คาร์ลอสใช้เวลาพอสมควรเขาพาแอนนี่เดินมาต่ออีกสถานที่หนึ่ง เป็ที่ที่แอนนี่ยังไม่เข้าใจว่าพาเธอมาทำไม สถานที่แห่งนั้นก็คือสลัมสถานที่ที่บ่งบอกถึงความตกต่ำที่สุดเป็ด้านลบของคำว่ารุ่งเรืองขนานแท้ของของเมืองๆหนึ่งเลยก็ว่าได้
ั้แ่ที่เดินเข้ามาคนในสลัมก็มองพวกเขาสองคนที่เดินเข้ามามองราวกับเห็นของแปลก มันบ่งบอกว่าคาร์ลอสและแอนนี่เป็ที่สนใจของคนในสลัมเป็อย่างมากแม้แต่พวกที่ยืนในเงามืดยังสนใจเลย
“นายพาฉันมาที่แบบนี้ทำไมเหรอ” แอนนี่สงสัยขึ้นมาไม่น้อย
“ผมจะพาคุณไปหาผู้มีพระคุณของผมน่ะ เขาไม่ต่างอะไรกับคนที่ชี้แน่ะแนวทางการใช้ชีวิตให้กับผม รวมถึงสอนเื่ต่างๆด้วย”
จนถึงตอนนี้คาร์ลอสก็ยังคงรู้สึกขอบคุณเขามาก คำสอนของเขาคือสิ่งที่คาร์ลอสใช้ปฏิบัติจนเอาตัวรอดมาได้จนถึงอายุขนาดนี้ รอดมาได้แบบไม่ถูกเื่เลวร้ายเข้ารุมเร้าจนเกินจะแก้ไขจนเติบโตขึ้นมาได้อย่างดี
คาร์ลอสพาแอนนี่เดินมาแทบจะสุดเขตสลัม เรียกได้ว่าเป็ส่วนที่ลึกที่สุดก็ไม่เกินเลยซึ่งอยู่ใกล้ๆกลุ่มคนเร่ร่อนขนาดใหญ่ด้วย
“โอ้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคาร์ลอส” เสียงที่คุ้นเคยของชายวัยกลางคนก็ทักทายคาร์ลอสทันทีที่เห็นเขา
ชายวัยกลางคนก็เดินออกมาจากบ้านของเขา เขามีผมสั้นสีดำ ั์ตาสีแดง และใส่ผ้าปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ที่สำคัญยังมีรอยแผลเป็เป็เหมือนรอยผ่าขนาดใหญ่ที่ลากลงมาเกือบถึงคางในด้านที่ไม่ใส่ผ้าปิดตาไว้ ดูแล้วก็เข้าใจเลยว่าเป็คนที่มีความเข้มข้นของออร่าชนิดที่น่ากลัวเลยทีเดียว เขาคือคุณลุงที่คาร์ลอสนับถือมาก เขามีชื่อ รอนเนล
“สวัสดีครับคุณลุง”
“หืม! ไม่คิดเลยนะว่านายจะพาคนใหญ่คนโตมาที่นี่ด้วย”
“คุณลุงรู้จักแฟนของผมด้วยเหรอครับ”
“แฟน!? ฮ่า ฮ่า ไอ้เด็กนี่แกไปเอาความกล้าจากไหนละวะเนี่ย ฉันภูมิใจในตัวแกจริงๆ ถึงขั้นได้ แอนนี่ ลาโทรี่แห่งกุหลาบดำเป็ผู้หญิงของตัวเองเลยเหรอ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เป็พวกใจกล้าเหมือนฉันในวัยหนุ่มๆไม่มีผิด”
รอนเนลมองแอนนี่สักพักก็เอ่ยขึ้นต่อ
“ยินดีต้อนรับแม่หนู”
แอนนี่พยักหน้าแค่นั้นดูเหมือนรอนเนลก็ไม่คิดจะว่าอะไร เพราะยังไงแอนนี่ก็ไม่ได้ทำผิด ชนชั้นสูงกับสามัญชนมันอยู่คนละระดับอยู่แล้ว
“ไม่คิดเลยว่าในสลัมแห่งนี้มีอะไรมากกว่าที่คิดไว้”นั่นคือสิ่งแรกที่แอนนี่พูดออกมา
