เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 144 ยมทูตชุดสีเงินยามค่ำคืน

            ก่อนฟ้าสางของวันที่12 เดือน 12ขณะที่ประตูเมืองทางทิศเหนือของเมืองเฉียนโจวเพิ่งจะเปิดออกก็มีขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบๆขบวนรถประกอบด้วยรถม้าสี่คัน ล้อคู่ หลังคาเรียบ ทาด้วยยางมะตอยสีดำดูเหมือนว่ารถม้าจะบรรทุกสัมภาระมาไม่น้อย ล้อรถที่บดไปบนหิมะทิ้งร่องรอยไว้อย่างชัดเจนมีทหารม้าสองร้อยนายเดินคุ้มกันรถม้าจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังทุกคนล้วนเชิดหน้าและยกอกขึ้น พวกเขาเดินไปพลางสอดส่องไปรอบๆดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและแข็งกร้าวแค่มองก็รู้ว่าพวกเขาคือทหารที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

            ภายในรถม้าคันแรกดูเหมือนว่าจะมีเตาถ่านวางไว้ภายในความอบอุ่นทำให้หิมะที่เกาะอยู่บนขอบหน้าต่างละลายเป็นหยดน้ำบางครั้งก็ได้ยินเสียงเด็กเล็กพูดเลียนแบบเสียงผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงใสๆ “หยาหยาหยาหยา!”

            เสียงหัวเราะเบาๆของหญิงสาวดังขึ้นตามมา ตามด้วยเสียงอ่อนโยนที่พูดด้วยความเอ็นดูว่า“เจ้าลูกซื่อบื้อ ต้องเรียกว่าเหยี่ยเหยี่ย ไม่ใช่หยาหยาสักหน่อย!”

            เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นจากหญิงอีกคนที่พูดด้วยความยินดี“แม่นาง คุณชายน้อยกำลังเรียกข้าอยู่”

            เด็กน้อยดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดนั้นรีบส่งเสียงเรียกต่อ “หยา หยา หยาหยา!”

            “จ๊ะ!จ๊ะ!”

            คราวนี้แม้แต่ทหารม้าข้างนอกรถก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ผ่านไปไม่นานหน้าต่างรถม้าถูกเปิดออกกว้างเท่าฝ่ามือติงเหว่ยที่ถูกลมหนาวพัดเข้ามาก็หดคอด้วยความหนาวก่อนจะเงยหน้ามองกงจื้อหมิงที่สวมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ยิ่งทำให้เขาดูสง่างามและทรงพลัง นางถามว่า “พวกเราออกเดินทางมาไกลเท่าไรแล้ว?”

            กงจื้อหมิงกระตุกสายบังเหียนม้าเข้ามาใกล้หน้าต่างรถมากขึ้นเพื่อบังลมหนาวส่วนใหญ่ก่อนจะก้มหน้าตอบว่า “เพิ่งออกมาได้สิบกว่าลี้วันนี้เดินทางให้ครบห้าสิบลี้ก่อนค่อยหยุดพัก เจ้าล่ะขาเจ็บจากการเดินทางหรือเปล่า?”

            ติงเหว่ยยิ้มแล้วส่ายหัว“ไม่เจ็บเลย ข้าปูผ้านวมไว้สามชั้นนั่งสบายจนเหมือนอยู่ในกองฝ้ายไม่รู้สึกสะเทือนอะไรเลย”

            นางชะโงกหน้าออกไปมองถนนข้างหน้าดวงตาแฝงด้วยความกังวล “เดินทางช้าขนาดนี้จะทำให้เรื่องสงครามที่ค่ายทหารล่าช้าหรือเปล่า?”

            กงจื้อหมิงหันไปมองทุ่งหิมะไกลๆด้วยสีหน้าที่แฝงความลึกลับ “ไม่ต้องกังวลบางทีเมื่อขบวนรถไปถึงค่ายทหารก็คงมีข่าวดีมาแล้ว”

            ติงเหว่ยกะพริบตาด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะเรื่องสงครามนางเองก็ไม่เข้าใจ

            “เช่นนั้นก็ดีขอแค่ไม่ทำให้เรื่องใหญ่ต้องล่าช้าเพราะข้าก็พอ”

            “ไม่มีทางหรอก”

            กงจื้อหมิงยกมือขึ้นเพื่อจะปิดหน้าต่างรถม้าแต่แล้วอันเกอเอ๋อร์ก็โผล่หน้ามาด้วยความดีใจ ร้องเสียงดังว่า “เตี่ย! เตี่ย!”

