ประตูคลังเวชภัณฑ์เปิดรอพวกเขาอยู่แล้ว
บานเหล็กหนาสองข้างแยกออกจากกันเพียงพอให้คนเดินผ่านได้ทีละคน ด้านในไม่มีแสงต้อนรับ ไม่มีเสียงประกาศว่าพื้นที่ปลอดภัย มีเพียงแสงสีแดงจากระบบฉุกเฉินที่ทอดผ่านช่องประตูลงบนหิมะ กลายเป็นรอยยาวคล้ายเลือดซึ่งยังไม่แข็งตัว
ยานบินขึ้นลงแนวดิ่งค่อย ๆ ลดระดับเหนือลานคอนกรีตที่แตกร้าว แรงลมจากใบพัดกวาดหิมะออกเป็นวงกว้าง เผยเส้นสีเหลืองซีดของจุดจอดฉุกเฉิน ซากรถขนเวชภัณฑ์สองคันจมอยู่ใต้กองน้ำแข็ง ประตูท้ายรถคันหนึ่งเปิดค้าง ภายในว่างเปล่าจนมองเห็นผนังอีกด้านที่ถูกบางสิ่งข่วนเป็นร่องลึก
เครื่องยนต์ด้านซ้ายครางต่ำกว่าปกติ แรงสั่นส่งผ่านพื้นยานขึ้นมาตามฝ่าเท้า คาเอลจับขอบประตูไว้ขณะมองอาคารเบื้องล่าง
คลังตั้งอยู่ระหว่างแนวป่าสนกับหน้าผาหินสีเทา ผนังคอนกรีตหนาเกือบไม่มีหน้าต่าง หลังคาถูกหิมะกดจนแอ่น แต่ไฟเหนือประตูยังสว่างอยู่ทุกดวง
สถานที่ซึ่งถูกทิ้งมานานมากกว่าสิบปีไม่ควรมีไฟหลงเหลือ
และไม่ควรรู้ว่าพวกเขากำลังมา
"เหลือสิบวินาทีก่อนลงจอดครับ"
คำเตือนของไอออนดังจากลำโพงในห้องโดยสาร
ยานกระแทกพื้นเบา ๆ หิมะและเศษน้ำแข็งพุ่งผ่านช่องประตูที่เปิดอยู่ กลิ่นน้ำมันไหม้ภายในห้องโดยสารถูกกลบด้วยกลิ่นเย็นจัดของอากาศข้างนอก ทว่าภายใต้กลิ่นหิมะกับสนิมนั้น ยังมีบางอย่างลอยออกมาจากอาคาร
กลิ่นยาฆ่าเชื้อ
จางมาก
แต่สดเกินไป
แจ็กซ์เงยหน้าจากกล่องเครื่องมือที่กอดไว้กับอก เขาสูดลมหายใจเพียงครั้งเดียวแล้วขมวดคิ้ว
“เอ๊ะ ที่นี่ยังมีคนใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเหรอ”
มิเลียมองประตูคลัง
“ฉันคิดว่า อาจจะเป็นที่ระบบยังฉีดมันอยู่”
“ฉันหวังว่าเป็นอย่างหลังนะ”
ไม่มีใครตอบว่าทางเลือกนั้นดีกว่าตรงไหน
โวร่าลงจากยานเป็นคนแรก รองเท้าของเธอจมหายไปในหิมะเกือบครึ่งข้อเท้า ผ้าคลุมสีเข้มสะบัดตามแรงลม ก่อนแนบกลับเข้ากับลำตัวเมื่อเธอย่อตัวลงข้างรอยบนพื้น
เอียนตามลงมา เขาไม่ได้มองประตูทันที แต่กวาดสายตาไปตามแนวหลังคา ช่องระบายอากาศ ซากรถ และป่าสนรอบลาน แล้วจึงเดินไปหาโวร่า
คาเอลกระโดดลงตาม ความเย็นกัดผ่านถุงมือเข้ามาถึงข้อนิ้วทันที เขารู้สึกถึงลมพัดลอดรอยฉีกเล็ก ๆ บริเวณสีข้างที่ยังเจ็บจากการเดินทาง แต่ความเจ็บนั้นไม่มากพอจะกลบตัวเลขซึ่งเริ่มเรียงตัวในหัว
ระยะทางจากลานจอดถึงประตู
มีแนวกำบังสามจุด
ช่องสามารถยิงได้มาจากหลังคาสี่ตำแหน่ง
ยานต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวินาทีเพื่อยกตัว หากต้องถอนตัวฉุกเฉิน
ยาอาจอยู่ชั้นใต้ดิน
ซอเรนอาจเหลือเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
ลูน่าหายไปนานกว่านั้นมาก
เขาห้ามความคิดสุดท้ายไม่ทัน
ชื่อนั้นยังคงปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาเห็นประตูของศูนย์เก่า ทุกครั้งที่ระบบเอ่ยถึงเด็กทดลอง ทุกครั้งที่นิกซ์หยุดฟังบางอย่างซึ่งคนอื่นไม่ได้ยิน
คาเอลกำมือแน่น
อย่าเอาคนไปวางบนเส้นเวลาเดียวกัน
อย่าถามว่าใครเหลือเวลาน้อยกว่า
มิเลียลงมายืนข้างเขา เธอไม่ได้แตะตัวเขา เพียงขยับเข้ามาใกล้พอให้ขอบแขนเสื้อชนกันแผ่วเบา
“คาเอล”
เขาหลุดจากความคิดแล้วหันไปมอง
“หืม”
มิเลียเหลือบตามองไปทางเดียวกับเขา
“นายมองอะไร”
คาเอลเงียบไปชั่วครู่
“ไม่รู้สิ”
เขามองประตูคลังอีกครั้ง
“ฉันแค่รู้สึกว่ามันเปิดง่ายเกินไป”
คาเอลหายใจเข้าช้า ๆ กลิ่นยาฆ่าเชื้อบาดโพรงจมูกจนรู้สึกขมถึงโคนลิ้น
มิเลียพยักหน้าเพียงเล็กน้อย แล้วเดินไปดูนิกซ์ซึ่งกำลังก้าวลงจากยานโดยจับราวแน่นกว่าปกติ
เส้นคล้ำใต้ผิวบริเวณคอของนิกซ์ขยับช้า ๆ ไม่สัมพันธ์กับชีพจร เขาหยุดทันทีที่เท้าแตะหิมะ ดวงตาจับอยู่ที่ช่องประตูคลัง
“ข้างในมีอะไร” โวร่าถามโดยไม่หันมา
นิกซ์เอียงหน้าเล็กน้อย
“ผมไม่รู้”
“ได้ยินไหม”
“ได้ยิน แต่ไม่เหมือนครั้งก่อน”
เขายกมือแตะข้างหู แต่แล้วเลื่อนลงมากดที่อกตัวเองแทน
“มันเหมือนตอนมีคนยืนอยู่หลังเรา แล้วเราไม่ต้องหันก็รู้ว่าเขากำลังมอง”
แจ็กซ์วางกล่องเครื่องมือลงในหิมะชั่วครู่เพื่อรัดสายสะพายให้แน่นขึ้น
“ฉันขอให้หลังจากเอายาได้แล้ว ทุกคนหยุดอธิบายความรู้สึกด้วยประโยคแบบนี้สักวัน”
เอียนไม่ตอบ เขาคุกเข่าลงข้างโวร่าและปัดหิมะออกจากพื้น รอยเท้าหลายชุดปรากฏอยู่ด้านล่าง
บางรอยเป็นรองเท้ามนุษย์
บางรอยเป็นกรงเล็บ
ทั้งหมดมุ่งไปยังประตู
คาเอลเดินเข้าไปใกล้
“เห็นอะไรบ้าง”
“รอยเท้ามนุษย์อย่างน้อยเจ็ด” เอียนตอบ
“อาจมากกว่านั้น รอยทับกัน”
เขาใช้นิ้วลากตามขอบรอยรองเท้าคู่หนึ่ง
“คนนี้เดินไม่ไหว มีคนพยุงสองข้าง”
ถัดออกไปมีรอยกรงเล็บลึก ร่องบนหิมะบ่งบอกถึงน้ำหนักของบางสิ่งที่เคลื่อนตามมาในระยะไม่ห่างนัก
แจ็กซ์มองรอยทั้งหมด
“พวกมันไล่คนเข้าไป?”
เอียนไม่ตอบทันที เขาเดินตามแนวรอยไปจนถึงประตู จากนั้นเลี้ยวออกด้านข้าง ตรวจพื้นที่ข้างกำแพงและเส้นทางอีกสองเส้นซึ่งควรใช้หนีออกมาได้
“ไม่มีรอยออก”
“หิมะกลบหรือเปล่า” มิเลียถาม
“ลมมาจากทิศตะวันตก ถ้ามีคนออก รอยลึกใต้ชายคายังต้องเหลือ”
เอียนกลับมามองกลุ่มรอยตรงหน้า
“แล้วรอยฝูงไม่ได้วิ่ง”
คาเอลเห็นสิ่งที่เขาหมายถึง รอยกรงเล็บแต่ละชุดห่างกันค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่มีรอยลื่น ไม่มีหิมะกระจายจากการพุ่งไล่
มันไม่ได้เร่ง
มันเดินตาม
“พวกมันต้อนพวกเขา” โวร่าพูด
เอียนลุกขึ้น
“ถูกต้อง”
ลมพัดหิมะผ่านระหว่างพวกเขา ไม่มีใครขยับเข้าใกล้ประตูอยู่หลายวินาที
กล้องวงจรปิดบนมุมอาคารหมุนช้า ๆ
ครืด
เลนส์สีดำซึ่งถูกน้ำแข็งเกาะครึ่งหนึ่งหันมาตรงยาน แล้วเคลื่อนผ่านทุกคนทีละคน ก่อนหยุดที่คาเอล
แจ็กซ์เงยปืนขึ้น
“อยากให้ฉันยิงไหม”
ไอออนเดินลงจากยานเป็นคนสุดท้าย ร่างสนามของเขาเอียงเล็กน้อยเพราะล้อข้างหนึ่งยังรับน้ำหนักไม่เท่ากัน ดวงตาสีฟ้าข้างเดียวกะพริบถี่เมื่อเขาตรวจสัญญาณ
“ไม่แนะนำครับ กล้องเชื่อมกับระบบกักกัน หากทำลายอาจเรียกใช้มาตรการตอบโต้”
“มันหมุนได้ทั้งที่สายไฟขาด”
คาเอลมองสายที่ห้อยจากฐานกล้อง เส้นทองแดงด้านในขึ้นสนิมจนแทบไม่เหลือ
ไอออนเงียบไปครู่หนึ่ง
“มีสัญญาณไฟฟ้าอยู่จริงครับ”
“มาจากไหน”
“ผมระบุไม่ได้”
นิกซ์มองกล้อง
“มาจากข้างใน”
คำตอบนั้นทำให้มือของแจ็กซ์กระชับด้ามปืน
ไอออนยกแขนขึ้น สายเชื่อมต่อเส้นเล็กคลายจากข้อมือ เขาไม่ได้เสียบเข้ากับสิ่งใด เพียงปล่อยปลายสายรับคลื่นในอากาศ
“ระบบควบคุมอาคารกำลังทำงานร่วมกับสัญญาณชีวภาพชนิดหนึ่ง”
แจ็กซ์หันไปหาเขา
“ระบบเครื่องจักรทำงานกับเนื้อ?”