“แม่หนูสิ่งที่เห็นใช่ว่าจะมองเห็นด้วยตาเสมอไป อย่างเช่นในสลัมแห่งนี้ ที่เป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลอุบายมากมาย ภายนอกคือสถานที่ยากจนข้นแค้นไร้ซึ่งความหวังมากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็สุดยอดอภิมหาที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารมากที่สุดด้วย”
“นั่นสินะ คงต้องจำไว้แล้ว”
“เอาเถอะ เข้ามานั่งข้างในกันก่อน” รอนเนลเชิญทั้งสองเข้ามาในบ้านของเขา
คาร์ลอสพาแอนนี่เข้าไปข้างในก่อนที่เขาจะถามไถ่รอนเนล
“่นี้สบายดีสินะครับ”
“แน่นอนสิ นายไม่ได้แวะมาที่นี่นานแล้ว รอบก่อนก็ครึ่งปีก่อน มาตอนนี้นายไม่ธรรมดาแล้วนะ” รอนเนลมองเห็นการเคลื่อนไหวของพลังเวทของคาร์ลอสและออร่าที่ดูเข้มข้นมากๆในนั้น จากที่มีแค่ความอ่อนโยนตอนนี้มีทั้งอ่อนโยนและรุนแรงไปด้วยกัน
“ดูเหมือนผมจะหลบสายตาคุณลุงไม่ได้จริงๆนะครับ”
“ฮ่า ฮ่า คิดมากไปแล้ว ฉันก็แค่เห็นมันแบบผิวเผินเท่านั้นเองไม่อาจมองอย่างลึกซึ้งได้หรอก”
“แล้วเด็กคนนั้นไปไหนซะแล้วละครับ” คาร์ลอสเอ่ยถาม
เด็กคนนั้นที่ถามถึงคือลูกชายของรอนเนล อาเรส นารากริส
“เ้านั่นออกไปจากที่นี่กลับตระกูลหลักไปแล้วน่ะ”
“คุณลุงคงเหงาน่าดูนะครับ”
“ไม่หรอก แต่ละวันมันน่าสนุกจะตายไป แต่ที่น่าหัวเราะกว่านั้นคือเขตสลัมกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็เื่ที่น่าใจหายจริงๆแม้ว่าฉันจะได้อาณาเขตเพิ่มแต่ก็นะสุดท้ายก็อยู่ภายใต้กุหลาบดำอยู่ดี”
“นึกว่าที่นี่จะมองข้ามไปแล้วซะอีก ไม่เป็ไรหรอกนะถ้าอยากแยกตัวออกไป” แอนนี่พูดขึ้น เธอเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับเื่นั้นราวกับว่าสลัมก็ไม่ได้สำคัญกับเธอั้แ่ต้น
“อย่าพูดแบบนั้นสิแม่หนู พวกเรามีชีวิตที่สบายขึ้นจากอิสระที่พวกเธอมอบให้มันมีนัยของมันอยู่ และมันก็ทำให้ชีวิตในสลัมดีขึ้นหลายต่อหลายเท่าด้วย อย่างน้อยๆสลัมของเมืองนี้ก็รุ่งเรืองมากๆจากที่เห็นแค่เปลือกนอกที่พวกเราช่วยกันแสดงให้มันคงเดิม”
แอนนี่พอเข้าใจแล้วว่าตลอดมาสลัมที่อุ้มตัวเองมาตลอดถึงยอมศิโรราบกับกุหลาบดำ
ถ้าว่ากันตรงๆพื้นที่ที่กุหลาบดำปกครองมันเรียกว่าใหญ่ที่สุดแล้วในบรรดากลุ่มมหาอำนาจทั้งหมดที่อยู่แถวนี้ เพราะถ้านับอาณาเขตของกุหลาบดำจริงๆพื้นที่ที่คนทั่วไปจนถึงชนชั้นสูงใช้สร้อยอาจไม่ใหญ่ขนาดนั้นนับเป็ 40% แต่พื้นที่สลัมคือเนื้อที่กว่า 60% ที่เหลือในขอบเขตอาณาเขตที่กุหลาบดำอยู่