            “จ๊ะ!”กงจื้อหมิงยิ้มออกมาทันที หัวใจเขาพองโตด้วยความสุขจนเหมือนจะละลาย“ข้างนอกมันหนาว ลูกอยู่ในรถไม่ต้องออกมานะ รอให้พรุ่งนี้อากาศดีขึ้นพ่อจะอุ้มลูกขี่ม้าเอง”

            ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กอ้วนฟังเข้าใจหรือไม่แต่เขาก็ปรบมือด้วยความดีใจอีกครั้ง นับว่าเป็นเด็กที่รู้จักให้กำลังใจจริงๆ

            กงจื้อหมิงปิดหน้าต่างรถม้าแล้วหันไปมองทหารองครักษ์หลายคนที่กำลังแอบมองมา เขาจึงกระแอมออกมาด้วยความเขินก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นแม่ทัพที่เคร่งขรึมอีกครั้ง

            “เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นก่อนค่ำต้องไปถึงซายเจียจี๋เพื่อพักแรม”

            “ขอรับท่านแม่ทัพ”

            ทุกคนรับคำสั่งพร้อมกันเสียงดังแต่แววตาก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่นักต่อให้ใครจะโหดเหี้ยมเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกของตนเองหัวใจที่แข็งกร้าวนั้นก็จะอ่อนโยนลงอย่างง่ายดาย

            ภานในรถม้าอวิ๋นเอ๋อร์กำลังกอดอันเกอเอ๋อร์เล่นเชือกมืออยู่ส่วนอวิ๋นอิ่งนั่งอยู่ที่มุมรถม้ากำลังเย็บถุงหอมติงเหว่ยรู้สึกเบื่อจึงหยิบรายการสัมภาระขึ้นมาดูอย่างละเอียด

            เดิมทีนางไม่ได้รู้สึกอะไรแต่คราวนี้ที่ย้ายบ้านนางจึงได้ตรวจสอบทรัพย์สินของตนเองอย่างละเอียดผลที่ได้ทำเอานางถึงกับตกใจไม่คาดคิดเลยว่าสองปีมานี้นางได้สะสมทรัพย์สินไว้มากมายขนาดนี้

            ไม่นับเงินเดือนที่สกุลอวิ๋นให้เพียงเงิน “ค่าล้างมือ” ที่ได้รับจากการช่วยตรวจสอบบัญชีช่วงสิ้นปีก็เทียบได้กับเงินเดือนหลายปีของนางแล้วนอกจากนี้รายได้จากร้านเถาเป่าที่แม้ว่าจะเปิดได้ไม่กี่เดือนก็มีรายได้ถึงหนึ่งพันตำลึงแล้ว ยังไม่นับเครื่องประดับและผ้าผืนต่างๆที่ลุงอวิ๋นมักจะหาข้ออ้างให้นางมามากมาย

            ไม่แปลกใจเลยที่ข้าวของเต็มคันรถม้าจนเฉิงต้าโหยวต้องอาสาขับรถเอง เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาระหว่างทางนายหญิงของเขาก็จะกลายเป็นคนจนในพริบตาเดียว

            แน่นอนว่าเขาไม่อาสาก็ไม่ได้หรอกเพราะครอบครัวหลี่ต้องรอให้จัดงานแต่งงานเสร็จในช่วงตรุษจีนถึงจะมาถึงลี่สุ่ยเพื่อรับใช้ส่วนหยวนชิงเหอกับภรรยาก็ต้องดูแลที่ดินจึงไม่อยากทิ้งบ้านเกิดส่วนผู้หญิงและเด็กๆ ในโรงงานก็ไม่กล้าให้มารับใช้เจ้านายเพราะไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน

            ดังนั้นหลังจากที่เลือกไปเลือกมาสุดท้ายก็มีเพียงครอบครัวของพวกเขาเท่านั้นบวกกับอวิ๋นหยาและอวิ๋นอิ่งที่ตามมาด้วยเขาในฐานะบุรุษเพียงคนเดียวจึงต้องอาสาทำทุกอย่างเอง