“เป็นคำอธิบายที่ใกล้เคียงครับ”
“ดี ฉันเริ่มคิดถึงตอนที่ปัญหาของเรามีแค่เครื่องยนต์ใกล้ระเบิดแล้ว”
ประตูคลังขยับ
ไม่ใช่เปิดเพิ่ม
มันเพียงสั่นแผ่วเบา ราวกับบางอย่างด้านในเพิ่งแตะบานประตูจากอีกฝั่ง
[กำลังเปิดใช้งานการคัดกรอง]
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตภายนอก]
[ตรวจพบร่องรอยโครงการไอดอลอน]
โวร่าหยุดนิ่ง
มือข้างหนึ่งขยับไปใกล้อกเสื้อก่อนหยุดลงกลางทาง ตรงนั้นมีผ้าของลูน่าพับเก็บไว้ด้านใน คาเอลไม่เห็นมัน แต่รู้จากท่าทางของเธอ
[สถานะตัวอย่าง: ไม่สมบูรณ์]
แสงแดงเหนือประตูกะพริบหนึ่งครั้ง
โวร่าลดมือลง
“เข้าไปก้นเถอะ”
ไม่มีใครถามว่าเธอแน่ใจหรือไม่
คาเอลมองแต่ละคน
“แจ็กซ์กับไอออนอยู่กลาง มิเลียดูนิกซ์ โวร่านำด้านซ้าย เอียนปิดหลัง ห้ามแยกจากแนวสายตา ถ้าเจออะไรผิดปกติ อย่าแตะ อย่าตาม และอย่าเชื่อเสียงเรียกจนกว่าจะเห็นคนพูด”
เอียนเหลือบมองเขา
“ประโยคสุดท้ายคิดไว้ก่อนมาหรือเพิ่งคิด”
“เพิ่งคิด”
“งั้นหวังว่านายจะคิดเกินไป”
คาเอลมองประตูคลัง
“ฉันก็หวังแบบนั้น”
“แต่สีหน้านายบอกอีกอย่างนะ”
“…”
โวร่าก้าวผ่านประตูเป็นคนแรก
ความอุ่นด้านในปะทะใบหน้าราวกับลมหายใจของสัตว์ขนาดใหญ่ อากาศชื้นกว่าด้านนอกจนไอน้ำเกาะบนขอบปืนและเส้นผม กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงขึ้นทันที แต่ภายใต้ความสะอาดฝืนธรรมชาตินั้นมีกลิ่นหวานเน่าซ่อนอยู่ คล้ายผลไม้ที่ถูกทิ้งไว้กับเนื้อดิบในภาชนะปิด
แสงไฟตามพื้นส่องเป็นแนวยาวเข้าไปในโถง ผนังคอนกรีตด้านในถูกหุ้มด้วยแผ่นโลหะสีขาวซึ่งหม่นเป็นสีเทา คราบน้ำไหลจากเพดานลงมาเป็นเส้นดำ ป้ายเตือนหลายแผ่นหลุดห้อยอยู่เหนือประตู
เขตกักกันชีวภาพ
หน่วยเวชภัณฑ์ฉุกเฉิน
ห้ามเคลื่อนย้ายตัวอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต
โครงการไอดอลอน: การเข้าถึงจำกัด
โวร่าเดินผ่านป้ายสุดท้ายโดยไม่หันมอง แต่จังหวะก้าวช้าลงเพียงครึ่งก้าว
ด้านในเงียบเกินไป
ไม่ใช่ความสงบของสถานที่ว่าง
เครื่องปรับอากาศเก่ายังส่งลมผ่านช่องเหนือหัว เสียงมอเตอร์ต่ำ ๆ ดังต่อเนื่อง น้ำหยดจากท่อเป็นช่วง และที่ไกลออกไปมีบางอย่างเสียดสีกับโลหะอย่างเชื่องช้า
ครืด
หยุด
ครืด
คาเอลยกปืนสูงขึ้น
ทางเดินเปิดเข้าสู่โถงพักเจ้าหน้าที่ โต๊ะกับเก้าอี้ยังอยู่ครบ ไม่มีศพ ไม่มีรอยต่อสู้ และไม่มีฝุ่นหนาอย่างที่ควรมี
แต่ทุกอย่างถูกจัดผิด
เก้าอี้สิบเอ็ดตัววางเป็นแถวหันหน้าเข้าหากำแพงแทนที่จะหันเข้าหาโต๊ะ ถ้วยน้ำเปล่าวางหน้าทุกที่นั่งโดยคว่ำปากลง ผ้าห่มฉุกเฉินถูกพับเป็นสี่เหลี่ยมวางบนโต๊ะอาหาร ส่วนกล่องอาหารกระป๋องถูกเปิดและจัดเรียงเป็นวงกลมรอบของเล่นเด็กพลาสติกหลายชิ้น
ตุ๊กตารูปสัตว์บางตัวถูกวางหัวลง
บางตัวถูกแยกแขนขาแล้วประกอบกลับผิดตำแหน่ง
รูปถ่ายครอบครัวหลายกรอบถูกนำมาวางคว่ำหน้า แต่ทุกกรอบหันด้านกระจกไปทางประตูที่พวกเขาเพิ่งเดินเข้ามา
แจ็กซ์ชะลอ
“ผู้รอดชีวิตทำไว้หรือเปล่า”
เอียนเดินไปหยุดข้างเก้าอี้ตัวหนึ่ง เขาไม่แตะ เพียงย่อตัวตรวจขาเก้าอี้และพื้นรอบ ๆ
“ไม่มีรอยลาก”
แจ็กซ์ขมวดคิ้ว
“แล้วมันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
“ถูกยก”
เขามองรอยเล็ก ๆ บนพนักเก้าอี้ รอยนั้นไม่เหมือนนิ้วมือ แต่เหมือนปลายกรงเล็บหลายอันบีบโลหะพร้อมกัน
คาเอลมองของเล่นบนโต๊ะ
“มันกำลังทำอะไร”
เอียนเงียบอยู่นานกว่าเดิม
“คนใช้ของพวกนี้”
เขาใช้นิ้วชี้ไปยังถ้วย ผ้าห่ม อาหาร และรูปถ่าย
“กินจากถ้วย ห่มผ้า นั่งคุย มองรูปคนที่ตัวเองคิดถึง”
เอียนเงยหน้ามองเก้าอี้ที่หันเข้ากำแพง
“ไม่ นี่ไม่ใช่การใช้ของมนุษย์”
สายลมจากช่องระบายอากาศพัดผ่านโถง กลิ่นหวานเน่าลอยเข้มขึ้นชั่วขณะ
“มันเหมือนมีบางอย่างเคยเห็นมนุษย์ทำ แล้วพยายามจัดทุกอย่างกลับให้เหมือนเดิม”
มิเลียมองตุ๊กตาที่ถูกต่อแขนไว้ตรงขา
“แต่ไม่เข้าใจว่ามันมีไว้ทำไม”
ไม่มีใครพูดต่อ
เสียงร้องดังมาจากทางเดินด้านขวา
“ช่วยด้วย!”
เป็นเสียงผู้หญิง
แหบ แตก และใกล้พอให้ทุกคนหันพร้อมกัน
“ช่วยฉันด้วย...ได้โปรด...”
แจ็กซ์ขยับก่อนใคร เขาเดินไปหนึ่งก้าวแล้วหยุดเมื่อเอียนยื่นแขนขวางหน้าอก
“อะไรน่ะ”
เอียนไม่มองเขา
“เงียบ!”
เสียงผู้หญิงดังอีกครั้ง
“ช่วยด้วย!”
ช่วงหยุด
“ช่วยฉันด้วย...ได้โปรด...”
เหมือนเดิมทุกอย่าง
ทั้งระดับเสียง
จังหวะหายใจ
การพูดลากคำสุดท้าย
แม้แต่อาการไอหลังประโยค
แจ็กซ์ค่อย ๆ ลดเท้าที่กำลังจะก้าว
“เครื่องบันทึก?”
“หรือบางอย่างที่อยากให้เราคิดว่ามีคน”
คาเอลส่งสัญญาณให้โวร่าอ้อมไปทางซ้าย เอียนขยับเข้าใกล้กรอบประตูฝั่งขวา ไอออนเปิดแผงเล็กจากแขนและสแกนผนัง
“พบแหล่งกำเนิดเสียงในห้องด้านหน้า ระยะสิบสี่เมตรครับ”
“มีสัญญาณชีพไหม”
“ตรวจพบหลายจุด”
แจ็กซ์สบถเบา ๆ
“คน?”
“ไม่ตรงกับมนุษย์ครับ”
โวร่าหายเข้าไปในเงาข้างตู้เก็บของ คาเอลรอจนเห็นปลายนิ้วของเธอโผล่มาจากอีกมุม เป็นสัญญาณว่าพร้อมแล้ว
เขาพยักหน้าให้เอียน
เอียนใช้ปลายปืนดันประตูเปิด
บานประตูเคลื่อนเข้าไปเพียงเล็กน้อย
“ช่วยด้วย!”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากลำโพงขนาดเล็กกลางห้อง
สายไฟของมันไม่ได้เชื่อมกับผนัง
เส้นใยสีดำชื้นหลายเส้นแทงเข้าไปในช่องลำโพงจากก้อนเนื้อบนพื้น เส้นใยเหล่านั้นเต้นช้า ๆ ทุกครั้งที่เสียงถูกเล่น
“ช่วยฉันด้วย...ได้โปรด...”
เหนือเพดานมีบางอย่างขยับ
คาเอลเห็นเงาสะท้อนบนพื้นโลหะก่อนตัวจริงจะหล่นลงมา
“ถอย!”
สัตว์ติดเชื้อตัวแรกกระแทกพื้นตรงหน้าแจ็กซ์ มันเคยเป็นหมาป่าหรือสุนัขป่าขนาดใหญ่ แต่กระดูกสันหลังโป่งนูนจนเกือบทะลุผิว แผ่นเกราะสีดำงอกตามซี่โครง ปากฉีกยาวถึงข้างแก้ม น้ำลายข้นหยดลงพื้นและเกิดควันจาง ๆ
มันไม่พุ่งใส่แจ็กซ์
มันกัดสายสะพายกล่องเครื่องมือ
แรงกระชากดึงแจ็กซ์ล้มเข่ากระแทกพื้น
“กล่อง!”
คาเอลยิงหนึ่งนัด กระสุนเจาะไหล่สัตว์แต่ไม่ทำให้มันปล่อย สัตว์อีกสองตัวหล่นลงจากท่อด้านหลัง หนึ่งตัวพุ่งเข้าใส่มิเลีย อีกตัววิ่งเลาะกำแพงไปหาไอออน
โวร่าปรากฏจากเงา มีดพลังงานสว่างวาบ เธอฟันขาหลังของตัวที่กัดกล่องจนขาดครึ่งหนึ่ง ของเหลวสีดำสาดลงบนรองเท้าแจ็กซ์ กลิ่นเน่าเหม็นพุ่งขึ้นมาจนเขาไอ
เอียนยิงตัวที่เข้าหามิเลีย กระสุนแรกเข้าช่วงอก แต่สิ่งนั้นบิดตัวกลางอากาศ ใช้แรงกระแทกชนรถเข็นเก่าล้มคว่ำแล้วกระโจนต่อ
“แจ็กซ์ หลบขวา!”
