ใครกันที่กล้าะโเรียกชื่อของเขาออกมาตรง ๆ จูอวิ่นเถิงไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน
คนผู้นี้น่าจะเป็พวกบุตรหลานขุนนางสักคน หรือไม่ก็หนึ่งในบุตรบุญธรรมของหลานอวี้
เพียงคนระดับนี้ก็กล้าเรียกชื่อของพระนัดดาออกมาตรง ๆ ทำให้จูอวิ่นเถิงตัดสินใจได้ทันทีว่าพวกที่อยู่ข้างกายหลานอวี้ หรือบุตรหลานขุนนางบางกลุ่ม ในยามปกติวางอำนาจบาตรใหญ่เพียงใด จนกลายเป็นิสัยที่เคยชินไปเสียแล้ว
พอนึกถึงตรงนี้ จูอวิ่นเถิงก็รู้สึกว่าคนอย่างหลานอวี้และพวกนั้นสมควรตายจริง ๆ เพราะไม่มีฮ่องเต้พระองค์ใดที่อยากจะเห็นคนเช่นนี้ในแผ่นดิน
เมื่อองครักษ์เสื้อแพรได้รับคำสั่งของจูอวิ่นเถิง พวกเขาก็ตรงเข้าไปจับกุมคนผู้นั้นทันที
“พวกเ้าจะทำอะไร? ปล่อยข้านะ!”
ชายผู้โอหังที่ะโเสียงดังผู้นั้นยังคิดจะขัดขืน แต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย เขาถูกองครักษ์เสื้อแพรกดตัวลงกับพื้นอย่างแ่า
จูอวิ่นเถิงก้าวไปข้างหน้า ชิงกระบี่ยาวขององครักษ์เสื้อแพรมาคนหนึ่ง แล้วใช้ฝักดาบฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายผู้นั้นอย่างแรง
เพียะ!
ชายผู้นั้นถูกตบจนเืกบปากในทันที ฟันกระเด็นหลุดออกมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
“ข้าคือพระราชนัดดาแห่งต้าิ เ้าเป็ใครกัน?”
จูอวิ่นเถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “นามของข้า ใช่สิ่งที่เ้าจะเรียกออกมาตรง ๆ ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ดูิ่เบื้องสูง ลากตัวออกไป!”
ชายผู้นั้นถูกฟาดจนมึนงงไปหมด ก่อนจะถูกองครักษ์เสื้อแพรลากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“หลานอวี้อยู่ที่ไหน?!” จูอวิ่นเถิงตะคอกถาม
“พระนัดดาสาม ท่าน้าจะทำอะไรกันแน่?” ชายอีกคนหนึ่งรีบเดินออกมาด้วยท่าทีรีบร้อน
ผู้ที่ตามหลังเขามาคือกลุ่มองครักษ์ของตระกูลหลาน ทั้งหมดเป็อดีตทหารกล้าที่เคยผ่านสมรภูมิรบ เคยเห็นเื และเคยฆ่าคนมาแล้ว
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวพร้อมกับอาวุธในมือ กลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมา
คนกลุ่มนี้มีจำนวนเพียงไม่กี่สิบคน แต่ในด้านของบรรยากาศข่มขวัญกลับเหนือกว่าองครักษ์เสื้อแพรเสียอีก
องครักษ์ตระกูลหลานเหล่านี้ล้วนเป็ทหารเดนตาย พวกเขาฟังเพียงคำสั่งของหลานอวี้เท่านั้น ต่อให้หลานอวี้สั่งให้บุกเข้าไปในวังหลวงยามนี้ พวกเขาก็กล้าทำ
“ผู้น้อย จางโจว คำนับพระนัดดาสาม” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้น
“จางโจว?”
จูอวิ่นเถิงนึกถึงฎีกาฉบับนั้นขึ้นมาได้ทันที คนที่ชื่อจางโจวผู้นี้เองที่เป็คนซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของหูเหวยยงเอาไว้
และคนผู้นี้ยังเป็บุตรบุญธรรมของหลานอวี้อีกด้วย
“ให้หลานอวี้ออกมา”
จูอวิ่นเถิงไม่อยากเสียเวลากับคนผู้นี้
จางโจวยืนขวางหน้าจูอวิ่นเถิงและพูดเสียงดังว่า “เหลียงกั๋วกงมีศักดิ์เป็ท่านตาของท่าน เหตุใดท่านถึงได้ทำตัวอกตัญญูเช่นนี้?!”
จูอวิ่นเถิงกล่าวว่า “วันนี้ข้ามาในฐานะพระนัดดา ไม่ใช่ในฐานะญาติพี่น้อง ไม่จำเป็ต้องมานับญาติกับข้า หลานอวี้ซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิง ฏในคดีหูเหวยยง ข้ามาเพื่อจับตัวเขาไปลงโทษตามกฎหมาย จงไปบอกหลานอวี้ ให้เขาออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของจางโจวก็เปลี่ยนไปทันที
พวกเขารู้เื่นี้ได้อย่างไร?
