ฉลามคลั่งรัก 34 : ฉลามคลั่งรัก
#ฉลามคลั่งรัก
งานศพของเอริคถูกจัดอย่างสมฐานะ
ผมเป็นเจ้าภาพจัดงานรวมถึงเชิญญาติของเขามาร่วมพิธีศพ การสบตากับพ่อแม่ของเอริคกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับผมถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปคุย และบอกกับเขาว่าเอริคได้ช่วยชีวิตผมไว้บิดเบือนความจริงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พวกเขารู้ว่าผมเลี้ยงอะไรถึงเป็นสาเหตุให้เขาตาย
ทุกคนเลยรู้แค่ว่าเอริคตายเนื่องจากมีโจรเข้ามาในศูนย์วิจัย แล้วเขาก็สละชีวิตช่วยผมเอาไว้
มันเป็นเหตุผลเดียวที่ฟังขึ้นที่สุดในตอนนั้น
ดีที่พ่อแม่ของเอริคยังมีลูกสาวให้สืบตระกูลต่อพวกเขาเข้าใจ หนำซ้ำยังให้กำลังใจผมอีก ทำเอาผมอยากจะร้องไห้ตรงนั้นติดตรงที่ว่าทำได้แค่ยิ้ม เฟดตัวเองออกมาอยู่กับแนชลีย์ ดายกับดีแลนเลือกที่จะไม่มาเขายังปรับตัวไม่ค่อยได้ที่จะต้องอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
จริงๆ ดีแลนปรับตัวได้เพราะตอนเราเจอกัน ผมก็อยู่ในผับส่วนดายรายนี้คงยังต้องปรับกันอีกมาก...
ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ลงตัวแล้ว ผมฝากงานให้คนที่รอดมาจากศูนย์วิจัย ทันทีที่พวกสำนักงานรู้ว่าพวกเขาเป็นคนของใครก็รีบอ้าแขนรับแต่โดยดีบอกตามตรงว่าผมก็แอบเศร้าเหมือนกันที่จะไม่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขาอีก
แต่เชื่อสิว่านี่คือสิ่งที่ดี
อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นอิสระจากผม
คนของฉลาม
“อือ...” ผมครางในลำคอแสงแดดยามเช้าปลุกเร้าให้ผมตื่นนอนแม้จะเพิ่งหลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนร่างกายปวดร้าวเล็กน้อยเนื่องจากเมื่อคืนมีฉลามสองตัวบุกขึ้นมากินผมทั้งที่ก็ออกปากห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำช่วงนี้มันควรจะเป็นการไว้อาลัยไม่ใช่การสร้างเสริมความสุข
ทว่าดายกับดีแลนอาจจะไม่เข้าใจธรรมเนียมของพวกมนุษย์และการยับยั้งชั่งใจของพวกเขาก็ถึงขีดสุดแล้ว
“ปวดตัวชะมัด”ผมพึมพำปรือตามองรอบด้าน เป็นอีกครั้งที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคนนอนอยู่เคียงข้างคาดว่าสองหนุ่มน่าจะลงไปเล่นน้ำที่สระด้านล่างไม่ก็ลงไปในทะเลเช่นทุกวันที่ใช้ชีวิตผมไม่ว่าหรอกถ้าเขายังติดทะเลอยู่ ผมไม่ได้บอกให้เขาเลิกลงทะเลสักหน่อย แค่เราจะใช้ชีวิตบนฝั่งมากขึ้น
แต่ที่มันทำให้ผมหงุดหงิดคือการตื่นมาไม่เจอใครต่างหาก
ผมควรจะบอกเขาว่าการทำแบบนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนพวกฟันแล้วทิ้ง
“ต้องคุยกันอีกเยอะเลยสินะ”ผมย่นคิ้วพรูลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพยายามประคองร่างขึ้นมานั่งก่อนจะพบว่าร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟัน แล้วก็รอยจูบนับสิบตั้งแต่ช่วงลำคอยาวไปถึงขาอ่อนเล่นเอาผมต้องลูบท้ายทอยสัมผัสร่องรอยที่พวกเขาทำไว้
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคุยกันให้เข้าใจ
ผมรับแรงกัดขนาดนี้ไม่ไหวหรอกทำบ่อย ๆ ได้เสียเลือดตายก่อนพอดี
“ตื่นแล้วเหรอราชินี”
กึก !
