บทที่ 35 อนุเจ็ด
พี่ชายซ่งมองซ่งเส้าเส้า เขาก็อยากรู้ความลับของเขาหลังหมู่บ้าน ว่าเหตุใดครอบครัวท่านลุงใหญ่ถึงคอยขัดขวางไม่ให้ไปที่นั่นมาโดยตลอด ความอยากรู้อยากเห็นนี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจไปเขาหลังหมู่บ้านกับซ่งเส้าเส้า
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านได้ยินว่าตระกูลซ่งจะมีงานมงคลก็พากันตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูความคึกคัก นอกจากวันตรุษจีนแล้วก็มีแค่วันแบบนี้เท่านั้นที่ทุกคนจะออกมารวมตัวกัน
ท่านป้าใหญ่ตกแต่งหมู่บ้านอย่างสวยงาม ขบวนขันหมากยาวเหยียดเป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ตามถนนโรยด้วยกลีบดอกไม้มากมาย ยามลมพัดจะส่งกลิ่นหอมของดอกไม้โชยไปทั่ว แม้แต่ต้นไม้ในหมู่บ้านยังมีผ้าไหมสีแดงผูกไว้เต็มไปหมด ชาวบ้านที่มาดูความคึกคัก เดินกันขวักไขว่ บ้างก็ยืดคอมองขบวนขันหมากอันยิ่งใหญ่ที่ในรอบสิบปีข้างหน้าก็ยังไม่แน่ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นอีก
"พี่ใหญ่ดูสิเจ้าคะ ขบวนยิ่งใหญ่เหลือเกิน หากข้าไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเป็นงานแต่งของคุณหนูชั้นสูงในเมือง"
ซ่งเส้าเส้ามองขบวนขันหมากที่หรูหราก็อดบ่นไม่ได้
พี่ชายซ่งได้ยินคำพูดของซ่งเส้าเส้าก็หัวเราะออกมา "น้องหญิงคนดีของพี่ รอถึงตาเจ้าแต่งงาน พี่จะจัดเตรียมให้เช่นนี้เลย ดีหรือไม่?"
ซ่งเส้าเส้าส่ายหน้าอย่างแรง "น้ำเต็มแก้วย่อมล้น บุปผาเมื่อผลิบานย่อมโรยราความหรูหราเช่นนี้ไม่เหมาะกับข้าหรอกเจ้าค่ะ"
พี่ชายซ่งเหม่อมองซ่งเส้าเส้า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่น้องสาวของเขาพูดจาเฉกเช่นบัณฑิต? หรือเป็นเพราะนางเซียนผู้นั้นที่ทำให้นางเปลี่ยนไป
"พวกเจ้าพี่น้องรีบหน่อย ป้าใหญ่ของพวกเจ้ามีงานล้นมือ"
แม่ซ่งเร่งซ่งเส้าเส้ากับพี่ชายซ่งที่กำลังเดินคุยกันอยู่ข้างหลัง
แม่ซ่งเป็นคนจิตใจดี ถึงแม้ว่าท่านป้าใหญ่จะรังแกครอบครัวของนางมาโดยตลอด แต่พอถึงเวลาที่ป้าใหญ่ต้องการความช่วยเหลือ นางกลับเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้าไป
ในที่สุดก็มาถึงบ้านของท่านป้าใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งเส้าเส้ามาที่นี่หลังจากที่นางข้ามเวลา มันช่างแตกต่างจากบ้านของนางจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมครอบครัวท่านลุงใหญ่ถึงได้ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน
"พี่สาว"
"พี่สะใภ้"
ท่านป้าใหญ่เฉินกำลังต้อนรับแขกที่ร่ำรวย พอเห็นครอบครัวซ่งเดินเข้ามาก็มองค้อนด้วยความไม่พอใจ
"เหตุใดถึงมาสายเช่นนี้ รีบมาช่วยงานเร็ว"
ซ่งเส้าเส้า "..."