หูเหวยยงเปรียบเสมือนสิ่งต้องห้ามในต้าิ ใครแตะต้องเป็ต้องตาย
จางโจวคิดว่าเขาวางแผนอย่างรอบคอบรัดกุมไม่มีทางรั่วไหลไปได้ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจูอวิ่นเถิงจะนำองครักษ์เสื้อแพรมาถึงที่นี่ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
“พระนัดดาสาม ท่านมีหลักฐานหรือไม่?”
จางโจวรีบดึงสติกลับมาและถามกลับว่า “เหลียงกั๋วกงคือขุนนางผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งกั๋วกงในปัจจุบัน มีความดีความชอบทางการทหารล้นพ้น หากท่านจะจับกุมคน นอกจากจะต้องมีหลักฐานแล้ว ยังต้องมีราชโองการด้วย ไม่ใช่เพียงคำพูดประโยคเดียวของท่านนึกอยากจะจับใครก็จับได้ตามใจชอบ”
จูอวิ่นเถิงรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้ต้องขัดขวาง จึงกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ “หลักฐานงั้นหรือ? คนอย่างเ้าไม่คู่ควรที่จะได้รับรู้ ส่วนเื่ราชโองการ... แม้ไม่มีราชโองการ แต่การที่ข้าแบ่งเบาภาระให้เสด็จปู่ถือเป็ความกตัญญู การมาจับกุมหลานอวี้คือการผดุงความยุติธรรมโดยไม่เห็นแก่สายเื เป็การกระทำที่เปิดเผยบริสุทธิ์ใจ ทหาร! บุกเข้าไปจับตัวหลานอวี้เดี๋ยวนี้!”
“ไม่มีราชโองการ?”
ดวงตาของจางโจวเป็ประกายขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน
หากไม่มีราชโองการ ทุกอย่างย่อมคุยกันได้ง่ายขึ้น
ถ้าจูอวิ่นเถิงมาพร้อมราชโองการ จางโจวคงไม่กล้าขยับตัวทำอะไร แต่ในเมื่อไม่มีราชโองการ ทุกอย่างย่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของจูอวิ่นเถิงเพียงผู้เดียว
แม้แต่ราชโองการก็ไม่มี ยังกล้าจะมาจับกุมขุนนางชั้นกั๋วกงแห่งราชสำนักอย่างนั้นหรือ?
ต่อให้เป็พระราชนัดดาก็ทำไม่ได้!
ยกเว้นแต่จะเป็จูเปียวมาเอง แต่องค์รัชทายาทไม่อยู่แล้ว และจูอวิ่นเถิงก็ไม่ใช่องค์รัชทายาท
“หยุดเดี๋ยวนี้!!”
จางโจวตะคอกเสียงลั่น “พระนัดดาสาม ในเมื่อไม่มีราชโองการ ย่อมไม่มีสิทธิ์จับกุมเหลียงกั๋วกง หากพวกท่านยังไม่ยอมถอยออกไป ก็อย่าหาว่าข้าล่วงเกิน!”
พูดจบเขาก็ก้าวเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าว
กลุ่มทหารกล้านับสิบคนที่อยู่รอบข้างเขาก็ก้าวตามขึ้นมาหนึ่งก้าวพร้อม ๆ กัน
กลิ่นอายสังหารอันเย็นะเืแผ่เข้าปกคลุมเบื้องหน้า กดดันเหล่าองครักษ์เสื้อแพรในทันที
ฝีมือของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรนั้นนับว่าไม่เลว แต่หากต้องเปรียบเทียบกับทหารกล้าที่ผ่านการรบในสนามรบมาจริงความต่างชั้นนั้นมีอยู่มาก จนทำให้บางคนถึงกับชะงักงัน
“พระนัดดา จะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?” เจี่ยงหวนถามด้วยความกังวล
หากสั่งให้บุกเข้าไป องครักษ์เสื้อแพรย่อมไม่ขลาดกลัวและมีความมั่นใจว่าสามารถบุกเข้าไปได้
แต่ที่นี่คือจวนเหลียงกั๋วกง และพวกเขาไม่มีราชโองการ แม้จะได้รับการมอบหมายทางอ้อมจากฝ่าา แต่หากสุ่มสี่สุ่มห้าบุกรุกเข้าไปจนเกิดการต่อสู้ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม
“ใครขัดขวาง ฆ่าให้หมด!”
