"โฮป! "
เสียงกรีดร้องของไฮเจนซันไฟล์ดังขึ้นเหนือทะเลเพลิงสีแดงฉาน
เปลวไฟที่โหมกระหน่ำนั้น ทำให้เธอไม่สามารถบินกลับเข้าไปช่วยเขาได้อีกต่อไป
สมองของเธอเริ่มเรือนราง หายใจเริ่มติดขัด ปอดเริ่มรู้สึกถูกอัดแน่นทรมาน และดวงตายังแสบพร่ามัว
ถ้าไม่รีบบินออกมาให้ห่างมากกว่านี้ คงได้ตายเพราะควันพิษก่อน
ดังนั้นเธอจึงบินหนีออกมาด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
ถ้าหากว่าเธอมีปีกที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ หรือมีความชำนาญในการบินเท่ากับบิดาของเธอ เพื่อนของเขาคงไม่ต้องมาเสียสละตัวเองอย่างเกิดขึ้น
สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแออย่างเผ่ามนุษย์นั้นจะรอดชีวิตอยู่ในทะเลเพลิงได้นานแค่ไหนกันเชียว?
เธอคิดเช่นนั้น
"ทุกคน! ”
“เห็นแล้ว กำลังไปดอง ขอยื้มแหวนเวทมนต์ทีพรุน! ”
“นี่ค่ะ! ”
ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรจากทะเลเพลิง คือจุดที่พวกพวกพ้องล้ำค่าของเธอกำลังอาบน้ำกันอยู่
ลูกครึ่งภูติตัวน้อยบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง พร้อมกับใช้มือขวารับแหวนเวทมนตร์ที่พรุนโยนมาให้
นิ้วชี้ขวาที่เรียวบางสีขาวได้ถูกสวมประดับด้วยแหวนเงินผิวเรียบไร้ลวดลายประดับ ก่อนจะเริ่มส่องแสงสว่างสีฟ้าเจิดจ้า
แสงนั้นได้ย้อมชุดวันพีชสีขาวจนกลายเป็สีฟ้าสุกสว่าง
สายลมได้หยุดนิ่ง เสียงะเิอื้ออึงได้ฉับพลันเงียบลง
"พื้นที่ไร้ห้วงอากาศ"
ลิลลี่เอยนามของเวทมนตร์เพื่อความเท่อย่างไร้ความหมาย ก่อนจะชูมือทั้งสองขึ้นสูง
แล้วฉับพลันนั้นเปลวไฟรอบตัวของภูติน้อยก็ดับมอดลง
ทะเลเพลิงเริ่มหดหายไป ก่อนจะเริ่มกระจายออกเป็วงรัศมีโดยมีภูติตัวน้อยเป็จุดศูนย์กลาง
ประดุจวงคลื่นน้ำที่กระจายตัวออกเพราะถูกก้อนหินขนาดใหญ่ทิ้งลงไป
หินที่มีชื่อว่า [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
ลูกครึ่งภูติตัวน้อยใช้เวลาถึงสิบห้านาทีเพื่อควบคุมการลุกไหม้ของทะเลเพลิง
เธอต้องรีดสมาธิมาใช้เป็อย่างมาก เพราะถ้าหากพลาดพลั้ง เธออาจจะเผลอทำให้เพื่อนมนุษย์ของเธอขาดอากาศตายก่อนได้
หยาดเหงื่อจำนวนมากไหลรินลงมาท่วมกาย
แต่ดูเหมือนว่าความหวาดระแวงของเธอจะไร้ค่า
เพราะจนกระทั้งไฟที่ลุกไหม้สงบลงไปแล้ว แต่เธอกลับไม่พบแม้แต่เงาของเพื่อนเธอปรากฏอยู่เลย
ตรงหน้าของเธอมีเพียงแต่พื้นที่รกร้างกับกลิ่นไหม้ของต้นหญ้าด้ายดำเท่านั้น
ถูกไฟเผาเป็เถ้าถ่านไปแล้วหรือ?
