PAEPA LAI 2 : าแก๊งแห่งไชยา
แก๊งปาลิไลยก์ที่ฟิวสร้างขึ้นมากับเพื่อนของเขามอส และนาย เป็แก๊งที่เริ่มต้นจากความท้าทายและความเสี่ยงในเมืองไชยาการที่ฟิวได้รับฉายาว่า "แป๊ะปาไลยก์"และเพื่อนของเขาได้รับฉายาว่า "ม้าขาว" และ "นายน้อย"แสดงถึงความแข็งแกร่งและความเป็อันหนึ่งอันเดียวกันของพวกเขาแก๊งนี้ไม่ได้เริ่มต้นได้อย่างง่ายดาย พวกเขาต้องเผชิญกับการรังควานจากแก๊งหรุมของบิ๊กป้อมซึ่งเป็แก๊งที่มีอำนาจมากในพื้นที่
ฟิวต้องเผชิญกับการท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจที่จะเจรจาและประลองกับบิ๊กป้อมโดยตรงและจากชัยชนะครั้งนั้นบิ๊กป้อมยอมรับในตัวฟิวและให้เขาได้อาณาเขตส่วนหนึ่งมาทำให้แก๊งปาลิไลยก์สามารถก่อตั้งขึ้นมาได้จริงแต่ความสงบสุขที่ได้รับนั้นไม่ยืนยาว แก๊งฮาคิซึ่งเป็แก๊งคู่อริของแก๊งหรุมได้เข้ามาโจมตีและยึดครองอาณาเขตของแก๊งหรุมที่ล้อมรอบแก๊งปาลิไลยก์

สิ่งที่ฟิวไม่เข้าใจก็คือเหตุใดบิ๊กป้อมถึงไม่ตอบโต้อะไรเลย และเหตุใดเขาจึงไม่ส่งคนมาทวงคืนอาณาเขตฟิวเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แก๊งฮาคิที่เข้ามารุกรานเป็แก๊งที่ไม่มีจรรยาบรรณและไร้ศักดิ์ศรี พวกเขาก่อคดีอาชญากรรมต่างๆ เช่นการปล้น การฆ่า และการข่มขืนพวกเขามีกำลังมากพอที่จะทำลายแก๊งปาลิไลยก์ภายในเวลาอันสั้น แต่พวกเขาไม่ทำเพราะพวกเขาเห็นว่าแก๊งปาลิไลยก์เป็แค่แก๊งหน้าใหม่ที่ไร้น้ำยาและหยามเหยียดพวกเขาอย่างเปิดเผย
นี่เป็จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การปะทะที่รุนแรงยิ่งขึ้นฟิวและเพื่อน ๆ ของเขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่อีกครั้งไม่เพียงแต่จากศัตรูภายนอก แต่ยังจากความกดดันภายในใจของพวกเขาเอง
ในห้องที่มีกลิ่นควันกัญชาลอยอบอวลแป๊ะปาไลยก์นั่งพิงโซฟา ดูดกัญชาอย่างผ่อนคลาย แต่ทันใดนั้น เสียงของนายก็ดังขึ้นทำลายความสงบชั่วคราว
นาย “แป๊ะไอพวกฮาคิมันมาก่อเื่ในถิ่นเราอีกแล้ว”
แป๊ะปาไลยก์หันมามองนายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลแม้มือของเขาจะยังคงถือกัญชาอยู่ แต่ใจของเขาก็เริ่มตื่นตัวขึ้นทันที
แป๊ะปาไลยก์“แม่งเอ้ย มีใครเป็อะไรไหม”
นายส่ายหัวพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงความไม่พอใจ
นาย “ไม่มีพวกมันแค่มาพ่นสีแถวนี้”
มอสที่ยืนอยู่ข้างๆพลางมองไปที่แป๊ะปาไลยก์ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเหนื่อยหน่าย
มอส “ปล่อยๆไปเถอะ ถ้ามีเื่จริงเราสู้ไม่ได้หรอก”
คำพูดของมอสทำให้นายยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาต้องยอมปล่อยให้แก๊งฮาคิทำตามใจแบบนี้
นาย “ทำไมบิ๊กป้อมไม่มาเอาอาณาเขตของเขาคืนสักทีนานแล้วนะ กูละเบื่อพวกฮาคิจริงๆ”
มอสพยักหน้าเห็นด้วยสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเครียดที่สะสมอยู่ในใจ
มอส “กูก็เบื่อที่โดนพวกมันหยามแล้ว”
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัดแม้ว่าแก๊งปาลิไลยก์จะยังไม่ได้เผชิญหน้ากับแก๊งฮาคิอย่างเต็มรูปแบบแต่ความตึงเครียดก็เริ่มสะสมในใจของทุกคนการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้และแป๊ะปาไลยก์รู้ดีว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่เช่นนั้นสิ่งที่พวกเขาสร้างมาทั้งหมดอาจพังทลายลงในพริบตา
แป๊ะปาไลยก์ “งั้นเราไปหาบิ๊กป้อมกันจะลองไปถามเขาดู”
เมื่อแป๊ะปาไลยก์ตัดสินใจที่จะหาคำตอบพวกเขา—แป๊ะ นายและมอส—เดินทางไปยังแก๊งหรุมที่เคยเป็ศูนย์กลางของอำนาจในเมืองไชยาที่นั่นเคยคึกคักและเต็มไปด้วยลูกน้องของบิ๊กป้อม แต่วันนี้บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปที่ที่เคยเต็มไปด้วยคนของแก๊ง ตอนนี้กลับแทบจะไม่มีใครอยู่เลยความเงียบงันแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าหวาดกลัว
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงบ้านของบิ๊กป้อมสิ่งแรกที่เห็นคือบิ๊กป้อมนั่งอยู่กับภรรยาของเขาที่กำลังตั้งท้องบิ๊กป้อมมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาเ็าเหมือนคนที่เคยผ่านเื่ราวมากมายมาแล้ว
บิ๊กป้อม “ไงพวกมึง มานี้มีอะไร แก๊งปาลิไลยก์ไปถึงไหนแล้ว”
แป๊ะปาไลยก์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยแต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้
แป๊ะปาไลยก์“ก็เรื่อยๆ นั่นแหละ”
บิ๊กป้อมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
บิ๊กป้อม “งั้นเหรอ”
แป๊ะปาไลยก์ที่ยังไม่สบายใจถามต่อด้วยความสงสัยที่อยู่ในใจมานาน
แป๊ะปาไลยก์“ขอถามอะไรหน่อย ทำไมถึงปล่อยให้พวกฮาคิยึดอาณาเขตไปง่ายๆ แบบนั้น”
บิ๊กป้อมหันมามองแป๊ะปาไลยก์ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและเบื่อหน่าย
บิ๊กป้อม “กูแค่เบื่อแล้วนะ กับการมาเล่นแบบนี้”
คำพูดของบิ๊กป้อมทำให้ทั้งแป๊ะ นายและมอสตกตะลึงพวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าชายที่เคยเป็หัวหน้าแก๊งที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆจะพูดออกมาด้วยความสิ้นหวังเช่นนี้บิ๊กป้อมดูเหมือนจะหมดแรงและหมดไฟในการสู้รบกับแก๊งอื่นๆและนี่อาจจะเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ตอบโต้แก๊งฮาคิที่เข้ามายึดครองอาณาเขตของเขา