แจ็กซ์ปล่อยสายกระเป๋าแล้วกลิ้งไปทางขวา กรงเล็บของสัตว์กวาดผ่านพื้นตรงตำแหน่งเดิม เกิดประกายไฟยาว
คาเอลก้าวเข้าแทรก เขายิงใส่ข้างหัวในระยะประชิด แรงถีบสะเทือนขึ้นแขน สัตว์ตัวนั้นล้มลงแต่ยังตะกุยพื้น เขาต้องยิงซ้ำจึงหยุด
ด้านหลัง ไอออนถอยไม่ทัน สัตว์ติดเชื้อกระแทกร่างโลหะจนล้อข้างหนึ่งยกพ้นพื้น มันไม่พยายามกัดคอหรือฉีกลำตัว กลับใช้กรงเล็บตะกุยแผงเชื่อมต่อที่หลังของไอออน
มันรู้ว่าตรงไหนเชื่อมระบบ
เอียนเปลี่ยนมุมยิงไม่ได้เพราะไอออนบังอยู่ โวร่าจึงวิ่งขึ้นเหยียบผนังสองก้าว กระโดดข้ามไหล่ไอออนแล้วแทงมีดลงกลางหลังสัตว์ น้ำหนักของเธอกับแรงแทงกดมันกระแทกพื้น
แจ็กซ์ลุกขึ้น คว้ากล่องเครื่องมือกลับมา สายสะพายขาดไปข้างหนึ่งแต่ตัวยังไม่แตก
“มันจะเอากล่องฉัน”
“โชคดี” เอียนพูดขณะเปลี่ยนซองกระสุน
“ที่มันไม่คิดจะกินนาย”
“ฉันไม่รู้สึกดีขึ้นเลย”
เสียงเล็บขูดดังจากเหนือศีรษะ
คาเอลเงยหน้าขึ้น
แผ่นตะแกรงช่องลมสั่นหลายจุดพร้อมกัน แต่ไม่มีตัวใดลงมา
พวกมันถอย
หรือกำลังรอ
ไอออนยันตัวเองกลับมาตั้งตรง ดวงตาสีฟ้ากะพริบเร็ว
“แผงเชื่อมต่อภายนอกได้รับความเสียหายเล็กน้อยครับ”
แจ็กซ์เดินเข้าไปตรวจ
“เล็กน้อยของนายคือระดับไหน”
“ยังไม่หยุดทำงาน”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
ไอออนหันมองแจ็กซ์
“ผมเชื่อว่าคุณสามารถซ่อมได้”
แจ็กซ์มองรอยกรงเล็บสามรอยซึ่งลึกถึงแผ่นวงจร
“ชมกันตอนนี้ก็ไม่ช่วย”
เสียงผู้หญิงจากลำโพงยังพูดซ้ำ
“ช่วยฉันด้วย...ได้โปรด...”
โวร่าเดินไปที่ก้อนเนื้อซึ่งเชื่อมกับลำโพง เธอยกมีดขึ้น
“เดี๋ยว” ไอออนกล่าว
เธอหยุดปลายมีดห่างจากเส้นใยไม่ถึงนิ้ว
“ผมกำลังตรวจไฟล์เสียง”
เสียงร้องดังซ้ำอีกครั้ง
ไอออนนิ่งอยู่หลายวินาที
“ไฟล์นี้ไม่ได้มาจากบุคคลเดียวครับ”
มิเลียมองลำโพง
“หมายความว่าอะไร”
“ระบบประกอบประโยคจากเสียงอย่างน้อยห้าคน คำว่า ‘ช่วย’ มาจากผู้หญิงคนหนึ่ง คำว่า ‘ฉัน’ มาจากอีกคน ส่วนการไอเป็นของเด็ก”
ลำโพงยังคงทวนคำขอ
ครั้งนี้ทุกคนได้ยินรอยต่อซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกต
เสียงแต่ละคำเหมือนต่อกันแนบสนิท
เกือบเป็นมนุษย์
เกือบเท่านั้น
โวร่าฟันลงไป เส้นใยขาดกระจาย ของเหลวใสขุ่นไหลออกมา ลำโพงส่งเสียงแตกพร่า
“ช่วย...ฉัน...ช่วย...ฉัน...”
ก่อนดับลงในที่สุด
นิกซ์ยืนมองก้อนเนื้อบนพื้น
“มันกำลังหัดพูด”
ไม่มีใครปฏิเสธ
พวกเขาออกจากโถงพักโดยไม่แตะสิ่งใดอีก
ทางเดินด้านหน้าลาดลงเล็กน้อย อุณหภูมิลดลงทุกสิบก้าว ไอน้ำจากลมหายใจเริ่มปรากฏทั้งที่ยังอยู่ภายใน ผนังสองข้างเปลี่ยนจากห้องพักเป็นห้องตรวจชีวภาพ กระจกนิรภัยแตกร้าว เตียงเหล็กบางตัวมีสายรัดข้อมือยังล็อกค้างอยู่ คราบสีดำแห้งเกาะรอบช่องระบายน้ำ
ป้ายบนผนังระบุเส้นทางไปคลังเวชภัณฑ์หลัก
แจ็กซ์เร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
คาเอลหันไปหาแจ็กซ์
“เวลา”
แจ็กซ์ยกข้อมือขึ้นมอง
“หนึ่งชั่วโมงสี่สิบเจ็ดนาที”
คาเอลเม้มปากแน่น
ทุกนาทีทำให้ซอเรนอยู่ไกลออกไปกว่าเดิม
เขาเกือบบอกให้ทุกคนเร็วขึ้น
แต่เอียนหยุดกลางทางก่อน
มือข้างหนึ่งยกขึ้น
ทุกคนหยุดตาม
“อะไร”
เอียนชี้ไปยังรอยบนพื้น
เป็นรอยกรงเล็บขนาดเล็กหลายชุดตัดผ่านทางเดินจากซ้ายไปขวา บางรอยทับกันเหมือนฝูงเคลื่อนผ่านไม่นาน
“มันรู้ว่าเรามุ่งไปทางไหน”
“ป้ายบอกอยู่” แจ็กซ์กล่าว
เอียนมองกล้องตัวเล็กเหนือประตู
“ไม่ใช่แค่นั้น”
เสียงดังขึ้นจากห้องด้านขวา
ตึง
บางอย่างกระแทกผนัง
นิกซ์หันตาม
แผ่นประตูด้านซ้ายเปิดเองช้า ๆ
คาเอลเห็นการเคลื่อนไหวต่ำติดพื้น
“เตรียม—”
เซิร์กลิงสองตัวพุ่งออกมาพร้อมกัน
ตัวแรกวิ่งตรงกลาง ตัวที่สองเลาะผนังด้านขวา กรงเล็บขูดโลหะเป็นเสียงแหลม ร่างของพวกมันเล็กกว่าตัวเต็มวัยเล็กน้อย แต่เปลือกสีดำแน่นและเงาจากความชื้น ดวงตาไม่มีความหิวคลุ้มคลั่งอย่างที่ควรมี
มันมองตำแหน่งเท้า
คาเอลยกปืน
“แจ็กซ์ ขวา!”
แจ็กซ์ขยับทันที
เซิร์กลิงตัวที่เลาะผนังเปลี่ยนทิศกลางทาง กระโจนเข้าหาจุดขวาก่อนแจ็กซ์จะไปถึง
ราวกับรู้ว่าคำสั่งนั้นจะมา
แจ็กซ์เห็นทันในเสี้ยววินาที เขาทิ้งตัวลงแทนการวิ่งต่อ กรงเล็บผ่านเหนือศีรษะจนปลายเส้นผมบางส่วนขาด มิเลียยิงจากด้านหลัง กระสุนเข้าใต้กรามเซิร์กลิง เลือดดำพุ่งใส่ผนัง
ตัวแรกไม่บุกคาเอล มันหมุนไปทางไอออนอีกครั้ง
เอียนยิงขาหน้า ทำให้มันเสียหลัก โวร่าเข้าถึงก่อนล้มเต็มตัว มีดของเธอแทงเข้าแนวต่อระหว่างเกราะคอกับหัว ไฟพลังงานเผาเนื้อจนกลิ่นเหม็นไหม้กระจาย
ทุกอย่างจบภายในไม่กี่วินาที
แต่แจ็กซ์ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น
เขาหันไปมองตำแหน่งที่เซิร์กลิงดักไว้
“มันรอทางขวา”
คาเอลไม่ตอบ
ครั้งก่อนคำสั่งเดียวกันช่วยเขา
ครั้งนี้เกือบฆ่าเขา
เอียนมองรอยเท้าของเซิร์กลิง แล้วมองคาเอล
“อย่าใช้คำเดิมอีก”
“มันอาจเดาจากตำแหน่งและจากคำที่นายเคยพูด”
“อาจจะนะ”
เอียนเดินไปแตะผนังที่เซิร์กลิงเกาะรอ รอยกรงเล็บบนพื้นแสดงว่ามันอยู่ตรงนั้นก่อนประตูเปิด
“แต่ฉันคิดว่ามันฟังเราอยู่ตลอด”
ระบบไฟกะพริบ
แสงแดงดับไปหนึ่งช่วง ก่อนกลับมาติด
จากที่ไกลออกไปมีเสียงขยับต่ำ ๆ หลายจุด
คาเอลส่งสัญญาณมือให้เคลื่อนต่อ
เขาไม่พูด
ห้านาทีต่อมา ฝูงโจมตีอีกครั้งตรงทางแยก
คราวนี้เซิร์กลิงสามตัวโผล่ออกมาจากประตูขนส่ง สองตัววิ่งต่ำ อีกตัวเกาะเพดาน คาเอลไม่ออกคำสั่ง เขาแตะไหล่แจ็กซ์หนึ่งครั้งแล้วชี้ไปด้านซ้าย จากนั้นกำหมัดให้โวร่าหยุดอยู่กับที่
เซิร์กลิงบนเพดานชะงัก
มันขยับหัวช้า ๆ
เหมือนรอฟังบางอย่างซึ่งไม่เกิดขึ้น
เอียนยิงมันตก
อีกสองตัวจึงพุ่งพร้อมกัน แต่ช้ากว่าจังหวะแรกเพียงเสี้ยววินาที ความลังเลนั้นพอให้โวร่าตัดตัวแรก และแจ็กซ์หลบตัวที่สองโดยไม่ต้องรอใครสั่ง
หลังเสียงปืนเงียบ เอียนมองซากบนพื้น
“มันไม่ได้อ่านแผนเรา”
คาเอลเปลี่ยนซองกระสุน
“ฉันรู้”
“มันกำลังจดจำเสียงนาย”
ความเย็นในทางเดินเหมือนเพิ่มขึ้นอีกระดับ
แจ็กซ์สูดลมหายใจแล้วพยายามยิ้ม แต่ทำได้เพียงมุมปากขยับ
“ดี ต่อไปเราคงต้องใช้ภาษามือเหมือนคู่สามีภรรยาที่ทะเลาะกัน”
มิเลียเหลือบมองคาเอล
“บางคนพูดน้อยอยู่แล้ว น่าจะปรับตัวไม่ยาก”
โวร่าเดินผ่านพวกเขาไป
“ช้า”
คำเดียวทำให้แจ็กซ์หุบปากและรีบตามทันที
ทางเดินสิ้นสุดที่ประตูกระจกสองชั้น ด้านบนมีคำว่า เขตเวชภัณฑ์ควบคุม แผงข้างประตูยังติดไฟ ไอออนเข้าไปเชื่อมต่อสายจากข้อมือ
“ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งนาทีครับ”
“นายมีสามสิบวินาที” แจ็กซ์ตอบ
“เวลาที่ลดลงไม่ได้ทำให้ระบบทำงานเร็วขึ้น”
“แต่ทำให้ฉันรู้สึกว่ากำลังช่วยอะไรอยู่”
ไอออนไม่ตอบ
คาเอลหันกลับไปมองทางเดิม ไม่มีเงาเคลื่อน ไม่มีเล็บขูด ไม่มีฝูงตามมา
ความนิ่งนั้นแย่กว่าเสียงไล่ล่า
มันรู้ว่าพวกเขาต้องหยุดตรงนี้
มันรอให้ประตูแยกพวกเขา
“ถอยจากแนวประตู” คาเอลพูด
คำสั่งเพิ่งจบ แผงเหนือศีรษะก็เปิดออก
ป้อมฆ่าเชื้อสามตัวลดลงจากเพดาน แขนกลสีขาวหม่นหมุนหาตำแหน่ง เส้นแสงบาง ๆ กวาดผ่านพื้นและขึ้นมาหยุดที่หน้าอกของทุกคน
[ตรวจพบการปนเปื้อนข้ามเขต]
[เริ่มมาตรการแยกกลุ่ม]
บานเหล็กฉุกเฉินตกลงจากเพดาน
คาเอลพุ่งไปข้างหน้า แต่ช้าเกินไป
แผ่นแรกกระแทกระหว่างเขากับมิเลีย
แผ่นที่สองแยกโวร่าออกไปอีกทาง
แผ่นที่สามปิดด้านหลังแจ็กซ์กับไอออน
เสียงเหล็กกระแทกพื้นดังสนั่นจนฝุ่นจากเพดานร่วงลงมา
คาเอลอยู่กับเอียนในช่องทางแคบ
อีกด้านของกระจก มิเลียกับนิกซ์ถูกขังในห้องตรวจ
แจ็กซ์กับไอออนอยู่หน้าแผงหลักหลังบานเหล็กกึ่งโปร่ง
โวร่าหายไปจากสายตา เหลือเพียงเงาเคลื่อนผ่านแสงแดงอีกด้านของผนังขุ่น
[เริ่มกระบวนการฆ่าเชื้อ]
ป้อมหัน
คาเอลเห็นเส้นแสงจับที่อกมิเลีย
“หมอบ!”