จูอวิ่นเถิงทุ่มหมดหน้าตักนานแล้ว
นี่คือบททดสอบที่เขาต้องทำหน้าที่ให้ลุล่วง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะรักษาชีวิตของหลานอวี้เอาไว้ได้ และจะได้รับการยอมรับจากตาเฒ่าจู
ไม่เช่นนั้น ทุกอย่างจะตกไปเป็ของจูอวิ่นเหวิน และพวกเขาจะไม่ได้รับสิ่งใดเลย จุดจบในอนาคตย่อมอนาถแน่นอน เขาไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป
“บุกเข้าไป!” เจี่ยงหวนสะบัดมือให้สัญญาณ
องครักษ์เสื้อแพรแถวหน้ายกธนูหน้าไม้ขึ้นเล็งทันที ส่วนแถวหลังชักดาบซิ่วชุนออกมาเตรียมบุกตะลุย
จางโจวเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าเื่นี้จะทำให้จูอวิ่นเถิงถอยไปได้ แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่มีราชโองการ เขาก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว อย่างมากก็แค่สู้กันสักตั้ง!
พวกเขาที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วนจากสนามรบ มองข้ามความเป็ความตายไปแล้ว องครักษ์เสื้อแพรเพียงเท่านี้ไม่นับเป็ตัวอะไรสำหรับพวกเขา
ส่วนหลังจากที่บุกฝ่าออกไปได้แล้วจะเป็อย่างไรนั้น มีเหลียงกั๋วกงอยู่ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงคำรามด้วยความโกรธก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
หลานอวี้ก้าวยาว ๆ ตรงเข้ามา ตอนแรกเขานึกอยากจะะโเรียกชื่อจูอวิ่นเถิงออกมา แต่พอคำนึงถึงความแตกต่างของฐานันดรศักดิ์ และนึกถึงเหตุการณ์ถูกตบหน้าในวันนั้น จึงเปลี่ยนคำพูดเป็
“พระนัดดาสาม มีเื่อะไรกันหรือ?”
จูอวิ่นเถิงกล่าวว่า “หลานอวี้ เ้าซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิง ฏในคดีหูเหวยยงเอาไว้ ข้ามาเพื่อจับเ้าไปลงโทษ ข้าขอเตือนให้เ้ายอมจำนนแต่โดยดี อย่าได้ดื้อรั้นขัดขืนเพราะมันไม่มีประโยชน์”
“บุตรชายของเย่เซิง?”
หลานอวี้เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหันไปทางจางโจว บุตรบุญธรรมที่อยู่ข้างกาย แล้วถามด้วยเสียงเข้มว่า “เ้าซ่อนเขาไว้จริงหรือ?”
เย่เซิงและหลานอวี้มีสถานะเป็ญาติทางการแต่งงานกัน
ทว่า ตราบใดที่เื่ใดไปพัวพันกับหูเหวยยง ย่อมต้องพบกับความตายสถานเดียว ดังนั้นยามที่เย่เซิงถูกปะา แม้หลานอวี้อยากจะช่วยเพียงใดก็ไม่อาจทำได้ ได้แต่เพิกเฉยทำเป็ไม่รู้เห็น
เขาไม่ได้ซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิงไว้ด้วยตนเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือหากมีคนข้างกายเขาคนใดคนหนึ่งซ่อนเอาไว้ เขาย่อมไม่สามารถสลัดความผิดนี้ให้หลุดพ้นไปได้
“เหลียงกั๋วกง ผู้น้อยไม่ได้ทำขอรับ” จางโจวส่ายหน้าปฏิเสธ
ปั่ก!
หลานอวี้เตะจางโจวจนล้มลงกับพื้น และะโด่าทอ “ข้า้าฟังความจริง เ้าเป็คนซ่อนเขาไว้ใช่หรือไม่?!”
“ข้า... ข้า...”
จางโจวไม่กลัวจูอวิ่นเถิง แต่เขาหวาดกลัวหลานอวี้
คำสั่งของจูอวิ่นเถิงเขายังกล้าเพิกเฉยได้ แต่ถ้าเป็หลานอวี้ที่เอ่ยปาก แม้แต่สั่งให้เขาไปลอบสังหารจูหยวนจางเขาก็ยังกล้าลงมือ
“เหลียงกั๋วกงและจิ้งหนิงโหวเย่เซิงเป็ญาติกัน ผู้น้อยมีความสัมพันธ์อันดีกับบุตรชายของเย่เซิงมาก่อน...” จางโจวกล่าวพลางก้มหน้าลง
คำพูดเพียงเท่านี้ ก็เท่ากับเป็การยอมรับสารภาพแล้ว
“ไอ้ระยำเอ๊ย!”
หลานอวี้เตะจางโจวซ้ำเข้าไปอีกครั้งอย่างแรง เ้ากล้าดีอย่างไรถึงไปซ่อนตัวพรรคพวกฏหูเหวยยงเอาไว้?
ขนาดเขายังไม่กล้าทำเื่แบบนี้เลย เพราะมันคือทางสายมรณะชัด ๆ !
นอกจากนี้เื่นี้ยังจะส่งผลกระทบไปถึงจูอวิ่นเถิงด้วย อย่าคิดว่าซ่อนไว้แล้วหน่วยองครักษ์เสื้อแพรจะไม่ล่วงรู้
จางโจวไม่กล้าเอ่ยคำใด ได้แต่คุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้นเพียงลำพัง