            ไม่ต้องพูดถึงว่ากงจื้อหมิงกับขบวนรถม้าเดินทางฝ่าลมฝ่าหิมะไปอย่างไรพูดแค่ว่าที่ค่ายทหารใหญ่ในเป่ยอันของลี่สุ่ย ที่มีแม่ทัพอาวุโสหนวดเคราสีขาวใบหน้าแดงก่ำจมูกโด่ง รูปร่างสูงใหญ่ดูทรงพลังอย่างยิ่งอย่างเฝิงหยงกำลังถือรายงานลับอยู่ในมือ เขายิ้มจนหนวดเคราชี้ขึ้น

            “ที่แท้ก็มีเรื่องดีเช่นนี้นี่เองไม่แปลกใจเลย...อืม ให้ข้ารออีกหน่อยก็ได้ มีอาวุธเช่นนี้ยังจะกลัวว่าจะชนะเจ้าหนุ่มกงจื้อไม่ได้อีกหรือ!”

            ลูกชายคนโตของสกุลเฝิงก็เป็นแม่ทัพฝีมือดีเช่นกันเมื่อได้ฟังท่านพ่อพูดด้วยความมั่นใจเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ท่านพ่อมีข่าวอะไรกันแน่ หรือว่าพรุ่งนี้เราจะเปิดศึกใช่หรือไม่?”

            เหล่านายทหารผู้ใกล้ชิดคนอื่นๆก็พากันถามด้วยเช่นกัน “ท่านแม่ทัพมีเรื่องดีอะไรหรือ บอกให้พวกเราได้ฟังกันบ้าง”

            แม่ทัพอาวุโสเฝิงลูบหนวดเคราอย่างภาคภูมิใจและยิ้มอย่างมีเลศนัย…

            วันที่23 เดือน 12 เป็นวันตรุษจีนเล็ก ไม่มีลม ไม่มีหิมะ คืนนั้นค่ายทหารใหญ่ของกองทัพอี้จวินมีการเพิ่มอาหารทุกคนได้กินน้ำแกงหัวไชเท้าต้มที่ใส่เนื้อหมูในขณะที่ทุกคนกำลังล้อมวงกินกันอยู่หน้ากองไฟ เหล่าทหารลาดตระเวนกลุ่มเล็กๆที่เดินผ่านไป ก็มีคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านแม่ทัพไม่ได้ป่วยเป็นหวัด แต่กลับไปที่เฉียนโจวแล้ว”

            “กลับไปเฉียนโจวทำไม?” ทหารอีกคนพูดขณะตักเนื้อหมูคำใหญ่เข้าปากไปพลางและถามไปด้วย

            คนที่พูดก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะลังเลอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดเสียงเบา “พวกเราเป็นพี่น้องที่นอนกระโจมเดียวกันข้าถึงได้บอก พวกเจ้าห้ามเอาข้าไปฟ้องเชียวข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพใหญ่ถูกคนลอบสังหารและเสียชีวิตอยู่ที่เฉียนโจวแล้ว!”

            “อะไรนะ? เป็นไปได้ยังไง!” ทหารคนอื่นๆ ตกใจจนเกือบทำถ้วยในมือหล่นลงพื้นจากนั้นรีบพูดเสียงเบาว่า “เรื่องใหญ่แบบนี้เจ้าอย่าพูดเล่นระวังโดนจับข้อหาทำลายขวัญทหารแล้วชีวิตเจ้าจะไม่รอดอีกอย่างท่านแม่ทัพเก่งกล้าไร้เทียมทาน ต่อให้คนทั้งซีเฮ่าตายจนหมดท่านแม่ทัพก็จะไม่เป็นอะไรหรอก”

            “ข้าก็ว่าอย่างนั้นเมื่อก่อนท่านแม่ทัพโดนวางยาพิษตอนนี้ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและแข็งแรงอยู่เลย”

            ทหารอาวุโสที่นั่งอยู่ข้างๆก็เห็นด้วย ทหารหนุ่มๆ คนอื่นๆที่เหลือเห็นทั้งสองคนพูดอย่างนั้นก็เริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

            ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้มาจากไหนแต่สถานการณ์และการสนทนาเช่นนี้ เกิดขึ้นแทบทุกมุมของค่ายทหารกองทัพอี้จวิน

            ทหารบางคนก็เชื่อบางคนก็สงสัย แต่ทุกคนต่างก็เป็นกังวลใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังกระโจมใหญ่ที่เงียบสงบแล้วก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น…