มิเลียดึงนิกซ์ลงกับพื้น ลำแสงขาวพุ่งผ่านเหนือศีรษะ เผากระจกอีกด้านจนเกิดรอยดำ กลิ่นพลาสติกไหม้กระจายไปทั่วทางเดิน
เอียนยิงป้อมตรงหน้า กระสุนกระแทกฝาครอบแต่ไม่ทะลุ ระบบหันมาหาเขาทันที
“หาที่กำบัง!”
คาเอลกระแทกไหล่ใส่เอียน ผลักทั้งคู่เข้าใต้เคาน์เตอร์โลหะ ลำแสงตัดผ่านขอบเคาน์เตอร์จนโลหะแดงร้อน ความร้อนแผ่เข้าหน้าแม้อากาศเย็นจัด
อีกด้านหนึ่ง แจ็กซ์ทุบแผงควบคุม
“ไอออน ปิดมัน!”
“กำลังพยายามครับ”
“ให้เร็วกว่านี้!”
“ระบบกำลังต้านคำสั่ง”
“ระบบหรือเนื้อในผนัง!”
“ทั้งสองอย่างครับ”
จากเงาด้านโวร่ามีเสียงกรงเล็บกระแทกพื้น ตามด้วยเสียงมีดพลังงานสว่างวาบและโลหะถูกฟัน คาเอลมองไม่เห็นเธอ
ป้อมเหนือห้องมิเลียหมุนกลับลงมา
นิกซ์พยายามลุก แต่ขาทรุด มิเลียลากเขาไปหลังเตียงตรวจ เครื่องจักรส่งเส้นแสงกวาดตามความร้อนผ่านขอบเตียง
คาเอลมองตำแหน่งทั้งหมด
มิเลียกับนิกซ์ถูกยิงซ้ำในสี่วินาที
โวร่ากำลังสู้กับบางอย่างที่มองไม่เห็น
แจ็กซ์เปิดประตูได้เพียงหนึ่งบานก่อนระบบเปลี่ยนรหัส
ถ้าเลือกเปิดห้องมิเลียก่อน โวร่าอาจถูกป้อมอีกฝั่งยิง
ถ้าเปิดทางโวร่า มิเลียไม่มีที่หลบพอ
ถ้าให้เอียนทำลายป้อมตรงหน้า จะเสียกระสุนและเปิดตัวเองต่อแนวยิง
ประตูบีเจ็ดกลับมาในหัวอย่างไม่มีคำเตือน
แสงแดง
เสียงคนทุบประตู
เวลาที่เหลือไม่พอ
คนส่วนใหญ่
หนึ่งคนที่ต้องถูกทิ้ง
ไม่
ไม่ใช่อีกครั้ง
คาเอลกวาดสายตาขึ้นไปเห็นท่อดับเพลิงเหนือทางเดิน วาล์วเก่าต่อกับระบบแรงดันเดียวกันทั้งเขต
เขาไม่ได้ต้องเลือกประตู
ระบบอยากให้เขาเลือก
“แจ็กซ์ อย่าเปิดบานไหน!”
“อะไรนะ!”
“ตัดวาล์วแรงดันหลักใต้แผงซ้าย ไอออนส่งกระแสย้อนเข้าป้อมทั้งหมด เอียนยิงท่อเหนือหัวฉันเมื่อไฟเปลี่ยนสี!”
เขาหันไปทางกระจก
“มิเลีย พานิกซ์ไปที่ช่องระบายน้ำด้านหลังเตียง!”
มิเลียไม่ถาม เธอลากเตียงออกจากผนังทันที
คาเอลตะโกนไปทางเงาซึ่งมองไม่เห็นโวร่า
“โวร่า ตัดสายสีขาวที่ฐานป้อม ถ้าได้ยิน—”
เสียงมีดฟันโลหะดังขึ้นหนึ่งครั้ง
เป็นคำตอบ
แจ็กซ์เปิดฝาแผงแล้วดึงสายหนาออกมา
“ฉันเจอวาล์วแล้ว!”
“พร้อมครับ” ไอออนกล่าว
ไฟบนป้อมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นขาว
“เอียน!”
เอียนลุกจากที่กำบังเพียงครึ่งตัว ยิงท่อเหนือหัวคาเอล กระสุนเจาะโลหะ เสียงแรงดันระเบิดดังปัง สารดับเพลิงสีขาวพุ่งออกมาเป็นม่านหนา ปกคลุมตัวตรวจจับทั้งหมด
พร้อมกันนั้น แจ็กซ์บิดวาล์วลงสุดแรง ไอออนปล่อยกระแสไฟย้อนเข้าสู่ระบบ
ป้อมสามตัวกระตุก
แสงเลเซอร์กวาดมั่วไปทั่วผนัง
โวร่าฟันฐานป้อมฝั่งของเธอ เสียงโลหะขาดดังแหลม ตามด้วยแรงกระแทกของเครื่องจักรตกพื้น
มิเลียเปิดช่องระบายน้ำหลังเตียง ผลักนิกซ์ให้หมอบลงในร่องแคบ ลำแสงจากป้อมกวาดผ่านเหนือหลังเธอ เฉี่ยวแขนเสื้อจนผ้าไหม้เป็นรอยยาว
คาเอลกับเอียนพุ่งออกจากที่กำบัง ป้อมตรงหน้าหันช้าลงเพราะหมอกบังตัวตรวจจับ เอียนยิงสามนัดติด นัดแรกทะลุแกนหมุน นัดที่สองเจาะชุดจ่ายไฟ นัดที่สามทำให้มันระเบิดเป็นประกายไฟ
เสียงทั้งหมดหยุดลงในคราวเดียว
เหลือเพียงเสียงสารดับเพลิงพ่นออกจากท่อและลมหายใจของทุกคนผ่านช่องกั้น
ไฟฉุกเฉินกลับมาติด
กลอนประตูปลดทีละบาน
คาเอลผลักบานเหล็กของมิเลียขึ้นทันทีที่มีช่องพอ เขาสอดแขนเข้าไปช่วยงัด โลหะร้อนจนถุงมือส่งกลิ่นไหม้ แต่เขาไม่ปล่อยจนมิเลียกับนิกซ์ลอดออกมาได้
“โดนตรงไหน”
มิเลียมองรอยไหม้บนแขนเสื้อ
“แค่ผ้า”
คาเอลยังไม่ละสายตา
“แน่ใจนะ”
“ฉันยังยืนอยู่”
คาเอลเอื้อมมือไปตรวจ แต่หยุดก่อนแตะ
มิเลียเห็นมือเขาค้างอยู่ เธอเป็นฝ่ายขยับแขนเข้ามาให้
“ผิวยังอยู่”
เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลมหายใจออก
อีกด้าน โวร่าเดินออกจากหมอกสีขาว มีเลือดดำเปื้อนมีดและแขนเสื้อ รอยไหม้ยาวพาดบ่าซ้ายของเธอ แต่ไม่ลึก
ด้านหลังเธอมีซากเซิร์กลิงสองตัว ตัวหนึ่งถูกฟันเปิดตั้งแต่คอถึงอก อีกตัวหัวบิดผิดมุม
"นายเตือนช้าไป" เธอพูด
“ฉันขอโทษ”
โวร่ามองเขาหนึ่งวินาที
“แต่ยังคิดทัน”
คำพูดนั้นไม่ใช่การให้อภัย
และไม่ใช่คำชม
มันเพียงยืนยันว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้หลังประตูครั้งนี้
แจ็กซ์เดินออกมาพร้อมไอออน เขาถือแผงวงจรที่ถูกเผาไปครึ่งหนึ่ง สีหน้าราวกับอยากกัดเครื่องจักรคืน
“ฉันเสียตัวแปลงสำรองไปหนึ่งตัว”
“ซ่อมได้ไหม” เอียนถาม
“ทุกอย่างซ่อมได้ ถ้าไม่ตายก่อน”
เสียงครูดดังจากช่องระบายอากาศ
ทุกคนยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน
แต่สิ่งที่ดังตามมาไม่ใช่กรงเล็บ
เป็นเสียงหายใจของมนุษย์
ถี่
ขาด
และพยายามกลั้น
เอียนหันปืนไปทางตะแกรงเหนือผนัง
“ออกมา”
ไม่มีการเคลื่อนไหว
“เราได้ยินแล้ว” เขาพูด “
ถ้ายังซ่อนต่อ สิ่งที่อยู่ในท่ออาจออกมาพร้อมคุณ”
ตะแกรงขยับช้า ๆ
มือผอมซีดคู่หนึ่งดันออกมาก่อน ตามด้วยใบหน้าของหญิงสาวซึ่งเปื้อนฝุ่นและเลือดแห้ง ดวงตาเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นปืนหลายกระบอก
“อย่ายิง”
เอียนไม่ลดปืน
“ลงมา”
เธอหันกลับไปพูดกับใครบางคนในท่อ ก่อนค่อย ๆ ปีนลงมา ชายวัยกลางคนตามออกมาคนที่สอง เขาถือปืนลูกซองเก่า ลำกล้องสั่นเล็กน้อยแต่ยังชี้ตรง
จากนั้นมีคนอีกสามคน
หญิงชรา
ชายผอมที่ขาข้างหนึ่งพันด้วยผ้าสกปรก
และเด็กชายวัยอายุไม่เกินสิบสองซึ่งถูกหญิงสาวประคองไว้
เด็กคนนั้นตัวร้อนจนไออุ่นลอยจากผิวแม้อากาศหนาว ริมฝีปากซีด และมีเส้นคล้ำบาง ๆ ลามขึ้นจากแผลตรงสีข้าง
มิเลียขยับเข้าไป แต่ชายถือปืนยกอาวุธขวาง
“อย่าเข้าใกล้”
มิเลียหยุด
“เขาต้องรักษา”
“ทุกคนพูดแบบนั้นก่อนพาคนของเราเข้าไป”
ไม่มีใครลดอาวุธ
ระยะห่างระหว่างสองกลุ่มไม่ถึงห้าเมตร แต่ยาวพอจะมีคนตายหลายคนก่อนใครแก้ความเข้าใจผิดได้
คาเอลมองนิ้วของชายคนนั้นบนไกปืน
แรงสั่นไม่ใช่ความลังเล
เป็นความเหนื่อย
คนซึ่งถือปืนมานานเกินไปอาจลั่นไกเพราะกล้ามเนื้อหมดแรงได้ง่ายกว่าคนที่อยากฆ่า
คาเอลลดปากกระบอกลงเล็กน้อย
“เรามาหาสารยับยั้งพิษโรช”
ดวงตาชายคนนั้นเปลี่ยนทันที
แจ็กซ์เห็นเช่นกัน เขาขยับมือไปใกล้กล่องเครื่องมือ
“คุณรู้ว่ามันอยู่ไหน”
ชายถือปืนไม่ตอบ
หญิงสาวที่ประคองเด็กมองแจ็กซ์
“พวกคุณมีคนโดนพิษ?”