"ทางนี้! "
ท่ามกลางความสับสน มีเพียงคนเดียวที่เริ่มเคลื่อนไหว
"รอยแยกเล็ก ๆ บนพื้นตรงนั้นหรือดอง? "
"สัญชาตญาณของผมมันบอกเช่นนั้น! "
ไฮเจนซันไฟล์ใช้ปีกสีขาวของเธอชี้ไปทางรอยแยกบนพื้น
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นคืออดีตโขดหินที่เธอกับโฮปยืนอยู่เมื่อกี้
วัตถุประหลาดทรงกลมได้ถูกความร้อนของเปลวไฟแผดเผาจนมีสีแดงระอุ
แร่ภูติจำนวนมากที่อยู่ข้างใต้ ถูกความร้อนหลอมละลายจนเป็แร่ดิบเหลวคล้ายก้อนลาวาสีดำ
บนพื้นที่คล้ายดั่งูเาไฟนรกนั้น มีจุดหนึ่งที่แปลกแยกออกไป
มันเป็พื้นที่มีผิวสีขาวบริสุทธิ์ ถึงจะมีรอยเปื้อนเขม่า แต่มันยังมีสีขาวโดดเด่นขึ้นมาจนเห็นได้ชัด
สิ่งนั้นดูคล้ายกับสิ่งก่อสร้างที่มิได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
บนพื้นที่แปลกประหลาดนั้นมีรอยแยกหนึ่งปรากฏอยู่
เป็รอยแยกที่มีขนาดพอเหมาะจะให้มนุษย์คนหนึ่งมุดเข้าไปได้
“เดียวก่อนค่ะคุณไฮเจน”
“มีอะไรหรือครับคุณจาวิส? ”
“ฉันได้รับสัญญาณมาจากท่าน ผอ. ยะมะโตะ ค่ะ ดูเหมือนว่าทีมช่วยเหลือกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว ดังนั้นฉันขอแนะนำให้ทุกคนรอทีมช่วยเหลืออยู่ตรงนี้จะเป็การฉลาดมากกว่าค่ะ”
ข่าวดีของจาวิสทำให้ทุกคนในสถานที่แห่งนั้นยิ้มออกมาพร้อมกัน
ทีมช่วยเหลือกำลังจะมาถึงแล้ว
คำเตือนของจาวิสนั้นถูกต้อง พวกเขาไม่ควรเคลื่อนไหวตามใจชอบจนทำให้ทุกคนยิ่งตกอยู่ในอันตราย
พวกเขาควรรอให้เป็หน้าที่ของทีมช่วยเหลือจะเป็การฉลาดกว่า
แต่กลับมีเพียงแค่ไฮเจนซันไฟล์ที่รู้สึกต่างออกไป
ภายในใจของเขากำลังรู้สึกราวกับมีก้อนน้ำแข็งทิ่มแทงอยู่
ความรู้สึกนี้คืออะไร?
สัญชาตญาณของเขากำลังกรีดร้องเช่นนั้นหรือ?
ครั้งล่าสุดที่รู้สึกเช่นนี้ คือเมื่อครั้งที่เธอได้เผชิญหน้ากับปีศาจสีทองเมื่อตอนสอบกลางภาคเรียน
เธอรูสึกได้ว่าถ้าหากให้ความช่วยเหลือโฮปช้าไปมากกว่า เพื่อนของเผ่ามนุษย์เธอคนนั้นคงไม่อาจได้ลืมตาขึ้นมาดูเดือนตะวันอีกต่อไป
แต่จะให้เธอเดิมพันชีวิตตัวเองกับเพื่อนคนอื่นด้วยสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถืออย่าง [สัญชาตญาณ] เช่นนั้นหรือ?
“สัญชาตญาณของเผ่าปักษา… คำพยากรณ์ของท่านเทพแห่งท้องฟ้า...”