พอเห็นว่าไม่ใช่คนนอก ท่านป้าใหญ่เฉินก็ไม่เกรงอกเกรงใจกันเลย หยาบคายจริงๆ
ครอบครัวซ่งแต่ละคนแยกย้ายกันไป แม่ซ่งช่วยต้อนรับแขก พ่อซ่งพี่ชายซ่งไปช่วยตระเตรียมของ ฯลฯ เหลือแค่ซ่งเส้าเส้าที่ว่าง นางจึงฉวยโอกาสนี้หยิบฉวยอาหารชิ้นนั้นกินบ้าง ชิ้นนี้กินบ้าง
หากไม่กินให้เยอะๆ นางคงเจ็บใจแย่ เพราะตลอดมาครอบครัวนางถูกป้าใหญ่เฉินเอาเปรียบ ฉะนั้นขอเอาคืนบ้างนิดหน่อยจะเป็นไรไป?
ซ่งเส้าเส้ายืนอยู่ในลานบ้านของท่านป้าใหญ่เฉิน มองไปรอบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่นางมาที่นี่ สวนหลังบ้านของป้าใหญ่เลี้ยงสัตว์ไว้มากมาย ถึงแม้ว่าจะสู้บ้านในเมืองไม่ได้ แต่ก็อยู่ดีกินดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน หลักฐานเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าซ่งถิงถิงได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี
"ท่านคือคุณหนูซ่งเส้าเส้าใช่ไหมเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้ากำลังสำรวจเครื่องเรือนในบ้าน แต่จู่ๆก็มีสาวใช้คนหนึ่งมายืนอยู่ข้างหลังนาง สาวใช้ผู้นี้สวมชุดสีชมพูแดงรัดรูป ด้านล่างเป็นกระโปรงสีเขียวมรกต มีลายดอกไม้ที่เอว ผูกโบว์ใหญ่ด้วยผ้าไหมสีทอง ผมยาวสลวยประดับด้วยปิ่นปักผมหยกเขียว แต่งตัวได้หมดจดงดงาม
"เจ้าคือ... ?" ซ่งเส้าเส้าไม่ได้ยอมรับ แต่ถามกลับด้วยความสงสัย
"จากที่สังเกต ท่านคงเป็นคุณหนูเส้าเส้าสินะเจ้าคะ ข้าคือสาวใช้ของฟูเหริน*(ไม่ใช่ชื่อคน) ชื่อเซี่ยงเออร์เจ้าค่ะ"
สาวใช้หรือ? เช่นนั้นคงเป็นสาวใช้คนใหม่ของซ่งถิงถิง แต่ก็ไม่แปลก ซ่งถิงถิงกำลังจะแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ในเมือง ทั้งยังเป็นตระกูลเหยียน จะมีสาวใช้ก็ไม่แปลก
"คุณหนูเส้าเส้าเชิญไปกับข้าเถอะเจ้าค่ะ ฟูเหรินรอท่านอยู่เจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ารับรู้ แล้วก็เดินตามเซี่ยงเออร์ไปหาซ่งถิงถิง
"เซียงเออร์ที่จริงไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณหนูก็ได้เจ้าค่ะ เรียกข้าว่าเส้าเส้าก็พอ"
"คุณหนูเส้าเส้าล้อกันเล่นแล้วเจ้าค่ะ ท่านเป็นน้องสาวของฟูเหริน ข้าจะล้ำเส้นไม่ได้เจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าเห็นเซียงเออร์ยืนกรานจึงไม่ปฏิเสธอีก
"เซี่ยงเออร์เจ้าเป็นคนของตระกูลเหยียนมาตั้งแต่ต้นหรือ"
เซี่ยงเออร์พยักหน้า "เจ้าค่ะคุณหนู เหลาแหย(ในที่นี้หมายถึงท่านเจ้าบ้าน)ให้ข้ามารับใช้ฟูเหรินเจ้าค่ะ"
"เหลาแหย? แล้วเจ้ารู้จักเหยียนหลีลั่วหรือไม่"
"คุณหนูหมายถึงคุณชายใหญ่บ้านของพวกเราหรือเจ้าคะ"
"เหยียนหลีลั่วเป็นคุณชายใหญ่!?"
