สิ้นเสียงะโของแบโดซูชายคนที่ถือคันธนูก็ยิงลูกธนูไปทางฮงซองกูเพราะการโจมตีด้วยลูกไฟของเขาเป็ความสามารถที่ต้องระวังเป็พิเศษ
แบโดซูได้หารือร่วมกับพวกพ้องในตอนที่หลบหนีว่าการจะท้าทายดันเจี้ยนระดับ 2 ดาวด้วยความสามารถของพวกเขาในตอนนี้ยังเป็เื่ที่เกินกำลังจนเกินไปและลงความเห็นว่าควรกลับไปวนดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวอีกครั้งแม้จะทำเงินได้ไม่เท่าไรก็ตาม
พวกเขากลับลงมาอย่างระมัดระวังเพียงเพื่อหาศิลาย้อนกลับเท่านั้นแต่พวกมอนสเตอร์กลับตายกันหมดเสียอย่างนั้นและพอได้เห็นว่ากระทั่งฮ็อบก็อบลินก็ตายไปด้วย พวกเขาก็ยิ่งคิดหนัก
และแล้วความโลภก็บังเกิด
ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็มีแต่ศพของจงชอลเท่านั้นไม่มีศพของอูจินและซองกู แปลว่าทั้งสองคนนั้นจะต้องลงไปจู่โจมที่ชั้นล่างเป็แน่
ถ้าถึงขนาดลงมือกำจัดฮ็อบก็อบลินได้หนึ่งในสองคนนั้นต้องเก็บซ่อนความสามารถที่แท้จริงเอาไว้แน่พวกเขาจึงเตรียมการแอบซุ่มโจมตี แต่กลับถูกอีกฝ่ายจับได้เสียก่อน
แบโดซูพยายามจะทำให้อูจินตายใจขณะเดียวกันก็หยั่งเชิงไปด้วยว่าควรจะกำจัดอีกฝ่ายทิ้งหรือไม่
บลัดสโตนในกระเป๋าที่อูจินโยนมามีจำนวนมากพอที่จะทำให้แบโดซูตาลุกวาวถ้าเทียบกับการวนเข้าออกดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวก็น่าจะต้องทำงานทุกวันตลอดหนึ่งเดือนถึงจะแตะจำนวนขนาดนั้นได้
ยิ่งเห็นท่าทีระแวดระวังอย่างหนักของอูจินที่เต็มไปด้วยความสงสัยแล้วแบโดซูก็ยิ่งแน่ใจ
กำลังระแวงพวกเราอยู่
การระแวดระวังอาจหมายถึงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
ไม่รู้ว่าใช้วิธีแบบไหนถึงกำจัดมอนสเตอร์พวกนั้นได้แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามััได้ถึงอันตรายในทางกลับกันอาจหมายความว่าคุ้มค่าที่จะลองโจมตีดูนั่นเอง
จู่โจมเลย
แบโดซูให้สัญญาณกับคนที่เหลือตามที่นัดแนะกันไว้ล่วงหน้าแล้วใช้สกิลจุดไฟทันทีลูกธนูพุ่งออกไปปักที่ไหล่ของซองกูในจังหวะเดียวกับที่ไฟกำลังลุกโหมบนใบหน้าของอูจิน
“อึก”
อีกฝ่ายบุกเข้ามาอย่างกะทันหันก่อนที่ซองกูซึ่งกำลังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจะสร้างลูกไฟได้ทันอาวุธนั้นเจาะทะลุเนื้อของมนุษย์ได้ดีกว่าหนังเหนียว ๆ ของพวกมอนสเตอร์เสียอีก
“เฮ้ออย่าเคืองกันเลยนะ ผู้ปลุกพลังก็เป็แบบนี้เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือไง”
แบโดซูคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่บริเวณเอวออกมาแล้วแทงเข้าใส่อูจินที่กำลังดิ้นทุรนทุราย
ไฟที่กำลังลุกไหม้ทำให้อูจินถูกจำกัดทัศนวิสัยแต่เขาล่วงรู้ได้ว่าแบโดซูจะบุกเข้ามาแทงอูจินจึงจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะทุ่มตัวลงกับพื้นด้วยพลังและความว่องไวที่เหนือชั้นแบโดซูจึงไม่มีโอกาสได้ขยับมือเลยแม้แต่น้อย
ความรุนแรงเทียบเท่าการปะทะกับผู้ปลุกพลังที่มีพลังพิเศษทางกายภาพไม่มีผิด
“เฮ้อเล่นเอาหัวร้อนเลยแฮะ”
อูจินยกมือขึ้นลูบใบหน้าไล่เปลวไฟที่ค่อยๆ สลายไปพลางจ้องไปยังพวกของแบโดซูที่กำลังตระหนกซองกูมองเขาทั้งนํ้าตานองหน้าโดยที่ยังมีลูกธนูปักไหล่
“โจมตีได้หยาบคายชะมัด”
ใบหน้าของอูจินแดงเป็ปื้นราวกับแผลนํ้าร้อนลวกเล็กๆ แต่ก็ยังเผยรอยยิ้มออกมา
“ทำไมฉันถึงยังเดาทางพวกแกออกอยู่เลยล่ะ”
อูจินยื่นแขนทั้งสองข้างออกไป
ตูม ตูม!