“นึกว่าจะตื่นอีกทีพรุ่งนี้ซะอีก”เสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับคนที่เปิดประตูเข้ามาหาดีแลนยกยิ้มหวานรีบสาวเท้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ เกลี่ยแก้มผมเบา ๆราวกับปลอบขวัญที่ปล่อยให้ผมต้องอยู่คนเดียวโดยไม่บอกกล่าวว่าไปไหน “หลับสบายไหมที่รัก ?”
“ลองให้ผมกัดคุณทั้งตัวสิ จะได้รู้ว่ามันหลับสบายไหม”
“คุณทำได้ ผมไม่ได้ว่าอะไร”
“แต่คุณไม่เจ็บเท่าผมไง คุณมันไม่ใช่คน” ดีแลนหัวเราะคำพูดนั้นถูกต้อง เพราะสายเลือดเมกาโลดอนทำให้ผิวหนังตอนเป็นมนุษย์หนาพอ ๆกับตอนเป็นฉลาม แต่ก็ใช่ว่าจะต้านทานได้ทุกอย่างยังไงร่างกายก็ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นมา
สิ่งที่ดีที่สุดคือไออุ่นจากกายหนาทุกครั้งที่ถูกโอบรัดและสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อน มันพาให้ผมรู้สึกดีที่มีชีวิต
ชีวิตที่มีพวกเขาทั้งสองคน
“แต่คุณก็อดทนเก่ง เมื่อคืนยังเป็นคนขอต่ออีกสองรอบเองนี่นา”
“นั่นก็เพราะพวกคุณอ้อนต่างหาก ถ้ารู้ว่าจะนิสัยเสียกันแบบนี้ผมจะไม่ให้ทำเพิ่มแล้ว” เจ้าตัวพองลมในแก้มใส่ขยับเข้ามากอดผมจากด้านหลังใช้จมูกโด่งสันไล้แก้มผมแล้วกดจูบลงเป็นการออดอ้อนเอาใจไล่มาอีกก็ฝากรอยจูบไว้ที่ลำคอและลาดไหล่
เสียงจูบดังคลอเคลียอยู่ไม่ไกลซึ่งมันค่อนข้างมีอิทธิพลกับหัวใจผมด้วยสิ
“ไม่โกรธกันนะราชินีของผม พวกเราทำไปก็เพราะรักคุณนะ”
“แล้วไปไหนมาถึงปล่อยให้ผมนอนคนเดียวล่ะ ?”
“ก็ลงไปเล่นน้ำเหมือนทุกทีน่ะ ดายให้ผมมาตามคุณด้วย” ผมกลอกตาใส่นึกถึงหน้าคนใจร้ายที่เมื่อคืนกอดผมไม่ยอมหยุดรู้ทั้งรู้ว่าแค่ผมยืนก็แทบทรุด นี่ยังจะให้ผมลงไปหาข้างล่างอีกเหรอ “เราลงไปหาเขากันนะที่รัก เขาจะได้ช่วยผมเอาใจคุณไง”
“ผมปวดตัวจะตาย เดินไหว...!”
