พอดามีลเดินเข้ามาในห้องโฮปก็จับเขามานั่งและเล่าเื่เมื่อครู่นี้ให้เขาฟังทันทีดามีลนั่งฟังสีหน้านิ่งสงบ เมื่อโฮปเล่าจบเขาก็ถอนใจเบาๆ
“นายกังวลกับพลังที่เปลี่ยนไปของนายไหม” ดามีลเอ่ยถามเพื่อน
โฮปนิ่งไปและส่ายหน้า“ไม่นะ แต่เรากลับรู้สึก….ชอบมันมากเลยเพราะมันสามารถตอบสนองต่อความ้าของเราได้และเรารู้สึกว่ามันมีพลังมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากเพราะภาพที่เห็นในนิมิตไม่ใช่แค่ภาพที่เห็นเหมือนดูหนังอีกแล้วแต่มันเหมือนกับตัวเราเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นเลยจริงๆ”
ดามีลมีสีหน้าหนักใจโฮปขมวดคิ้วสงสัย “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ หรือนายเห็นว่ามันไม่ดีเหรอ”
“โฮป นายลองคิดดูนะ” ดามีลถอดแว่นออก“ถ้าหากเซนติเนลที่มีพลังด้านอื่นได้รับพลังเพิ่ม 200 เปอร์เซ็นต์เหมือนนายมันจะเกิดอะไรขึ้น”
โฮปนิ่งคิด
พลังการเห็นนิมิตของเขาได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นจนตัวเขาเองยังรู้สึกตื่นตระหนกถ้าหากเป็เซนติเนลที่มีพลังเคลื่อนย้ายวัตถุ พลังอ่านใจ หรือพลังควบคุมจิตได้พลังโอเวอร์โฟลวจากทาโร่ มันจะเกิดอะไรขึ้น
ความวุ่นวายปั่นป่วน และหายนะที่จะเกิดขึ้นกับเมืองนี้ ไม่ต้องนิมิตก็เห็นภาพได้
เซนติเนลที่มีพลังเคลื่อนย้ายวัตถุอาจจะถึงกับถล่มตึกลงได้ เซนติเนลพลังอ่านใจอาจจะเข้าถึงจิตใจผู้คนได้ทั่วโลกหรือเซนติเนลที่มีพลังทางจิตอาจจะควบคุมจิตใจคนทั้งเมืองให้อยู่ในอำนาจของตนเองและทำตามคำสั่งของเขาแต่เพียงผู้เดียว
แค่คิด โฮปก็สยองแล้ว
“แล้วพลังไกด์ของทาโร่” โฮปเอ่ยขึ้นช้าๆ “มันกลายเป็แบบนี้ไปได้ยังไงกัน”
ดามีลถอนใจเป็ครั้งที่เท่าไรไม่รู้และเลื่อนแฟ้มคนไข้ของทาโร่ให้โฮปดู
โฮปเปิดและกวาดสายตาไปเรื่อยๆแล้วก็ขมวดคิ้ว
“ค่าเอ็มโปรตีนในเืนี่…..” โฮปมองหน้าดามีล ดามีลส่งฟิล์มเอ็กซเรย์กระดูกให้โฮปดูอีกอย่างหนึ่ง
“ทาโร่เคยกระดูกข้อเท้าหัก เอ็นร้อยหวายขาด เสียหายถึงขั้นพิการแต่เขาได้รับการรักษาจากเซนติเนลคลาสเอที่มีพลังการรักษา”
โฮปหยิบฟิล์มเอ็กซเรย์ไปส่องไฟดูและขมวดคิ้ว“นี่มัน…..”
ดามีลพยักหน้า“พ่อของเขาจ้างดาร์กเซนติเนลมารักษาขาของทาโร่ แต่การรักษาไม่สมบูรณ์”
โฮปยืนเท้าเอวมองฟิล์มเอ็กซเรย์และถอยกลับมานั่ง
ดามีลยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง“ทาโร่เป็มะเร็งไขกระดูก”
ทั้งสองคนนั่งเงียบกันไปครู่ใหญ่
เช้าวันต่อมาทาโร่แจ้งกับพยาบาลขอทำเื่ออกจากโรงพยาบาล ดามีลจึงเข้ามาคุยกับเขาอีกครั้ง
“คุณทาโร่อันที่จริงหมอยังอยากให้คุณอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวันเพื่อดูอาการนะครับ”
“ผมอยู่ไม่ได้ครับคุณหมอ ผมต้องไปจัดการเื่…พี่ชายของผม”ทาโร่เสียงแ่ลง
ดามีลพยักหน้าเข้าใจ“เอาอย่างนี้นะครับ เพื่อเป็การขอโทษเื่เมื่อคืนนี้ คุณโฮปอยากจะขอชดเชยให้คุณโดยการรับเป็คนจัดการเื่งานศพพี่ชายของคุณให้….”
