อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 54 : ปะทะกับมารร้าย

    " ฟูว หลอมสำเร็จ " นนท์เป่าปากหลังจากถอนจิตออกมากจิตทัศนะโอสถ 


    " ใช้เวลาราวๆแปดสิบชั่วยามในค่ายกลเร่งเวลา " นนท์พึมพำ แล้วออกจากเจดีย์แปดเหลี่ยมเพื่อไปดูห้าภรรยา


    " เวลาผ่านไปนิดเดียวคงยังไม่ถึงไหน " สายตามองกวาดไปที่ภรรยาทั้งห้า


    " โอ้ ปิดตนหยั่งรู้ได้แล้วรึ " นนท์เดินสำรวจรอบห้าภรรยา แล้วจึงกางค่ายกลปิดกั้นเสียง


    " เริ่มหลอมโอสถของจริงดีกว่า " นนท์หาที่นั่งแล้วกางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า สะบัดมือเรียกหม้อหลอมโอสถธรรมดาออกมา พร้อมสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถทะลวงนภา 


    " เริ่ม " นนท์เริ่มทำการคัดแยกสมุนไพรต่างๆ ทำตามกระบวนการหลอมโอสถจนแล้วเสร็จ


    " ฟึ๊บ " กลุ่มควันสีดำลอยออกจากหม้อโอสถ


    " ครั้งแรกย่อมผิดพลาดเสมอ " จากนั้นนนท์จึงเริ่มหลอมโอสถอีกครั้ง


    " ฟึ๊บ " เสียงที่น่าผิดหวังยังคงดังอยู่เรื่อยๆ


    " ติ๊ง " เสียงใสกังวาลดังลอยออกมา พร้อมกลิ่นหอมของสมุนไพร


    " ฮ่าๆๆ ได้ซะที เสียสมุนไพรไปเจ็ดชุด หากต้องใช้เงินซื้อมีหวังต้องขายทุกอย่างที่มีแน่ " นนท์ตรวดูโอสถทะลวงนภา


    " โอสถระดับแปดความบริสุทธิ์แปดส่วน " นนท์พยักหน้า จากนั้นจึงเรียกหม้อหลอมโอสถหงษ์มังกรออกมา แล้วโยนสมุนไพรที่เหลือลงไปในหม้อหลอมโอสถหงษ์มังกร ส่งเปลวไฟเพื่อทำการหลอมโอสถทะลวงนภาจากสมุนไพรที่เหลือ


    " ติ๊ง " โอสถทะลวงนภายี่สิบเม็ดลอยออกมาจากหม้อหลอมโอสถหงษ์มังกร 


    " โอสถทะลวงนภาโอสถระดับเก้าความบริสุทธิ์เต็มสิบ " โอสถทะลวงนภาสีฟ้าสุกใสส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรโชยออกมา ลมปรานของนนท์เริ่มปั่นป่วน 


    " ของดี " ว่าแล้วจึงรีบเก็บไว้ในขวดหยกทันที เมื่อจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จนนท์จึงเริ่มทำการหลอมโอสถปรานปฐพีเพื่อเตรียมสำหรับการทดสอบเลื่อนขั้นอาจารย์โอสถ เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จนนท์จึงออกจากเจดีย์แปดเหลื่ยมเพื่อไปที่หอโอสถ


    นนท์เดินไปตามถนนเพื่อไปที่หอโอสถ " เป็นมัน " เสียงหนึ่งลอยออกมา พร้อมทั้งกลุ่มคนมากมายกรูเข้ามาที่นนท์


    " จับมันเพื่อไปรับโทษที่ตระกูล แล้วออกค้นหาภรรยาทั้งห้าของมันเพื่อเอาไปเป็นนางบำเรอของนายน้อย " เสียงของชายชราหัวหน้ากลุ่มดังขึ้น


    " พวกเจ้าจะจับข้า เจ้ามิรู้รึว่าเมืองหลวงห้ามวิวาท " นนท์แสยะยิ้ม 


    " อย่าไปฟังมัน " เหล่าลิ่วล้อทั้งหลายต่างกระโจนเข้าใส่นนท์


    " ตูม " นนท์ปล่อยคลื่นพลังออกจากตัว 


    " อ้าก " เสียงร้องของบรรดาลิ่วล้อทั้งหลายระงมขึ้นพร้อมกับร่างที่ปลิวออกไป


    " ช่างกล้า " ชายชราหัวหน้ากลุ่มแทงหอกมาที่นนท์ 


    " ฟิ้ว " เสียงคมหอกกรีดอากาศ หอกแหลมพุ่งเข้าสู่หน้าอกของนนท์ นนท์เบี่ยงตัวหลบออกข้าง พร้อมฟาดฝ่ามือสวนกลับ


