เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากค่ำคืนอันยาวนานและเร่าร้อน หลิวเหมยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการร่วมรักอันหนักหน่วงตลอดทั้งคืน แต่จิตใจกลับเปี่ยมไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ััได้ถึงความเจ็บแปลบเล็กน้อยที่ช่องทางรัก แต่ความเจ็บนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหฤหรรษ์ที่ยากจะอธิบาย
นางยิ้มให้กับตัวเองในกระจกทองเหลืองบานเล็กๆ ใบหน้าของนางดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวที่เพิ่งถูกจุดขึ้นมาใหม่ ริมฝีปากของนางยังคงบวมแดงเล็กน้อยจากการจูบที่เร่าร้อนเมื่อคืน ทำให้นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อลิ้นร้อนๆ ของลุงชางสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของนาง ดูดดึงลิ้นเล็กๆ ของนางอย่างกระหายและเร่าร้อน
ความทรงจำเมื่อคืนยังคงสดใสในห้วงความคิดของนาง นางยังจำได้ถึงััของมือหนาๆ ของลุงชางที่ลูบไล้ไปตามร่างกายของนาง ความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของความเป็บุรุษของเขาที่เข้าออกในช่องทางรักของนางอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้ง เสียงครางของตัวเองที่ดังระงมไปทั่วห้องพัก และความรู้สึกสุดยอดที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนนางแทบสิ้นสติ
นางััได้ถึงร่องรอยของบทรักเมื่อคืนที่ยังคงติดตรึงอยู่บนร่างกายของนาง รอยรักจางๆ บนคอและทรวงอก ความเจ็บแปลบที่ช่องทางรักซึ่งยังคงบวมแดงจากการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วง และกลิ่นกายของบุรุษเพศที่ยังคงอบอวลอยู่ในผมและิัของนาง ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกถึงความเป็เ้าของและความผูกพันที่ลึกซึ้งกับลุงชาง
นางนึกถึงท่วงท่าต่างๆ ที่ลุงชางได้สอนให้นางในคืนนั้น ั้แ่การจูบที่แสนหวาน การััที่เร้าใจ ไปจนถึงการร่วมรักในท่าทางต่างๆ ที่ทำให้นางได้ัักับความสุขสมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน นางยังจำได้ถึงความรู้สึกเมื่อนางได้นั่งทับบนกายของลุงชางและเป็ผู้กำหนดจังหวะเอง ความรู้สึกแห่งอำนาจและการควบคุมที่ทำให้นางรู้สึกถึงความเป็สตรีที่สมบูรณ์
ขณะที่หลิวเหมยกำลังแต่งตัวอยู่นั้น นางได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคยของลุงชางที่เดินผ่านไปข้างนอกห้อง หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นทันที ความรู้สึกอบอุ่นและความคิดถึงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางอยากจะวิ่งออกไปหาเขา อยากจะััถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง แต่นางก็รู้ดีว่าในยามกลางวันเช่นนี้ พวกเขาต้องแสร้งทำเป็เ้านายกับคนรับใช้เหมือนเดิม
นางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนที่ลุงชางกำลังทำงานอยู่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาบนแผ่นหลังกว้างของเขาที่ปกคลุมด้วยเสื้อผ้าเรียบร้อย แต่นางยังคงจำได้ถึงรูปร่างของกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งภายใต้ผ้าผืนนั้น จำได้ถึงความรู้สึกเมื่อได้ััและจิกเล็บลงบนแผ่นหลังนั้นในยามที่ความเสียวซ่านถาโถมเข้ามา
ลุงชางเหลือบมองขึ้นมาทางหน้าต่างห้องของนาง สายตาของทั้งสองประสานกันเพียงชั่วขณะ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของหลิวเหมย ดวงตาของลุงชางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักใคร่ที่ลึกซึ้ง ราวกับกำลังบอกกับนางว่าเขายังคงจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้อย่างชัดเจน