มอสยืนจ้องบิ๊กป้อมด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินความเป็ผู้นำที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ของบิ๊กป้อมที่เขาเคยรู้จักดูเหมือนจะหายไปจนหมดสิ้น
มอส “อะไรของมึงวะนี่เหรอบิ๊กป้อมที่กูรู้จัก”
บิ๊กป้อมหันมามองมอสด้วยสายตาที่เหนื่อยล้าแต่ยังคงความนิ่งและสงบไว้
บิ๊กป้อม “ก็กูนี้แหละ ก็อย่างที่พวกมึงเห็น กูเบื่อแล้ว กูอยากมาใช้ชีวิตธรรมดาสงบๆหรุมนะมันจบแล้ว ฉันให้ทุกคนแยกย้ายไปแล้ว”
คำพูดของบิ๊กป้อมทำให้ห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะนายที่ไม่สามารถยอมรับการถูกหยามเหยียดจากแก๊งฮาคิได้เริ่มพูดขึ้นด้วยความโกรธ
นาย “พวกฮาคิมันหยามพวกเรานะป๋ารวมทั้งหยามป๋าด้วยที่บุกอาณาเขตหรุมของป๋า”
บิ๊กป้อมเพียงแต่ยิ้มบางๆและตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
บิ๊กป้อม “ก็ปล่อยให้พวกมันหยามกูไปสิ พวกมึงเองก็ควรเลิกแล้วยอมแพ้ไปนะกูได้ข่าวว่าพวกแก๊งฮาคิร่วมมือกับพวกแก๊งสองบิ้งหวังจะทำลายแก๊งหรุมของกู กูพึ่งได้ยินมาเมื่อไม่นานนี้เองกูก็ว่าจะปล่อยๆให้พวกมันยึดไป ไม่ต้องมีคนต้องตายด้วย กูพอแล้วละกับวงการแก๊ง”
นายยืนตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเื่การร่วมมือระหว่างแก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งความคิดของเขาวิ่งวนไปมา เมื่อเขานึกถึงอดีตที่ทั้งสองแก๊งเคยเป็คู่อริกันมาตลอด
นาย “พวกฮาคิกับสองบิ้งอะนะร่วมมือกันพวกมันเคยเป็คู่อริกันนิ เพื่อที่จะทำลายหรุมถึงกับยอมร่วมมือกัน”
มอสที่ยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
มอส “อย่าพูดบ้าๆน่า คิดจะเลิกก็เลิก พอก็พอ งั้นเหรอ กว่ามึงจะสร้างหรุมขึ้นมาได้ จำได้ไหมกูกับมึงและอีกหลายๆ คน ที่พวกเราอุตส่าห์พยายามกันมา”
บิ๊กป้อมถอนหายใจเล็กน้อยและหันไปมองมอสด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงบ
บิ๊กป้อม “แต่พวกมึงก็ทรยศกูแยกแก๊งออกไปนิ กูก็ไม่ได้คิดมากอะไร พอคือพอแก๊งหรุมมันจบแล้ว”
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบหลังจากคำพูดของบิ๊กป้อมแป๊ะปาไลยก์รู้สึกว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรต่อไปเขาเริ่มตระหนักว่าบิ๊กป้อมได้ตัดสินใจแล้วและไม่มีอะไรที่พวกเขาจะทำได้เพื่อเปลี่ยนความคิดของเขา
แป๊ะปาไลยก์“โอเค เข้าใจแล้ว งั้นพวกเรากลับก่อนนะ”
แป๊ะ นายและมอสหันหลังกลับออกจากบ้านของบิ๊กป้อม บรรยากาศเงียบงันและอึดอัดเมื่อพวกเขาออกมาสู่โลกภายนอกเสียงลมที่พัดผ่านทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเหงาและความไม่แน่นอนในอนาคต
การเดินทางครั้งนี้ทำให้แป๊ะปาไลยก์และพวกพ้องเข้าใจว่าพวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเองโดยไม่มีความช่วยเหลือจากบิ๊กป้อมการต่อสู้กับแก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งจะเป็การทดสอบความแข็งแกร่งและความกล้าหาญของพวกเขาอย่างแท้จริง
เมื่อแป๊ะปาไลยก์ มอส และนายเดินทางกลับมาถึงอาณาเขตของแก๊งปาลิไลยก์ พวกเขาพบกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นคนจากแก๊งฮาคิได้เข้ามารุกล้ำพื้นที่ของพวกเขาและทำร้ายลูกน้องในแก๊งจนาเ็เล็กน้อยพอพวกแป๊ะมาถึง พวกมันก็รีบขึ้นรถหนีไปทันที ทิ้งไว้เพียงความโกรธและความขุ่นเคืองในใจของทุกคน
นาย เดือดดาลจนแทบจะะเิออกมาเขาะโใส่กลุ่มแก๊งฮาคิที่หนีไปไกลแล้ว
นาย “ไอพวกเหี้ยนี้แน่จริงก็อย่าหนีดิไอสัส”
ลูกน้องคนหนึ่งในแก๊งปาลิไลยก์ที่ได้รับาเ็เล็กน้อยยืนขึ้นมาพูดกับแป๊ะด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
ลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์ A“พวกมันมาทำแบบนี้บ่อยแล้วนะ เหมือนมาแหย่พวกเราเล่น เราควรทำอะไรสักอย่างนะ”
เสียงสนับสนุนจากลูกน้องคนอื่นๆ ดังขึ้น
ลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์ B,C, D “ใช่ๆ”
นายที่ยังคงโกรธไม่หายเสนอทางแก้ปัญหาด้วยการตัดสินใจที่รุนแรง
นาย “งั้นเราต้องบุกพวกมันคืนแล้ว”
แต่ในทันที มอสที่มีสมญานามว่า"ม้าขาว" ก็เข้ามาห้าม
มอส “ไม่ได้นะถ้าเกิดการปะทะกันจริงๆ เราไม่ไหวหรอก”
ลูกน้องอีกคนที่ได้รับาเ็เช่นกันตอบกลับมาด้วยความไม่พอใจ
ลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์ B“แล้วจะอยู่เฉยๆ ให้พวกมันมาหยามนะเหรอ”
แป๊ะปาไลยก์ที่ยังคงรักษาความสงบในใจหันไปมองทุกคนด้วยสายตาที่นิ่งและมั่นคงเขารู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ต้องใช้สติปัญญา ไม่ใช่ความรุนแรง
แป๊ะปาไลยก์“ใจเย็นก่อน ก็ตามที่ม้าขาวบอก เราสู้พวกมันไม่ไหวหรอกพวกมันมีคนและอาวุธเยอะกว่าเราหลายเท่า ทุกคนใจเย็นก่อน”
บรรยากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อยหลังจากคำพูดของแป๊ะปาไลยก์แต่ความโกรธและความกลัวที่มีอยู่ในใจของทุกคนยังคงหลงเหลืออยู่
นายที่ยังคงเดือดดาลกับสิ่งที่เกิดขึ้นสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ
นาย “จะปล่อยไว้แบบนี้อะนะ”
แป๊ะปาไลยก์หันมามองนายด้วยสายตาที่แสดงถึงความแน่วแน่และสงบ
แป๊ะ “ฉันจะลองไปคุยกับหัวหน้าพวกมันดู”