ซากของพวกมอนสเตอร์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณะเิออกจนเศษเนื้อปลิวว่อนรอบทิศภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าพิสดารเกินกว่าจะเรียกได้ว่าน่ามองสำหรับคนขวัญอ่อนคงถึงขั้นเป็ลมกันเลยทีเดียว
“แค้นฉันซะสิ”
อูจินฉีกยิ้มกว้าง
ต่อให้แค้นไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“เพราะฉันจะหัวเราะเยาะให้ฟันร่วงเลยยังไงล่ะ”
ความแค้นเคืองของพวกกากๆ น่ะจะมากแค่ไหนก็รับไหวอยู่แล้วสำหรับคนพวกนั้นที่จะถูกจองจำและทำให้ตกตํ่าจนถึงดวงิญญาหาก่ชิงกระทั่งความรู้สึกแบบนั้นไปก็คงจะดูโหดร้ายไปหน่อย
ไม่มีทั้งความเมตตาและความลังเลในคมมีดของพวกโครงกระดูก
“อ๊ากกกก”
อูจินมองพวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตาก่อนจะหันกลับมายังแบโดซูที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่
“ดะ...เดี๋ยวคุยกันก่อน...”
“จะรอให้เวลาคูลดาวน์สกิลหมดก่อนหรือไง”
สวบ
อูจินแทงเข้าที่หัวใจของแบโดซูด้วยมีดที่แย่งมาจากเ้าตัวอย่างไม่ลังเลเขามองอีกฝ่ายดิ้นทุรนทุรายไม่นานก็แน่นิ่งไปก่อนจะแย่งกระเป๋าที่แบโดซูสะพายอยู่มาอย่างไร้ความรู้สึก
มีบลัดสโตนที่หามาได้ก่อนเจอฮ็อบก็อบลินบรรจุอยู่เต็มกระเป๋านอกจากนั้นอูจินยังค้นตัวแบโดซูเพิ่มแล้วหยิบเอากระเป๋าสตางค์ออกมา
อูจินหยิบเงินสดทั้งหมดเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงของตัวเองขณะฮัมเพลงเบาๆ
ปะ...เป็ไปไม่ได้
ซองกูเห็นคนห้าคนถูกดับลมหายใจต่อหน้าต่อตาภายในไม่กี่วินาทีเขายกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากโดยไม่รู้ตัว
ซองกูใมากจนลืมความเ็ปจากลูกธนูที่ปักตรงหัวไหล่ไปสนิทอูจินที่ค้นไปถึงกระเป๋ากางเกงของคนอื่นๆ ที่นอนกองกันอยู่ก็พึมพำขึ้นมา
“เอาเถอะ ไม่ได้คำตอบอะไรจากคนทรยศพวกนี้หรอก”
นี่เขากำลังบอกให้ฉันฟังหรือเปล่านะแววตาของซองกูสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ฉันน่ะเกลียดพวกแทงข้างหลังคนอื่นที่สุดเลยว่าไหม ซองกู”
แค่อูจินหันขวับกลับมาสบตาซองกูก็ใจนฉี่แทบราด สีหน้าอูจินดูไม่ยี่หระแม้จะเพิ่งฆ่าคนไปถึงสี่คนก็ตาม
แค่ฆ่ามอนสเตอร์ไม่สิ ต่อให้ฆ่าสัตว์ตัวเล็ก ๆก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ก็ต้องรู้สึกผิดอะไรขึ้นมาบ้างแท้ ๆแต่ทั้งที่อูจินเพิ่งลงมือฆ่าคนไป เขากลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ ราวกับเป็เพียงการถอนหญ้าข้างทางอย่างไรอย่างนั้น
เกินกว่าคำว่าฆาตกรไปแล้ว
ความสงบนิ่งเช่นนั้นทำให้ซองกูถูกความหวาดกลัวต้อนเสียจนมุม
“ทำไมไม่ตอบล่ะ”
“ชะ...ใช่ครับ”