    " อั่ก " ชายชราหัวหน้ากลุ่มโดนฝ่ามือของนนท์เข้าที่หน้าอก ซวนเซถอยไปหลายก้าว


    " ถุด " ชายชราบ้วนเลือดทิ้ง 


    " หยุด " เสียงของทหารลาดตระเวณเมืองดังขึ้น 


    " พวกเจ้ามิรู้กฎรึ " นายกองร้องถาม


    " ท่านนายกอง พวกเรามิได้ทำการวิวาท เพียงแค่ทำการทักทายกันตามประสาของสหายเท่านั้น " นนท์ตีหน้าระรื่น ขณะที่ชายชราหัวหน้ากลุ่มหน้าตาบูดเบี้ยว 


    " ตูม " เสียงดังสนั่นที่ภูเขาทางทิศเหนือของเมืองหลวง 


    " เสียงอะไร รีบไปดูเร็ว " กลุ่มคนมากมายต่างพุ่งไปที่ต้นเสียง นนท์หยิบหยกสื่อสาร


    " พี่ชิง ท่านจะไปดูที่ภูเขาทางทิศเหนือรึไม่ " นนท์ส่งเสียงถามเอี้ยชิง


    " พี่นนท์ ข้าไปแน่ แล้วเวลานี้ท่านอยู่ที่ใด " เมื่อทั้งสองนัดแนะกันเสร็จนนท์เดินเข้าไปที่ตรอก พร้อมกับหายตัวเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม


    " มันไปอยู่ที่ใด " 


    " ข้าเห็นมันเข้ามาในตรอกนี้ "


    " หามันให้เจอ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าทุกคนลำบากแน่ " เสียงของชายชราหัวหน้ากลุ่มสั่งการลิ่วล้อทั้งหลาย


    นนท์เดินไปดูห้าภรรยาที่ห้องฝึก " ไม่รู้ว่าจะออกจากการปิดตนเมื่อไร คงต้องไปที่ภูเขาคนเดียว " นนท์ชักนำจิตไปที่ภูเขาทางทิศเหนือ เจดีย์แปดเหลี่ยมเคลื่อนที่เพียงพริบตามาถึงตีนเขานนท์ หาที่ปลอดผู้คนแล้วจึงออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม


    " เจ้าหนุ่ม อย่าเข้าไปข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของมาร " จิตทัศนะกล่าวเตือน นนท์คิดถึงเจียงต้าเฉินขึ้นมาทันที


    " ผู้อาวุโส นี่ใช่มารตนเดียวกับเจียงต้าเฉินรึไม่ " นนท์สงสัยว่าจะเป็นมารตนเดียวกัน


    " ใช่ เป็นมารตนเดียวกันกับเจ้าหนุ่มคนที่ถูกเจ้าสังหาร " จิตทัศนะตอบ


    " ผู้อาวุโส ท่านจำที่ข้าไล่ล่าเจียงต้าเฉินมาถึงภูเขาเวลานั้นได้รึไม่ " นนท์เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว


    " มันเป็นภูเขาลูกเดียวกันที่ถูกผนึกไว้ แล้วตอนนี้ภูเขาถูกคลายผนึกแล้ว " จิตทัศนะกล่าว


    " พี่ชิง ท่านอยู่ที่ใด " นนท์ส่งเสียงผ่านหยกสื่อสารหาเอี้ยชิง


    " พี่นนท์ ข้าและน้องสาวของข้าใกล้ถึงภูเขาแล้ว " เอี้ยชิงส่งเสียงกลับมา


    " พี่ชิงหยุดที่ตรงนั้นแล้วรอข้าไปหา อย่าได้ไปไหน " นนท์สั่งให้เอี้ยชิงรอ 


    " เหตุใด " เอี้ยชิงสงสัย


    " แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง " นนท์เร่งเดินทางไปหาเอี้ยชิง


