นางอธิบายเงื่อนไขและข้อเสนอทั้งหมดให้เหล่าทาสฟัง แล้วให้ทุกคนตัดสินใจว่าจะยอมทำพันธสัญญาทาสกับนางหรือไม่ นางรับรองว่าจะดูแลพวกเขาอย่างดี ขอแค่ไม่ทรยศนาง
เหล่าทาสลังเลเล็กน้อยเพราะจะไม่สามารถไถ่ตัวได้ตลอดชีวิต แต่ก็ไม่มีใครถอนตัว เพราะเป็ทาสในเรือนยังดีกว่าถูกขายที่หอนางโลมหรือทำงานหนักในเหมือง
ทุกคนจึงยินยอมทำพันธสัญญาทาสกับนาง
จิ่นฮวา ตั้งสมาธิวาดวงแหวนอักขระขึ้นมาหนึ่งวง เหล่าทาสมองดูอย่างตื่นตะลึง นางให้ทาสทั้งหมดหยดเืของตนลงไปคนละหนึ่งหยด เมื่อหยดเืลงไปจะปรากฏวงแหวนตราประทับเล็กๆ สว่างขึ้นที่หลังมือแล้วจางหายไป เมื่อเสร็จสิ้นทั้ง 12 คน นางจึงเรียกพ่อค้าทาสเข้ามา บิดาจ่ายเงินแล้วรับสัญญาทาสมา แล้วจึงพาพวกเขาเดินทางกลับบ้าน
ครั้งแรกที่เหล่าทาสเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามา ก็รู้สึกแปลกใจอย่างมาก บรรยากาศที่นี่แตกต่างเหมือนอยู่คนละที่กับข้างนอกมากทั้งที่ห่างกันแค่ประตูกั้น อากาศข้างในบริเวณบ้านสดชื่นเย็นสบายมีลมพัดอ่อน ต่างจากข้างนอกที่เริ่มหนาวเย็นและทาสส่วนใหญ่มีพลังปราณแต่อยู่ในระดับต่ำยังััได้ถึงพลังิญญาที่หนาแน่นอย่างมาก
ทุกคนรวมตัวกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เพื่อทำความรู้จักและแบ่งหน้าที่
“นี่คือมารดาข้า นามว่ากู้ชิงชิงเป็นายหญิงของบ้านนี้ ส่วนนี้น้องชายข้า หลินจิ่นหยาง” จิ่นฮวาแนะนำมารดาและน้องชาย
“คารวะนายหญิง คารวะคุณชาย” เหล่าธาตุก้มหัวทำความเคารพทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง
“อีกเื่ ข้าคือสตรีหาใช่บุรุษ” เหล่าทาสก้มหัวรับทราบ พร้อมคิดว่า คุณหนูงดงามเกินกว่าจะเป็บุรุษจริงๆ นั่นแหละ
“และนี่คือเยว่เอ๋อร์ และจิ้นซื่อ หากพบเห็นพวกเขาก็ไม่ต้องใ เขาคือภูติของข้า” กล่าวเสร็จภูติทั้งสองก็ปรากฏตัวกลางอากาศ ทาสทุกคนอ้าปากค้างอย่างใ
“พวกเ้าทำหน้าตลกจัง” เยว่เอ๋อร์กล่าวแล้วหัวเราะ ส่วนจิ้นซื่อทำมาดนิ่งดั่งบัณฑิตผู้ทรงภูมิ
“ต่อไป ใครทำอาหารเป็บ้าง” จิ่นฮวาเอ่ยถาม
เหล่าทาสได้สติ หญิงสาวสองคนเสนอตัว “ข้าเคยทำงานในครัวในจวนเศรษฐีเ้าค่ะ แต่ข้าทำให้คุณหนูใหญ่ไม่พอใจจึงถูกขายออกมา” หญิงสาววัยประมาณ 25 ปีกล่าว
“ส่วนข้าเคยช่วยงานในครัวมาบ้างจึงพอมีฝีมือเ้าค่ะ” หญิงอีกคนที่ดูเด็กกว่าเสนอตัว
“ดี งั้นเ้าทั้งสองช่วยกันดูแลเื่อาหารของทุกคน เ้าชื่ออะไรกันบ้าง” จิ่นฮวาถาม