หลิวเหมยรู้สึกหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงท่าทางที่นางได้ทำกับเขาเมื่อคืน ความเสียวซ่านและเสียงครางที่นางไม่อาจควบคุมได้ การที่นางได้ขอร้องให้เขาทำกับนางอย่างรุนแรงขึ้น และความรู้สึกเมื่อนางได้ปลดปล่อยตัวเองอย่างสมบูรณ์ในอ้อมกอดของเขา นางรีบหันหน้าหนีไปจากหน้าต่าง หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง "คุณหนูเ้าคะ... คุณหนูซูหลินมาขอพบเ้าค่ะ" เสียงของสาวใช้คนสนิทดังขึ้นจากด้านนอก
หลิวเหมยชะงักไปเล็กน้อย ซูหลินเป็เพื่อนสนิทของนางมาั้แ่เด็ก ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันและมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง แต่การมาเยือนในยามเช้าเช่นนี้เป็เื่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก นางสงสัยว่าซูหลินจะมีเื่อะไรมาหาในยามเช้าตรู่เช่นนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่พวกนางเพิ่งได้พูดคุยเื่ตำราลับและลุงกัวผู้ใหม่ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
"ให้ซูหลินเข้ามาเลย" นางตอบกลับไปพร้อมกับเร่งมือแต่งตัวให้เรียบร้อย นางพยายามปรับสีหน้าให้ดูปกติ แม้ว่าในใจจะยังคิดถึงบทรักเมื่อคืนและสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายของลุงชางเมื่อสักครู่
ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างระหงของซูหลินที่ก้าวเข้ามาในห้อง ซูหลินเป็หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามไม่แพ้หลิวเหมย แต่ความงามของนางนั้นแตกต่างออกไป ซูหลินมีความงามที่คมคายและเย้ายวน ดวงตาของนางเป็ประกายฉลาดเฉลียว ริมฝีปากอิ่มเอิบสีแดงระเรื่อดูน่าจุมพิต ร่างกายของนางมีส่วนโค้งส่วนเว้าที่ชัดเจนภายใต้ชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ขับผิวขาวผ่องของนางให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
"หลิวเหมย... เ้าดูสดใสขึ้นมากนะวันนี้" ซูหลินทักทายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง สายตาของนางกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง ดวงตาฉลาดของนางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่าทางและสีหน้าของหลิวเหมย
หลิวเหมยหน้าแดงเล็กน้อย นางรู้ดีว่าซูหลินเป็คนช่างสังเกตและฉลาดหลักแหลม หากนางสังเกตเห็นอะไรผิดปกติ อาจจะเป็ปัญหาใหญ่ได้ "ข้าสบายดี... เ้ามีอะไรหรือเปล่าถึงได้มาหาข้าแต่เช้าเช่นนี้?" นางถามด้วยความระมัดระวัง พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ในใจ
ซูหลินถอนหายใจเล็กน้อยด้วยท่าทางที่ดูเป็กังวล แต่ดวงตาของนางกลับเป็ประกายด้วยความเ้าเล่ห์ที่ซ่อนเร้น "คืออย่างนี้นะหลิวเหมย... สวนดอกไม้ที่บ้านข้า่นี้ดููไม่ค่อยดีเลย ต้นไม้หลายต้นเริ่มเหี่ยวเฉา ดอกไม้ก็ไม่ออกดอกเหมือนเคย ข้าลองให้คนสวนหลายคนมาช่วยดูแล้วแต่ก็ไม่มีใครแก้ไขได้เลย" นางพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้าสร้อย แต่หลิวเหมยสังเกตเห็นแววตาที่ดูไม่ค่อยจริงใจนัก
หลิวเหมยฟังด้วยความสงสัย เพราะนางจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนที่พวกนางไปดื่มน้ำชาที่จวนของซูหลิน สวนของนางดูเขียวชอุ่มและสวยงามดีทีเดียว ไม่มีสัญญาณของการเหี่ยวเฉาแต่อย่างใด "แล้วเ้า้าให้ข้าช่วยอะไรหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความสงสัย
"ข้าได้ยินมาว่าลุงชาง... คนสวนคนใหม่ของเ้ามีความรู้เื่ต้นไม้ดอกไม้เป็อย่างดี แถมยังทำให้สวนของเ้ากลับมาสวยงามได้ในเวลาอันรวดเร็ว ข้าเลยอยากจะรบกวนเ้า... ขอยืมตัวลุงชางไปช่วยดูสวนที่บ้านข้าสักวันสองวันได้หรือไม่?" ซูหลินพูดพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนมาให้ แต่ในใจกลับคิดถึงแผนการที่แท้จริงของนาง