“ผมพาคุณไปเอง” ไม่รอให้ผมพูดเต็มเสียงดีแลนก็ช้อนตัวผมขึ้นวงแขน ก่อนจะพาลงจากชั้นสองลงไปที่ทะเลหลังบ้านตรงส่วนนี้มันเงียบสงบมาก ไม่มีเรือขับผ่าน แล้วก็ไม่มีใครเห็นผมเชื่อแล้วว่าพ่อตั้งใจสร้างไว้ให้พวกเขาจริง ๆ ทุกที่ทำให้เราวางใจได้ว่าปลอดภัย
ต่อให้จะอยู่ในทะเลก็ตาม
“ผมไม่อยากลงน้ำ ผมแสบแผล”
“แต่ดายอยากให้คุณมาว่ายน้ำเล่นกับพวกเรา”
“อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่หลังจากที่พวกเราทำกันร่างกายผมไม่ได้เหมือนพวกคุณนะ ให้ตายสิ”ผมขมวดคิ้วใส่ไม่เข้าใจเลยว่าดายจะเล่นพิเรนทร์อะไร ถึงให้ดีแลนลากผมลงมาแบบนี้แถมถ้าเมื่อกี้ผมไม่คว้าเสื้อผ้าไว้ เขาคงพาผมลงมาในสภาพเปลือยเปล่าแน่ ๆ
ผู้ชายอะไรไม่มียางอายเอาซะเลย
แถมยังดื้อดึงไม่ต่างจากพี่ชายที่กลายร่างเป็นฉลามว่ายวนไปมาคล้ายกับรอคอยให้เราก้าวเข้าไปหาผมสบตากับดีแลนที่ช่วยจัดเสื้อผ้าผมดี ๆ จากนั้นก็ให้ผมขึ้นขี่หลังซึ่งผมบอกเลยไม่ว่าเขาจะให้ผมไปท่าไหนมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแผลที่ถูกกัดเวลาโดนน้ำทะเลมันแสบยิ่งกว่าอะไร
เสียดายที่เขาก็ไม่ยอมหยุดพาผมลงมาจนได้
“ไว้จะให้ลงโทษทีหลังนะที่รัก”
“คุณมันร้ายกาจ”
“พวกเราร้ายกันทุกคน”ดีแลนหัวเราะกดจูบลงบนแขนผมที่คล้องคอเขาอยู่เบา ๆไม่ปล่อยให้ผมตั้งตัวนานก็พาลงไปในทะเลใสผมกัดปากแน่นพยายามทำใจให้ชินตอนที่หยาดน้ำโดนแผลที่พวกเขาทำไว้ซุกหน้าลงกับหลังของดีแลนอีกนิดก็คงกัดลงไปเต็มแรงเพื่อระบายความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง
ดีแลนค่อยๆ เดินลงน้ำ พาผมมาอยู่ใจกลางที่ลึกพอสมควร และด้านล่างก็มองไม่เห็นอะไรดายว่ายรอบตัวผม กลายเป็นมัจจุราชที่ต้อนเราเอาไว้
“เขาถามว่าคุณเจ็บไหม”
“ฆ่าผมให้ตายเถอะ”ผมตอบกลับขยับตัวให้หลุดลงจากหลังของดีแลน ถูกเขาย้ายมากอดไว้ด้านหน้า ตีขาเบา ๆเพื่อให้ตัวเองลอยอยู่เหนือน้ำไม่งั้นผมคงจมหายไปในทะเลใส “บอกให้เขาคืนร่างมาคุยกันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมเอาจริงแน่”
“เขาถามว่าคุณจะทำอะไร”
“ไม่รู้สิ ไปนอนกับผู้ชายคนอื่นมั้ง”
ซ่า !
ทันทีที่พูดแบบนั้น หางยาวก็สะบัดน้ำสาดใส่ผมจนเปียกโชกตั้งแต่หัว ดีแลนไม่ถูกหางเลขเพราะเขาเองก็กลายร่างไปทำแบบนั้นกับผมเหมือนกันเรียกได้ว่าเป็นการเอาคืนที่น่าตีที่สุด ไม่วายว่ายมาชนผมอีก ถึงจะไม่ได้อ้าปากโชว์ขากรรไกรเช่นทุกทีทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคมเขี้ยวพวกนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าหวั่น
ดายว่ายมาเบียดผมอีกฝั่งให้ดีแลนดันร่างอีกข้างไว้ป้องกันผมหนีไปไหน
“เล่นบ้าอะไรมันเจ็บนะ !”
“กึด!”