“ไม่ต้องครับ ผมจัดการเองได้” ทาโร่กล่าวขึ้นทันที ทั้งที่ดามีลยังพูดไม่จบ
“คุณทาโร่ครับ” ดามีลเอ่ยอย่างใจเย็น“อันที่จริงหมอก็ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอกนะครับ แต่คุณยังไม่บรรลุนิติภาวะการติดต่อประสานงานในเื่ต่างๆ หมอคิดว่าคงไม่น่าจะสะดวกให้คุณโฮปไปช่วยคุณดีกว่านะครับ”
ทาโร่เองก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้จึงเงียบไป
“ก็ได้ครับ”หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ทาโร่จึงยอมตกลง
ทาโร่เปลี่ยนมาใส่ชุดนักศึกษาตัวเดิมหยิบกระเป๋าขึ้นมาคาดกับไหล่ ดามีลยื่นของสิ่งหนึ่งให้เขาหน้าตาเหมือนนาฬิกาข้อมือธรรมดาเรือนหนึ่ง
“ตอนนี้พลังของคุณยังไม่เสถียรอาจเกิดเหตุการณ์พลังไกด์โอเวอร์โฟลวแบบเมื่อคืนนี้อีกเครื่องนี้จะส่งสัญญาณเตือนกลับมา แล้วจะมีเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไปหาคุณครับ”
ทาโร่มองดามีลและมองอุปกรณ์ในมือของตนเอง
“แล้วพวกเขาจะหาผมเจอเหรอครับ”
“เจอครับในเครื่องนี้ติดระบบจีพีเอสไว้ด้วย”
“อ๋อ ได้ครับ ขอบคุณครับคุณหมอ” ทาโร่คาดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ข้อมือ“คุณหมอครับ แล้วค่ารักษาพยาบาล….”
ดามีลยิ้มและส่ายหน้า“พี่ชายของคุณทำประกันชีวิตเอาไว้ครับผลประโยชน์ทั้งหมดเมื่อเสียชีวิตเขาใส่ชื่อคุณทาโร่ไว้ทางโรงพยาบาลและบริษัทประกันเป็พันธมิตรกันอยู่ถือเสียว่าเป็เงินชดเชยของคุณทาโก้นะครับส่วนเงินผลประโยชน์ทางบริษัทประกันจะโอนเข้าบัญชีให้คุณทาโร่เองครับ”
ทาโร่น้ำตารื้น คิดถึงพี่ชายจนใจเจ็บ
ขนาดตายไปแล้วทาโก้ก็ยังดูแลเขาไม่ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่พี่ชายจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ดามีลเห็นน้ำตาทาโร่ที่เอ่อออกมาก็ปลอบใจเขา“หมอเคยคุยกับทาโก้พี่ชายคุณนะครับ เขาเป็คนดี ขยัน อดทน และรักน้องชายของเขามาก”
ทาโร่มองดามีลน้ำตาหยดเผาะลงมาที่เสื้อ ดามีลตบไหล่ทาโร่เบาๆ
“เขาอยากให้คุณมีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้นมีชีวิตอยู่ต่อไปใช้ชีวิตในส่วนของพี่ชายคุณด้วย เข้มแข็งไว้นะครับ”
ทาโร่ก้มหน้ามองมือตนเองและพยักหน้าเบาๆ
โฮปนั่งรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าประตูของโรงพยาบาลนึกถึงสิ่งที่คุยกับดามีลเมื่อคืนนี้
“ปฏิกิริยาของเชื้อมะเร็งที่อยู่ในไขกระดูกทำให้พลังไกด์ในไขกระดูกสันหลังทำงานผิดปกติ จนเกิดการโอเวอร์โฟลวขึ้น”ดามีลอธิบายให้โฮปฟัง
โฮปก้มหน้ามองนาฬิกาที่คาดอยู่ที่ข้อมือของเขาหน้าปัดไม่ได้บอกเวลา แต่บอกค่าพลังไกด์ของคนอีกคนหนึ่ง
“นายแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้”ดามีลเอ่ยถามเขา