หลิวเหมยรู้สึกไม่สบายใจทันที ความคิดที่จะต้องให้ลุงชางไปอยู่ห่างจากนางแม้เพียงวันสองวันก็ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหว โดยเฉพาะหลังจากคืนที่ผ่านมาที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น นางลังเลเล็กน้อย นางเพิ่งจะค้นพบความสุขจากลุงชางเมื่อคืนนี้ และยังอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ในฐานะเพื่อนสนิท นางก็ไม่อาจปฏิเสธคำขอของซูหลินได้ นางไม่อยากให้เพื่อนสงสัยในตัวนาง และหากนางปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว อาจจะทำให้ซูหลินสงสัยว่านางมีความสัมพันธ์พิเศษกับลุงชาง "ได้สิ... ข้าจะให้ลุงชางไปช่วยเ้า" นางตอบในที่สุดด้วยใจที่หนักอึ้ง
ซูหลินยิ้มกว้างอย่างดีใจ แต่รอยยิ้มนั้นดูมีความหมายแฝงมากกว่าความขอบคุณธรรมดา "ขอบใจเ้ามากนะหลิวเหมย... เ้าเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของข้าจริงๆ" นางโผเข้ากอดหลิวเหมยอย่างสนิทสนม ก่อนจะผละออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ที่หลิวเหมยไม่ทันสังเกตเห็น
ในใจของซูหลิน นางรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่แผนการของนางสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นางไม่ได้สนใจเื่สวนดอกไม้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่นาง้าคือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับลุงชางเป็การส่วนตัว หลังจากที่ได้เห็นร่างกายแข็งแกร่งและความเป็บุรุษที่นูนเด่นของเขาในวันที่พวกนางดื่มน้ำชาในสวน นางก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงเขาได้
นางได้ใช้เวลาหลายวันในการวางแผนหาทางที่จะได้อยู่ลำพังกับลุงชาง และการขอยืมตัวเขาไปช่วยดูสวนเป็ข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบที่สุด นางจะได้มีโอกาสศึกษาร่างกายของเขาอย่างใกล้ชิด และบางทีอาจจะได้ลองทำตามสิ่งที่เห็นในตำราลับด้วย
หลังจากที่ซูหลินกลับไปแล้ว หลิวเหมยก็เรียกลุงชางมาพบ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเขาเดินเข้ามาในห้อง หัวใจของนางก็เต้นแรงขึ้นทันที ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง ทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย
"ลุงชาง... ซูหลินเพื่อนของข้า้าให้ท่านไปช่วยดูสวนที่บ้านของนางสักวันสองวัน ท่านพอจะไปได้หรือไม่?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็ปกติ แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความไม่อยากให้เขาไป
ลุงชางสังเกตเห็นความลังเลในสายตาของนาง เขาเข้าใจดีว่านางไม่อยากให้เขาไปจากนาง โดยเฉพาะหลังจากคืนที่ผ่านมาที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งขึ้น แต่เขาก็รู้ดีว่าการปฏิเสธคำขอของเพื่อนสนิทของนางอาจจะสร้างความสงสัยได้
"ได้ขอรับคุณหนู... หากเป็คำสั่งของคุณหนู ข้าย่อมต้องทำตาม" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงแผนการบางอย่างของซูหลิน เขารู้ดีว่าซูหลินไม่ใช่คนธรรมดา และการขอยืมตัวเขาไปอาจจะมีเหตุผลที่ลึกกว่าเื่สวนดอกไม้
หลิวเหมยพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ "งั่นเถอะ... แต่ท่านต้องระวังตัวด้วยนะ ข้าไม่อยากให้เกิดเื่ไม่ดีขึ้น" นางพูดด้วยความกังวล ในใจคิดถึงความเ้าเล่ห์ของซูหลินที่นางรู้จักมาั้แ่เด็ก
ลุงชางยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องกังวลไปขอรับคุณหนู ข้าจะดูแลตัวเองเป็ และจะกลับมาหาท่านโดยเร็วที่สุด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อลุงชางเดินออกไปเตรียมตัวเดินทาง หลิวเหมยก็รู้สึกเหงาและกังวลขึ้นมาทันที นางเดินไปที่หน้าต่าง มองดูเขาที่กำลังเก็บเครื่องมือทำสวนใส่ถุงผ้า ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูคุ้นเคยและน่าหลงใหล ทำให้นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อได้ัักล้ามเนื้อแข็งแกร่งของเขาเมื่อคืน