ไฮเจนทวนคำพูดของตัวเอง
เผ่ามนุษย์นกเคยมีชื่อเรียกในอดีตว่าเผ่าปักษา
พวกเขาเป็เผ่าที่เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง และเชื่อเป็จริงเป็จังว่าลางบอกเหตุเ่าั้คือคำพยากรณ์ที่ส่งมาจากเทพเ้า
แต่เป็เพราะความเชื่อมั่นที่สุดโต่งจนเกินไป เลยทำให้เผ่าพันธ์ุของพวกเขาพ่ายแพ้และเกือบสูญสิ้นไปแล้วจากไฟาของยุคที่มีเทพเ้าในอดีต
ดังนั้นเลยทำให้เผ่ามนุษย์นกในปัจจุบันไม่เชื่อมั่นใน [สัญชาตญาณ] ของตัวเองเหมือนแต่ก่อน
พวกเขามักจะตั้งคำถามกับ [สัญชาตญาณ] ตัวเองทุกครั้ง ว่าควรจะเชื่อถือทำตามมันดีหรือไม่
แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามากพอจะมานั่งวิเคราะห์ชั่งน้ำหนักถึงความเสี่ยงนั้น
“... ทุกคนรออยู่ตรงนี้ก่อน เดียวผมกลับมาครับ! ”
“เดียวก่อนค่ะไฮเจน! ”
สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้ต่อสัญชาตญาณที่กำลังกรีดร้องอยู่ภายในใจ
เธอห่อปีกให้เป็มุมแคบที่สุด แล้วมุดลงไปในรอยแยกบนพื้นสีขาวตรงหน้าโดยไม่สนใจพรุนที่กำลังส่งเสียงหยุดเธอ
ร่างสีขาวของเธอได้พุ่งผ่านลงไปข้างในรอยแยกแทบจะในทันที
“นี่มัน!? ”
สิ่งที่เธอเห็นข้างในโพรงสีขาวนั้นมันน่าเหลือเชื่อมาก
มันไม่ใช่โพรงตามธรรมชาติ แต่มันเป็เส้นทางเดินของสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกับทางเดินของสถานีอวกาศ
แถมยังล้ำหน้ามากจนราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของนิยายวิทยาศาสตร์
แสงไฟประดิษฐ์ที่วิ่งเป็เส้นขนานไปตามพื้นสองข้างทางกำลังส่องประกายคล้ายแสงดาวในยามราตรี
สิ่งนั้นช่วยเป็แสงสว่างนำทางให้กับเธอในพื้นที่อันมืดมิดของเส้นทางเดิน
“ทำไมมีของแบบนี้อยู่ใต้ดินได้? ”
โถงทางเดินที่เธอยืนอยู่นั้น มันมีขนาดเส้นผ่านสูงกลางราวหกเมตร
เป็เส้นทางขนาดใหญ่ที่พอจะใช้รถยนต์วิ่งผ่านได้สบาย
ไฮเจนตั้งคำถามกับตัวเองพร้อมกับเดินลงไปตามทางลาดอย่างระมัดระวัง
ถึงจะเป็พื้นผิวเรียบนุ่มสบายเท้า แต่ก็มีบางส่วนที่พังทลายและมีเศษซากธรรมชาติทะลุจากภายนอกเข้ามาขวางเป็ระยะ
เส้นทางอวกาศที่ทอดตัวยาวแห่งนี้ มีทางแยกย่อยเป็จำนวนมาก
แต่เธอกลับสามารถเดินได้อย่างไม่มีความลังเลต่อหน้าเส้นทางที่ซับซ้อนเ่าั้
เพราะว่าเธอกำลังปล่อยให้สัญชาตญาณเป็ผู้ชักนำพาไป
หัวใจที่กำลังรู้สึกทิ่มแทง เริ่มตระหนักได้ถึงความเ็ปที่บีบรัดรุนแรงมากขึ้น
“อันตราย! ”
ทั้งที่เส้นทางเดินยังคงสงบเงียบ แต่ทว่าเธอกลับรีบะโถอยออกมาราวสิบเมตรจากจุดที่เคยยืน
เพราะว่าหัวใจและสมองของเธอกำลังกรีดร้องถึงความตาย
พริบตานั้นเองที่เพดานทางเดินตรงหน้าได้พังทลาย พร้อมกับการปรากฏตัวของหุ่นยนต์ขนาดั์
หุ่นตัวนั้นสูงราวสามเมตร มีรูปร่างคล้ายลิงกอลิล่าที่มีสี่แขน
ผิวของมันมีสีขาว ไร้ขนประดับ และไร้รอยต่อ
หัวของมันเป็ทรงกลมเรียบ และมีเส้นแสงสีแดงแทนดวงตาของมันลากผ่านในทางนอน
ขาของมันมีขนาดใหญ่ แต่แขนของมันนั้นใหญ่ยิ่งกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับลำตัวที่กว้างเพียงหนึ่งเมตร
