต่างๆ แม้ว่าหวังเฟยหลงจะค่อนข้างงุนงงกับสถานะการณ์ในตอนนี้แต่เขาก็รู้ได้อย่างหนึ่งคือเป้าหมายของเขาในการทำตัวเองให้โดดเด่นนั้นบรรลุเป้าหมายแล้ว หวังเฟยหลงพยายามฟังข้อเสนอและเลือกคนที่จะมาเป็อาจารย์ของเขาด้วยด้วยดูทั้งนิสัย ระดับพลังแต่ด้วยความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงในตอนนี้เขาไม่สามารถเห็นเลเวลของเหล่าผุ้าุโได้เลย
“ เ้าอยากมาเป็ศิษย์ของข้าหรือไม่? ”
ขณะที่กำลังจะตัดสินใจอยู่นั้นจู่ๆก็มีเสียงแหบๆคล้ายๆเสียงของคนชราเปล่งออกมาจากไหนไม่รู้แต่มันดังก้องกังวานและดูน่าเกรงขาม ด้วยเสียงนี้เองทำให้ผู้าุโทุกคนทั้งฝ่ายในและฝ่ายนอกลุกขึ้นและหันไปทางต้นเสียงพร้อมทำความเคารพ
“ ท่านผู้นำ ”