“ทำตัวไม่น่ารักคิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะหนีพวกคุณไม่ได้หรือไง ?”ผมเลิกคิ้วใส่ มองเจ้าสองฉลามที่ว่ายห่างออกไปแล้ววนกลับมา ผมส่ายหน้า ความเอาแต่ใจของพวกเขาเป็นสิ่งที่คอนโทรลได้ยากโดยเฉพาะเวลาหึงน่ะ เดาไม่ได้เลยว่าจะเล่นพิเรนทร์อะไรกัน
อย่างเช่นดายที่ดำลงไปใต้น้ำผมคิดว่าเขาจะงาบผมเข้าปากแบบวันนั้น
แต่ก็เปล่า
“เฮ้ย!” ผมร้องลั่นนาทีที่ถูกดึงขาทั้งร่างถูกกระชากลงทะเลพร้อมกับที่ดายคืนร่างมาจูบผมเอาไว้ริมฝีปากร้อนจัดมอบสัมผัสรุนแรงดิบเถื่อนให้ หากแต่ก็เต็มไปด้วยการเอาใจมีกัดปากผมเล็กน้อยลงโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เขา “อื้อ !”
ดายตีหน้าดุความไม่พอใจฉายชัดเต็มใบหน้า ติดตรงที่ผมไม่กลัว และเมื่อเขากัดปากผมมาผมก็กัดตอบดันเขาออกแล้วรีบว่ายขึ้นผิวน้ำเพื่อโกยอากาศเข้าปอดไป
พลันดีแลนก็มาขวางผมไว้เขากระชากผมลงทะเลแล้วเป็นฝ่ายมาป้อนอากาศผม
สองพี่น้องคงกะให้ผมตายก่อนได้ขึ้นบกลิ้นชื้นสอดลึกเข้ามาในปาก เก็บเกี่ยวความหวานโดยไม่สนใจว่าผมจะหายใจออกไหมผมตีแขนดีแลนบอกเขาว่าผมกำลังจะไม่ไหวดายที่ว่ายมาจากด้านหลังเลยดึงผมให้ขึ้นผิวน้ำไป
“เฮือก!” ผมหอบหายใจ กอดร่างของดายไว้เป็นการพักพิง “พวกคุณ แฮ่ก บ้าหรือไง จะฆ่าผมเหรอ ?”
“ก็แค่ลงโทษที่พูดแบบนั้น”
“ผมก็แค่ประชด”
“จะได้รู้ว่าไม่ควรทำ” ดายตอบกลับขณะที่ลูบหลังผมเป็นการปลอบ ดีแลนว่ายตามขึ้นมาหัวเราะเล็กน้อยที่เห็นสภาพผมเหมือนลูกหมาตกน้ำ “ดื้อแต่เช้าเลยนะทูนหัว”
“คุณนั่นแหละที่ดื้อด้าน รู้ว่าผมปวดไปทั้งตัวยังให้ดีแลนลากลงมา”
“ก็เพราะผมอยากให้คุณได้เล่นทะเลบ้าง คุณไม่ลงทะเลเลยตั้งแต่เราขึ้นฝั่ง”
“คุณพาผมมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่หลังจากที่เราเพิ่งทำกัน”
“แต่วันนี้ทะเลมันสวยกว่าทุกวัน”
“หา ?”
“ดูสิ” เขาผงกหัวให้ผมมองไปรอบด้านผมเลยต้องผละจากบ่ากว้างมากวาดตามองตามที่เขาบอก สิ่งแรกที่ผมรู้คือวันนี้แดดไม่ค่อยร้อนหากแต่มันกลับขับให้ทะเลวันนี้ดูดีกว่าทุกวันสีครามของทะเลนั้นระยิบระยับดั่งแหวนเพชร มีเสียงนกนางนวลร้องอยู่ไม่ไกลซึ่งมันเพราะกว่าเครื่องยนต์ของเรืออีกฝั่งของหาดเป็นไหน ๆ
สายลมพัดผ่านโอบอุ้มพวกเราไว้มันอาจจะเป็นทะเลธรรมดาที่ไม่ได้สวยงามมากอะไรแต่ผมคิดว่าดายคงหมายถึงว่านี่เป็นทะเลแรกที่เราได้เห็นด้วยกัน
ในฐานะมนุษย์
“มันงดงามใช่ไหม ?”