    " พี่นนท์ " เสียงเอี้ยชิงร้องทัก


    " พี่ชิง ข้าว่าเรื่องนี้มันแปลกมาก เราหาที่คุยกันดีกว่า " นนท์กล่าว


    " พี่นนท์ นี่น้องสาวข้า เอี้ยอวี้หลิง " นนท์ถึงกับตะลึงในความงดงานของเอี้ยอวี้หลิง ใบหน้าเรียว จมูกเชิดรั้นเล็กน้อย ดวงตากลมโต ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนๆ 


    " งดงาม ไม่แพ้ห้าภรรยาเลย " นนท์ได้แต่นึกในใจ


    " พี่นนท์ ๆ " เอี้ยชิงปลุกนนท์ให้ตื่นจากภวังค์


    " แหะๆ ช่างน่าอายจริง ต้องขออภัยแม่นางเอี้ย " นนท์พูดยังไม่จบ


    " พี่นนท์ ท่านมีห้าภรรยายังมิพออีกรึ นี่น้องสาวของข้าท่านก็จะ " เอี้ยชิงเริ่มแซวนนท์


    " พี่ชิง การได้พบเจอแม่นางเอี้ยนั้นถือว่าเป็นวาสนาของข้า พอๆๆ ข้าว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า " ทั้งสามหาที่นั่งเพื่อพูดคุย


    " พี่ชิง ที่ข้ามิให้ท่านเข้าไปในภูเขานั่น เพราะข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของมาร " นนท์บอก


    " มารรึ " เอี้ยชิงสงสัย นนท์จึงเล่าเรื่องของเจียงต้าเฉินให้ฟัง


    " เป็นเช่นนี้ " เอี้ยชิงพยักหน้า


    " คุณชายโจวแล้วเราจะทำเช่นไร " เสียงหวานของเอี้ยอวี้หลิง


    " แม่นางเอี้ย อย่าได้กังวลข้ามีวิธีรับมือ แต่ข้าว่าเวลานี้พวกเราควรออกไปจากที่นี่ก่อน " นนท์ชวนเอี้ยชิงออกจากเขตมาร


    " ผู้คนเริ่มมากันเยอะมากขึ้น เรารีบไปเถอะ " นนท์เร่ง


    ความมืดเริ่มเข้าครอบคลุม กลิ่นอายของมารร้ายแผ่กระจายออกมาจากภูเขา


    " อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญของผู้คนที่ถูกหมอกสีดำเข้าครอบงำ หมอกสีดำแทรกซึมเข้าไปในร่างของผู้คน แปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด 


    " อ่าห์ " เสียงครางทุ้มต่ำของผู้คนที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายจากหมอกสีดำ


    " ไม่ " 


    " อย่า " เสียงตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังวิ่งหนีเอาตัวรอด


    " นั่นมันอะไร " เอี้ยชิงสงสัย ร่างของผู้คนที่พุ่งมาทางตนอย่างรวดเร็ว


    " นั่นมันคนที่ถูกหมอกสีดำกลืนกินแล้ว พี่ชิงพาน้องหลิงหนีไปก่อนข้าจะถ่วงไว้ รีบไป " นนท์นั้นแกล้งเป็นพระเอกต่อหน้าสาวงาม


    " พี่นนท์ข้าทิ้งท่านมิได้ " เอี้ยชิงขึงขัง


    " หากตายกันหมดจะเป็นเช่นไร ใครจะไปบอกภรรยาของข้าว่าข้าตายอย่างไร รีบไปเร็ว " นนท์ออกคำสั่งอย่างจริงจัง เอี้ยชิงจึงพาเอี้ยอวี้หลิงเร่งจากไป


    " พี่นนท์ ท่านระวังตัวด้วย " เสียงหวานร้องบอกนนท์ นนท์หันมายิ้มให้เป็นรอยยิ้มอันอบอุ่นที่นนท์ตั้งใจส่งให้เอี้ยอวี้หลิง เพื่อหวังว่ารอยยิ้มนี้จะประทับลงในใจของเอี้ยอวี้หลิง


    " พวกเจ้าทุกตัว ตาย " เสียงตะโกนลั่นของนนท์ทำเอาเอี้ยอวี้หลิงน้ำตาซึม


    เมื่อเอี้ยชิงจากไป นนท์จึงใช้กฎเกณฑ์แห่งดวงดาราผสานฝ่ามือสยบมาร จัดการผู้ฝึกตนที่กลายเป็นมาร