ไม่นานนัก ลุงชางก็เดินทางไปยังจวนของซูหลินพร้อมกับคนรับใช้สองสามคน เมื่อไปถึง ซูหลินก็ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
"ลุงชาง... ขอบใจท่านมากที่มาช่วยข้า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่สายตาของนางกวาดมองไปตามร่างกายของเขาอย่างไม่อาจปกปิด
"ไม่เป็ไรขอรับคุณหนูซูหลิน... ข้าเต็มใจช่วย" ลุงชางตอบกลับไปอย่างสุภาพ แต่เขาสังเกตเห็นแววตาที่แปลกประหลาดของนาง
ซูหลินพาลุงชางเดินชมสวนดอกไม้ที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ต้นไม้ทุกต้นดูเขียวชอุ่มและแข็งแรงดี ดอกไม้ก็บานสะพรั่งอย่างสวยงาม ลุงชางรู้ทันทีว่าซูหลินโกหกเื่สวนเสียหาย
"ดูสิเ้าคะลุงชาง... ต้นไม้พวกนี้ดูไม่ค่อยแข็งแรงเลย ดอกไม้ก็ไม่ออกดอก" นางชี้ไปที่ต้นไม้บางต้นที่ดูเหมือนจะปกติทุกอย่าง พยายามแสร้งทำเป็กังวล
ลุงชางพยักหน้าเล็กน้อย เขาตัดสินใจที่จะเล่นตามเกมของนาง "ขอรับคุณหนู... ข้าจะลองดูให้" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
หลังจากเดินชมสวนอยู่พักหนึ่ง ซูหลินก็หันไปสั่งคนรับใช้ที่ติดตามมา "พวกเ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ... ข้าจะให้ลุงชางช่วยดูสวนเป็การส่วนตัวสักพัก" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งหมาย
คนรับใช้พยักหน้าและเดินจากไปอย่างว่าง่าย ทิ้งให้ซูหลินและลุงชางอยู่ลำพังกันในสวนที่เงียบสงัด ซูหลินหันกลับมามองลุงชางด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง
"ลุงชาง... ที่จริงแล้วข้าไม่ได้้าให้ท่านมาดูสวนหรอกเ้าค่ะ" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม เสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและความปรารถนา
ลุงชางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่การได้ยินซูหลินพูดออกมาตรงๆ ก็ยังทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ "แล้วคุณหนู้าอะไรจากข้าหรือขอรับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวัง
"ข้ามีเื่สำคัญกว่านั้นที่อยากจะปรึกษาท่านเป็การส่วนตัว... ตามข้ามาสิเ้าค่ะ" ซูหลินพูดพร้อมกับเดินนำลุงชางเข้าไปในตัวบ้าน มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือส่วนตัวของนางที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวจวน เป็ห้องที่เงียบสงบและมิดชิดที่สุด
ขณะที่เดินตาม ลุงชางสังเกตเห็นท่าทางของซูหลินที่เปลี่ยนไป นางเดินด้วยท่าทางที่เย้ายวนมากขึ้น สะโพกแกว่งไปมาอย่างจงใจ และบางครั้งก็เหลือบมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังเข้าไปในกับดักที่ซูหลินวางไว้ แต่เขาก็อยากรู้ว่านาง้าอะไรจากเขาจริงๆ
ห้องหนังสือของซูหลินกว้างขวางและโอ่อ่า ผนังทั้งสี่ด้านเต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดานที่อัดแน่นไปด้วยตำราและม้วนคัมภีร์มากมาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์และกระดาษเก่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความลึกลับและความตึงเครียด
ซูหลินเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งมีโต๊ะเขียนหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ก่อนจะผายมือเชิญลุงชางให้นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "เชิญท่านนั่งก่อนเ้าค่ะลุงชาง" นางพูดด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งหมายที่ซ่อนเร้น