“ใช่”
“ยังมีชีวิต?”
แจ็กซ์เม้มปาก
“ถ้าเรากลับทัน”
ความเงียบคั่นอยู่ครู่หนึ่ง
เด็กชายไอ ของเหลวสีดำจาง ๆ ติดริมฝีปาก หญิงสาวรีบใช้แขนเสื้อเช็ดออก
ชายถือปืนลดลำกล้องลงเพียงเล็กน้อย
“ห้องยาอยู่ด้านล่าง แต่ระบบไม่เปิดให้เรา มันเรียกพวกเราว่าผู้ปนเปื้อน”
เอียนมองช่องท่อที่พวกเขาออกมา
“ฝูงพวกมันรู้ว่าพวกคุณอยู่ที่นี่ไหม”
ชายคนนั้นไม่ตอบทันที
หญิงชรากลับเป็นคนพูด
“มันรู้”
เสียงของเธอแหบเหมือนกระดาษเก่า
“มันพาเรามา”
คาเอลมองเธอ
“พามายังไง”
“พวกมันต้อนเรา”
หญิงชรายกมือที่มีนิ้วขาดไปสองนิ้วขึ้นชี้ทางเดินด้านหลัง
“ทุกครั้งที่เราไปทางออก มันจะโผล่มาปิดทาง แต่ไม่ฆ่าทุกคน”
ชายขาบาดเจ็บพึมพำ
“ตอนแรกเราคิดว่าพวกมันเก็บเราไว้กิน”
หญิงสาวกอดเด็กแน่นขึ้น
“ตอนที่หนีมัน และมีคนล้ม”
เธอหยุดพูดไปชั่วขณะ
ชายถือปืนมองพื้น
“พวกเราบางคนวิ่งต่อ” เขากล่าวแทน
“พวกมันฆาคนที่วิ่ง”
“แต่พอครั้งต่อมามีคนล้ม เรากลับไปช่วย” หญิงชราพูด
“พวกมันหยุด”
แจ็กซ์ขมวดคิ้ว
“หยุดหรอ?”
“ใช่ มันยืนดูพวกเรา”
ลมเย็นพัดผ่านทางเดิน ไม่มีใครขยับ
“หลังจากนั้นมันเปลี่ยนวิธี” ชายถือปืนกล่าว
“แยกคน ปิดประตู ทิ้งเสบียงไว้คนละฝั่ง บางครั้งปล่อยคนเจ็บให้เราเห็น แล้วรอว่าเราจะกลับหรือไม่”
เอียนมองคาเอล
สายตานั้นไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่ม
นี่ไม่ใช่รัง
ไม่ใช่ที่เก็บอาหาร
เป็นสนามที่บางสิ่งใช้สร้างสถานการณ์ แล้ววัดผลจากคนซึ่งติดอยู่ข้างใน
เด็กชายไออีกครั้งจนตัวงอ มิเลียยกมือขึ้นช้า ๆ ให้เห็นว่าไม่มีอาวุธ
“ฉันจะไม่แตะเขาถ้าคุณไม่อนุญาต แต่ถ้าปล่อยไว้อีก เขาอาจไม่เดินถึงห้องยา”
หญิงสาวลังเล
สายตาเธอเลื่อนไปยังปืนของคนในทีม แล้วกลับมาที่หน้ามิเลีย
“เธอเป็นหมอ?”
“ไม่ใช่เต็มตัว”
แจ็กซ์พึมพำเบา ๆ
"ถ้าเธอบอกว่าต้องพัก ก็ต้องพัก"
มิเลียไม่หันไปมองเขา
“นั่นไม่ช่วยเลย”
หญิงสาวกลับยอมคุกเข่าลง
มิเลียเข้าไปตรวจเด็กโดยเคลื่อนไหวช้ามาก เธอไม่ได้เปิดแผลทันที เพียงวัดชีพจร ใช้นิ้วแตะลำคอ แล้วส่องตา
“โดนอะไร”
“สัตว์ตัวเล็กใต้หิมะ มันกัดแล้วหนี”
“มีหนามไหม”
หญิงสาวส่ายหน้า
มิเลียเปิดผ้าพันแผล กลิ่นเนื้ออักเสบลอยออกมา แผลกัดเป็นรอยครึ่งวงกลม ไม่เหมือนเขี้ยวของโรช แต่เส้นดำรอบแผลกำลังขยับช้า ๆ
นิกซ์ถอยไปครึ่งก้าว
คาเอลเห็น
เด็กชายมีปฏิกิริยากับบางอย่างที่อยู่ในตัวนิกซ์
หรือในศูนย์
“ไม่ใช่พิษโรชโดยตรง” มิเลียกล่าว
“แต่อาจมีสารกลายพันธุ์ผสมอยู่ ฉันต้องการยาเสริมเสถียรภาพหรือสารกดการตอบสนองก่อนแผลลามถึงระบบประสาท”
หญิงสาวมองทางเดินลงด้านล่าง
“ห้องยาอยู่หลังประตูอีกสองชั้น”
แจ็กซ์ยกกล่องเครื่องมือขึ้น
“งั้นพวกคุณนำทางเราไป”
ชายถือปืนยังไม่ลดอาวุธเต็มที่
“ยาต้องแบ่งกัน”
แจ็กซ์หันไปหาเขา แววตาแข็งขึ้นทันที
“สารยับยั้งพิษโรชของเรามีคนรออยู่”
“เด็กของเราก็รอ”
“เขาไม่ได้โดนพิษชนิดเดียวกัน”
“นายรู้ได้ยังไง”
“เพราะคนที่รู้เรื่องยาเพิ่งบอก”
เสียงแจ็กซ์เริ่มสูง คาเอลขยับเข้ามาระหว่างทั้งสองโดยไม่ยกปืน
“เรายังไม่รู้ว่ามีอะไรเหลืออยู่ข้างใน”
ชายถือปืนมองเขา
“ถ้ามีแค่หนึ่งหลอด?”
คาเอลไม่ตอบทันที
คำถามนั้นง่ายเกินไป
ง่ายเหมือนประตูสองบานซึ่งระบบเพิ่งบังคับให้เลือก
คนหนึ่งอยู่ตรงหน้า
อีกคนอยู่ไกลออกไปและอาจตายหากพวกเขาช้า
เขารู้ว่าคำตอบของแจ็กซ์คืออะไร
รู้ว่ามิเลียจะพยายามหาทางอื่น
รู้ว่าเอียนกำลังมองหากับดักในคำถาม
และรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในผนังอาจกำลังฟัง
“เราจะไปถึงห้องยาก่อน” คาเอลพูด
“แล้วค่อยตัดสินใจจากสิ่งที่มีจริง ไม่ใช่จากคำถามที่ใครบางคนอยากให้เราตอบ”
ชายถือปืนจ้องเขาอยู่หลายวินาที
สุดท้ายจึงลดปากกระบอกลง
“ตามมา”
ทางลงอยู่หลังห้องตรวจที่พังครึ่งหนึ่ง บันไดโลหะชื้นจนลื่น อากาศเย็นขึ้นทุกชั้น กลิ่นสารเคมีเข้มข้นจนแสบตา เด็กชายเดินไม่ไหว ชายขาบาดเจ็บกับหญิงสาวต้องช่วยกันประคอง
เสียงฝูงไม่ได้ตามมา
แต่มันไม่เคยหายไป
บางครั้งมีเงาเคลื่อนผ่านช่องกระจกชั้นบน บางครั้งมีปลายกรงเล็บขูดไปตามท่อเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด ราวกับต้องการให้ทุกคนรู้ว่ามันยังอยู่ใกล้พอ
ห้องเวชภัณฑ์หลักตั้งอยู่สุดทางเดินใต้ดิน ประตูเหล็กสีขาวสูงเกือบถึงเพดาน ตรงกลางมีจอสีเขียวหม่นฝังอยู่ แสงจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าทุกคนจนดูเหมือนคนป่วย
แจ็กซ์วางเครื่องมือลงและเปิดแผง
ไอออนเสียบสายเชื่อมต่อข้างเขา
[ระบบเวชภัณฑ์หลัก: ล็อก]
[กรุณาระบุประเภทผู้รับการรักษา]
ตัวเลือกปรากฏขึ้นทีละบรรทัด
[ผู้ป่วยทั่วไป]
[ผู้ติดเชื้อ]
[พาหะชีวภาพ]
[กลุ่มตัวอย่างเรโซแนนซ์]
[ทรัพย์สินโครงการ]
ไม่มีใครพูด
คำสุดท้ายอยู่บนจอนานเกินไป
โวร่ายืนอยู่ด้านหลังสุด เธอไม่ได้มองใคร แต่ไหล่ทั้งสองข้างนิ่งจนผิดธรรมชาติ
แจ็กซ์ชี้ตัวเลือกแรก
“ซอเรนเป็นผู้ป่วยทั่วไป”
ไอออนตอบทันที
“ไม่แนะนำให้เลือกโดยไม่มีข้อมูล”
“เขาถูกพิษ เขาต้องใช้ยา นั่นเรียกผู้ป่วย”
“ในภาษาของเรา”
แจ็กซ์หันไปหาเขา
“แล้วในภาษาของคนสร้างระบบนี่เรียกอะไร”
ไอออนไม่ตอบ
คำตอบอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
มิเลียเดินเข้ามาอ่านรายละเอียดข้างจอ
“ลองเปิดรายการยาโดยไม่เลือกประเภท”
แจ็กซ์พยายาม
[ปฏิเสธการเข้าถึง]
[กรุณาระบุสถานะตัวอย่าง]
“มันเรียกผู้รับยาว่าตัวอย่าง” ชายถือปืนกล่าว
“ที่นี่เคยแจกยาให้คนของโครงการ” ไอออนตอบ
“ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทั่วไป”
แจ็กซ์กัดฟัน
“ฉันจะเลือกผู้ป่วยทั่วไป”
“เดี๋ยว” คาเอลพูด
แจ็กซ์หันมามอง
แววตาเขาไม่ใช่ความโกรธเต็มที่ แต่ใกล้มากพอ
“เราจะรออะไรอีก”
“ดูว่ามันอยากให้เรารีบเลือกอะไร”
คาเอลมองจอ ระบบไม่ได้นับเวลา ไม่มีคำเตือน ไม่มีแรงบังคับภายนอก
แต่ทุกวินาทีที่ผ่านคือแรงบังคับอยู่แล้ว เพราะซอเรนกำลังตาย
สิ่งที่ออกแบบหน้าจอนี้รู้ว่าคนซึ่งมาถึงที่นี่จะไม่มีเวลาคิด
หรือสิ่งที่กำลังเฝ้ามองพวกเขาเข้าใจแล้ว
แจ็กซ์กดผู้ป่วยทั่วไป
หน้าจอดับวูบ
จากภายในประตูมีเสียงกลไกทำงาน
[ประเภทไม่ตรงกับเวชภัณฑ์จำกัด]
[เริ่มกระบวนการทำลายสารควบคุม]
ตัวเลขปรากฏ
สิบ
เก้า
แปด
“ยกเลิก!” แจ็กซ์กระแทกแผง
“ไอออน!”