“แล้วตอนนี้แม่หนูเธอเองก็คบหากับคาร์ลอสด้วย เพราะแบบนั้นสลัมของเราก็พร้อมจะทุ่มเทเพื่อสนับสนุนกุหลาบดำแน่นอน”
“ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ พวกเราไม่ได้บังคับอะไร เพราะอิสระคือสิ่งที่เรายึดมั่น”
“ไม่หรอกแม่หนู ถึงเห็นแบบนี้คาร์ลอสก็เป็คนสำคัญของสลัมนะ เขาคือหนึ่งกระบอกเสียงและแรงของเรา”
คาร์ลอสพยักหน้าให้แอนนี่ จนเธอต้องยอมรับมันแต่โดยดี
“ได้ พวกเราจะรับสลัมไว้พร้อมอำนาจทั้งหมด”
แอนนี่นำกระดาษสีขาวที่เหมือนกระดาษธรรมดาออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับปากกากุกลาบดำ จากนั้นเธอก็ดีดนิ้วครั้งหนึ่งปากกาก็ขยับเองเขียนสิ่งที่แอนนี่้าลงไปก่อนที่มันจะม้วนเองของมันแล้วก็กลายร่างเป็นกบินทะลุกำแพงออกไป
ทั้งคาร์ลอสและรอนเนลตกตะลึงไม่น้อย
“กระดาษนั่นคือกระดาษธรรมดา แต่ปากกานี่จะทำให้มีแค่คนในกุหลาบดำที่อยู่ฝ่ายบริหารเท่านั้นที่อ่านมันได้ซึ่งคนนอกจะเห็นเป็กระดาษเปล่าถ้าไปฝืนแกะรอยข้อความในกระดาษ กระดาษจะลุกไหม้ขึ้นทันที นั่นคือสารลับที่ฉันทำขึ้นมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากภายนอก ข้อความนั้นฉันส่งไปให้ซาร่าแล้ว”
“คุณเนี่ยทำได้ทุกอย่างจริงๆนะ”
“ต่อให้ทำทุกอย่างได้แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากทำอะไรเลย ฉันอยากให้นายทำให้ฉันแทนมากกว่านะคาร์ลอส”
“ได้สิ งั้นคุณแค่นั่งนอนสวยๆอยู่ที่บ้านผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง”
“เ้าบ้า ฉันแค่ล้อเล่นเอง ถึงตอนนั้นฉันคงกลายเป็คนี้เีพอดี”
“พวกคนหนุ่มสาวเนี่ยนะ ทำเอาคนแก่ๆอย่างฉันอิจฉาได้จริงๆ”
พอรอนเนลพูดขึ้น คาร์ลอสและแอนนี่ก็รู้สึกเขินๆไปเลย เพราะลืมตัวไปว่าอยู่กับรอนเนล
ในตอนนั้นเองประตูได้ถูกเปิดออกมาพร้อมกับชายคนหนึ่งที่เข้ามาด้วยสภาพที่อาบไปด้วยเื
“ท่านผู้นำครับ รีบไป ช่วย …”
รอนเนลเข้าไปพยุงร่างของชายคนที่เข้ามาทันที แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้วเขาหมดลมหายใจไปแล้ว การมาถึงที่นี่คงเป็แรงเฮือกสุดท้ายของเขา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ” คาร์ลอสถามไปที่รอนเนล
“พวกมันเอาอีกแล้ว พวกราชวงศ์”
ดูจากสีหน้าท่าทางของรอนเนลแล้วตอนนี้ดูเหมือนเขาจะโกรธเอามากๆ
“ราชวงศ์งั้นเหรอ?”