ลุงชางนั่งลงอย่างสุภาพ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องอย่างสำรวจ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของซูหลินที่บัดนี้ดูจริงจังและมีแววเ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ "คุณหนูซูหลินมีเื่อันใดจะปรึกษาข้าหรือขอรับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพแต่ระมัดระวัง
ซูหลินยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้แกะสลักขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ นางเปิดกล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นม้วนกระดาษโบราณที่มัดด้วยริบบิ้นผ้าไหมสีแดงสด "คืออย่างนี้นะเ้าคะลุงชาง... ข้ามีตำราเล่มหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ และข้าคิดว่าท่านน่าจะช่วยข้าได้"
ลุงชางมองกล่องและม้วนกระดาษด้วยความสงสัย เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าซูหลินกำลังจะทำอะไร แต่เขาก็ยังคงแสร้งทำเป็ไม่รู้ "ตำราอะไรหรือขอรับคุณหนู?"
นางคลายริบบิ้นออกอย่างช้าๆ ก่อนจะคลี่ม้วนกระดาษออก เผยให้เห็นภาพวาดสีสันสดใสที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ ภาพเ่าั้เป็ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังร่วมรักกันในท่วงท่าต่างๆ อย่างโจ่งแจ้งและเร่าร้อน ลุงชางมองภาพเ่าั้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ซูหลินกล้าที่จะนำตำราเช่นนี้ออกมาให้เขาดู
"นี่คือตำราภาพชุนกงเ้าค่ะ... ข้าได้มันมาจากท่านอาจารย์เมื่อหลายปีก่อน แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของภาพเหล่านี้เลย" ซูหลินพูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและแสร้งทำเป็ไร้เดียงสา ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเล็กน้อยราวกับกำลังอาย แต่ดวงตาของนางกลับเป็ประกายระยิบระยับราวกับกำลังสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้า
ลุงชางรู้ดีว่าซูหลินไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่นางแสร้งทำ เขาเห็นได้ชัดว่านางกำลังใช้ตำรานี้เป็ข้ออ้างเพื่อเข้าใกล้เขา แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกทึ่งในความกล้าหาญและความเ้าเล่ห์ของนางไม่ได้ "คุณหนูซูหลิน้าให้ข้าอธิบายความหมายของภาพเหล่านี้หรือขอรับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกประหลาดใจเอาไว้
"ใช่เ้าค่ะ... ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชายหญิงในภาพถึงได้มีท่าทางเช่นนั้น และทำไมพวกเขาถึงได้ดูมีความสุขกันถึงเพียงนี้" ซูหลินตอบพร้อมกับชี้ไปที่ภาพภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นชายหญิงกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเร่าร้อน "ข้าเคยได้ยินเื่ราวเหล่านี้จากเพื่อนๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วมันเป็อย่างไร"
ลุงชางถอนหายใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าซูหลินกำลังเล่นกับไฟ แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับเกมที่นางกำลังสร้างขึ้นไม่ได้ "ตำราภาพชุนกงนี้... เป็ตำราที่สอนถึงศิลปะแห่งการร่วมรักขอรับคุณหนู... มันแสดงให้เห็นถึงวิธีที่ชายหญิงจะสามารถมอบความสุขให้แก่กันและกันได้อย่างลึกซึ้งที่สุด"
"ความสุขหรือเ้าคะ?" ซูหลินถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสงสัย แต่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าการร่วมรักจะสามารถมอบความสุขได้ถึงเพียงนี้... ข้าคิดว่ามันเป็เพียงหน้าที่ที่สตรีต้องทำเพื่อสืบทอดทายาทเท่านั้น"
ลุงชางยิ้มเล็กน้อย "นั่นเป็เพียงส่วนหนึ่งขอรับคุณหนู... การร่วมรักที่แท้จริงนั้นเป็มากกว่านั้น มันคือการหลอมรวมกายและใจของชายหญิงให้เป็หนึ่งเดียว มันคือการแลกเปลี่ยนพลังชีวิตและพลังหยินหยางระหว่างกัน มันคือการเดินทางสู่ความหฤหรรษ์ที่ไร้ขีดจำกัด"