“กำลังแทรกคำสั่งครับ”
เจ็ด
หก
ไฟสีแดงในประตูสว่างขึ้น กลิ่นความร้อนจากด้านในเริ่มลอยออกมา
แจ็กซ์ดึงสายสองเส้นออกแล้วสลับตำแหน่ง ประกายไฟช็อตนิ้วจนเขาสะดุ้ง แต่ไม่ปล่อย
ห้า
มิเลียก้มดูช่องฉุกเฉิน
“ตัดพลังงานหลักได้ไหม”
“ถ้าตัด ตู้แช่จะดับ!”
สี่
คาเอลเห็นสายสีดำด้านล่างแผงเชื่อมกับระบบเผาทำลายต่างหาก
“เส้นล่างซ้าย!”
แจ็กซ์ไม่ถาม เขาใช้คีมตัดทันที
สาม
ไฟแดงกระพริบ
สอง
ไอออนส่งคำสั่งย้อนกลับ
[ยกเลิกกระบวนการ]
กลไกด้านในหยุด
แจ็กซ์พิงหน้าผากกับขอบแผง หายใจแรง
“เหลือสองวินาที”
“แต่พวกเราหยุดทัน” มิเลียกล่าว
“มันไม่ควรเริ่มตั้งแต่แรกเลยจริง ๆ”
เขาหันกลับมามองจอ
ความโกรธของเขาไม่ได้พุ่งหาใครคนเดียว มันกระจายเต็มห้องเหมือนความร้อนจากระบบทำลายซึ่งเพิ่งดับลง
ไอออนดึงข้อมูลบางส่วนขึ้นมา
[ไอดอลอน-05: การตอบสนองต่อพิษชีวภาพลดลง]
[ไอดอลอน-07: การเชื่อมต่อผิดปกติหลังได้รับสารกดเรโซแนนซ์]
[ไอดอลอน-09: ห้ามจำหน่ายเวชภัณฑ์นอกโครงการ]
[ไอดอลอน-12: คงสภาพเพื่อรักษามูลค่าการทดลอง]
คำว่า มูลค่า ทำให้มือโวร่าขยับ
ปลายนิ้วกดด้ามมีดแน่นจนหนังถุงมือเสียดกับโลหะดังเบา ๆ
มิเลียหันไปหาเธอ
เธอขยับหนึ่งก้าว
แล้วหยุด
ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงช่วงแขน แต่ไม่มีมือใดยื่นออกไป
โวร่ามองหน้าจอ
“มันไม่เคยเรียกพวกเราเป็นผู้ป่วย”
เสียงของเธอเบามาก
แจ็กซ์ลดสายตาลง
ไม่มีใครพูดว่าไม่จริง
โวร่าเดินเข้ามาหน้าจอ
คนอื่นถอยให้เองโดยไม่มีคำสั่ง การเปิดพื้นที่ตรงนั้นทำให้เธอยืนอยู่คนเดียวใต้แสงเขียว เหมือนศูนย์ทั้งแห่งต้องการให้ทุกคนมองว่าใครเป็นคนรู้คำตอบ
เธอยกมือขึ้น
นิ้วหยุดเหนือคำสุดท้าย
[ทรัพย์สินโครงการ]
คาเอลอยากบอกว่าไม่ต้อง
แต่ยาอยู่หลังประตู
ซอเรนอยู่ไกลออกไป
และการพูดว่าไม่ต้องในตอนนี้ เท่ากับปล่อยให้เธอต้องเป็นคนบอกว่าเราจำเป็น
เขาจึงไม่พูด
โวร่ากดลงไป
หน้าจอดับ
ความเงียบยาวนานสามวินาที
[ยืนยันสถานะทรัพย์สิน]
[อนุญาตการรักษาเพื่อคงมูลค่าการทดลอง]
กลอนประตูปลดทีละชั้น
โวร่าถอยออกจากจอทันที
มิเลียยังยืนอยู่ห่างช่วงแขน
ครั้งนี้โวร่าเป็นฝ่ายขยับเข้าใกล้เพียงครึ่งก้าว
ไม่แตะกัน
แต่ระยะห่างลดลง
ประตูเปิดช้า ๆ ไอเย็นสีขาวไหลออกมาตามพื้น กลิ่นยาและแอลกอฮอล์เข้มข้นพุ่งเข้าปอด ตู้แช่สามแถวเรียงอยู่ภายใน ไฟสีฟ้าซีดทำให้หลอดยาในกระจกดูเหมือนฟันของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่
แจ็กซ์จะเข้าไปก่อน แต่มิเลียยกแขนขวาง
“เดี๋ยว ให้ฉันตรวจดูก่อน”
“เรามีเวลาไม่มากนะ”
“ยิ่งมีเวลาไม่มาก นายยิ่งห้ามหยิบผิด”
เขาหยุด
นิ้วกำสายกระเป๋าแน่น แต่ยอมถอยให้เธอ
มิเลียเดินตรวจตู้แรก ตู้ที่สอง และตู้ที่สาม เธออ่านฉลากทีละช่อง ใช้ไฟส่องสีของสาร ตรวจอุณหภูมิ แล้วจึงหยุดตรงกล่องโลหะสีเทาขนาดเล็กในชั้นล่าง
“เจอแล้ว”
แจ็กซ์ขยับเข้ามาทันที
มิเลียเปิดกล่อง ภายในมีหลอดยาสี่หลอดวางในช่องเก็บความเย็น แต่ละหลอดมีของเหลวสีอำพันเข้ม
“สารยับยั้งพิษโรช”
แจ็กซ์มองมันราวกับลืมหายใจ
“ใช้ได้ไหม”
มิเลียตรวจผนึก
“อุณหภูมิยังคงที่ ผนึกไม่แตก อายุเกินกำหนด แต่สารชนิดนี้เสื่อมช้าถ้าเก็บเย็น”
“แปลว่าใช้ได้”
มิเลียเงยหน้ามองเขา
“แปลว่ามีโอกาสช่วย”
แจ็กซ์รอประโยคต่อไปโดยไม่กะพริบตา
“มันไม่ได้รักษาความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว” เธอกล่าว “และไม่ได้ล้างพิษทั้งหมด ถ้าเราไปถึงทัน มันจะชะลอการลาม เปิดเวลาให้รักษาต่อ”
“เวลาเท่าไร”
“ฉันไม่รู้”
“หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง หนึ่งวัน?”
“ฉันตอบไม่ได้ แจ็กซ์”
เขาก้มลงมองหลอดยา
ปลายนิ้วเข้าใกล้กล่อง แต่ไม่แตะ
“งั้นเอาไปก่อน”
เสียงเขาเบาลง
“เอาเวลาเท่าที่มีไปให้เขา”
มิเลียปิดกล่องและส่งให้เขา
แจ็กซ์รับด้วยสองมือ ระวังราวกับกำลังประคองบางสิ่งที่หายใจได้ เขาไม่ได้ใส่ลงกระเป๋าทันที เพียงกอดไว้แนบอกครู่หนึ่ง ก่อนค่อยเก็บลงในช่องกันกระแทก
นิกซ์ยืนอยู่หน้าตู้ข้างกัน ดวงตาจับหลอดสีขาวขุ่นสองหลอด เส้นใต้ผิวตรงคอขยับเร็วขึ้น
“นั่นอะไร”
มิเลียตรวจฉลาก
“สารเสริมเสถียรภาพเรโซแนนซ์”
นิกซ์ถอย
“ผมรู้สึกถึงมัน”
“แบบไหน”
“เหมือนร่างกายผมอยากเข้าใกล้ แล้วอีกส่วนอยากหนี”
มิเลียเก็บหลอดทั้งสองลงกล่องแยก
“ยังไม่ใช้จนกว่าจะมีข้อมูลมากพอ”
เด็กชายไอจนทรุด หญิงสาวประคองไว้ไม่ทัน เข่าของเขากระแทกพื้น เส้นดำจากแผลขยับสูงขึ้นอีก
มิเลียรีบเปิดตู้เวชภัณฑ์อีกชุด
เธอไล่อ่านฉลากอย่างรวดเร็ว ก่อนดึงหลอดสีฟ้าอ่อนออกมาหนึ่งหลอด
“เจอแล้ว”
แจ็กซ์หันมามอง
“อะไร”
“สารกดการอักเสบฉุกเฉินกับตัวคงสภาพระบบประสาท”
เธอมองแผลของเด็กอีกครั้ง
“มันไม่รักษา”
“แต่น่าจะซื้อเวลาให้เขาได้”
เสียงกรงเล็บกระแทกประตูด้านนอก
หนึ่งครั้ง
แล้วหยุด
ทุกคนหันพร้อมกัน
ไอออนมองจอข้อมือ
“สัญญาณชีวภาพกำลังรวมตัวในทางเดินครับ”
เอียนเดินไปยืนข้างประตู
“มันรอจนเราได้ยา”
คาเอลตรวจซองกระสุน
“หรือรอให้เรามีของที่ต้องปกป้อง”
เสียงกระแทกดังครั้งที่สอง
แรงกว่าเดิม
ประตูห้องยาแอ่นเข้าด้านในเล็กน้อย
มิเลียแทงเข็มเข้าแขนเด็กชายอย่างระมัดระวัง
ของเหลวในหลอดค่อย ๆ ลดระดับลงทีละน้อย
เธอเฝ้ามองการตอบสนองของร่างกายเด็กโดยไม่ละสายตา
“น่าจะช่วยได้สักพัก”
แจ็กซ์ยืนขวางหน้ากล่องยาโดยไม่รู้ตัว
โวร่าเลื่อนตัวไปด้านซ้าย
เอียนอยู่ขวา
นิกซ์กับผู้รอดชีวิตรวมอยู่หลังตู้แช่
คาเอลยืนกลาง
ตำแหน่งทั้งหมดชัดเกินไป
ฝูงรู้แล้วว่าใครถือยา
รู้ว่าใครใช้ยาเป็น
รู้ว่าใครอ่อนแอ
รู้ว่าใครออกคำสั่ง
ประตูถูกกระแทกครั้งที่สาม
กลอนบนสุดหัก
“มันจะเข้ามา” แจ็กซ์กล่าว
“เห็นแล้ว”
“แผนล่ะ?”
คาเอลมองห้อง
ชั้นวางยาเป็นแนวแคบ
ตู้แช่ใช้เป็นกำบังได้แต่ห้ามโดนกรด
ทางออกมีเพียงประตูเดิมกับช่องบำรุงรักษาด้านหลังซึ่งเล็กเกินให้ทุกคนผ่านพร้อมกัน
เขาเห็นสิ่งที่ฝูงกำลังจะทำ
ไม่ต้องฆ่าทุกคน
แค่โจมตีห้าจุดพร้อมกัน
แล้วรอดูว่าเขาจะเลือกตรงไหนก่อน
ประตูระเบิดเข้ามา
เซิร์กลิงสี่ตัวพุ่งผ่านเศษโลหะ ตัวแรกวิ่งตรงหากล่องยา ตัวที่สองกระโจนใส่มิเลีย ตัวที่สามเลาะผนังไปทางนิกซ์ ส่วนตัวที่สี่ไม่บุก มันหยุดหลังประตูและรอ
ด้านหลังพวกมัน ร่างหนักของโรชค่อย ๆ ดันตัวผ่านช่องเปิด เปลือกหนาบนหลังขูดกรอบประตูจนเกิดประกายไฟ น้ำลายกรดหยดจากปากและกัดพื้นเป็นหลุมควัน
คาเอลเห็นทุกเส้นทางพร้อมกัน
ยา
มิเลีย
นิกซ์
ผู้รอดชีวิต
ประตู
“เอียน กันกล่องยา!”