เป็รูปร่างที่ไม่สมสวนจนดูตลกขบขัน
“โฮป! ”
แต่การกระทำของมันนั้นไม่น่าจะตลกเหมือนกับรูปร่างที่เห็นจากภายนอก
หนึ่งในแขนของมันกำลังจับร่างของโฮปเอาไว้อยู่
ร่างกายของเขาบอบช้ำไปทั่ว มีเืจำนวนมากไหลลงมาจากศรีษะ สีหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย
เหนือขึ้นไป้าเพดานที่มันพังลงมา คือเส้นทางเดินที่คล้ายกันนี้อีกชั้นหนึ่ง
บางทีโฮปคงหนีจากทะเลเพลิงเข้ามาในโพรงสีขาว แล้วอาจไปเจอเ้าตัวนี้วิ่งไล่ตามจนมาถึงตรงนี้
“ผมมาช่วยแล้ว! ”
ไฮเจนซันไฟล์ไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยโฮปทันที
เธอย่อตัวลงตำ แล้วใช้กรงเล็บอันแข็งแกร่งถีบเข้าใส่ที่เส้นตาสีแดงของมัน
“แข็ง…”
แต่กรงเล็บเปล่าเช่นนี้คงไม่สามารถทำลายหุ่นยนต์าของเผ่ามนุษย์สัตว์ได้
“เฮ้ย!? ”
เป็อีกครั้งที่สัญชาตญาณของเธอได้กรีดร้องดัง
ไฮเจนซันไฟล์รีบก้มตัวหลบก่อนที่หมัดขนาดสามเมตรจะพุ่งผ่านหัวไป
แต่ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของเธอจะทำงานมาได้แค่นี้
เพราะเธอไม่อาจที่จะรับรู้ได้ถึงหมัดอีกข้างที่กำลังพุ่งเข้ามาจากทางด้านซ้าย
หมัดของหุ่นกอลิล่ากระแทกเข้าใส่สี่ข้างของเธอเต็มแรง จนกระเด็นออกไปไกล
“อั๊ก!? ”
ร่างของเธอกระแทกเข้ากับผนังโค้งสีขาว พร้อมกับเกิดเป็รอยเืสีแดงไหลติดอยู่บนผนังนั้น
กระดูกซี่โครงของเธอคงหักป่นปี้ไปหมดแล้ว
“ (แบบนี้ตายแน่...) ”
ไฮเจนมองภาพของกอลิล่าสีขาวที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่พร่ามัว
“ (อึ๊ก… ต้องมาตายในที่แบบนี้หรือเนี่ย…) ”
ความฝันของไฮเจนคือการเป็ [จ่าฝูง] ของเผ่ามนุษย์นก ผู้ที่สามารถโบยบินได้รวดเร็วและแข็งแกร่งเป็อันดับต้นของเผ่า เหมือนกับที่บิดาของเธอ [โซเดียม] เคยได้ทำเอาไว้
“ (แต่ว่า… มาตายเพราะช่วยเพื่อนแบบนี้มันก็ไม่เลวเหมือนกัน…) ”
ไฮเจนเริ่มหลับตาพร้อมน้อมรับความตายตรงหน้า
โลกนี้ไม่มีสิ่งที่สะดวกสบายอย่างปาฏิหาริย์จากเทพเ้า
ใช่ มันไม่มีอยู่หรอกของแบบนั้น
นอกจาก…
ทำมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง!
“ไฮเจน บอกว่าให้หนีไปแล้วไม่ใช่หรือยังไง!? ”
“โฮป!? ”
โฮปใช้แรงเฮือกสุดท้ายลืมตาขึ้นมา แล้วใช้หมัดของตัวเองทุบไปที่แขนของกอลิล่า
แต่หมัดที่อ่อนแรงจากเผ่ามนุษย์นั้น ไม่อาจทำได้แม้แต่สร้างรอยบุบขึ้นมาบนผิวสีขาวของมัน
ถึงจะเป็เช่นนั้น โฮปก็ยังคงทุบต่อไปโดยไม่ยอมแพ้
เขาคือบุรุษที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
ถึงจะเกิดมายากจน มีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้
เพราะยามใดที่เขายอมแพ้ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่าไปในทันที
เวลาที่เขาจะยอมแพ้นั้น คือเวลาที่เขาตายไปแล้วเท่านั้น
“ว๊ากกกกก! ”
โฮปดิ้นรนอย่างสุดชีวิตบนมือของหุ่นกอลิล่าที่จับตัวเขาเอาไว้
เผ่ามนุษย์ที่มีดีแค่สมองทำไมถึงได้สู้สุดชีวิตขนาดนี้?