“พาแม่หนูกลับไปก่อนเถอะคาร์ลอส วันหลังพวกเราค่อยมาคุยกันใหม่”
“คุณลุง” คาร์ลอสอยากจะช่วยแต่เขาไม่รู้ว่าสลัมแห่งนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่และการไม่รู้เื่มันจะทำให้เข้าไปยุ่งไม่เข้าเื่มากกว่า
“รอนเนล ฉันจะส่งคนของฉันมาที่นี่” แอนนี่เอ่ยขึ้น เหมือนเธอจะรู้เื่บางอย่างอยู่แล้ว
“แม่หนูนี่เธอ…”
“อะไรกันไม่ใช่ว่ายกทั้งหมดให้กุหลาบดำแล้วเหรอ เห็นแบบนี้ฉันก็คือผู้นำร่วมนะ”
“ตามใจเถอะ”
แอนนี่ดีดนิ้วทีหนึ่ง
ที่น่าใเลยคือแค่แอนนี่ทำแบบนั้นรอไม่ถึง 10 วินาที ผู้ติดตามจำนวนหนึ่งทั้งชายและหญิงแต่งตัวราวกับคนทั่วไปก็มารวมตัวกันทั้งหมดราวๆ นับพันคนได้
“กระจายออกไปดูแลเขตของเรา สลัมแห่งนี้อยู่ในเขตของกุหลาบดำอย่างเป็ทางการแล้ว นับแต่นี้ก็จงดูแลมันเหมือนบ้านของเรา”
คำพูดของแอนนี่เต็มไปด้วยจิติญญาที่อัดแน่นข้างใน
“รับทราบครับ/ค่ะ ท่านหญิง”
“ทีนี้เราก็ไปที่ต่อไปที่อยากจะไปกันเถอะ”
ถึงแม้คาร์ลอสจะอยากไปเห็นแต่เขาก็รู้สึกวางใจมากกว่าก่อนหน้าไปเยอะ เพราะตอนนี้กุหลาบดำได้หยั่งรากลงยังสลัมแล้วต่อไปคงมีกลุ่มตำแหน่งสูงของกุหลาบดำที่จะมาที่นี่
“ไม่มีแล้ว ตอนนี้พวกเราก็กลับกันเถอะ”
คาร์ลอสจับมือแอนนี่
“อืม ได้สิ”
ในระหว่างนั้นเองข้อความประหลาดนั่นก็ได้ปรากฎขึ้นมา
ท่านสำเร็จตัวเลือก ที่ 1 การอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรเลยแค่รอแอนนี่กลับมาแล้วไปเดทกันสองคน
ได้รับ +20 แต้มความแข็งแกร่ง
[ชื่อ] คาร์ลอส กรีน
[แต้มความแข็งแกร่ง] 62
[ลักษณะเฉพาะ] หัวใจแห่งจอมปราชญ์
[ทักษะเฉพาะ] ศาสตร์เวทมนตร์เก้าวิถีดารา
[ทักษะ] สนามจำลองต่อสู้ เร่งสภาวะพลังเวท
[พลังวิเศษติดตัว] มนตราวิเศษ มหาโชค
จงเลือกตัวเลือก
1.ใช้ชีวิตประจำวันปกติกับแอนนี่
รางวัล +40 แต้มความแข็งแกร่ง ได้รับทักษะเฉพาะ เปลวเพลิงแห่งการทำลายล้าง และได้รับ ลักษณะเฉพาะ กายแห่งเปลวเพลิงทั้งมวล
2.ออกไปยุ่งเื่ ของเขตสลัม
รางวัล +20 แต้มความแข็งแกร่ง ได้รับทักษะ กำปั้นเพลิง (สูงสุด)
3.ประกาศศักดาที่เขตสลัมท้าทายราชวงศ์อย่างเปิดเผย
รางวัล +20 แต้มความแข็งแกร่ง ได้รับ ทักษะ เตะผ่าหมาก(สูงสุด)
“เอ่อ ตกลงนี่จะไม่ให้ฉันไปไหนเลยใช่ไหม แต่ก็ดีเพราะยังไงการอยู่กับแอนนี่ก็ยอดเยี่ยมไม่ใช่น้อยเลย เพราะฉะนั้นฉันขอเลือกตัวเลือกที่ 1”
