“เพื่อที่จะปฏิเสธการแต่งงาน เธอเลยทำร้ายตัวเองสุดท้ายยังถูกจับขังอยู่ในห้อง ฉันพูดอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง! แต่ว่าตอนนี้ฉันก็คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะทำไงดีเลยมาปรึกษาพวกแกนี่แหละ”
จ้าวตงหานใช้มือกุมหน้าผาก สองคิ้วขมวดปม
เจี่ยงเชี่ยนวางกาแฟในมือลงและค่อยๆ กล่าวขึ้นว่า
“ตามที่ฉันคิดนะ เื่นี้แก้ไขไม่ยาก”
“อ่า? แก้ไขยังไง?”
จ้าวตงหานเมื่อได้ยินว่ามีวิธีแก้ไขก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
“แกสามารถใช้เื่ครั้งก่อนไปข่มขู่บังคับมู่อี้เฉินได้ให้เขารับผิดชอบแกไง ขอแค่เขาขอแกแต่งงานงานแต่งของพี่สาวแกกับเขาก็ยกเลิกไปโดยปริยายไม่ใช่เหรอ? พอถึงเวลานั้นพี่สาวแกก็ได้อยู่กับคนที่รักพ่อแม่บุญธรรมแกก็ได้จัดงานแต่งทางธุรกิจได้สำเร็จ ทั้งหมดก็จบลงไม่มีอะไรน่ากังวล แค่นี้เอง เรียกว่าเป็วิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว!”
“ไม่ได้นะ ทำแบบนั้นไม่ได้”
พอจ้าวตงหานได้ฟังทั้งหมดในหัวสมองก็สั่นขึ้นอย่างกับตีกลอง “ผู้ชายคนนั้นจัดการได้ง่ายๆ เสียที่ไหนละและฉันก็ไม่อยากแต่งงานกับเขาด้วย”
“เดี๋ยวนะ! รับผิดชอบ? ตงหาน แกกับมู่อี้เฉินเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหมือนฉันพลาดอะไรบางอย่างไปนะพวกแกต้องมีอะไรบางอย่างปิดบังฉันอยู่ใช่ไหม?”
ลู่เจียฉีเมื่อได้ฟังถึงจุดสำคัญจึงหรี่ตาถามเพื่อนต่อ
เจี่ยงเชี่ยนโบกมือห้ามเธอพูดต่อ “เจียฉี แกเงียบไปก่อน ตงหานแกเคยพูดแล้วไม่ใช่เหรอว่า ขอแค่ให้พี่สาวมีความสุขอะไรแกก็ยอมทั้งนั้น? ก็ตามนั้นแหละ ขอให้เขารับผิดชอบแกไม่ใช่ให้เขาแต่งงานกับแก รอจนกว่างานแต่งพี่สาวแกจะยกเลิกแล้วแกค่อยไปบอกกับเขาว่าแกเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งงานแล้ว
“ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วหรือไงนะ?” จ้าวตงหานถามอย่างคลางแคลงใจถ้าจะให้เธอกลับไปหามู่อี้เฉินอีกก็รู้สึกกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่งั้นจะทำไงอะ? แกหาวิธีที่ได้ผลกว่านี้ได้แล้วหรือไง?”
“เออเอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปลองดูก็แล้วกันแต่ว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ฉันกับเขาพูดว่าจะไม่ยุ่งกันอีก ทางใครทางมันแบบนี้มันจะไม่เหมือนเป็การตบหน้าตัวเองไปหน่อยเหรอ?”
“หรือว่าความสุขของพี่หน่วนไม่สำคัญเท่าเกียรติและศักดิ์ศรีของแก?ตัดสินใจยากขนาดนี้มันไม่เหมือนจ้าวตงหานที่ฉันรู้จักเลยนะ!แกไม่ใช่ประเภทที่ว่าไม่ถึงเป้าหมายก็จะไม่ละทิ้งหรอกเหรอ? ฉันเชื่อว่าครั้งนี้แกก็ต้องทำสำเร็จ”
เจี่ยงเชี่ยนกอดจ้าวตงหานเข้ามาในอ้อมแขนและพูดต่ออีกหน่อยว่า“อย่าลังเลอีกเลย รีบไปเถอะ! พี่สาวแกกำลังรอแกไปช่วยอยู่นะ!”
เธอเดินไปพลางคิดว่าแผนการนี้มันจะใช้ได้ไหมนะ?