            ส่วนในค่ายทหารฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำลี่สุ่ยนั้นกลับมีการเพิ่มอาหารในสามวันให้หลังแถมยังหรูหรากว่ามาก เหตุผลก็ไม่ใช่อื่นใดเป็นเพียงการเตรียมอาหารมื้อสุดท้ายก่อนออกรบเท่านั้นเอง

            พอพ้นเที่ยงคืนไปไม่นานเหล่าทหารในแนวหน้าก็เริ่มสวมชุดเกราะออกมาจากกระโจม พร้อมมีการขนฟางข้าวมากมายทุกคนต่างมัดฟางที่เท้ากันไว้แน่นหนา

            ไม่นานประตูค่ายก็ถูกเปิดออกทหารฝีมือดีห้าพันนายก็เคลื่อนพลไปยังริมแม่น้ำอย่างเงียบเชียบและเริ่มลอบข้ามแม่น้ำด้วยการไถลไปบนผืนน้ำแข็ง

            ถึงแม่น้ำจะกว้างแต่ก็ถูกแช่แข็งไว้อย่างแน่นหนาทำให้เดินได้เร็วกว่าเดินบนพื้นราบมาก

            ทหารห้าพันนายเกือบจะสามารถเห็นประตูรั้วไม้ของค่ายทัพอี้จวินได้แล้วทหารที่ประจำอยู่บนหอคอยเฝ้าประตูดูเหมือนจะง่วงเหงาหาวนอนกำลังหลับอยู่ขณะที่กอดหอกไว้ เวลานี้ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง

            ผู้บังคับบัญชาทหารกลุ่มนั้นกำลังจะยกมือสั่งให้แบ่งคนออกเป็นสองทางทางหนึ่งโจมตีหน้าประตู อีกทางหนึ่งบุกเข้าหลังค่ายเพื่อเผาเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์ ในฤดูหนาวเช่นนี้หากไม่มีอาหารและเสื้อผ้าอีกทั้งยังมีข่าวการตายของแม่ทัพก็แทบจะสามารถทำลายขวัญทหารในค่ายทั้งหมดได้ในพริบตา

            เมื่อถึงเวลาที่กองทัพหลักของพวกเขาบุกเข้ามาจะยิ่งได้ผลดีเป็นสองเท่า และสามารถยึดค่ายทัพอี้จวินได้โดยง่าย

            ผู้บังคับบัญชาทหารผู้นั้นยิ่งคิดยิ่งรู้สึกดีใจแต่ยังไม่ทันที่เขาจะสั่งการ ก็มีคนที่คล่องแคล่วกว่าเขาตีกลองรบขึ้นมา“บุกเข้าไป! ฆ่าพวกมันซะ!”

            บริเวณรอบๆทหารห้าพันนาย จู่ๆ ก็มีทหารจำนวนมากที่คลุมผ้าขาวกระโดดออกมาจากทุกทิศทางในยามค่ำคืนเช่นนี้พวกเขาดูราวกับยมทูตในชุดขาวที่ออกเผชิญหน้ากับพวกเขาเพื่อเอาชีวิต

            ทหารห้าพันนายตกอยู่ในความสับสนอลหม่านไม่สามารถตั้งรับได้ทัน ไม่มีทั้งเส้นทางไปข้างหน้าและเส้นทางถอยหลังจนพวกเขารู้สึกสิ้นหวัง

            เพียงการประจันหน้าครั้งเดียวก็สูญเสียพี่น้องไปเกือบครึ่งผู้บังคับบัญชาทหารผู้นั้นรู้ตัวว่าตกหลุมพรางแล้วจึงได้แต่กัดฟันพยายามหาทางต้านทานรอคอยความช่วยเหลือจากค่ายทัพใหญ่ แต่กองทัพอี้จวินกลับพากันตะโกน“พวกเจ้าล้วนเป็นชาวเฮ่า ถ้าวางอาวุธจะไม่ถูกฆ่า!”

            “วางอาวุธจะไม่ถูกฆ่า!วางอาวุธจะไม่ถูกฆ่า!”