ช้าก่อน ในเมื่อเหยียนหลีลั่วเป็นคุณชายใหญ่ แล้วเหตุใดพี่สาวข้าถึงถูกเรียกว่าฟูเหริน อีกทั้งยังมีเหลาแหยอีก นี่มันเรื่องอะไรกัน?
"ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูเส้าเส้ารู้จักกับคุณชายใหญ่ด้วยหรือเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้าฝืนพยักหน้า "เคยเจอกันสองสามครั้งเจ้าค่ะ แต่...เซี่ยงเออร์ เหตุใดเจ้าถึงได้เรียกเหยียนหลีลั่วว่าคุณชายใหญ่ ในเมื่อพี่สาวของข้าเป็นฟูเหริน?"
"นั่นก็เพราะฟูเหรินเป็นอนุภรรยาคนที่เจ็ดของเหลาแหยเจ้าค่ะ ส่วนคุณชายใหญ่เป็นบุตรชายของฟูเหรินใหญ่จึงต้องเรียกตามนี้เจ้าค่ะ"
อะไรนะ! อนุภรรยาคนที่เจ็ด!
เช่นนี้แสดงว่าที่ท่านป้าใหญ่บอกว่าพี่สาวจะแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ในเมืองก็แค่เป็นอนุภรรยาเท่านั้นหรอกหรือ?
เซี่ยงเออร์พยักหน้าอย่างสงสัย นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดซ่งเส้าเส้าถึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้
"คุณหนูเส้าเส้า มีปัญหาอันใดหรือเจ้าคะ?"
ซ่งเส้าเส้าพยายามอย่างเต็มที่ให้ตัวเองดูเข้มแข็ง นางสงบสติอารมณ์แล้วส่ายหัว
เพราะเอาจริงมันต้องมีปัญหาอยู่แล้ว ก็เส้าเส้าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม นางจะบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องกับเซี่ยงเออร์ไม่ได้ มิเช่นนั้นมันจะกลายเป็นการเปิดโปงความจริงว่าท่านป้าใหญ่ของนางคุยโว
ช่างเถอะ ช่างเถอะเรื่องไม่ดีในตระกูลเก็บไว้ในใจก็พอดีกว่า
"คุณหนูเส้าเส้าถึงแล้วเจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าเดินตามเซี่ยงเออร์เข้าไปข้างใน ซ่งถิงถิงตอนนี้แต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าขาวเนียนของซ่งถิงถิงยามแสงเทียนส่องกระทบช่างดูมีมิติ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวมชุดแต่งงานสีแดงหรือไม่ แต่ท่าทางเวลาก้มหน้าของนางดูน่ารักมาก
"พี่สาว"
ซ่งเส้าเส้าเรียกซ่งถิงถิงเบาๆ พอนางรู้ว่าซ่งถิงถิงกำลังจะแต่งงานกับชายที่อายุหกสิบกว่าทั้งยังเป็นแค่อนุภรรยา เส้าเส้าก็รู้สึกทุกข์ใจแทน ยามอยู่ต่อหน้าทำได้แค่อ้าปากแล้วหุบลง ไม่กล้าเปล่งคำอวยพรใดๆ
"เส้าเส้ามาแล้วหรือ"
ซ่งถิงถิงยังคงยิ้มอย่างสดใสเช่นเคย ยิ่งทำให้ซ่งเส้าเส้ารู้สึกสงสารมากขึ้น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
ซ่งถิงถิงเห็นท่าทางที่แปลกไปของซ่งเส้าเส้าจึงเอ่ยถาม แต่ซ่งเส้าเส้าเพียงบ่ายเบี่ยง บอกว่านางแค่รู้สึกใจหายที่ซ่งถิงถิงจะแต่งงาน
ถึงแม้ว่าท่านป้าใหญ่กับท่านลุงใหญ่จะทำไม่ดีกับครอบครัวซ่ง แต่ซ่งเส้าเส้าจำได้ว่าซ่งถิงถิงดีกับครอบครัวของนางมาก สตรีดีๆเช่นนี้ต้องไปเป็นอนุภรรยาคนที่เจ็ด ช่างน่าเศร้าจริงๆ