เมื่อก่อนขอเป็เพียงเื่ที่เธออยากทำหากยังไม่บรรลุเป้าหมายเธอก็จะไม่ละทิ้งเป็อันขาดแต่เมื่อได้พบเจอกับมู่อี้เฉินแล้วนั้น เธอนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีชายหนุ่มคนนี้ไม้อ่อนก็ไม่เอา ไม้แข็งก็ไม่เล่นด้วย เหมือนอย่างเช่นครั้งก่อนที่เธอก็พ่ายแพ้ย่อยยับกลับมา
ช่างเถอะไม่สนอะไรแล้ว เพื่อที่จะช่วยพี่สาวแล้วเธอก็จะลองทำตามแผนการของเจี่ยงเชี่ยนดูละกัน!
ในร้านกาแฟหลังจากเจี่ยงเชี่ยนอธิบายเื่ราวสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความให้ลู่เจียฉีฟังแล้วนั้นลู่เจียฉีคิดอยู่พักหนึ่งและถามเจี่ยงเชี่ยนด้วยสีหน้าแปลกๆว่า “ทำไมฉันรู้สึกว่าที่แกพูดเมื่อกี้กับตงหานมันดูแปลกๆไปหน่อยไหม? หรือว่าแกกำลังหลอกเธออยู่หรือเปล่าน่ะ?”
เจี่ยงเชี่ยนกลอกตารอบหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า“ฉันเป็พวกดูหลอกลวงเพื่อนขนาดนั้นเชียวเหรอ? ก็กำลังช่วยเพื่อนอยู่เนี่ยไงไม่เห็นเหรอ? หรือว่าแต่งงานกับมู่อี้เฉินที่บ้านรวยคับฟ้าแบบนั้นไม่ดีหรือไง?”
“ก็ต้องดีสิ! แต่เป็เพราะว่าเื่ของคนอื่น เธอจึงทำแบบนี้ซึ่งตัวเองไม่ได้ชอบพอกันอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะสำเร็จแล้วตามเป้าหมายการแต่งงานแบบนี้จะมีความสุขเหรอ?”
“เื่พรหมลิขิตน่ะมันไม่เข้าใครออกใครหรอกมู่อี้เฉินเป็พวกที่ขึ้นชื่อเื่ความเ็าและไม่เคยได้ยินข่าวซุบซิบนินทาอื้อฉาวของเขาเลยแต่ครั้งนี้กลับมีความสัมพันธ์กับตงหานชนิดที่บอกไม่ถูกแบบนี้เขาอาจจะได้มาเป็คู่รักกันก็ได้นะ!
ั้แ่เล็กจนโตเธอคิดถึงแต่เื่คนอื่นไม่เคยแม้แต่คิดถึงตัวเองเลยสักครั้ง ยากนักกว่าจะหาโอกาสแบบนี้ได้ฉันเลยอาศัยเื่นี้มาวางแผนการนี้ขึ้นมาไงละ
ถ้าไม่ให้เธอไปสู้เลยสักครั้งถ้างั้นมู่อี้เฉินที่จะกลายมาเป็พี่เขยของเธอแล้วละก็ พอถึงเวลานั้นจริงๆ มันจะทำตัวไม่ถูกนะอีกอย่างถูกเขากินฟรีมาแล้วอีกต่างหาก”
ในห้องทำงานท่านประธานตระกูลมู่กรุ๊ปเงียบจนขนาดทำให้คนหยุดหายใจได้มีแต่เพียงเสียงของชายที่กำลังกดแป้นพิมพ์ที่ดังมาจากด้านหลังของโต๊ะทำงานนั่น
เหลิ่งคุนยื่นซองจดหมายในมือส่งไปรายงานคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม “นายน้อยครับเื่ที่ให้สืบหาได้ผลสรุปออกมาแล้วครับผม”
มู่อี้เฉินวางงานในมือของตนเองลงมือถลกแขนเสื้อขึ้นมาเล็กน้อยปล่อยตัวตามสบายพิงไปกับพนักพิงด้านหลังเก้าอี้และก็ค่อยๆ ปิดตาลงเบาๆ
“พูด!”