“เท่าที่มันจะเป็นได้” ผมตอบกลับ “เพราะเราอยู่ด้วยกัน มันเลยสวยกว่าทุกวัน”
“มันพอจะลบล้างวันนั้นได้ไหม”เสียงทุ้มต่ำกระซิบถามข้างหูทำให้ผมย้อนดูความทรงใจในสมองดายคงหมายถึงวันที่ผมรู้ความจริงแล้วพิสูจน์โดยการเปิดเสียงวาฬให้พวกเขากลายร่างลงไปเก็บมือถือมาผมยังจำได้ว่าตอนนั้นหัวใจผมบอบช้ำแค่ไหน เรื่องสำคัญกลับได้รู้เป็นคนสุดท้าย
มันน่าน้อยใจจริงๆ นั่นแหละ
“พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้หรือเปล่าโซล” คำถามของดายมาพร้อมกับดีแลนที่จูบลงกลางหลังผม การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆมีอิทธิพลเสมอ
“ผมนึกว่าคุณลืมไปแล้ว”
“คุณบอกจะให้คำตอบเราหลังจากที่ทุกอย่างจบลง”ดีแลนเสริมทัพ “ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้วนะที่รักแล้วเราก็ได้อยู่ด้วยกัน”
“นั่นยังไม่ชัดอีกเหรอว่าคำตอบของผมคืออะไร”
“อะ...”
“ผมไม่เชิงว่าให้อภัย เพราะผมแทบไม่รู้เลยว่าในฐานะมนุษย์พวกคุณเป็นใครหรือทำอะไรได้บ้าง”ผมยกยิ้มหันมองพวกเขาทั้งสองคนสลับกันไปมา “ผมรู้จักพวกคุณในฐานะฉลามซื่อสัตย์และโหดร้าย การเป็นมนุษย์ทำให้พวกคุณเปลี่ยนไป ผมไม่รู้จักพวกคุณเลย”
“งั้นคุณจะให้โอกาสเราไหม” ดายถาม “ให้โอกาสเราได้บอกคุณว่าอะไรที่เปลี่ยนไป”
“...”
“โอกาสที่จะได้แก้ตัวใหม่”
“โอกาสที่จะเป็นครอบครัว”ผมยกยิ้มหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ดีแลนลูบแขนผมเบา ๆขณะที่ดายกอดผมไว้แน่นให้อยู่สูงกว่าเขานิดหน่อย “ผมกับพี่ทำผิดไปมากเราอยากให้คุณมาชี้ทางให้ เพราะชีวิตนี้เราเกิดมาเพื่อคุณ เรายอมตายได้...”
“หลังจากนี้จะไม่มีคำว่าตาย ดีแลน ถ้าจะตาย เราจะตายพร้อมกัน” ผมรีบขัด “ผมจะไม่ปล่อยให้พวกคุณต้องแบกรับสิ่งต่างๆ ไว้อีกแล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกคุณไปได้”
“แล้วคุณยังมีความคิดที่จะตายจากเราไหม ?”
“ผมจะเก็บมันไว้เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะคิด”ดีแลนยิ้มกว้าง เขาดูดีใจจนผมต้องลูบแก้มขาวด้วยความรักผมรู้ว่าเขาคงจะเครียดหนักหลังจากที่ผมทิ้งคำใบ้ไว้คราวก่อน ผมไม่เคยทอดทิ้งพวกเขาแค่ตอนนั้นมันอดน้อยใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นไร ผมเข้มแข็งขึ้นได้เมื่อมีพวกเขา
และเราจะก้าวไปด้วยกัน
“และผมไม่เคยคิดผิดที่รักพวกคุณ”
“เราเองก็เหมือนกัน” ดายกดจูบลงบนแก้มผมขยับตัวให้ดีแลนสามารถกอดโดยมีผมโอบไหล่พวกเขาสองคนไว้ได้ “เราเองก็ไม่เคยคิดผิดที่ให้ใจคุณจะเป็นคนเดียวที่ได้หัวใจของฉลามไป แล้วเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะโซล”