“เ้านายต้องตั้งชื่อให้บ่าวเ้าค่ะ” หญิงคนหนึ่งตอบ ตามธรรมเนียมเมื่อขายตัวเป็ทาส จะต้องละทิ้งชื่อเดิม ละทิ้งอดีต เพื่อทำงานรับใช้เ้านายอย่างซื่อสัตย์ จึงนิยมให้เ้านายตั้งชื่อให้
“เอ่อ งั้นท่านแม่ช่วยตั้งชื่อให้พวกนางได้ไหมเ้าคะ”
นางหันกลับไปถามมารดา
“เช่นนั้นเ้าสองคน ชื่อลี่ซู กับลี่ฟางแล้วกัน ส่วนเ้า จิวเหลียน จิวลู่ และจิวมี่” มารดาตั้งชื่อให้สาวใช้ที่รับผิดชอบงานครัว ก่อนจะตั้งให้คนที่เหลือทั้งสาม
“ให้ลี่ซูและลี่ฟางดูแลงานครัว ส่วนจิวเหลียนเป็สาวใช้ส่วนตัวท่านแม่ จิวลู่ จิวมี่ดูแลความสะอาดในเรือนทั้งสามหลัง” จิ่นฮวาแบ่งหน้าที่ ส่วนนางบอกว่า้าความสงบไม่้าสาวใช้ส่วนตัว
“เ้าสองคนไป่หลง ไป่เซียน คอยรับใช้จิ่นหยาง” จิ่นฮวาตั้งชื่อให้เด็กฝาแฝดชายหญิงและมอบหน้าที่ให้ดูแลน้องชาย
“ส่วนพวกเ้ามอบให้ท่านพ่อจัดการแล้วกัน” ชายกำยำห้าคนนางให้บิดาเป็คนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบงานในไร่และงานใช้แรงงาน บิดาตั้งชื่อพวกเขาว่า หย่งคัง หย่งเจี้ยน หย่งหนาน หย่งเจิ้ง หย่งฉี
ตอนนี้ยังไม่มีเรือนสำหรับบ่าวหลินซานหยางจึงให้พวกเขาพักที่เรือนปีกตะวันตกชั่วคราว เรือนตะวันตกเป็เรือน 3 ห้อง ห้องหนึ่งเป็ห้องตำรา จิ่นหยางยังไม่ย้ายเข้าไปพัก จึงเหลือห้องว่าง 2 ห้อง ให้สตรีกับเด็กพักห้องใหญ่ บุรุษห้าคนพักห้องเล็กไปก่อน
และให้บ่าวชายช่วยกันสร้างเรือนสองหลังสำหรับแยกบ่าวชายหญิง ที่พื้นที่ว่างติดกับสวนผักให้เป็เรือนห้าห้อง แต่จะห้องเล็กกว่าเรือนเ้านายส่วนเด็กสองคนพักด้วยกันที่ห้องเล็กเรือนตะวันตก จะได้คอยรับใช้จิ่นหยางที่จะย้ายเข้าไปอยู่ปีหน้า
เมื่อสร้างเรือนพักสำหรับบ่าวเรียบร้อย จิ่นฮวาจึงเริ่มวางแผนเพิ่มจำนวนผลผลิต เมื่อสองวันก่อนนางกับบิดาได้นำผักเที่ยวสุดท้ายไปส่งที่ร้านสมุนไพรเถ้าแก่หานหมดแล้ว ปรากฏว่ามีผู้คนแย่งกันซื้อจำนวนมาก แทบไม่พอขาย นางจึงนัดส่งผักอีกทีเดือนหน้า เพราะต้องเริ่มเพาะปลูกใหม่ นางได้ซื้อทาสชายมาเพิ่มอีกห้าคนสำหรับใช้แรงงานเพาะปลูก
“ข้า้าปลูกข้าวบริเวณนี้สัก 50 หมู่เ้าค่ะ จะได้ไว้กินทั้งปี เหลือก็ขายได้ ส่วนตรงนี้จะปลูกผลไม้สัก 20 หมู่ ที่เหลือประมาณ 100 หมู่เป็แปลงผักทั้งหมด ปลูกหลายๆ ชนิดหมุนเวียนกันไป” นางกล่าววางแผนกับบิดา
“เช่นนั้นพ่อจะให้คนงานเตรียมปรับหน้าดินไว้ก่อนเ้าเข้าเมืองไปสั่งเมล็ดผักและต้นกล้าผลไม้แล้วกัน” บิดากล่าว
“เ้าค่ะ” จิ่นฮวารับคำ แล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตน
จิ่นฮวาแต่งกายด้วยชุดบุรุษเข้าเมืองกับภูติทั้งสอง ่นี้นางมักจะแต่งกายด้วยชุดบุรุษเสมอเนื่องจากคล่องตัวกว่าชุดรุ่มร่ามของสตรี เพราะนางต้องทำหลายอย่าง ทั้งฝึกยุทธ์ ฝึกวิชาตัวเบา ฝึกการต่อสู้ และต้องดูความเรียบร้อยในสวน อีกอย่างการเข้าเมืองลำพังด้วยคาบบุรุษจะมีปัญหาน้อยกว่าเป็สตรี
“เถ้าแก่ข้า้าเมล็ดผักตามนี้ อย่างละจิน และเมล็ดพันธุ์ข้าว 100 จิน” นางยื่นรายการเมล็ดผักที่้าให้เถ้าแก่ เถ้าแก่จึงส่งต่อให้ลูกน้องไปจัดการชั่งให้นาง
“คุณชายจะรับอะไรเพิ่มหรือไม่” เถ้าแก่ถามจิ่นฮวาที่กำลังเดินดูต้นกล้าผลไม้ต่างๆ อยู่
“ข้า้า ผิวกัว (แอปเปิล) จวี่จื่อ (ส้ม) ซื่อจื่อ (ลูกพลับ) เถาจื่อ (ลูกท้อ) ฝานสือหลิว (ฝรั่ง) อย่างละ 100 ต้น เถ้าแก่สามารถจัดหาให้ข้าได้หรือไม่” จิ่นฮวาบอกรายการผลไม้ที่้า
“ได้ขอรับ แต่อาจต้องรอสักสองสามวัน” เถ้าแก่แจ้งว่าที่ร้านมีจำนวนไม่มากขนาดนั้นจึงต้องใช้เวลาขนส่งจากอีกที่สักสองสามวัน
เมื่อตกลงกันได้จิ่นฮวาจึงแจ้งที่อยู่ไว้กับเถ้าแก่แล้วชำระเงิน แล้วให้เถ้าแก่จัดส่งต้นผลไม้ไปให้ที่บ้าน
ผ่านไปสามวันเถ้าแก่ได้ให้คนนำต้นกล้าผลไม้มาส่งที่บ้านเรียบร้อย นางจึงสั่งให้บ่าวชายนำไปปลูกในพื้นที่ 20 หมู่ที่เตรียมไว้ เมล็ดผักและพันธุ์ข้าวก็ปลูกแล้วเช่นกัน ทีแรกพวกบ่าวก็แตกตื่น ว่าเหตุใดผักจึงโตเร็วนัก แต่เดี๋ยวเจอบ่อยๆ ก็ชินไปเอง ผลไม้อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะออกผลให้กินได้
การค้าขายพืชิญญาเป็ไปได้ด้วยดี เริ่มมีหลายคนสืบรู้แล้วว่าพืชผักิญญานั้นมาจากบ้านสกุลหลินที่อยู่ชายป่าหมอกอาถรรพ์
มีผู้มีอำนาจหลายคนพยายามติดต่อเพื่อซื้อผักจากนางโดยตรง แต่นางไม่ชอบความวุ่นวาย จึงปรึกษากันในครอบครัวว่าจะไม่ส่งผักให้ผู้อื่น หากใคร้าให้ติดต่อผ่านร้านสมุนไพรเถ้าแก่หานเท่านั้น หานเหลียงนั่นเป็ถึงผู้หลอมโอสถระดับสี่ มีคนนับหน้าถือตา และมีอำนาจในเมืองเชียงพอสมควร จึงไม่เป็ปัญหาในเื่นี้ เพราะน้อยคนนักที่จะกดดันเขาได้
ชีวิตของนางและครอบครัวจึงกลับมาสงบอีกครั้ง ตอนนี้ข้าวที่ปลูกไว้ออกรวงแล้ว ข้าวโตไวมาก และรวงก็ใหญ่กว่าปกติหนึ่งเท่า หลินซานหยางจึงสั่งให้สร้างยุ้งข้าวขนาดใหญ่ ไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกจำนวนมากที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ชาวบ้านก็เริ่มตุนอาหารกันแล้ว