“คุณหนูจ้าวตงหานจริงๆ แล้วเป็ลูกเลี้ยงของบ้านตระกูลจ้าวเธอกับพี่สาวที่ชื่อว่าจ้าวเซี่ยหน่วนห่างกันเพียงปีเดียวถึงแม้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ กันก็ตามทีแต่ความสัมพันธ์นั้นเหนียวแน่นและรักกันมาก
ผมส่งคนไปสืบมาได้ความว่า หลังจากที่คุณหนูจ้าวเซี่ยหน่วนเข้าเรียนก็มีชายหนุ่มมาตามจีบไม่น้อยตามที่ครูประจำชั้นสมัยมัธยมต้นของคุณหนูจ้าวเซี่ยหน่วนได้บอกไว้ว่าเธอนั้นมีนิสัยขี้กลัวไม่ค่อยกล้า ขนาดโดนใครมารังแกก็ยังไม่กล้าที่จะพูดเลยสักคำดีที่มีน้องสาวคอยปกป้องอยู่ด้วย มีครั้งหนึ่งมีผู้หญิงด้วยเพราะว่าอิจฉาเธอจึงโยนกระถางดอกไม้ลงมาจากตึกใส่จ้าวเซี่ยหน่วนแต่ก็ได้คุณหนูจ้าวตงหานผลักเธอออกไปเสียก่อนผลคือคุณหนูจ้าวเซี่ยหน่วนไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่คุณหนูจ้าวตงหานกลับาเ็แทน
จ้าวเซี่ยหน่วนจริงๆ แล้วเคยมีแฟนอยู่คนหนึ่งด้วยฐานะทางบ้านไม่เท่าเทียมกันจึงเลิกรากันไปแล้วแต่ว่าพวกเขาก็ยังติดต่อกันอย่างลับๆ มาอยู่เสมอถึงแม้ว่าผมจะไม่กล้าพูดฟันธงว่าที่คุณหนูรองตระกูลจ้าวต่อต้านการแต่งงานของพี่สาวมาตลอดก็เพราะเป็ห่วงความสุขในชีวิตของพี่สาวแต่ผมแน่ใจว่าไม่ใช่ที่เหตุเพราะอิจฉาพี่สาวแน่นอนเธอถึงต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้
ในซองเอกสารเป็ข้อมูลโดยละเอียดครับ”
“อืม เอาวางไว้แล้วออกไปได้!”
เหลิ่งคุนวางซองเอกสารลงตามคำสั่งและเดินออกไป
ในห้องทำงานเหลือมู่อี้เฉินเพียงคนเดียว เขาจึงค่อยๆ เปิดซองเอกสารออกขึ้นมาดู
ข้างในนั้นมีกระดาษอยู่สิบกว่าแผ่นหัวข้อเขียนเอาไว้ว่า “ข้อมูลโดยละเอียดของจ้าวตงหาน” ในนั้นเขียนข้อมูลโดยละเอียดแม้แต่ราศีเกิดจนไปถึงอาหารที่ชื่นชอบล้วนเขียนเอาไว้ครบถ้วน
มู่อี้เฉินเห็นเอกสารเหล่านี้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเขาเพียงแต่้าทราบเื่ที่ว่าทำไมจ้าวตงหานถึงขัดขวางการแต่งงานครั้งนี้ของจ้าวเซี่ยหน่วนเท่านั้นเหลิ่งคุนเอาสิ่งเหล่านี้มาให้เขาดูเพื่ออะไรกัน มันหมายความว่าอย่างไร?
เขาเคยบอกว่าเขาอยากรู้ข้อมูลโดยละเอียดของจ้าวตงหานแล้วเหรอ?
เปิดไปสองสามหน้า รูปภาพหนึ่งก็หล่นลงมาบนโต๊ะหญิงสาวในรูปภาพหน้าตาสะสวย อายุประมาณไม่เกินสิบเจ็ดสิบแปดปีส่วนฉากหลังเป็ภาพในมหาวิทยาลัย
เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นงดงามราวกับดอกไม้
เวลาเผชิญหน้ากับเขาหน้าตาเธอเหมือนใส่หน้ากากเข้าหาทั้งรอยยิ้มก็ปลอมไปด้วย แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นเธองดงามบริสุทธิ์ไม่มีอะไรมาปกปิดไว้แบบนี้
งดงามบริสุทธิ์ดั่งดอกไม้ในฤดูใบไม้ร่วง
รอยยิ้มของเธอดึงดูดคนให้หลงใหลริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ดวงตาโค้งเรียวราวกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวใบหน้ารูปไข่ปรากฏรอยลักยิ้มขึ้นมา
มู่อี้เฉินมองอยู่นานสองนานถึงขยับสายตาออกจากรูปภาพใบนั้นมือล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์สีดำออกมาค่อยๆ เอาภาพของจ้าวตงหานใส่ลงไปในนั้น
ผ่อนลมหายใจออกจากปากเมื่อรู้ว่าใจของตัวเองไม่อยู่กับเนื้อตัวและรู้ว่าไม่สามารถปล่อยเธอไปได้
ปกติแล้วมู่อี้เฉินคิดว่าตนเองเป็คนใจเย็นปล่อยวางอะไรได้ง่ายแต่ตามจริงแล้วเป็เขาต่างหากยังไม่พบคนที่ทำให้เขาเสียความใจเย็นหรือไม่ยอมปล่อยวางสิ่งต่างๆได้นั่นเอง
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า