มอสที่ยืนอยู่ข้างแป๊ะรีบเสนอตัว
มอส “กูจะไปด้วย”
นายที่ไม่้าพลาดจากการเจรจาครั้งนี้ก็เข้ามาร่วมด้วยทันที
นาย “กูไปด้วย”
เหล่าลูกน้องที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างยกมือขึ้นและเสนอตัวเองด้วยความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนหัวหน้า
ลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์“ผมด้วย ฉันด้วย พวกเราไปด้วย”
แป๊ะปาไลยก์มองไปที่ลูกน้องทั้งหมดก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อให้ทุกคนหยุดและฟังเขา
แป๊ะ “เดี๋ยวๆฟังก่อน นี้ฉันไปเจรจานะ ไม่ได้ไปหาเื่ ให้ม้าขาวและนายน้อยไปกับฉันพอ”
เสียงในห้องเงียบลงเมื่อแป๊ะปาไลยก์กล่าวจบทุกคนรับฟังคำสั่งของเขาด้วยความเคารพ การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่ายและแป๊ะปาไลยก์รู้ดีว่าการนำคนไปมากเกินไปอาจจะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นเขา้าเพียงเพื่อนสนิทสองคนที่เขาไว้ใจที่สุด—มอสและนาย—เพื่อไปกับเขาในการเผชิญหน้าครั้งนี้
แป๊ะ มอสและนายเดินทางไปยังถิ่นของแก๊งฮาคิ สถานที่ที่เต็มไปด้วยความอันตรายและความมืดมนอาคารแถวคู่ที่ทรุดโทรมและสกปรกถูกปกคลุมด้วยเงามืดพวกเขาเดินเข้าไปในเขตที่เต็มไปด้วยสมาชิกของแก๊งฮาคิหลายคนมองพวกเขาด้วยสายตาไม่เป็มิตร และมีสก็อยที่กำลังเสพยาเสพติดอย่างไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง
เมื่อพวกเขาเดินผ่านกลุ่มคนของแก๊งฮาคิบางคนออกมาแสดงท่าทีท้าทายบางคนทำท่าทางหยาบคายและพูดจาหยาบคายใส่พวกเขา นายที่ไม่สามารถควบคุมความโกรธได้เริ่มกำหมัดแน่นเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้แต่แป๊ะปาไลยก์กลับหยุดเขาไว้ด้วยการะโออกไปเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจ
แป๊ะ “กู้าคุยกับหัวหน้าพวกมึง”
ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็เข้ามาครอบคลุมพวกแก๊งฮาคิที่เคยส่งเสียงหัวเราะและเยาะเย้ยกลับเงียบลงทันที แต่ก็ยังมีคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหน้าถุยน้ำลายลงพื้นด้วยท่าทางหยามหยัน นายที่เห็นท่าทีไม่พอใจนี้วิ่งเข้าไปถีบมันจนล้มลงกับพื้นในทันที ทำให้สถานการณ์ร้อนแรงขึ้นในพริบตา
เสียงอาวุธถูกหยิบขึ้นมาสมาชิกของแก๊งฮาคิต่างหยิบมีดและปืนขึ้นมาเล็งไปที่พวกแป๊ะ มอส และนายสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจนดูเหมือนจะเกิดการปะทะ แต่ในจังหวะนั้นเสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ
บอส ฮาคิ“ใจกล้าดีนิที่กล้ามาหาเื่ถึงจุดรวมพลของพวกเรา”
แป๊ะปาไลยก์มองไปที่ชายคนนั้น ซึ่งคือ บอสหัวหน้าแก๊งฮาคิ ชายผู้ที่ทั้งเ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยอำนาจ
แป๊ะ “ออกมาได้สักทีนะบอส ฮาคิ ฉันอยากเจรจากับนาย”
บอส ฮาคิ ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งการ
บอส ฮาคิ “เด็กๆ วางลดอาวุธลงก่อน”
พวกแก๊งฮาคิที่ถืออาวุธอยู่เริ่มวางมือและลดอาวุธลงตามคำสั่งของหัวหน้าพวกเขาบรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ทำให้การเจรจาครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายเลยสำหรับแป๊ะ มอส และนาย
เมื่อพวกแก๊งฮาคิวางอาวุธลงบรรยากาศก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่ความตึงเครียดก็ยังคงปกคลุมอยู่ บอสฮาคิเดินเข้ามาใกล้และถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการท้าทาย
บอส ฮาคิ “เจรจาเหรอ เื่อะไรเหรอ”
แป๊ะปาไลยก์สูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบกลับอย่างสงบแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง
แป๊ะ “เื่ลูกน้องนายอย่าให้พวกเขามายุ่งกับแก๊งปาลิไลยก์ของเรา”
บอส ฮาคิหัวเราะเบาๆ อย่างเยาะเย้ย
บอส ฮาคิ “แก๊งอะไรนะ ปลาไหลเหรอ อ่อ ไอแก๊งกระโปกแถวนั้นนี้เอง”
คำพูดที่หยามเหยียดนี้ทำให้นายที่ยืนอยู่ข้างแป๊ะไม่อาจทนได้เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่แป๊ะรีบตบไหล่นายเพื่อเตือนให้เขาใจเย็นไว้
แป๊ะ “นายอยากจะยึดอาณาเขตแก๊งหรุมก็ยึดไปแต่อย่ามายุ่งกับพวกเรา”
บอสฮาคิหันมามองแป๊ะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูิ่
บอส ฮาคิ “ก็ไม่ได้สนใจอะไรแก๊งเล็กๆของนายหรอกนะ ส่วนที่ลูกน้องกูไปทำอะไรคนของนายฉันก็ไม่ได้สั่งนิ”
แป๊ะที่ยังคงรักษาความสงบตอบกลับอย่างเด็ดขาด
แป๊ะ “ก็สั่งให้พวกมันอย่ามายุ่งกับพวกเราสิ”
บอสฮาคิหรี่ตามองแป๊ะก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ยและเต็มไปด้วยความท้าทาย
บอส ฮาคิ “แล้วมึงเป็ใครมาสั่งกูวะ นายคือแป๊ะปลาไหลงั้นเหรอแก๊งกระโปกแบบนั้นของมึงมันไม่ควรจะมีอยู่ด้วยซ้ำ”
เมื่อแป๊ะปาไลยก์ได้ยินคำพูดที่หยามเหยียดจากบอสฮาคิ เขาเพียงตอบกลับด้วยเสียงที่นิ่งและเยือกเย็น
แป๊ะ “งั้นเหรอ”
บอสฮาคิยิ้มอย่างเยาะเย้ยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการดูถูก
บอส ฮาคิ “นายไม่มีอำนาจมากพอจะเจรจาด้วยซ้ำแก๊งเด็กน้อยของพวกมึงกูจะทำลายทิ้งตอนไหนก็ได้ แต่จะเก็บไว้ดูเล่นก็แล้วกันบางทีเบื่อๆ อาจเข้าไปเล่นด้วยนิดหน่อย”