ใบหน้าของอูจินฉายแววพึงพอใจหลังฉกเงินจากกระเป๋าพวกแบโดซูจนครบทุกคนยิ่งเห็นสีหน้าของเขาขณะนับเงินแล้วก็ยิ่งหาความรู้สึกผิดไม่เจอเลยแม้แต่น้อย
ซองกูหวาดกลัวอูจินที่เป็อย่างนั้นจนไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกไปได้ทำได้แค่อยู่เฉย ๆ เท่านั้น ซองกูผ่านดันเจี้ยนระดับ 1ดาวมาไม่น้อยแต่นี่เป็ครั้งแรกที่ต้องมาเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาตัวเอง
หนำซํ้ายังเป็การตายด้วยฝีมืุ์
ราวกับว่าอีกฝ่ายเคยผ่านเื่แบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
“เ้าพวกนี้พกเงินสดเป็ฟ่อนเลยแฮะ”
อูจินอารมณ์ดีกับลาภลอยที่ได้มาร่วมเก้าแสนวอนกองนี้เสียงฮัมเพลงเบา ๆ ของเขาทำให้ซองกูสะอึกขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“นายเองก็เกือบต้องตายเพราะฉันสินะ”
“มะ...ไม่หรอกครับ”
ถ้าไม่ใช่อูจินละก็เขาคงตายเพราะพวกมอนสเตอร์ไปั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว
“งั้นเอามาอีกสองปึก”
“ครับ?”
“ก็ฉันช่วยนายไว้สองครั้งนี่นา”
“...”
ทั้งหมดรวมเป็สี่ปึก
ถ้าเป็เงินสี่สิบล้านวอนต่อให้จ่ายด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่มีก็ยังไม่พอเลยด้วยซํ้า
ซองกูทำหน้าหวิดจะร้องไห้แต่อูจินกลับดึงลูกธนูที่ยังปักคาไหล่เขาออกให้ด้วยสีหน้าเบิกบานจากนั้นจึงดึงเอาิญญาของพวกแบโดซูที่ยังไม่หนีหายไปไหนมารักษาาแของซองกู
“เฮือก”
รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาก่อนาแจะสมานกันอย่างรวดเร็วซองกูเผลอสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ระดับการฟื้นฟูาแเทียบกับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย
ยิ่งเป็ิญญาของสิ่งมีชีวิตระดับสูงผลจากการฉกฉวยิญญาก็ยิ่งมีประสิทธิภาพิญญาของมนุษย์จึงเป็แหล่งพลังงานที่ดียิ่งกว่ามอนสเตอร์
“ขะ...ขอบคุณครับ”
“อาช่างเหอะ เป็งานที่ได้เงินทั้งนั้นนี่นะ”
“...ครับ”
ซองกูก้มเก็บบลัดสโตนที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นมารวมกันก่อนจะเดินตามหลังอูจินไป
เ้าหน้าที่จากสำนักบริหารจัดการถึงกับตาเบิกโพลงทันทีที่เห็นอูจินและซองกูออกมาจากดันเจี้ยน
“เอ๋?ทำไมออกมาแค่สองท่านล่ะครับ”
“ทุกคนถูกมอนสเตอร์เล่นงานน่ะครับ”
เ้าหน้าที่จากสำนักบริหารจัดการหรี่ตามองเมื่อได้ยินอูจินพูดเสียงเรียบ
“ว่าแต่ทำไมถึงเก็บบลัดสโตนได้เยอะขนาดนั้นเลยล่ะครับ”
“จะเป็จะตายยังไงก็ต้องหาเงินอยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ”
อูจินถามกลับด้วยท่าทีมั่นใจทำให้เ้าหน้าที่ต้องหรี่ตามองเขาอีกครั้งถ้ามองแค่สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดการหักหลังและผูกขาดเงินที่จะได้รับกันแค่สองคนขึ้นแต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ได้เลย