ซูหลินจ้องมองลุงชางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ "ท่านดูเหมือนจะมีความรู้เื่นี้เป็อย่างดีเลยนะเ้าคะลุงชาง... ท่านเคย... เคยมีประสบการณ์มาก่อนหรือ?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและแฝงไปด้วยความยั่วยวน
ลุงชางสบตานางอย่างไม่หลบเลี่ยง "ข้าเป็บุรุษขอรับคุณหนู... ย่อมต้องมีประสบการณ์บ้างเป็ธรรมดา" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
"แล้วท่านจะช่วยข้า... ช่วยอธิบายความหมายของภาพเหล่านี้ให้ข้าเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งกว่านี้ได้หรือไม่เ้าคะ?" ซูหลินถามพร้อมกับเลื่อนมือไปวางบนมือของลุงชางอย่างแ่เบา นิ้วเรียวยาวของนางลูบไล้ไปตามหลังมือของเขาอย่างจงใจ สร้างความรู้สึกเสียวซ่านที่แล่นแปลบไปทั่วร่างของลุงชาง
ลุงชางมองมือของนางที่วางทับอยู่บนมือของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับซูหลิน ดวงตาของนางเป็ประกายระยิบระยับราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในโลกแห่งความปรารถนาที่นางกำลังสร้างขึ้น "หากคุณหนู้า... ข้าย่อมยินดีที่จะอธิบายให้ท่านฟังอย่างละเอียดขอรับ"
"ข้า้าเ้าค่ะลุงชาง... ข้า้าให้ท่านสอนข้า... สอนให้ข้าเข้าใจถึงศิลปะแห่งการร่วมรักที่แท้จริง" ซูหลินพูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและเต็มไปด้วยความปรารถนา นางบีบมือของลุงชางแน่นขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวเข้ามาใกล้ลุงชางมากขึ้น จนร่างกายของทั้งสองแทบจะแนบชิดกัน
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายของซูหลินโชยเข้ามาแตะจมูกของลุงชาง กลิ่นนั้นหอมหวานและเย้ายวนจนทำให้จิตใจของเขาเริ่มหวั่นไหว ลุงชางรู้ดีว่าซูหลินกำลังเล่นกับไฟ แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับเกมที่นางกำลังสร้างขึ้นไม่ได้
"แล้วคุณหนูอยากให้ข้าอธิบายภาพไหนก่อนขอรับ?" ลุงชางถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย เมื่อเขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกาย
ซูหลินยิ้มอย่างมีชัย "ข้าอยากให้ท่านอธิบายภาพนี้เ้าค่ะ..." นางชี้ไปที่ภาพภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นชายหญิงกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นของทั้งสองเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน
ลุงชางมองภาพนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับซูหลิน ดวงตาของทั้งสองประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของทั้งสองเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างช้าๆ
"การจุมพิต... เป็จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งขอรับคุณหนู... มันคือการเชื่อมโยงจิติญญาของชายหญิงเข้าด้วยกัน มันคือการแสดงออกถึงความรักและความปรารถนาที่อยู่ลึกสุดในใจ" ลุงชางพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยความหมาย
"แล้วมัน... มันทำอย่างไรหรือเ้าคะ?" ซูหลินถามด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและสั่นเครือเล็กน้อย นางจ้องมองริมฝีปากของลุงชางอย่างไม่วางตา
ลุงชางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ซูหลินมากขึ้น ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งสองปะทะกัน สร้างความรู้สึกวาบหวามที่แล่นไปทั่วร่าง
"มันทำเช่นนี้ขอรับคุณหนู..." ลุงชางกระซิบ ก่อนจะค่อยๆ ประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากอิ่มเอิบของซูหลินอย่างแ่เบาและเนิ่นนาน