คำพูดนี้ทำให้ความอดทนของแป๊ะปาไลยก์สิ้นสุดลงเขาเดินตรงเข้าไปหาบอส ฮาคิ หวังจะต่อยเข้าเต็มแรง
แป๊ะ “อย่าให้มันมากไป”
แต่ทันใดนั้นลูกน้องของแก๊งฮาคิก็พุ่งตัวขึ้นมาพร้อมกับเล็งอาวุธใส่แป๊ะ ทำให้เขาต้องหยุดลงแม้ความโกรธจะเต็มอยู่ในใจ แต่แป๊ะรู้ดีว่าสถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การนองเืถ้าเขาไม่ยั้งมือไว้
บอส ฮาคิยืนมองแป๊ะด้วยความเย้ยหยันแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยันยิ่งกว่าเดิม
บอส ฮาคิ “พวกมึงกล้าเข้ามาในถิ่นกู แต่กูจะปล่อยพวกมึงไปก็แล้วกันถือว่าทำบุญทำทาน”
แป๊ะ มอส และนายไม่มีทางเลือกพวกเขาต้องกล้ำกลืนความโกรธและความอับอาย ก่อนที่จะเดินกลับออกจากถิ่นของแก๊งฮาคิความโกรธแค้นคุกรุ่นในใจทุกคน พวกเขาถูกหยามเกียรติและโดนดูถูกแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพวกเขาอยู่ในดินแดนของศัตรู
การเดินทางกลับครั้งนี้เต็มไปด้วยความเงียบงันแต่ภายในใจของแป๊ะปาไลยก์ความตั้งใจในการแก้แค้นและการปกป้องอาณาเขตของพวกเขากลับเพิ่มพูนขึ้นพวกเขารู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่รุนแรงกว่านี้ที่กำลังจะมาถึง
หลังจากที่กลับมาจากการเจรจาไม่เป็ผลกับบอสฮาคิ นายที่ยังคงอารมณ์เดือดดาลไม่หาย ได้ระบายความโกรธออกมา
นาย “โถ่เว้ยอยากจะกระทืบพวกเหี้ยนั้นชิบ”
แป๊ะปาไลยก์พยายามปลอบใจนายแต่ในใจของเขาเองก็ไม่ได้ต่างกัน
แป๊ะ “ต้องมีสักวันน่า”
มอสที่เป็คนมีเหตุผลมากกว่าพยายามเตือนสติพวกเขา
มอส “ถ้าพวกมึงเปิดตอนนั้นพวกเราคงตายกันหมดแล้วควบคุมอารมณ์กันหน่อย”
แม้ว่าพวกเขาจะพยายามกลับมาใช้ชีวิตในแก๊งตามปกติแต่พวกฮาคิก็ไม่หยุดที่จะมารังควาน บางวันอาจแค่แหย่เล่นแต่วันหนึ่งกลับเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่านั้นพวกฮาคิกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาในอาณาเขตของแก๊งปาลิไลยก์พวกมันใช้ไม้ตีทำร้ายคนในแก๊งอย่างโเี้ จนมีคนาเ็จำนวนมาก รวมทั้งนายน้อยหนึ่งในเพื่อนสนิทของแป๊ะ
ความโกรธที่เก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแป๊ะปาไลยก์ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมทนอีกแล้ว
แป๊ะ “หมดความอดทนแล้วนะกับพวกเหี้ยนั้น ต้องให้พวกมันได้รู้จักแก๊งปาลิไลยก์ของเราแล้ว”
แป๊ะรวบรวมลูกน้องทั้งหมดขับรถตามพวกฮาคิที่มารังควาน จนกระทั่งสามารถดักเจอพวกมันได้ในที่เปลี่ยวเมื่อเจอศัตรู พวกเขาไม่รอช้า ลงมือกระทืบพวกมันอย่างไม่ปราณี
แป๊ะ “ไอพวกเหี้ย”
เสียงดังจากการต่อสู้ท่ามกลางความมืดและความเดือดดาลของแก๊งปาลิไลยก์พวกเขาลงมืออย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้พวกฮาคิรู้ว่าแก๊งปาลิไลยก์ไม่ใช่เป้าหมายที่ง่ายอีกต่อไปการแก้แค้นครั้งนี้อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดแต่เป็การเริ่มต้นของาแก๊งที่จะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม
เมื่อแป๊ะและพวกลูกน้องกำลังกระทืบพวกฮาคิอย่างดุเดือดมอสเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้ามา พยายามหยุดแป๊ะก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายแต่ก็สายเกินไปแล้ว ความโกรธของแป๊ะและลูกน้องได้ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่พวกเขาลงมืออย่างไม่ปรานี
มอส “มึงจะบ้าหรือไงแบบนี้เกิดาแก๊งแน่ เวรแล้วไง”
แป๊ะหยุดมือชั่วครู่หันมามองมอสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความท้อแท้
แป๊ะ “แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะขอบคุณพวกมันเหรอ”
มอสถอนหายใจลึกรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังจะย่ำแย่ลง
มอส “พวกมันกลับไปบอกบอสฮาคิ อีกไม่นานพวกมันต้องยกโขยงกันมาแน่”
แป๊ะและมอสกลับไปที่จุดรวมพลของแก๊งปาลิไลยก์ใจของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความกังวลและความตึงเครียดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
เมื่อพวกเขามาถึงแป๊ะปาไลยก์หันไปมองลูกน้องทุกคนด้วยสีหน้าที่จริงจังและเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
แป๊ะ “ทุกคนเรากำลังจะมีากับพวกแก๊งฮาคิ”
เมื่อแป๊ะประกาศว่าแก๊งปาลิไลยก์กำลังจะมีากับแก๊งฮาคิทุกคนต่างพากันดีใจที่พวกเขาจะได้โอกาสเอาคืนศัตรูแต่ความรู้สึกดีใจนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อความจริงที่พวกเขาต้องเผชิญกลับมา
หนึ่งในสมาชิกแก๊งปาลิไลยก์คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล
แก๊งปาลิไลยก์ E“แต่กำลังคนและอาวุธเรามีน้อยกว่าพวกมันเยอะเลยนะ จะไหวเหรอ”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในที่ประชุมเงียบลงทันทีความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มเข้ามาแทนที่ความฮึกเหิมที่เคยมี
แป๊ะปาไลยก์มองดูใบหน้าของลูกน้องที่เต็มไปด้วยความกังวลก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแต่แฝงความจริงจัง
แป๊ะ “มันสายไปแล้วฉันจะไม่บังคับใครให้สู้หรอกนะ”
มอสที่ยืนอยู่ข้างแป๊ะพยายามคิดหาทางออกในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้
มอส “เดี๋ยวฉันจะพยายามจัดหาอาวุธมาเองแต่ก็นั่นแหละ คงจะยากที่จะสู้กับพวกมัน”
คำพูดของมอสทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบทุกคนต่างครุ่นคิดและถกเถียงกันถึงวิธีที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออกนี้บางคนเริ่มสงสัยว่าพวกเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปบางคนกลัวว่าพวกเขาอาจจะไม่รอดจากการต่อสู้ครั้งนี้
แต่ในความเงียบงันนั้นแป๊ะปาไลยก์ยังคงยืนหยัดในความตั้งใจของเขาเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย และพวกเขาอาจจะต้องสูญเสียแต่เขาก็ไม่อาจหันหลังให้กับศัตรูที่มาท้าทายอาณาเขตและเกียรติของแก๊งปาลิไลยก์ได้
แป๊ะปาไลยก์เงียบลงในขณะที่ทุกคนในแก๊งถกเถียงกันเื่าที่กำลังจะเกิดขึ้นเขาครุ่นคิดหาวิธีการที่จะช่วยแก๊งของเขาออกจากสถานการณ์ที่ลำบากนี้หลังจากที่ตัดสินใจได้ แป๊ะจึงเดินทางไปหาบิ๊กป้อมคนเดียวทิ้งเพื่อนและลูกน้องไว้ข้างหลังเพื่อจัดการเื่นี้ด้วยตนเอง
เมื่อแป๊ะเดินทางไปถึงบิ๊กป้อมก็นั่งอยู่ในที่พักของเขา พร้อมกับมองแป๊ะด้วยสายตาที่คาดการณ์ไว้แล้ว
บิ๊กป้อม “มารอบนี้มีอะไรเหรอ แป๊ะปาไลยก์”
แป๊ะมองตรงไปที่บิ๊กป้อมแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แป๊ะ “ฉันพึ่งประกาศากับพวกแก๊งฮาคิไปนะ”
บิ๊กป้อมหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเป็ห่วง
บิ๊กป้อม “จะไหวเหรอ พวกฮาคิมันใหญ่นะ”
แป๊ะรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังทำเป็ความเสี่ยงใหญ่แต่เขาก็ไม่ยอมถอย
แป๊ะ “เพราะนั่นไงเลยมาหานาย ฉันอยากให้นายช่วย อยากให้แก๊งหรุมของนายช่วย”
บิ๊กป้อมพยักหน้าช้าๆก่อนจะตอบด้วยความเงียบงันในน้ำเสียง
บิ๊กป้อม “ก่อนจะทำอะไร นายควรคิดให้ดีก่อนนะอีกอย่างพวกแก๊งฮาคิมันร่วมมือกับพวกแก๊งสองบิ้งอยู่ด้วย”
แป๊ะรู้ดีถึงความซับซ้อนของสถานการณ์แต่เขาก็ยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมบิ๊กป้อม
แป๊ะ “แต่ก็ไม่น่าเกินกำลังของแก๊งหรุมของนายนิ”
บิ๊กป้อมส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแน่วแน่
บิ๊กป้อม “ฉันเคยบอกแล้วนิ ว่าหรุมนะมันจบแล้ว เสียใจด้วย นายคงต้องสู้เอาเองไม่ก็ยอมแพ้ไป แต่ฉันแนะนำให้ยอมแพ้ไป ฉันคิดว่านายไม่มีทางชนะหรอก”
คำพูดของบิ๊กป้อมทำให้แป๊ะปาไลยก์รู้สึกถึงความผิดหวังอย่างรุนแรงชายผู้ที่เคยเป็แรงบันดาลใจให้เขากลับปฏิเสธที่จะช่วยเหลือแต่แป๊ะยังคงยืนหยัดในความตั้งใจของเขา
แป๊ะ “มึงไม่ใช่บิ๊กป้อมที่กูรู้จักเลยกูนะ จะสร้างแก๊งปาลิไลยก์ให้ยิ่งใหญ่กว่าแก๊งหรุมในอดีตให้ดูจนไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาหยาม กูจะทำให้มึงได้เห็นและกูจะไม่มีวันมาล้มเลิกกลางทาง”
แป๊ะพูดจบก่อนจะหันหลังเดินออกจากที่นั่นด้วยความตั้งใจแน่วแน่บิ๊กป้อมมองตามแป๊ะไป แล้วแอบยิ้มออกมาเล็กน้อยกับคำพูดของแป๊ะความมุ่งมั่นของแป๊ะทำให้เขาระลึกถึงอดีตที่เขาเองเคยเป็แบบนั้นความรู้สึกเคารพเล็กๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจของบิ๊กป้อมนั้นถูกปลุกขึ้นมาแต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะไม่แสดงออกมา
การเดินทางกลับครั้งนี้แป๊ะรู้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับาครั้งใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ในใจเขายังเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถพาแก๊งปาลิไลยก์ผ่านพ้น่เวลานี้ไปได้
เมื่อแป๊ะกลับมาถึงบ้านหลังจากพบกับบิ๊กป้อมเขาก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นไปถึงขีดสุดลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์สองคนถูกแก๊งฮาคิจับตัวไปซ้อมอย่างหนักแล้วพวกมันก็โยนร่างที่าเ็สาหัสลงจากท้ายกระบะที่หน้าบ้านของแป๊ะต่อหน้าเขาเอง
หนึ่งในนั้นมีข้อความจากบอส ฮาคิมันบอกให้แป๊ะและแก๊งของเขารู้ว่า พวกมันรู้ว่าปาลิไลยก์คิดจะสู้ และนี่คือคำเตือนบอส ฮาคิบอกให้แป๊ะยุบแก๊งไปซะไม่เช่นนั้นพวกมันจะทำลายแก๊งปาลิไลยก์ให้สิ้นซากเอง
แป๊ะมองไปที่ลูกน้องของเขาที่นอนาเ็อยู่ต่อหน้าแผ่นหลังของหนึ่งในนั้นมีรอยมีดกรีดเป็ตัวเลข 10 หลัก เบอร์ติดต่อของบอส ฮาคิ แป๊ะรู้ดีว่ากำลังของแก๊งเขาสู้ไม่ไหวและไม่อยากให้คนในแก๊งต้องพบกับชะตากรรมเดียวกันกับสองคนนี้เขาจึงคิดที่จะยุบแก๊งเพื่อปกป้องชีวิตของลูกน้อง
แต่เมื่อเขาเสนอความคิดนี้ทุกคนในแก๊งกลับแสดงความกล้าหาญและยืนหยัดที่จะสู้ พวกเขาต่างพูดให้กำลังใจแป๊ะไม่ยอมให้ความกลัวเข้ามาครอบงำ
ลูกน้องแก๊งปาลิไลยก์“พวกเรานะจะสู้จนตัวตาย จะไม่ยอมให้พวกที่ถูกทำร้ายต้องเจ็บฟรีหรอก เราไม่ยอมให้แก๊งที่คุณอุตส่าห์สร้างมาต้องถูกหยามหรอก”
คำพูดของลูกน้องทำให้แป๊ะปาไลยก์รู้สึกถึงพลังและความกล้าที่ทุกคนมีแม้ว่าเขาจะรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่ายแต่เขาก็ไม่อาจละทิ้งความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าแก๊งได้อีกต่อไป
แป๊ะสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับศึกครั้งใหญ่โดยให้ นายน้อย เป็ผู้วางแผนการป้องกันพวกเขาตัดสินใจตั้งรับเหมือนเป็ป้อมปราการปล่อยให้พวกมันบุกเข้ามาในพื้นที่ที่พวกเขาได้วางแผนไว้แล้ว