            เสียงตะโกนดังขึ้นอย่างกึกก้องทหารจำนวนมากกลัวจนตัวสั่นพวกเขาไม่ต้องคิดนานก็ทิ้งหอกในมือลงแล้วคุกเข่าลงกับพื้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ

            เพราะชีวิตมีเพียงครั้งเดียวหากเสียไปแล้ว ต่อให้แม่ที่บ้านเฝ้ารอจนตาจะบอดก็ไม่อาจได้เห็นลูกชายอีกและหญิงสาวที่รักก็คงรอคอยที่จะได้แต่งงานกับคนรักของเธอไม่ไหว

            เมื่อมีคนเริ่มเป็นหัวคนอื่นๆ ที่เหลือก็พากันคุกเข่าตามไป

            เพียงชั่วพริบตาท่ามกลางผู้คนนับพันมีเพียงผู้บัญชาการทหารคนนั้นกับทหารองครักษ์อีกสิบกว่าคนที่ยังคงต่อต้านอยู่แต่น่าเสียดายที่มีทหารในชุดเกราะสีเงินผู้หนึ่ง จู่ๆ ก็วิ่งออกมาจากกองทัพอี้จวินเพียงแทงหอกสองครั้งก็จัดการนายทหารคนนั้นได้สำเร็จ ส่วนทหารองครักษ์ที่เหลือก็ถูกฆ่าตายทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

            เพียงเวลาไม่ถึงสองเค่อการโจมตีในยามค่ำคืนก็ถูกยุติอย่างง่ายดาย ทหารสามพันนายที่ยอมจำนนมีชีวิตรอดมาได้ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือกังวลใจดี

            ประตูค่ายทหารกองทัพอี้จวินเปิดออกกว้างและไฟในค่ายสว่างไสวขึ้นมาทันทีแม่ทัพผู้อาวุโสฉู่มายืนรออยู่ที่ประตูรั้ว ต้อนรับเหล่าทหารที่กลับมาพร้อมชัยชนะ

            ทหารน้อยในชุดเกราะสีเงินกระโดดลงจากม้าถอดหมวกเกราะออก เผยให้เห็นว่าเป็นบุตรชายที่สามของสกุลฉู่

            ฉู่ชีซีร้องออกมาด้วยความดีใจและวิ่งเข้ามาหาพี่ชายพร้อมกับพูดเสียงดังว่า“ท่านพี่ฝีมือหอกดีขึ้นอีกแล้ว แค่สองครั้งก็สามารถสังหารผู้บังคับบัญชาทหารได้ช่างเก่งกาจจริงๆ! เมื่อพี่เทียนเป่ากลับมาจะต้องจดชื่อท่านพี่ไว้เป็นความดีความชอบอันดับแรกแน่ๆ!”

            ฟางซิ่นเดิมทีก็จะเดินเข้าไปแต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกไม่พอใจ เขาเปิดปากเถียงอย่างหาได้ยากว่า“แม่นางฉู่คงลืมไปแล้วว่าแผนจับเต่านี้เป็นแผนของข้า ถ้าจะพูดถึงความดีความชอบอันดับแรกก็ต้องมีส่วนของข้าด้วยถึงจะถูกไม่ใช่หรือ?”

            ฉู่ชีซีกวาดตามองร่างผอมบางของเขาขึ้นๆลงๆ แล้วแค่นยิ้มเยาะ “แล้วมันจะทำไมแผนนี้เป็นของเจ้าแต่ก็ยังต้องให้พี่ชายข้าไปสู้รบกับศัตรูครั้งหน้าลองให้พี่ชายข้าวางแผน ส่วนเจ้าก็ไปสู้รบเอง! ตอนนั้นถ้าเจ้าไม่รอดชีวิตก็อย่ามาร้องขอให้ข้าช่วยเชียว!”

            “เจ้า!”ฟางซิ่นถูกจี้ใจดำเรื่องความอ่อนด้อยในฝีมือการต่อสู้จึงได้แต่จ้องเขม็งด้วยความโกรธ แต่ไม่สามารถทำอะไรหญิงสาวคนนี้ได้จึงได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดอย่างขุ่นเคือง

            แต่ฉู่ชีซียังได้ทีขี่แพะไล่แถมยังทำหน้าล้อเลียนใส่เขาอีกด้วยจนทำให้แม่ทัพอาวุโสฉู่ที่ยืนมองอยู่ข้างๆ หัวเราะอย่างอารมณ์ดีหลังจากตรุษจีนก็จะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ลูกสาวสุดที่รักของเขาก็อายุสิบเจ็ดปีแล้วถึงเวลาที่จะแต่งงานเสียที…

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320