ยินดีด้วยที่ไม่โง่และยึดมั่นต่อคุณภรรยา ท่านได้เลือกตัวเลือกที่หนึ่งแล้ว
สู้ๆ หนทางสู่เทพที่แข็งแกร่งต้องก้าวอย่างเป็ระบบ
คาร์ลอสผงะไปเลยเ้าข้อความบ้าๆช่างนำแต่เื่มาให้ เขาก็สงสัยว่าทำไมต้องทำเป็ตัวเลือกมาด้วยแต่ก็เอาเถอะ ถ้ายังมีก็ยังถือว่าเลือกได้ แสดงว่ามันต้องมีตัวเลือกที่มีบทบาทพอๆกันออกมาในอนาคตแน่ คาร์ลอสคาดเดาว่าที่มันไม่ค่อยมีตัวเลือกนอกจากอยู่กับแอนนี่เพราะว่าเขายังคงอ่อนแออย่างมากเลย
….
พอกลับมาถึงบ้านแอนนี่ก็หน้าตั้งตารอคาร์ลอสทำอาหารอย่างใจจดใจจ่อ
“คุณไม่กลับไปที่บ้านของคุณเหรอ”
“นายกำลังไล่ฉันไปรึไง”
“ไม่ใช่แบบนั้น คุณอยู่ที่นี่มันจะนอนไม่สบายเอาได้นะ ที่นี่ก็มีห้องเดียวซะด้วย”
“ไม่เป็ไร ที่นี่มีเตียงไม่ใช่เหรอก็ต้องนอนได้สิ แล้วอีกอย่างการที่คนรัก อยู่ที่ไหนที่นั่นก็เรียกบ้านตัวเองได้หมดนั่นแหละ”
คาร์ลอสรู้สึกชอบใจไม่ใช่น้อยทำให้เขาทำอาหารอย่างสุดฝีมือออกมาให้แอนนี่ได้ทาน
“เรียบร้อยแล้ว เชิญทานได้ครับคุณผู้หญิง”
อาหารที่เรียงรายอยู่นั้นทำให้แอนนี่ตาเป็ประกายเธอค่อยๆหยิบขึ้นมาที่ละอย่างสองอย่าง ดูๆแล้วเธอทานมันเข้าไปแต่ละอย่างดูอร่อยมากทีเดียว
คาร์ลอสที่นั่งมองก็รู้สึกพอใจไม่น้อย แค่นั้นมันก็รู้แล้วว่าการที่ฝึกทำอาหารไว้ให้ใครสักคนทานอย่างเอร็ดอร่อยมันดีแค่ไหน
พอทานอาหารหมดไป ข้างนอกก็ตกเย็นเข้าไปแล้ว มืดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเลย
แอนนี่เปิดประตูออกไปดูข้างนอกแม้ว่าจะเริ่มไร้ผู้คนด้านนอกแต่ที่เธอสนใจก็คือท้องฟ้าจากจุดตรงนี้
“ว่าแล้วเชียวมันก็เหมือนกันไม่มีผิด”
“คุณหมายถึงท้องฟ้างั้นเหรอ”
“แน่นอนสิ ถึงแม้ว่าสิ่งที่วัดค่าที่แตกต่างไปจะเป็ในเื่ของความแข็งแกร่งเป็ใหญ่ก็เถอะ เราไม่อาจมองข้ามมันไปได้เลยจริงๆ”
คาร์ลอสรู้สึกเข้าใจมันอย่างถ่องแท้เพราะมันคือชีวิตของเขา ก่อนหน้านี้ไม่มีใครที่จะช่วยเขาได้ นอกจากการที่เขาต้องปรับตัวให้เข้ากับโลก สภาพแวดล้อมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ไปให้ได้
แอนนี่มองคาร์ลอสเหมือนเธอจะรู้อะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนประเด็นไปในทางอื่นเพื่อสลัดเื่หดหู่ออกไป
“นายคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่เหรอ”
“อืม…25 ใช่ไหม”
“นายคิดว่าฉันแก่มากขนาดนั้นเลยรึยังไง”
“งั้นเท่าไหร่ 22”
“นั่นก็ยังไม่ถูก”
“20”
“ก็ยังไม่ใช่”
คาร์ลอสเริ่มหัวใจเต้นแรงแล้วเอ่ยตอบไป
“ถ้างั้น 18”
แอนนี่ยิ้มขึ้นมาแล้วบอกคำตอบ
“ถูกต้อง”
“เป็เื่จริงเหรอเนี่ย”
“อะไรกันฉันอายุ 18 เท่านายแล้วมันผิดเหรอ”
“ถ้างั้นซาร่าล่ะ”
“อ้อ เธอน่ะอายุ 17 น่ะ”
เฮือก อายุน้อยจนคาร์ลอสพูดอะไรไม่ออก แม้จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ั้แ่ 15 กันทุกคนแล้วแต่มันก็น่าเหลือเชื่ออยู่ดีที่พวกเธอเก่งเกินวัยมากซาร่านี่เกินความเข้าใจไปเยอะเลยส่วนแอนนี่หนักเข้าไปอีก แม้ไม่เคยเห็นเธอลงมือแบบจริงๆจังๆแต่การจัดการที่เฉียบขาดแต่ละอย่างมันดูมีภูมิฐานมากทีเดียว
“กุหลาบดำน่ะก่อตั้งมาได้สองสามปีก็จริง แต่พวกเราไม่ได้พึ่งจะมาใช้พลังเป็หรอกนะคาร์ลอส เื่ราวของพวกเรามันก็มีทั้งน่าฟังและไม่น่าฟังเลยละนะ ส่วนใหญ่แล้วมันเป็เื่ไม่น่าฟังเสียมากกว่า ก่อนที่จะมามีที่อยู่ดีๆแบบนี้ นึกแล้วก็หดหู่ไม่น้อยเลย”
“ถ้ามันรู้สึกแย่ก็ไม่ต้องไปคิดถึงหรอก เื่บางเื่เกิดขึ้นมาแล้วแย่ก็แค่คิดว่ามันคือการหาข้อผิดพลาดแล้วเรียนรู้มันจากนั้นก็แก้ไขทำมันให้ดีขึ้น ใช้ชีวิตให้ดีขึ้นมันจะดีกว่านะแอนนี่”
“ขอบคุณนะ”
“อืม”
“ตลอดมาฉันมักจะได้ยินมาเสมอเกี่ยวกับเื่รักๆใคร่ๆมาไม่หยุดไม่หย่อน และคนที่ฉันรู้จักก็ต่างแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว ฉันคิดมาเสมอว่ามันไม่จำเป็เลยที่จะต้องมี ซึ่งมันก็จริง แต่ว่าเราเองจะมีก็ไม่เสียหายอะไร ฉันในตอนนี้คิดว่ามันค่อนข้างดีมากเลยละ”
“นั่นสิผมเองก็ว่ามันดีมากทีเดียว”
เป็เพราะทั้งยืนจับมือข้างๆกันทำให้บรรยากาศพาไปจนกระทั่งคาร์ลอสยื่นใบหน้าเข้าไปหาแอนนี่ก่อนที่เขาจะใช้ริมฝีปากประกบริมฝีปากของแอนนี่เบาๆ รสััที่ไม่ว่าจะรับรู้กี่ครั้งมันก็แปลกๆจักจี้ไม่มีหยุด ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกดีจนบอกไม่ถูก ยิ่งแสดงออกในแบบนี้มากเท่าไหร่มันก็รู้สึกจมดิ่งมากเท่านั้น คาร์ลอสค่อยๆโอบกอดแอนนี่อย่างช้าๆรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านให้กันและกัน หัวใจที่ก่อนหน้านี้เต้นปกติอย่างที่เคยของคนสองคนตอนนี้เต้นโครมครามไม่หยุด ทั้งสองคนค่อยๆััไปด้วยกันทีละอย่างทีละนิดจนเวลาล่วงเลยไปพอสมควรทีเดียว