จากนั้นแป๊ะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหมายเลขที่ถูกกรีดไว้บนหลังของลูกน้อง เขาต่อสายไปหาบอสฮาคิ ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย แป๊ะไม่รอช้าพูดประกาศาออกไปด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
แป๊ะ “จะไปตายไหนก็ไปไอสัสชาติหมานรก”
แป๊ะกดวางสายทันที โดยไม่รอคำตอบจากบอสฮาคิ ความโกรธที่พลุ่งพล่านในตัวบอส ฮาคิทำให้เขาสั่งการทันที
บอสฮาคิที่โกรธจัดสั่งให้ทุกคนในแก๊งของเขาเตรียมพร้อมบุกแก๊งปาลิไลยก์อย่างเต็มกำลังาที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับการถอยหลังการปะทะระหว่างแก๊งปาลิไลยก์และแก๊งฮาคิได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ไม่นานหลังจากที่แป๊ะวางสายแก๊งฮาคิก็มาถึงยังอาณาเขตของแก๊งปาลิไลยก์ พวกมันยกพวกเข้ามาเป็จำนวนมากแต่สิ่งที่พวกมันพบคือความเงียบสงัด ไม่มีสมาชิกแก๊งปาลิไลยก์สักคนให้เห็น
ด้วยความสงสัย แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจพวกฮาคิเดินเข้าไปตามเส้นทางที่ดูเหมือนไม่มีอันตรายแป๊ะและลูกน้องของเขายังคงแอบอยู่ในที่ซ่อน รอคอยเวลาที่เหมาะสม พวกเขานิ่งเงียบไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้ศัตรูเดินเข้าสู่กับดักที่วางแผนไว้
เมื่อพวกฮาคิเดินเข้ามาถึงจุดที่นายน้อยได้วางแผนไว้นายน้อยมองเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผน เขาสั่งการทันที
นายน้อย “ยิง”
เสียงปืนดังสนั่นทั่วทั้งพื้นที่ะุโถมเข้าหาแก๊งฮาคิที่ไม่ทันตั้งตัว พวกมันล้มลงต่อหน้าะุอย่างไม่ปราณีการยิงอย่างแม่นยำและพร้อมเพรียงของแก๊งปาลิไลยก์ทำให้ศัตรูถูกกำจัดลงไปอย่างรวดเร็วกลยุทธ์ของนายน้อยที่วางไว้ได้ผลอย่างเต็มที่
พวกฮาคิที่เข้ามากลับต้องพบกับการสูญเสียอย่างหนักพวกมันล้มตายราวกับผักปลาเสียงปืนที่ดังไปทั่วทำให้พื้นที่ที่เคยเงียบสงัดเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของศัตรูที่ไม่สามารถหลบหนีออกไปได้
แป๊ะและลูกน้องของเขายืนหยัดและมั่นคงพวกเขารู้ดีว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็ผลมาจากการวางแผนที่รอบคอบและการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งาครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ถอย แต่กลับยืนหยัดและตอบโต้ด้วยกำลังที่เหนือกว่า
การปะทะครั้งนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับแก๊งปาลิไลยก์พวกเขาไม่ใช่แก๊งหน้าใหม่ที่ไร้น้ำยาอีกต่อไปแต่เป็กลุ่มที่พร้อมจะต่อสู้และปกป้องสิ่งที่พวกเขาสร้างมาด้วยความกล้าและความสามัคคี
การต่อสู้ระหว่างแก๊งปาลิไลยก์และแก๊งฮาคิร่วมกับแก๊งสองบิ้งดำเนินไปอย่างดุเดือดแม้ว่าใน่แรกแก๊งปาลิไลยก์จะได้เปรียบเนื่องจากการวางกลยุทธ์ตั้งรับอย่างรอบคอบแต่มวลมนุษย์ที่โถมเข้ามาจากฝ่ายฮาคิและสองบิ้งเป็คลื่นที่ไม่มีที่สิ้นสุดทำให้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป
ท่ามกลางการต่อสู้ที่รุนแรงสมาชิกของแก๊งฮาคิบางคนเริ่มหวาดกลัวและไม่อยากเสี่ยงชีวิตพวกเขาพยายามหลบหนีหรือไม่ยอมโถมเข้าไปในแนวหน้าที่เต็มไปด้วยะุ แต่บอส ฮาคิหัวหน้าที่โเี้และไร้ความเมตตา กลับสั่งยิงคนของตัวเองที่พยายามหนีทำให้ความกลัวที่มีต่อเขามากกว่าความกลัวต่อะุของฝ่ายตรงข้ามไม่มีใครกล้าหันหลังกลับอีกทุกคนถูกบังคับให้เดินหน้าไปสู่แนวหน้าที่เต็มไปด้วยอันตราย
แม้แก๊งปาลิไลยก์จะสู้ด้วยความกล้าหาญและความสามารถในการตั้งรับที่ยอดเยี่ยมแต่ความเหนือกว่าทางจำนวนของฝ่ายฮาคิและสองบิ้งเริ่มส่งผลอาวุธและะุที่แก๊งปาลิไลยก์มีเริ่มหมดลง พวกเขาต้องค่อยๆ ถอยกลับไปทีละนิดทีละนิด ในขณะที่ฝ่ายศัตรูเริ่มบุกเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะที่ะุเริ่มหมดสมาชิกแก๊งปาลิไลยก์บางคนถูกยิงตาย บางคนไม่มีอาวุธต่อสู้ต่อไปความสิ้นหวังเริ่มครอบงำจิตใจของลูกน้องที่เหลืออยู่ทุกคนเริ่มรู้สึกว่าการต่อสู้ครั้งนี้อาจจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้
แป๊ะปาไลยก์ที่เห็นลูกน้องของเขาตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากก็ไม่สามารถทนดูได้เขารู้ดีว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขารักแต่การต่อสู้ครั้งนี้กลับกลายเป็การสู้เพื่อเอาชีวิตรอดแป๊ะต้องหาวิธีการหรือแรงบันดาลใจเพื่อกอบกู้สถานการณ์ในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างที่พวกเขาต่อสู้มาก็อาจสูญสิ้นไปในพริบตา
เมื่อแป๊ะเห็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังและลูกน้องของเขากำลังหมดกำลังใจเขาตัดสินใจเดินหน้าบุกเข้าไปในแนวหน้าด้วยตัวเองพร้อมกับยิงตอบโต้ศัตรูนายและมอสที่เห็นหัวหน้าแก๊งของพวกเขาลุกขึ้นสู้ก็ตัดสินใจเดินหน้าบุกเข้าร่วมเช่นกันการกระทำที่กล้าหาญของแป๊ะ นาย และมอสปลุกกำลังใจให้กับลูกน้องที่เหลือทุกคนจึงจับอาวุธขึ้นมาและลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง
แต่กำลังใจที่ได้รับกลับมาอยู่ได้ไม่นานแป๊ะถูกยิงเข้าที่ท้อง แขนซ้าย และขาขวา ความเ็ปท่วมท้นและทำให้เขาล้มลงลูกน้องหลายคนก็ถูกยิงจนาเ็สาหัสและสู้ต่อไปไม่ไหวะุของแก๊งปาลิไลยก์เริ่มหมดลงขณะที่แก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งกลับโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงสถานการณ์กลายเป็ความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
แป๊ะที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่สามารถพลิกกลับได้อีกแล้วตัดสินใจสั่งการให้ทุกคนถอยทันที "ถอยเดี๋ยวนี้"
ลูกน้องทุกคนต่างวิ่งหนีอย่างรวดเร็วมอสพยายามพยุงแป๊ะที่าเ็หนักออกจากสนามรบ ขณะที่นายยิงปืนระวังหลังให้แต่ความพยายามของพวกเขากลับไม่เพียงพอ มอสถูกยิงเข้าที่หลังไหล่และนายเองก็ะุหมด การล่าถอยกลายเป็เื่ที่แทบเป็ไปไม่ได้
ลูกน้องของแก๊งปาลิไลยก์บางคนสามารถหนีออกไปได้แต่แป๊ะ มอส และนายกลับถูกล้อมไว้โดยแก๊งฮาคิ บอส ฮาคิเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยก่อนจะเริ่มกระทืบทั้งสามคนอย่างไม่ปรานี
บอส ฮาคิ “แก๊งกระโปกอย่างพวกแกไม่น่าคิดสู้กับพวกเราเลยเดี๋ยวหลังจากจัดการพวกมึงเสร็จ กูจะตามฆ่าลูกน้องพวกมึงให้หมดทุกตัวเลย”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความดูถูกของบอส ฮาคิเป็เหมือนการทิ่มแทงให้กับแป๊ะ มอส และนาย พวกเขาทั้งสามคนนอนหมดแรงอยู่บนพื้นแต่ในใจยังคงไม่ยอมแพ้ สิ่งที่พวกเขาสู้และปกป้องมาตลอดกำลังจะถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงในความสิ้นหวังแต่ยังไม่มีใครยอมรับความพ่ายแพ้ในใจของพวกเขา
เมื่อแป๊ะถูกทิ่มแทงด้วยคำพูดดูถูกจากบอสฮาคิ ความโกรธในใจเขาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด แม้จะาเ็สาหัสเขาพยายามยื้อชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความกล้าหาญที่มีเขายื่นมือไปหยิบปืนที่อยู่ใกล้ตัว เล็งไปที่หัวของบอส ฮาคิแล้วลั่นไกปืนด้วยความตั้งใจที่จะสังหารศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้า
แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ะุในปืนหมดแป๊ะได้แต่กดไกปืนโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ะุไม่ออกความเงียบที่ตามมาหลังจากนั้นกลับถูกทำลายด้วยเสียงหัวเราะเยาะของบอส ฮาคิ
บอส ฮาคิ “ว้ายๆ ทำเอาใจหายหมดเลย”
พูดจบ บอสก็เตะหน้าแป๊ะอย่างแรงทำให้เืกระเด็นออกจากปากของแป๊ะลูกน้องของแก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งที่ยืนล้อมอยู่ต่างพากันหัวเราะเยาะเย้ยไม่มีใครแสดงความเมตตาหรือปราณีเลยแม้แต่น้อย
บอส ฮาคิหันไปสั่งลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
บอส ฮาคิ “มึงนะมานี่ กูให้เกียรมึงได้ฆ่าไอพวกสวะนี้พวกมันไม่มีค่าให้กูต้องฆ่าหรอก”
คำสั่งของบอสฮาคิเป็เหมือนประโยคสุดท้ายสำหรับแป๊ะ มอส และนายพวกเขาถูกทำร้ายอย่างไม่ปรานีและถูกตราหน้าว่าเป็เพียงสวะที่ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตความรู้สึกสิ้นหวังกลับมาครอบงำ แต่ในใจของแป๊ะเขายังไม่ยอมแพ้ถึงแม้ว่าความตายจะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก
การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็จุดที่ทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ความมืดมิดแต่แป๊ะยังคงมีความหวังเล็กๆ ในใจว่าอาจมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นที่จะช่วยให้เขาและพวกพ้องรอดพ้นจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้
ในขณะที่ลูกน้องของแก๊งฮาคิเล็งปืนไปที่หัวของแป๊ะและกำลังจะลั่นไกเพื่อจบชีวิตของเขา จู่ๆ ก็เกิดเสียงปืนดังขึ้นะุปริศนาพุ่งเข้าไปที่หัวของลูกน้องแก๊งฮาคิคนนั้น ทำให้เขาล้มลงทันทีทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างหันไปมองยังทิศทางที่มีกลุ่มควันลอยฟุ้งอยู่
ในความเงียบนั้นเงาของกลุ่มคนเริ่มปรากฏขึ้น และเมื่อกลุ่มควันค่อยๆ จางหายไปปรากฏว่าลูกน้องของแก๊งปาลิไลยก์ที่เคยหนีไปได้กลับมาพร้อมกับกองทัพของแก๊งหรุมของบิ๊กป้อม ที่มาพร้อมอาวุธครบมือ
ทันทีกองทัพของบิ๊กป้อมเริ่มระดมยิงะุโถมเข้าไปถล่มใส่แก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งจนพวกมันหมดสภาพ บอสฮาคิที่เห็นสถานการณ์กลับตาลปัตร พยายามวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดแต่แป๊ะที่ยังมีแรงเหลืออยู่หยิบปืนของลูกน้องแก๊งฮาคิที่เคยเล็งมาที่หัวของเขาขึ้นมา และเล็งไปที่บอสฮาคิที่กำลังหนีไป
แป๊ะ “ตายได้สักทีนะไอเวรนี้”
แป๊ะลั่นไกปืน ะุพุ่งเข้าไปที่หัวของบอสฮาคิ ทำให้เขาล้มลงและจบชีวิตลงในทันที
ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงปืนที่เพิ่งสงบลงแป๊ะ มอส และนายมองไปยังสนามรบที่เพิ่งผ่านพ้น ทั้งสามคนาเ็สาหัสแต่ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้มาจากพวกเขาเพียงอย่างเดียวหากแต่เป็ความช่วยเหลือจากบิ๊กป้อมและกองทัพของเขาที่มาถึงในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
เมื่อบิ๊กป้อมเดินเข้ามาหาแป๊ะที่าเ็สาหัสเขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างเป็กันเอง
บิ๊กป้อม “ยังไม่ตายเหรอพวกมึง”
แป๊ะที่นอนอยู่บนพื้นพยายามยิ้มออกมาแม้จะเต็มไปด้วยความเ็ป
แป๊ะ “เกือบไปแล้วละขอบคุณมากนะที่มาช่วย”
บิ๊กป้อมพยักหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความท้าทายและความคาดหวัง
บิ๊กป้อม “แค่อยากเห็นคนที่จะสร้างแก๊งได้ยิ่งใหญ่กว่ากูนะ”
แป๊ะที่ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในใจ
แป๊ะ “ได้เห็นแน่”
บิ๊กป้อมมองดูแป๊ะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
บิ๊กป้อม “ไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะเรียกทุกคนกลับมาเพื่อที่จะช่วยมึงได้งั้นฝากดูแลทุกคนต่อด้วยนะ”
แป๊ะที่ยังงงกับคำพูดของบิ๊กป้อมรีบถามกลับ
แป๊ะ “มึงหมายถึงอะไรนะ”
บิ๊กป้อมหันไปมองแก๊งหรุมที่ยังยืนอยู่พร้อมกับอาวุธครบมือก่อนจะหันกลับมามองแป๊ะด้วยสายตาที่แน่วแน่
บิ๊กป้อม “ก็บอกแล้วนิว่ากูจะวางมืองั้นก็จะยุบหรุมไปรวมกับปาลิไลยก์ของมึงก็แล้วกัน ฝากดูแลต่อด้วย แป๊ะปาไลยก์นายน้อย ม้าขาว”
คำพูดของบิ๊กป้อมทำให้แป๊ะตะลึงแต่ก็เข้าใจในทันทีว่าหมายถึงอะไร การรวมแก๊งหรุมเข้ากับปาลิไลยก์เป็การสละอำนาจของบิ๊กป้อมและส่งต่อให้แป๊ะซึ่งเป็การมอบความไว้วางใจและความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงให้กับแป๊ะ
แม้จะเป็การตัดสินใจที่ไม่คาดคิดแต่แป๊ะก็รู้สึกขอบคุณและยอมรับความท้าทายนี้เขาจะนำแก๊งปาลิไลยก์ให้ยิ่งใหญ่และไม่ให้ใครมาหยามพวกเขาได้อีกต่อไปการเดินทางของเขาในฐานะหัวหน้าแก๊งได้เข้าสู่บทใหม่แล้วด้วยความร่วมมือจากบิ๊กป้อมและแก๊งหรุมที่เขาจะต้องดูแลและปกป้องต่อไป
หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานและรุนแรงแก๊งฮาคิและแก๊งสองบิ้งก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ทั้งสองแก๊งถูกทำลายจนหมดสิ้นและอาณาเขตที่เคยเป็ของพวกเขาถูกยึดไปเป็ของแก๊งปาลิไลยก์ทั้งหมดการรวมกำลังของแก๊งหรุมกับแก๊งปาลิไลยก์ภายใต้การนำของแป๊ะทำให้แก๊งปาลิไลยก์กลายเป็อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไชยา
บิ๊กป้อมที่ได้วางมือและยุบแก๊งหรุมเพื่อรวมเข้ากับแก๊งปาลิไลยก์ทำให้แป๊ะกลายเป็ผู้นำเพียงคนเดียวของแก๊งที่ทั้งเมืองไชยาชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่จากความแข็งแกร่งเท่านั้นแต่ยังมาจากการวางแผนที่ชาญฉลาดและความสามัคคีของพวกพ้อง
ในค่ำคืนหลังจากชัยชนะแป๊ะและลูกน้องของเขาต่างพากันฉลองอย่างเต็มที่พวกเขาจัดปาร์ตี้ที่ใหญ่โตและหรูหรา เหล้า ยา และผู้หญิงเซ็กซี่เต็มไปหมดบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความรื่นเริง เสียงเพลงดังไปทั่วปาร์ตี้ครั้งนี้เป็การเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสร้างขึ้น จากกลุ่มเล็กๆที่เริ่มต้นด้วยความฝันวันนี้แก๊งปาลิไลยก์ได้กลายเป็ผู้เมืองไชยาทั้งหมด
แป๊ะที่ยืนอยู่ท่ามกลางงานปาร์ตี้มองไปที่ทุกคนด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายเลยแต่ความสำเร็จที่พวกเขาได้รับวันนี้เป็สิ่งที่ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้เมื่อพวกเขามีความกล้าหาญและความสามัคคี

จากกลุ่มเล็กๆ ในวันนั้นสู่ความยิ่งใหญ่ในวันนี้แก๊งปาลิไลยก์ได้กลายเป็ตำนานที่ไม่มีใครในเมืองไชยาจะลืมเลือน
End Credit Scene
ในห้องที่มีแสงไฟสลัวๆ พื้นไม้เก่าๆส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อ Bird Rockนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ดูเหมือนจะพร้อมพังได้ทุกเมื่อเขาเพิ่งก่อให้เกิดการปฏิวัติที่สะท้านเมืองไชยาได้ไม่นานแต่ในใจของเขายังเต็มไปด้วยความคิดและแผนการที่ซับซ้อนอีกมาก
ชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า BirdRock เขาสวมเสื้อฮูดสีน้ำเงินที่เก่าและขาดเล็กน้อยกับหน้ากากที่มีไฟ LED สีน้ำเงินที่ไม่เปิดใช้งานชายผู้นี้คือ PALMER46 ร่างเงียบสงบที่ยืนอยู่ตรงนั้นเสมือนเงาที่ไม่ส่งเสียง
Bird Rock มองไปที่ PALMER46 ด้วยสายตาที่จริงจัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความโกรธแค้น
Bird Rock "ไอพวกอันธพาลพวกนี้แก๊งปาลิไลยก์ ฉันจะต้องลบล้างพวกมันให้ได้"
PALMER46 ยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบสนองต่อคำพูดของ Bird Rock แม้แต่น้อย
Bird Rock "ฉันอยากให้นายช่วยฉันหน่อย"
เสียงของ Bird Rock แฝงไปด้วยความคาดหวังและความ้า แต่ PALMER46 ยังคงไม่ตอบอะไรดวงตาภายใต้หน้ากากยังคงมองไปข้างหน้าอย่างเ็า
Bird Rock ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "นี้กูพูดกับมึงอยู่นะช่างเถอะ... ฉันได้ข่าวมาว่าเริ่มมีกระแสในการปฏิวัติเหมือนที่ฉันกำลังทำในเขตตัวเมืองสุราษฎร์ธานีนายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงมาจากกรุงเทพมหานครเพื่อมาพูดสร้างความเชื่อถือเบี่ยงเบนผู้คนจากการปฏิวัติของฉัน ฉันอยากให้นายฆ่านายกรัฐมนตรีซะ เพื่อแผนการปฏิวัติของฉัน"
หลังจากที่ BirdRock พูดจบ ความเงียบก็เข้าครอบงำห้องนั้น PALMER46 ยืนอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่จะหันหลังและเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรเลย ทิ้งให้ Bird Rock นั่งอยู่คนเดียวในห้องที่เงียบสงัด
เสียงฝีเท้าของ PALMER46ค่อยๆ จางหายไปในความมืด ทำให้ความรู้สึกหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วห้องการตัดสินใจที่สำคัญครั้งนี้จะนำไปสู่บทสรุปที่น่ากลัวของแผนการปฏิวัติที่ BirdRock วางแผนไว้