โฮปพยักหน้า“พลังโอเวอร์โฟลวของทาโร่เป็ของอันตรายมากถ้าหากทาโร่ตกไปอยู่ในมือของเซนติเนลชั่วหรือพวกดาร์กเซนติเนลล่ะก็ต้องเกิดความวุ่นวายแน่ ทาโร่เองก็จะตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน”
ดามีลมองหน้าเพื่อนอึ้งๆ“โว้ว! ความคิดนายตอนนี้นี่เหมือนผู้พิทักษ์จักรวาลเลย เปลี่ยนชื่อเป็สตีฟโรเจอร์ ดีไหม”
“แต่สตีฟ โรเจอร์ เขาไม่ต้องมาใส่นาฬิกาตลาดนัดแบบนี้นี่หว่าช่วยทำให้มันดูเท่ห์แล้วก็ทันสมัยกว่านี้ได้ไหม โทนี่ สตาร์ค”
“ผมว่ามันเข้ากับหน้าคุณดีนะ โรเจอร์” ดามีลยิ้ม “ล้าสมัยเหมือนกัน”
โฮปเงื้อมือใส่เพื่อนและก้มหน้าลงสำรวจเครื่องรับสัญญาณไกด์ของทาโร่ “แล้วมันใช้งานยังไงล่ะเนี่ย”
“ถ้าพลังไกด์ของทาโร่เกิดโอเวอร์โฟลวขึ้นมามันจะส่งสัญญาณมาที่เครื่องของนายนายต้องรีบไปไกด์ดิ้งให้เขาเพื่อลดระดับพลังไกด์ของทาโร่ให้อยู่ในระดับปกติแต่นายไม่ต้องห่วงเื่ที่จะเกิดขึ้นแบบเมื่อคืนอีกนะเพราะถ้าหากนายยังไม่ยอมหยุดไกด์ดิ้งทั้งที่พลังไกด์ของทาโร่กลับเข้าภาวะปกติแล้วเครื่องนี้มันจะเตือนนายเอง”
“งั้นเหรอ เออ ก็ดีเหมือนกัน” โฮปเดินมาขึ้นลิฟท์กับดามีล “ว่าแต่อาการของทาโร่จะเกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหนเหรอ”
“จากการคำนวณ อาการของทาโร่อาจจะเกิดขึ้นสัปดาห์ละครั้งขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายและจิตใจของเขาด้วย”
เสียงเคาะกระจกรถทำให้โฮปสะดุ้งเขากดเลื่อนกระจกลง ดามีลก้มหน้าลงมาคุยกับเขา
“ทาโร่โอเคแล้วนะ จากนี้ก็ฝากนายด้วยก็แล้วกัน”
โฮปพยักหน้าและมองหนุ่มน้อยตาสีฟ้าที่มองมาที่เขาอย่างไม่ไว้ใจเท่าใดนักแต่ก็ยินยอมขึ้นรถมานั่งข้างเขาแต่โดยดี
“คุณทาโร่ดูแลตัวเองด้วยนะครับถ้าอาการไม่ดีก็มาหาหมอก่อนถึงวันนัดก็ได้นะ”
“ครับ ขอบคุณครับคุณหมอ”ทาโร่ยิ้มให้ดามีล
โฮปออกรถมาได้ระยะหนึ่งภายในรถแอร์เย็นฉ่ำ แต่บรรยากาศมาคุ
ทาโร่นั่งเอียงตัวติดกับประตูรถเหมือนไม่อยากเข้าใกล้โฮป ทั้งที่อยู่ในรถด้วยกัน
โฮปเห็นอาการคนข้างๆจึงเอ่ยชวนคุย “เดี๋ยวเราไปที่โรงพยาบาล….กันก่อนนะ พอรับทาโก้ออกมาแล้วผมจะพาไปที่ฟิวเนอรัล แพลน(บริษัทรับจัดงานศพ) ทาโร่อยากจัดงานศพแบบไหนให้ทาโก้ทาโร่ก็บอกกับทางบริษัทไปได้เลย”
ทาโร่นั่งเงียบโฮปชำเลืองมองคนข้างๆ นึกว่าเขาจะร้องไห้ แต่ก็เปล่า
“ทาโร่….ทาโร่โอเคไหมเป็อะไรหรือเปล่า”
“ผม…..ผมรู้สึกไม่ดีเลย……” ทาโร่พูดเสียงแ่ แล้วสัญญาณจากข้อมือของทั้งทาโร่และโฮปก็ดังกระชั้นขึ้นพร้อมกันในทันที
ทั้งที่เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลแต่พลังไกด์ของทาโร่ก็โอเวอร์โฟลวขึ้นมาแล้วโฮปรีบมองหาที่จอดรถข้างทางอย่างเร่งด่วน แต่ตอนนี้เขาอยู่เลนส์กลาง รถหนาแน่นมากหักรถออกข้างทางไม่ได้เลย
“ไอ้มีล ไหนว่าอาทิตย์ละครั้งไงวะ!” โฮปพึมพำและหันไปมองคนข้างๆที่นั่งพิงศีรษะกับกระจกหน้าต่างรถสีหน้าเ็ปด้วยความเป็ห่วง