คำสั่งออกไปก่อนเขาคิดจบ
เอียนยิงเซิร์กลิงตัวแรก กระสุนสองนัดหยุดมันก่อนถึงแจ็กซ์
แต่ตัวที่สองถึงมิเลีย
คาเอลหันช้าไปครึ่งวินาที
กรงเล็บเฉือนต้นแขนเธอจากไหล่ลงมาถึงข้อศอก ผ้าขาด เลือดพุ่งเป็นเส้นแดงบนตู้แช่ มิเลียเซถอย กระแทกชั้นวางจนหลอดยาหลายกล่องสั่น
คาเอลได้ยินเสียงเลือดหยดลงพื้นชัดกว่าปืน
เขาเป็นคนสั่ง
เขาเลือกยา
มิเลีย—
“คาเอล!”
เธอตะโกนใส่เขา
เซิร์กลิงกำลังหมุนกลับเข้าหาเธอ
คาเอลยิง กระสุนนัดแรกเจาะข้างคอ นัดที่สองเข้าตา มันล้มกระแทกพื้นห่างจากเท้าเธอไม่ถึงช่วงแขน
มิเลียกดแผลตัวเอง เลือดไหลผ่านนิ้ว
“ไม่เป็นไร”
คาเอลมอง
สีหน้าเธอซีด แต่ยังยืน
“ฉันยังไหว”
โรชพ่นกรด
“สั่งต่อ!”
คาเอลทิ้งตัวลง กรดสีเขียวเข้มพุ่งผ่านเหนือหัว กระแทกตู้แช่ด้านหลัง เปลือกโลหะส่งเสียงฉ่า ควันเหม็นเปรี้ยวกระจายจนแสบตา
เขากลับมาที่ห้อง
กลับมาที่คนตรงหน้า
กลับมาที่สิ่งที่ยังแก้ได้
“กระจายออกจากแนวกรด! โวร่า ตัดขาซ้ายโรช เอียนเปลี่ยนเป้ากลาง แจ็กซ์พายาเข้าช่องหลังตู้ มิเลียถอยกับเด็ก!”
โวร่าวิ่งขึ้นด้านข้าง ชั้นวางบังตัวเธอจากแนวพ่น โรชหันตาม แต่น้ำหนักตัวทำให้หมุนช้า เธอลื่นผ่านกรดบนพื้นห่างไม่ถึงฝ่ามือ มีดพลังงานกรีดเข้าข้อต่อขาหน้าซ้าย
เปลือกแข็งต้านคมมีด
โวร่าฟันซ้ำจุดเดิม
ครั้งที่สองมีดจมเข้าไป เนื้อดำฉีกออก โรชเสียหลัก กระแทกตู้ด้านข้างจนกระจกแตก
เอียนยิงเซิร์กลิงตัวที่วิ่งหานิกซ์ แต่ตัวสุดท้ายซึ่งรอหลังประตูกลับพุ่งในจังหวะที่ปืนเขาหันไปทางอื่น
มันเข้าใจมุมยิง
คาเอลเห็นมันกระโจนหามิเลียอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะเธอใกล้ที่สุด
เพราะเธอเป็นคนรักษา
นิกซ์ส่งเสียงต่ำออกมาจากลำคอ
ไม่ใช่คำ
ไม่เหมือนเสียงมนุษย์
เซิร์กลิงชะงักกลางอากาศเพียงเสี้ยววินาที หัวของมันบิดไปทางนิกซ์ราวกับมีมือมองไม่เห็นดึง
มิเลียใช้จังหวะนั้นยกถาดโลหะฟาดข้างหัวมัน คาเอลยิงตามทันที กระสุนฉีกเกราะอกจนมันล้ม
นิกซ์ทรุดเข่าลง เลือดกำเดาไหลทันที
“ผม...”
“อยู่กับมิเลีย!” คาเอลตะโกน
“อย่าใช้ซ้ำ!”
โรชแผดเสียงต่ำจนพื้นสั่น มันยกขาหน้าที่เหลือขึ้นกระแทกโวร่า เธอหลบไม่พ้นทั้งหมด ปลายเกราะชนสีข้างส่งร่างเธอกระเด็นใส่ชั้นวาง เสียงลมหายใจหลุดจากปอดดังชัด
เอียนเปลี่ยนเป้าหมาย ยิงเข้ารอยต่อใต้คางโรช กระสุนไม่ทะลุแต่ทำให้มันหัน
“คาเอล!”
“มันจะพ่นพิษ!”
คาเอลเห็นถุงเนื้อสีซีดใต้แผ่นเกราะที่แยกตอนโรชเงยหัว
ระยะสิบเมตร
กรดบนพื้นตัดทางตรง
เขากระโดดเหยียบฐานชั้นวาง วิ่งขึ้นสองก้าวแล้วถีบตัวข้ามแนวกรด รองเท้าข้างหนึ่งเฉี่ยวควันร้อนจนพื้นยางละลายบางส่วน เขาลงผิดจังหวะ เข่ากระแทกพื้นและเจ็บแปลบ แต่ยังยกปืนทัน
โรชพ่นกรดอีกครั้ง
คาเอลกลิ้งเข้าใต้ลำคอของมัน
กลิ่นเนื้อดิบกับกรดเข้มข้นจนแทบอาเจียน เขากดปากกระบอกเข้ากับถุงเนื้อสีซีดแล้วลั่นไกสามครั้ง
นัดแรกทำให้โรชดิ้น
นัดที่สองฉีกเนื้อ
นัดที่สามทะลุเข้าในกะโหลก
ของเหลวร้อนสีดำไหลใส่แขนและหน้าอกเขา โรชทรุดลง น้ำหนักมหาศาลกดพื้นจนสั่น คาเอลกลิ้งออกมาก่อนลำตัวมันกระแทกลงเพียงเสี้ยววินาที
ชั้นวางยาล้มตามแรงกระแทก
แจ็กซ์ยังอยู่ด้านหน้า เขากอดกล่องยาไว้และไม่เห็นชั้นวางกำลังตก
“แจ็กซ์!”
มิเลียเป็นคนพุ่งเข้าไปผลักเขา
ทั้งคู่ล้มลง ชั้นวางกระแทกพื้นตรงตำแหน่งเดิม กล่องยาหลุดจากมือแจ็กซ์ ลอยในอากาศช่วงสั้น ๆ
คาเอลเห็นมันหมุน
สี่หลอดข้างใน
เวลาของซอเรน
มือหนึ่งคว้ากล่องไว้ก่อนถึงพื้น
ไอออน
ร่างสนามของเขาเสียสมดุลจากแรงรับ ล้อข้างหนึ่งลื่น แต่เขาใช้แขนอีกข้างยันตู้ไว้จนหยุด
“ได้รับแล้วครับ”
แจ็กซ์นอนหอบอยู่บนพื้น เขามองกล่องในมือไอออน ก่อนหันไปหามิเลีย
เลือดจากแผลเธอเปื้อนเสื้อเขา
“แขนเธอ—”
“ยังใช้ได้”
“แต่มัน—”
“เอายาไปก่อน”
คำตอบนั้นทำให้แจ็กซ์เงียบ
เขาลุกขึ้นและรับกล่องจากไอออน คราวนี้มือสั่นชัดเจน
เสียงต่อสู้ค่อย ๆ จาง
เซิร์กลิงตัวสุดท้ายถูกเอียนยิงหยุดตรงประตู โวร่าฝืนลุกจากซากชั้นวาง มือข้างหนึ่งกดสีข้าง มีเลือดซึมเล็กน้อยแต่ไม่มีแผลเปิดลึก
มิเลียนั่งพิงตู้แช่ แจ็กซ์ช่วยพันผ้ารอบต้นแขนเธอ เขาพยายามดึงให้แน่นแต่ปลายนิ้วเปื้อนเลือดจนลื่น
คาเอลยืนอยู่ห่างออกไปหนึ่งก้าว
ไม่กล้าเข้าใกล้
คำสั่งของเขาทำให้เธอถูกฟัน
เขาเลือกปกป้องกล่องยาก่อน
และผลของมันยังอยู่บนแขนของมิเลีย
คาเอลยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว แต่ไม่ขยับเข้าไปใกล้กว่านั้น
มิเลียเงยหน้าขึ้น
“อย่ามองฉันแบบนั้น”
คาเอลไม่ตอบ
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ผ้าพันแผลซึ่งเริ่มมีเลือดซึมผ่าน
“ฉันเป็นคนทำให้เธอเจ็บ”
“คนเราผิดพลาดกันได้”
คำตอบของเธอตรงเกินกว่าจะหลบ
มือคาเอลกำแน่นขึ้น
มิเลียมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“แต่นายก็ช่วยฉันไว้ทันนะ”
“มันไม่พอหรอก ฉัน…”
“เลิกมองเหมือนฉันกำลังจะตาย”
เธอยกแขนข้างที่ไม่บาดเจ็บขึ้นเล็กน้อย
“อย่ามัวจมอยู่กับความเสียใจในสิ่งที่ยังสามารถแก้ไขได้”
คาเอลสบตาเธอ
“ฉันควรจะตัดสินใจให้ดีกว่านี้”
มิเลียมองเขานิ่ง
คาเอลเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉันควรตัดสินใจให้ดีกว่านี้”
มิเลียลดมือลง
“เก็บเป็นบทเรียน”
เธอขยับผ่านเขาไปทางกล่องยา
“แล้วอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก”
คาเอลมองมือเธอ ก่อนพยักหน้า
เขาไม่ได้ขอโทษ
ไม่ใช่เพราะไม่เสียใจ
แต่เพราะคำขอโทษตอนนี้อาจเป็นเพียงวิธีทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ขณะที่เธอยังต้องกดเลือดจากแผลซึ่งเขาเป็นคนเปิดทางให้เกิด
ไอออนตรวจแผงด้านในห้องยา
“พบห้องข้อมูลสำรองหลังผนังนี้ครับ”
แจ็กซ์มองเวลา
“ตอนนี้ได้ยามาแล้ว ฉันว่าเราควรออกจากที่นี่นะ”
คำพูดนั้นขัดกับสายตาซึ่งหันไปทางผนัง
คาเอลเห็น
แจ็กซ์เองก็อยากรู้ว่าข้อมูลข้างในเกี่ยวกับลูน่าหรือไม่
โวร่าก็เห็น
มือเธอซึ่งกดสีข้างอยู่หยุดนิ่ง
ไอออนฉายผังบนผนัง
“มีหน่วยรับสัญญาณเรโซแนนซ์และฐานข้อมูลเด็กทดลองบางส่วน หากระบบยังอ่านได้ อาจมีข้อมูลเครือข่ายใต้ดินในการตามหาลูน่า”
“ใช้เวลานานไหม” คาเอลถาม
“หากไม่มีอะไรเสียหายมาก ประมาณสองนาทีเสร็จครับ”
เอียนมองทางเดินซึ่งเต็มไปด้วยซาก
“มันจะให้เรามีเวลาถึงสองนาทีไหม”
กรงเล็บขูดโลหะดังจากนอกห้อง
ช้า
หนึ่งครั้ง
แล้วเงียบ
คาเอลมองกล่องยา
สองนาทีคือเวลาที่ซอเรนอาจไม่มี
แต่แผนที่อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเขามีเส้นทางไปหาลูน่า
สองชื่อ
สองเวลา
อีกครั้ง
เขาเกลียดที่ทุกอย่างกลับมาในรูปนี้เสมอ
“มีเวลาหนึ่งนาทีครึ่ง” เขาพูด
“ถ้าเปิดไม่ได้ เราจะออกที่นี่”
แจ็กซ์พยักหน้า
“ได้อยู่”
ผนังเลื่อนเปิดได้เพียงครึ่งฝ่ามือก่อนติด โวร่ากับเอียนช่วยกันงัดจนช่องกว้างพอให้แจ็กซ์กับไอออนลอดเข้าไป ด้านในเป็นห้องแคบที่มีตู้ข้อมูลหกตู้ สี่ตู้ไหม้ดำ เหลือสองตู้ซึ่งไฟยังติดเป็นจังหวะ
ไอออนเชื่อมต่อ
หน้าจอเปิดขึ้นเอง
[บันทึกพฤติกรรมกลุ่มทดลอง]
[ผู้ทดลองกลับไปช่วยผู้บาดเจ็บ]
[เหตุผล: ไม่ทราบ]
บรรทัดถัดมาปรากฏ
[ผู้ทดลองยอมสูญเสียทรัพยากรเพื่อรักษาสมาชิกที่มีประสิทธิภาพต่ำ]
[ผลลัพธ์ไม่เหมาะสม]
[ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติม]
แจ็กซ์หยุดมือ
“ข้อมูลนี้เพิ่งเกิดขึ้น”
ไอออนตรวจเวลา
“ใช่ครับ”
คาเอลมองบรรทัดเหล่านั้นผ่านช่องประตู
มันไม่ได้เพียงดู
มันบันทึก
คำว่า ผู้ทดลอง ทำให้ผิวบริเวณต้นคอเย็นวาบ
หน้าจอเปลี่ยนอีกครั้ง
[ผู้สั่งการแก้ไขทางเลือกที่ระบบกำหนด]
[การตอบสนองของกลุ่ม: ยังคงร่วมมือ]
[เหตุผล: ไม่ทราบ]
เอียนยืนอยู่ด้านหลังคาเอล
“มันเขียนรายงานเราอยู่”
ไม่มีใครตอบ
แจ็กซ์ดึงอุปกรณ์แบนขนาดเท่าฝ่ามือออกจากช่องด้านล่าง สายไฟหลายเส้นขาด แต่แกนกลางยังมีแสงจาง ๆ เต้นอยู่
“นี่ใช่ไหม”
ไอออนหันไปตรวจ
“ส่วนรับสัญญาณของระบบทำแผนที่เรโซแนนซ์ครับ”
โวร่าขยับเข้ามาใกล้ช่องประตู
“ตามหาได้ไหม”
คำถามสั้นจนแทบไม่เหลืออารมณ์
แต่ไม่มีใครในห้องคิดว่าเธอถามถึงใคร
ไอออนใช้เวลาตรวจนานเกินไป
“ยังไม่ได้ครับ”
ความเงียบตกลงทันที
“มันเป็นเพียงส่วนรับสัญญาณ ขาดแกนประมวลผล แผนที่โครงสร้างใต้ดิน และตัวแปลรูปแบบของไฮฟ์ ตอนนี้ไม่สามารถระบุตำแหน่งบุคคลใดได้”
โวร่ามองอุปกรณ์ในมือแจ็กซ์
“ไร้ประโยชน์?”