ทั้งสองหยุดลงแล้วจับมือกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่แอนนี่จะเอ่ยขึ้น
“ฉันคงถอนตัวไม่ได้แล้วแหละ”
“ผมเองก็ไม่ต่างกัน”
ความรักมันดีเกินคาด แม้จะแค่อยู่ข้างๆกันก็สุขใจขนาดนี้ ยิ่งััไปทีละนิดยิ่งตกหลุมลงไปลึกยิ่งกว่าเดิมเข้าไปใหญ่
“ตอนนี้ฟ้ามืดมากแล้วเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
“อืม”
ตอนนี้เรียกได้ว่าถึงเวลาที่ควรเข้านอนได้แล้ว พอเข้าไปในบ้านก็ต้องใช้เวลาในการจัดการกับเื่ส่วนตัวอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งถึงเวลาเข้านอนแล้ว
สิ่งที่คาร์ลอสไม่อยากจะเชื่อคือแอนนี่นอนลงบนที่เตียงของเขาแล้วตบลงบนพื้นที่ว่างของเตียง
“มาสิ ตอนนี้ควรนอนได้แล้วนะ”
ถึงแม้ว่าแอนนี่จะใส่ชุดที่ไม่ได้ดูเปิดเนื้อหนังอะไรเลยแต่คาร์ลอสคาร์ลอสก็ดูตื่นเต้นมากอยู่ดี
“ผมว่าผมนอนด้านล่างก็ได้นะ”
“มาเถอะน่า นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่พวกเรานอนด้วยกัน” พูดไปแอนนี่ก็ดูเขินๆขึ้นมาไม่น้อย
“อา…อืม” คาร์ลอสเหมือนโดนมนสะกดยังไงก็ไม่รู้เขาอยากจะปฏิเสธแต่ก็ถูกความคิดส่วนใหญ่ปัดตกไปเร็วมากทีเดียว
“คุณไม่กลัวว่าผมจะทำอะไรคุณเหรอ”
“นั่นสิแล้วนายกล้าทำไหมละ”
“ไม่แน่นอนครับคุณผู้หญิง”
“คำตอบนายยังชัดเจนขนาดนี้ ฉันจะไม่เชื่อใจได้ยังไงจริงไหมละ”
“นั่นก็ใช่”
คาร์ลอสขึ้นไปบนเตียงแล้วเอนตัวลงนอนข้างๆแอนนี่แต่ตอนนี้คือตัวเขาแข็งทื่อยังกับอะไรดี
“นายนี่ก็นะ ก่อนหน้านี้ที่นอนกับฉันก็กอดฉันซะแน่นแต่พอนอนด้วยกันจริงๆทำไมถึงได้เป็แบบนี้เนี่ย คิกๆ”
“ไม่สักหน่อย ผมแค่…”
“อะไรกัน นี่ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ”
คาร์ลอสรู้สึกพ่ายแพ้ไปโดยปริยายจริงๆ
แอนนี่ขยับเข้ามาใกล้แล้วจับมือของคาร์ลอสมากอดตัวเองแล้วเธอก็กอดกลับไป
“เื่แบบนี้ต่อไปจะเป็เื่ปกตินะ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย”
“อืม”
คาร์ลอสคิดว่าคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอนแต่สุดท้ายไม่ถึง 5 นาทีเขาก็ผล็อยหลับไปพร้อมๆกับแอนนี่
…..