“เท่าที่เวลาจะอยากให้เราอยู่ด้วยกันทูนหัว”ผมระบายยิ้มบางพร้อมกับที่พวกเราสามคนแนบหน้าผากกันช่วงเวลาที่ได้สัมผัสลมหายใจของพวกเขา มันตอกย้ำถึงการมีชีวิตใหม่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเฝ้ารอความตายอยู่หลายครั้งภาวนาขอให้พวกเขากินผมสักทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำได้
แต่ดีแล้วที่มันไม่เกิดขึ้นไม่งั้นผมคงไม่รับรู้ว่าพวกเขารักผมมากขนาดไหน
จากตอนแรกเป็นเพียงแค่ฉลามกับเจ้านายสู่การกลายเป็นคนรักที่ผ่านอะไรมาเยอะมาก ทุกความทรงจำผมเก็บมันไว้ในห้องลึกสุดของหัวใจไขกุญแจลงกลอนรอวันที่เหนื่อยหน่ายจะหยิบมันขึ้นมาดูสักครั้งจะได้เน้นย้ำว่ากว่าที่เราจะมาถึงตรงนี้ได้เราผ่านอะไรมามากมายแค่ไหน
มีทั้งดีและเลวร้ายสุดท้ายมันก็หลอมรวมให้เราสามคนได้อยู่ด้วยกัน
“มีข้อแม้ว่าคุณห้ามไปนอนกับผู้ชายคนอื่น”
“แล้วก็ห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่นนอกจากเรา”
“พวกคุณเองก็ห้ามปิดบังผมเหมือนกันถ้าผมรู้เรื่องสำคัญเป็นคนสุดท้ายเมื่อไหร่ คุณไม่ได้เห็นผมแน่ ดีแลน ดาย” ผมชี้หน้าขู่พวกเขาเนื่องจากอีกฝ่ายมาตั้งแง่กับผมก่อน “อ้อ แล้วถ้าทิ้งผมให้นอนคนเดียวในห้องอีกเมื่อไหร่ วันนั้นก็นอนในน้ำไปเลยไม่ต้องมานอนเตียงเดียวกัน”
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ผมต้องนอนกอดคุณทุกวัน”
“งั้นก็อย่าทิ้งให้ผมนอนคนเดียวอีกสิแล้วก็ห้ามลากผมลงน้ำด้วยหลังจากที่เราทำกัน”
“กฎของคุณเยอะจัง”
“ถ้าทำไม่ได้ก็คลั่งตายไปเลย”ผมไหวไหล่ผละออกจากพวกเขาพลางเสยผมด้วยท่าทียั่วยวนใจ “แต่ไหนๆ ก็ลงมาแล้วและแถวนี้ก็ไม่มีใคร...”
“คุณจะทำอะไร ?”
“ทำให้ฉลามคลั่งรักไงที่รัก”ผมกัดปากมองพวกเขาด้วยสายตาเชิญชวนยิ่งกว่าอะไร เสื้อที่ใส่ก็ถูกร่นลงจนเห็นลาดไหล่ขาวที่มีรอยแดงตราไว้“ทำไมเราไม่เปลี่ยนที่สักหน่อยล่ะ ในทะเลก็ไม่เลวนะพวกคุณว่าไง ?”
“เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าไม่ไหว”
“อยากกอดผมไหมทูนหัว :)” ดีแลนหัวเราะเขาดูจะชอบใจที่ผมยั่วใส่ต่างจากดายที่ไม่พูดมากอะไร เขาจู่โจมผม กอดรัดร่างพร้อมกับระดมจูบที่ทำใจผมหวั่นน้องชายเขาตามมาเสริมทัพ ถอดเสื้อผ้าผมออกในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะเริ่มการ ‘กิน’ ที่ชวนระทึกใจผมส่งเสียงกระเส่าอยู่ข้างหู ปลุกเร้าให้พวกเขาสนุกกับการได้กอดผมไว้
ทำให้พวกเขาคลั่งตายยิ่งกว่าคนเสพยาแต่จะว่าเป็นคนคลั่งแบบนั้นก็ไม่ถูกใช่ไหมล่ะ
ผมคิดว่าผมมีคำอื่นที่ดีกว่า
อย่างเช่น ‘ฉลามคลั่งรัก’
“ทำให้ผมคลั่งตายไปเลย...แด๊ดดี้:)”
มาคลั่งไปด้วยกันนะ ทูนหัว :)
THE END