แจ็กซ์กำมันไว้
“มันไม่ไร้ประโยชน์”
เขาเก็บลงกระเป๋าอย่างระวัง
“ยังมีหวัง”
จออีกตู้สว่างขึ้น
รายชื่อไฟล์เสียหายเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนหยุดตรงไฟล์หนึ่งซึ่งไม่มีรหัสโครงการ ไม่มีหมายเลขตัวอย่าง และไม่มีคำเตือนระดับเข้าถึง
มีเพียงคำสั้น ๆ
สำหรับคาเอล
หัวใจเขาหยุดไปหนึ่งจังหวะ
ไม่มีใครพูด
แม้แต่เสียงกรงเล็บนอกห้องเหมือนหยุดตาม
คาเอลเดินเข้าไปใกล้หน้าจอ
ชื่อของเขาอยู่ในศูนย์ซึ่งถูกสร้างก่อนเขามาถึง
อยู่ในระบบที่เกี่ยวข้องกับเด็กทดลอง
อยู่ข้างข้อมูลเรโซแนนซ์
พ่อแม่
ความคิดนั้นเกิดขึ้นก่อนเหตุผล
มือเขายกขึ้นใกล้หน้าจอ
เพียงแตะครั้งเดียว ไฟล์อาจเปิด
คำตอบอาจอยู่ตรงนี้
เหตุผลที่พ่อกับแม่หายไป
เหตุผลที่สิ่งซึ่งพวกเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเกม กลับเชื่อมโยงกับโลกจริงมาตลอด
เหตุผลที่ระบบรู้จักเขา
เหตุผลที่ทุกเส้นทางพาเขากลับมายังสถานที่ซึ่งมีเด็กถูกเรียกว่าทรัพย์สิน
วิทยุบนอกเสื้อแจ็กซ์ส่งเสียงซ่า
เสียงเรนดังขาด ๆ หาย ๆ ผ่านคลื่นรบกวน
“แจ็กซ์...ถ้าได้ยิน...ซอเรนเริ่ม...”
สัญญาณขาด
แจ็กซ์หันมามองคาเอล
เขาไม่ได้พูดเร่ง
ไม่จำเป็น
ชื่อบนหน้าจอกับคนที่กำลังหายใจไม่สม่ำเสมออยู่ไกลออกไปวางอยู่คนละด้านของการตัดสินใจ
คาเอลลดมือลง
“คัดลอกออกมา”
แจ็กซ์พยักหน้า
“ยังไม่เปิด?”
“ยัง”
“แน่ใจนะ”
คาเอลมองไฟล์เป็นครั้งสุดท้าย
“คนตายรอได้”
ประโยคหลุดออกมาเบากว่าที่ตั้งใจ
ไม่มีใครถามว่าพ่อแม่เขาตายแล้วจริงหรือไม่
แจ็กซ์เสียบแกนข้อมูล
แถบคัดลอกเริ่มเคลื่อน
ยี่สิบเปอร์เซ็นต์
สามสิบ
ห้าสิบ
เสียงโลหะดังจากนอกห้อง
ครืด
ประตูห้องยาเริ่มปิดเอง
เอียนพุ่งไปใช้พานท้ายปืนขัดช่องไว้
“เร็วเข้า!”
เจ็ดสิบ
ไฟทั้งหมดดับ
ห้องตกสู่ความมืดสนิท
นิกซ์สูดลมหายใจแรง
“มันอยู่ใกล้เรา”
แสงแดงฉุกเฉินกลับมาติดทีละดวง
แปดสิบห้า
จากช่องระบายอากาศเหนือประตู มีดวงตาสีหม่นคู่หนึ่งเปิดขึ้นในความมืด
ไม่ใช่ดวงตาของเซิร์กลิง
ไม่ใช่โรช
มันอยู่สูงเกินไป และนิ่งเกินสิ่งที่กำลังเตรียมกระโจน
คาเอลยกปืน
ดวงตาคู่นั้นมองผ่านปากกระบอกตรงมายังเขา
เก้าสิบห้า
เสียงหนึ่งดังจากหลังตะแกรง
ไม่ใช่คำราม
ไม่ใช่เสียงมนุษย์
เหมือนลมหายใจหลายสิบสายถูกบังคับให้ประกอบเป็นคำเดียว
“เลือก...”
มิเลียดึงเด็กกับนิกซ์ถอยหลัง โวร่ายืนหน้าพวกเขา มีดพลังงานสว่างขึ้นในมือ
หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
แจ็กซ์กระชากแกนข้อมูลออก
หน้าจอทุกจอในห้องสว่างพร้อมกัน
[การเข้าถึงข้อมูลผู้ก่อตั้ง: บันทึกแล้ว]
[ส่งร่องรอยสัญญาณ]
[ตรวจพบผู้รับภายนอก]
ไอออนหันขวับ
“มีบางอย่างรับสัญญาณไปแล้วครับ”
“ตัด!” คาเอลสั่ง
“สายไปแล้ว”
แสงบนผนังเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
[เริ่มมาตรการกักกันขั้นสุดท้าย]
ประตูห้องยาปิดกระแทกลง
เอียนต้องถอยเพื่อไม่ให้แขนถูกหนีบ
พร้อมกันนั้น เสียงกลอนขนาดใหญ่ดังต่อเนื่องไปตลอดทางเดิน
กึก
กึก
กึก
เส้นทางกลับทุกบานกำลังปิด
เสียงจากช่องลมดังอีกครั้ง
“ปก...ป้อง...”
คาเอลเล็งตรงดวงตาสีหม่น
มันไม่หลบ
ไม่ได้กลัว
เพียงมองว่ามือเขาจะเหนี่ยวไกหรือไม่
“สูญ...เสีย...”
โวร่าก้าวมาข้างคาเอล
“มันพูดได้”
“ยังไม่ใช่ทั้งหมด” นิกซ์กระซิบ
เลือดกำเดายังไหลลงมาถึงริมฝีปาก เขามองตะแกรงด้วยความกลัวซึ่งไม่เหมือนตอนเห็นฝูง
“มันไม่ได้พูดกับเรา”
คาเอลไม่ละสายตาจากดวงตาคู่นั้น
“แล้วพูดกับใคร”
นิกซ์กลืนน้ำลาย สายตายังคงจับอยู่ที่ความมืดหลังตะแกรง
“ผมไม่รู้”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังบางสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่าคนอื่นจะเข้าถึง
“แต่มันเหมือนกำลังทวนคำพวกนั้นให้บางอย่างในเครือข่ายฟัง”
บางสิ่งด้านหลังตะแกรงขยับถอยช้า ๆ
ไม่ได้หนี
เพียงหายเข้าไปในความมืดหลังจากเห็นพอแล้ว
เสียงกรงเล็บจำนวนมากเริ่มเคลื่อนอยู่หลังกำแพง
ไม่เร่ง
ไม่โกลาหล
พวกมันกระจายตัวไปตามทางเดินที่ถูกปิด ราวกับแต่ละตัวรู้ตำแหน่งซึ่งต้องรอ
แจ็กซ์กอดกล่องยาแน่นขึ้น
“เอาไงดี ทางออกทางเดิมถูกล็อกหมด”
ไอออนตรวจแผนผัง
เส้นสีแดงปรากฏครอบทุกทางที่พวกเขาใช้เข้ามา
“ใช่ครับ”
“แล้วมีทางอื่นไหม?”
“ระบบวิเคราะห์ไม่ได้”
เอียนเดินไปยังประตูที่ปิดสนิท เขาแนบหูฟังอยู่ครู่หนึ่ง
อีกด้านไม่มีเสียงพุ่งชน
ไม่มีฝูงพยายามเข้ามา
มันเพียงยืนรอ
เอียนถอยออกมาแล้วมองคาเอล
แสงแดงพาดผ่านใบหน้าทำให้รอยเลือดและฝุ่นดูเข้มขึ้น ดวงตาของเขาไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเข้าใจบางอย่างซึ่งหนักกว่าความกลัว
“พวกมันไม่ได้ขังเราไว้เพื่อรอฆ่า”
เสียงจากผนังดังขึ้นอีกครั้ง
ครืด
ช้า ๆ
เหมือนสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังเปลี่ยนท่านอนใต้พื้น
เอียนมองประตูรอบห้องทีละบาน
“มันยังรอคำตอบจากเราอยู่…”