“อะแฮ่มรบกวนเซ็นตรงนี้ก่อนไปด้วยครับหลังจากนี้ทางสำนักบริหารจัดการอาจติดต่อไปเพื่อตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นนะครับ”
เ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบรับบันทึกประวัติการเข้าออกที่อูจินและซองกูเซ็นเรียบร้อยแล้วคืนก่อนจะประทับตราในส่วนรายชื่อผู้ปลุกพลังที่เข้าดันเจี้ยนไปพร้อมกับทั้งสองคนว่า‘เสียชีวิต’
มีจุดรับซื้อบลัดสโตนที่ให้ราคาค่อนข้างดีแม้ในกรณีเร่งด่วนอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งราคาของบลัดสโตนก็ถูกทางการควบคุมเอาไว้จนเกือบจะคงที่แล้ว
คนที่เอามาขายต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมจากจำนวนเงินที่คำนวณได้ณ จุดรับซื้อให้แก่ผู้ที่พิชิตดันเจี้ยนนั้น ๆ สำเร็จเป็รายแรกหรือจะเรียกว่าเ้าของดันเจี้ยนก็ว่าได้ จากนั้นจึงจะได้รับเงินส่วนที่เหลือ
หลังออกมาจากจุดรับซื้อบลัดสโตนสถานีชินริมอูจินก็ยิ้มร่าจนปากแทบฉีกถึงหู
เข้าดันเจี้ยนครั้งเดียวก็หาได้เกินสิบสามล้านวอนแล้วเหรอเนี่ย
บลัดสโตนได้สิบสองล้านสามแสนวอนส่วนที่ฉกมาจากกระเป๋าสตางค์เ้าพวกนั้นอีกเก้าแสนวอน
เดิมทีเงินก้อนนี้ต้องแบ่งกันแปดคนจึงไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรนักแต่เขากลับหาเงินสิบสามล้านวอนมาไว้ในมือได้ต่างหากคือประเด็นสำคัญ
ถ้าได้รับโอนค่าช่วยชีวิตซองกูอีกสี่ล้านวอนก็จะรวมเป็เงินราว ๆสิบเจ็ดล้านวอนทันที
ต่อไปคงต้องลุยดันเจี้ยนคนเดียวแล้วละ
ถ้าหาเงินได้ครั้งละประมาณเท่านี้ก็ไม่จำเป็ต้องเสียดายค่าเข้าเลยเขาไม่มีปัญหากับการที่ต้องเคลียร์ดันเจี้ยนให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงด้วยดังนั้นการลุยเดี่ยวจึงน่าจะทำกำไรได้มากกว่า
อูจินยกแขนขึ้นโอบไหล่พร้อมกอดคอซองกู
“เอาเบอร์โทร.มาหน่อย”
“คะ...ครับ”
ซองกูกดหมายเลขโทรศัพท์ของตัวเองให้จากนั้นอูจินก็กดปุ่มโทร.ออกทันทีหลังได้ยินเสียงเรียกเข้าดังมาจากกระเป๋ากางเกงของซองกูเรียบร้อยแล้วจึงกดตัดสาย
“ดี ๆฉันบอกเลขบัญชีแล้วใช่ไหม”
“ครับบอกเรียบร้อยแล้วครับ”
“โอเคกลับดี ๆ ล่ะ”
อูจินหยิบธนบัตรหมื่นวอนออกมาใบหนึ่งจากกระเป๋าสตางค์ที่อัดเงินไว้จนแน่นตุงก่อนจะยัดใส่มือซองกูที่ทำท่าเหมือนจะห้ามเอาไว้
“ใช้เป็ค่ารถขากลับนะ”
“ขะ...ขอบคุณครับพี่”
“อ้อจริงสิ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเกลียดพวกชอบแทงข้างหลังน่ะ”
“ผะ...ผมจะจำเอาไว้ครับ”
อูจินเดินจากไปอย่างเริงร่าเต็มที่ซองกูที่มองดูอยู่นั้นคอตกพร้อมทำหน้าเหมือนประเทศชาติกำลังจะล่มสลาย