ไม่ใช่.. มันไม่เกี่ยวกับเผ่าพันธ์ุเสียหน่อย
มันก็แค่ว่าโฮปเป็คนที่ไม่เคยยอมแพ้ มันก็เท่านั้นเอง
ภาพของโฮปที่ดิ้นรนสุดชีวิตได้ไปจุดไฟที่ดับมอดของไฮเจนให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“ปล่อยโฮปซะ! ”
ไฮเจนกัดฟันทนเจ็บซี่โครง แล้ววิ่งไต่ไปตามแขนของกอลิล่า
เป้าหมายของเธอไม่ใช่ร่างกายของศัตรู แต่เป็เพดาน้า
โครงสร้างที่จวนจะพังมิพังแหล่นั้น ถ้าหากโดนกระแทกอย่างรุนแรง คงได้พังทลายลงมาอย่างแน่นอน
เธอเดิมพันกับความรู้สึกนั้น ก่อนจะใช้กรงเล็บของตัวเองถีบใส่
แล้วพริบตานั้นเพดานก็ถล่มลงมาทับร่างของหุ่นกอลิล่า
ด้วยแรงกระแทกนั้น ทำให้มือของมันยอมปล่อยร่างของโฮปให้เป็อิสระ
“เหวอ! ”
“หนีเร็ว! ”
ไฮเจนใช้ขาของตัวเองจิกลงไปบนหัวไหลของโฮป แล้วกางปีกร่อนถลาเหนือพื้นทางเดินราวสองเมตร
เธอบินหนีกลับไปเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็ว
เพราะว่าผู้ไล่ล่าของเธอยังไม่ตาย
หุ่นยนกอลิล่าสีขาวใช้แขนทั้งสี่ปัดเศษซากที่ทับตัวมันออก พร้อมกับเปล่งประกายแสงสว่างสีแดงออกมาจากเส้นที่ใบหน้าของมัน
“มีแสงเลเซอร์ด้วย! ”
สิ่งที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงตานั้น คือเส้นแสงที่มีอำนาจทะลุทะลวงซึ่งมาพร้อมกับพลังงานความร้อนสูง
เส้นทางที่แสงวิ่งผ่านเป็ต้องพร่ามัวไปด้วยคลื่นความร้อน
“ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่! ”
ไฮเจนกรีดร้องทั้งน้ำตา
ไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตจะบินเร็วไปกว่าแสงได้
ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้ร่างกายถูกสัญชาตญาณควบคุม แล้วเคลื่อนไหวไปตามที่ร่างกายกรีดร้องเตือนเธอ
ซึ่งเธอก็ไม่สามารถหลบการโจมตีของหุ่นกอลิล่าได้อย่างที่คิด
เส้นแสงสีแดงที่ถูกปล่อยออกมานั้น ได้แผดเผาปลายขนนกสีขาวบริสุทธิ์ของเธอไปเป็จำนวนมาก จนทำให้เธอมีสภาพไม่ต่างไปจากนกที่ถูกจับถอนขนออกมา
แต่ช่างน่าแปลก ที่ไม่มีการโจมตีไหนสามารถเอาชีวิตเธอถึงตายได้
ไม่ใช่ว่าเ้าหุ่นยนต์กอลิล่ายิงไม่แม่น
มันเป็หุ่นยนต์ที่มีระบบวิเคราะห์และการยิงที่แม่นยำมาก
แต่ยิ่งมันพยายามเล็งเป้าหมาย มันกลับพบว่าวิถีการบินของเป้าหมายเริ่มเอาแน่เอานอนได้ยากมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป
ราวกับว่าศัตรูของมันอ่านอนาคตล่วงหน้าได้เช่นนั้น
“ถึงทางออกแล้ว! ”
“รอดแล้วเฟ้ย! ”
ในที่สุดไฮเจนซันไฟล์กับโฮปก็รอดตายมาด้วยกันทั้งคู่
เธอแทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่าจะสามารถหนีพ้นมาได้ด้วยสัญชาตญาณของตัวเอง
นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
ไฮเจนซันไล์หยิกหน้าตัวเองด้วยปลายปีกทีหนึ่งเพื่อพิสูจน์ความจริง
“เจ็บ! ”
นี่ไม่ใช่ความฝัน!
เธอรู้สึกดีใจมากที่เอาชีวิตรอดมาได้
แต่คงไม่สามารถดีใจได้นานเท่าไหรนัก
เพราะว่าเ้าหุ่นยนต์กอลิล่าสีขาวกำลังพังรอยแยกด้วยกำปั้นทั้งสี่ของมันอยู่
“ทุกคน! ”
“รู้แล้วดอง! ”
แต่ไม่เป็ไรหรอก
เพราะว่าเพื่อนของพวกเขาอยู่ที่นี่
ถ้าเป็คนกลุ่มนี้ละก็ พวกเขาต้องหาทางล้มเ้าหุ่นยนต์กอลิล่าตัวนี้ได้แน่นอน
สัญชาตญาณของไฮเจนซันไฟล์กำลังบอกเช่นนั้น