    " หึ เป็นเจ้าเองที่สังหารเจ้าหนูนั่น " ร่างเงาสีดำปรากฎเบื้องหน้านนท์ ร่างที่หมองคล้ำ แผดกลิ่นอายแห่งความมืดมิดและชั่วร้ายออกมา


    " เป็นเจ้าที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด " นนท์ไม่รอช้า เปิดใช้กฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลผสานฝ่ามือสยบมาร ท้องฟ้ามืดครึ้มลงทันใดปรากฎดวงดาราน้อยใหญ่เปล่งประกายระยิบระยับ แสงสีทองสาดส่องออกมาเข้าครอบคลุมร่างมาร แรงกดดันแห่งจักรวาลกดตรึงร่างมารไว้ ฝ่ามือยักษ์สีทองลอยลงมาจากฟากฟ้าแปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรทอง พุ่งเข้าใส่ร่างมารในชุดสีดำ


    ร่างมารใช้ฝ่ามือยักษ์สีดำผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า ห้วงมิติพลันบิดเบี้ยว ปฐพีสั่นสะท้าน กลิ่ยอายมารร้ายแผ่ขจายออก ต้นไม้แห้งเหี่ยวเฉาตายในบัดดล ฝ่ามือยักษ์สีดำเข้าปะทะกับมังกรทองสยบมาร


    " ตูม " เสียงดังสะนั่นลั่นเขา 


    " อั่ก " ร่างของนนท์และมารร้ายต่างลอยไปตามแรงปะทะ นนท์หยัดกายลุกขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก พร้อมเหวี่ยงหมัดแปดอัสนีผสานกฎเกณฑ์มังกรทองและผสานกับฝ่ามือสยบมาร 


    " เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ  ๆ " เสียงกัมปนาทของอัสนีดังสนั่น อัสนีแปดสายพวยพุ่งออกจากหมัดของนนท์กลับกลายเป็นอัสนีร่างมังกรทองม่วงแปดตน พุ่งเข้าใส่ร่างมารที่ยืนโซเซเพราะฝ่ามือสยบมาร 


    " ตูม เปรี้ยะ " อัสนีร่างมังกรม่วงเจ็ดสายเข้าปะทะกับฝ่ามือมารผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า 


    " อ้าก " ร่างมารร้ายถูกอัสนีร่างมังกรทองม่วงหนึ่งสายทะลวงหน้าอกจนทะลุ ลอยไปนับสิบลี้ นนท์ทะยานร่างตามไป พร้อมลอยขึ้นฟ้า ปลดปล่อยกายามังกรเงินพลังของนนท์พุ่งขึ้นเกินขีดจำกัด ฟาดฝ่ามือสยบมารผสานกฎเกณฑ์แห่งจักรวาล ฝ่ามือยักษ์สีทองขนาดสิบจั้งลอยลงมา


    " ตูม " เสียงดังสนั่น 


    " อ้าก " มารร้ายร้องโหยหวล 


    " เจ้ามนุษย์สาระเลว ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้า " กล่าวเสร็จร่างมารร้ายกลายเป็นกลุ่มหมอกสีดำลอยจากไปด้วยความเร็วสูง 


    นนท์ลอยตัวอยู่เบื้องบน มองลงมายังพื้นที่มีรอยฝ่ามือนาดสิบจั้ง ป่าเขาบริเวณที่ต่อสู้ราบพนาสูญ


    " เป็นเขาที่ล้างสำนักดาบโลหิต " เสียงหนึ่งดังขึ้น


    " ผู้อาวุโส เหจุใดจึงสังหารมารร้ายตนนี้มิได้ " นนท์สงสัยเพราะว่าการโจมตีแต่ละครั้งนั้น ใช้ออกด้วยพลังขั้นสูงสุด


    " เจ้าหนุ่ม อย่างแรกเจ้าอย่าลืมว่าเจ้าสู้ข้ามขั้นถึงสามขั้นใหญ่ อย่างที่สองพลังของมารนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์และเจ้ายังสู้ข้ามขั้นถึงสามขั้นจึงมิอาจสังหารมารร้ายตนนั้นได้ แต่หากขั้นฝึกตนเท่ากันจะถูกเจ้าสังหารตั้งแต่ฝ่ามือแรกแล้ว " นนท์พยักหน้า แล้วเหาะลอยออกจากเขาอย่างรวดเร็ว












    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน