สองวันผ่านไป ผู้กองเดฟรับโทรศัพท์จากเพื่อนตำรวจที่หมู่บ้านสุขี เ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมลุงของนิทตี้ในข้อหาจ้างวานฆ่าและก่อกวนความไม่สงบ ศาลชั้นต้นรับไว้พิจารณา ทนายของนิทตี้รอให้เธอไปให้การที่ศาล ผู้กองเดฟเล่ารายละเอียดให้เพื่อนรักฟังถึงความคืบหน้า แต่ทว่าจิตใจของวินนี่ว้าวุ่นเื่คู่หมั้น “เดฟ นายช่วยฉันหน่อยนายช่วยร่างพระแม่สีดาออกจากเธอก่อนเถอะ“ เดฟหัวเราะร่วน ชอบใจวินนี่จนมุม ลุกกขึ้นทำท่าเต้นล้อเลียนแล้วส่ายนิ้วไปมา “ นายคนเก่งไม่ใช่เหรอวะเื่บางเื่นายเหนือฉัน อืม เกือบทุกเื่ ฮ่าๆๆๆ แต่จะบอกอะไรให้นายอยู่กับเธอมีแค่สองคนในบ้านหลังนี้ นายก็น่าจะรู้จุดอ่อนของเธอมากกว่าคนนอกแบบฉัน“ ราชเห็นด้วยกับความเห็นของผู้กอง เขานั่งนิ่งไม่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เพราะคุณหมอเริ่มเอ่ะใจไม่รู้ว่านิทตี้ยอมบวชเองหรือมีอะไรในใจ
วินนี่เดินคอตกกลับขึ้นคอนโดฯ เขาเข้ามาในบ้านกวาดสายตาหานิทตี้ พบเธอกำลังล้างพื้นที่ระเบียง พื้นระเบียงเต็มไปด้วยฟองผงซักฟอก วินนี่ยืนกอดอกมอง “ขยันจริงๆ นั่งพักไม่เป็ จะให้เราช่วยก็ไม่ให้ช่วย“ เขาคว้าผลไม้มายืนกิน นิทตี้ล้างขอบกำแพง กระถางต้นไม้ ในจังหวะนั้นเธอเปลี่ยนถังน้ำ เท้าซ้ายก้าวเหยียบฟองน้ำ“นิทตี้ ระวัง!!!“ เธอหันตามเสียงร้องเตือน เท้าลื่นไถลออกด้านหน้ามือทั้งสองพยายามคว้าจับราวตากผ้า แต่ไม่ถึง วินนี่วิ่งเข้าใกล้ร่างเธอ ใช้แผ่นอกรองรับร่างของเธอไว้ทัน ร่างทั้งคู่ปะทะกันอย่างแรง ทั้งคู่ลื่นลงไปนอนบนพื้นระเบียง สายท่อน้ำตกออกมาถังน้ำเพราะเท้าของวินนี่เกี่ยวสายท่อน้ำส่ายไปมา น้ำประปาพุ่งกระจายใส่ร่างทั้งสองคนเปียกปอนทั้งคู่ วินนี่เปล่งเสียงหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ” นิทตี้หลบสายตาเขา “ฉันขอโทษค่ะ ฉันซุ่มซ่ามอีกแล้ว ขอโทษนะคะ ท่านพี่” หญิงสาวหมุนพลิกร่างห่างจากลำตัวและอ้อมแขนที่รัดเธอแน่น ผ้าส่าหรีหลุดออก เนื้อขาวนวลและร่องอกที่เอบอิ่ม ทำให้วินนี่ตะแคงร่างหยุดมอง ทั้งคู่สบตากัน สายท่อน้ำพุ่งใส่ร่างของเธอ เส้นผมเปียกหลุดลงมาปรกใบหน้า หยดน้ำไหลทั่วดวงหน้าลำคอขาวนวลของหญิงสาว วินนี่กลืนน้ำลายก้อนเหนียว เอื้อมจะปัดเส้นผมที่บังใบหน้าให้เธอ
ร่างสูงเลื่อนเข้าใกล้เธอ ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่กี่นิ้ว ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดใบหน้าของเธอ ดวงตากลมโตไม่กระพริบตา เสียงราวตากเลื่อนชนกำแพงทำให้นิทตี้ได้สติ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแล้วเมินหน้าไปทางอื่น เธอลุกขึ้นนั่งดึงชายผ้าสาหรีขึ้นพันรอบตัวแต่วินนี่นอนทับชายผ้าส่าหรี สายตาทั้งคู่สบตากันไม่ละสายตาแม้แต่นิดเดียว ปราศจากคำพูดเสียงน้ำไหลคือสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวผ่านร่างของทั้งสองที่หยุดนิ่งคล้ายรูปปั้นของเทวบุตรที่จ้องมองเทพธิดา ทั้งคู่เหมือนอยู่ในภวังค์ เสียงถังน้ำล้มอีกครั้งทำให้วินนี่ลุกขึ้นปล่อยชายผ้าส่าหรีให้เธอ ข้อเท้าของเขาเกี่ยวสายท่อน้ำไว้ไม่รู้ตัวนิทตี้ห่มผ้าส่าหรีรอบตัว ตั้งท่าจะวิ่งผ่าน ชายหนุ่มดึงปลายเข้ามาทำให้เธอสะดุดสายยางจะล้มคราวนี้วินนี่ใช้มือรองร่างบางไว้ก่อนจะล้มอีกครั้ง “ ผมขอโทษ ผมจะเอาสายท่อน้ำออกให้คุณคุณกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ผมล้างพื้นต่อให้เอง” วินนี่มองตามเรือนร่างที่วิ่งหายเข้าห้องนอน“ โธ่ แค่จูบครั้งเดียว เธอก็ไม่ยอมแล้วเมื่อไหร่ เราจะได้จูบเธอ ต้องรออีก 4 เดือน “
นักบินหนุ่มในชุดนักพรตเอนร่างนอนราบลงบนพื้นระเบียงในใจนึกถึงแววตาของเธอเมื่อสักครู่ ทำไมอ่อนโยน น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ วินนี่นอนตะแคงบิดตัวไปบิดมาเหมือนจินตนาการวาดฝันอารมณ์โรแมนติกแล่นเข้ามาในสมอง “เมื่อเราออกมาจากด้านมืดเราสามารถมองเห็นความสวยงามในแววตาของเธอและร่างกายทั่วเรือนร่างขาวนวล ดวงตาสีน้ำตาลสีน้ำผึ้งริมฝีปากชวนชิมรสหวานของจุมพิต โอ้ย...พระเ้าเราพบความสุขที่แท้จริงแล้ว”
ชายหนุ่มพลิกร่างกำปั้นทุบพื้นเบาๆ “ นี่คือความสุขจริงๆ “ วินนี่รีบปิดก๊อกน้ำ ล้างพื้นเก็บของช่วยเธอ ลุกขึ้นบิดผ้าโสร่งและบิดชายเสื้อ “เฮ้ออ เปียกหมดเลย “
วินนี่เคาะเบาๆหน้าบานประตูห้องนอน นิทตี้เริ่มถอดเสื้อผ้าจะเข้าอาบน้ำ “ผมขอผ้าเช็ดตัวได้ไหมครับ“ มือบางเรียวแง้มประตูเพียงนิดหน่อย “ท่านพี่้าชุดใหม่ด้วยใช่ไหมคะ ฉันวางเสื้อไว้ห้องรีดผ้า และผ้านุ่งแขวนอยู่ในตู้ด้านซ้ายมือค่ะ“ เขารับผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเตรียมอาบน้ำในห้องน้ำด้านนอก วินนี่ยืนมองหนวดเคราเต็มหน้าในกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ มองหาใบมีดโกนหนวดและครีมโกนนวด จัดแจงโกนหนวดจน เกลี้ยงหมดจด เขายืนลูบไล้ใบหน้า ในใจอดชมหน้าหล่อเหลาของตนเองไม่ได้ “ความจริง เราหล่อกว่าคุณหมอราช “
เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมง นักบินหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวสวมชุดนักพรตเช่นเดิม ก้าวออกมาจากห้องน้ำ นิทตี้ออกมาจากห้องครัวพร้อมถาดน้ำชาและของว่าง“ น้ำชาอยู่บนโต๊ะค่ะ “ หญิงสาวสวมส่าหรีสีเดิม แต่ไม่สวมสายลูกประคำ ดวงตาของเธอเปิดกว้างใ อ้าปากมอง พบว่าวินนี่โกนหนวด เธอถอยหลบไปยืนทางอื่น “ท่านพี่...ทำผิดศีลบวชแล้วยังไม่รักษาให้ครบหรือ แบบนี้บาปแน่ๆ “ ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาตรงหน้าทำให้ หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงกลิ่นหอมของโคโลญหลังโกนหนวดโชยเข้าจมูก หญิงสาวรีบวางถาดนมสดเพื่อล้างเท้าให้สามี “ผมทำผิด ทำบาป โธ่... ทำไมคุณคิดแบบนั้น“
วินนี่ปล่อยผมยาวหลังสระผม เขาดูเท่จนเธอแอบชำเลืองมองเขาอีกครั้ง “บาปค่ะ คิดจะเลิกการบวชกลางคันใช่ไหม บอกมาดีๆ ท่านพี่....โกนหนวดทำไมคะ “นิทตี้ถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ผมโกนหนวดเพราะมันร้อน อีกอย่างผมไม่ได้ตั้งสัจจะว่าจะไว้หนวดไว้เคราสักหน่อยผมจำได้นะว่าผมพูดอะไรกับท่านอาจารย์ในอาศม คุณก็อยู่ตรงนั้นด้วย จริงป่ะ“ วินนี่ตอบอย่างภูมิใจเหมือนตนเป็ผู้ชนะเขารินน้ำชาร้อนใส่ถ้วย จิบดื่มอย่างสบายอารมณ์ หญิงสาวพราหมณีวางถาดนมสดข้างเท้าทั้งสองของเขา เลื่อนถาดไว้ใต้เท้าทั้งสอง บรรจงเทนมสดผสมน้ำดอกไม้กลิ่นหอมโชย บรรจงล้างเท้าทั้งสองแล้วใช้ผ้าขนหนูซับปลายเท้าทั้งสองข้าง "ขอให้มีความสุข"คำอวยพรจากริมฝีปากของวินนี่ สองมือของเขาจะโอบร่างเธอให้ลุกขึ้นแต่ทว่าเธอเอ่ยเสียงดัง “ต่อไปนี้ห้ามท่านพี่แตะต้องตัวฉันนะคะ เราจะทำอะไรที่ล้อเล่นกับพระเ้าไม่ได้ค่ะ“ วินนี่ก้มหน้ามองชุดนักพรตที่สวมใส่แล้วทำหน้าบิดเบี้ยวขยับปากตามคำพูดของเธอ "ห้ามแตะต้องตัวฉันนะคะ......"
ค่ำคืนนี้เหมือน์เจตนาแกล้งทั้งคู่ สายฝนเทลงมาเพราะใกล้เข้าฤดูฝน นิทตี้รับถาดอาหารจากเขาแล้วนั่งทานอาหาร เขาเดินสำรวจบานประตูและหน้าต่างทุกบาน เลื่อนปิดม่าน หันหน้ามาคุยกับเธอ “ผมมีข่าวดีจะบอกคุณ“ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา วินนี่มองสายผู้เรียกเข้า “ผมรับให้คุณเอง“ ซาธนาโทร.หาว่าที่ลูกสะใภ้ แม่้ารู้อาการของลูกชายที่เงียบหายไปสองวัน วินนี่เปลี่ยนใจยื่นโทรศัพท์ให้เธอ “ของคุณ“ เธอรับโทรศัพท์มือถือมาคุย “นิตยา...สองวันก่อนพ่อลูกเขาคุยกันวินนี่เล่าให้ลูกฟังบางไหม “ นิทตี้ลุกขึ้นเดินเข้ามาคุยในห้องนอน “ยังค่ะ คุณแม่ แต่เมื่อกี้เขาโกนหนวดค่ะ และบอกหนูว่ามีข่าวดีจะบอกน่าจะเป็เื่นี้นะคะ “ แม่ซาธนาดีใจที่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “แม่ตำหนิเขาแรงมากหัวใจของแม่ยังสั่นอยู่เลย เขากินอาหารแล้วใช่ไหม มีอาการซึมเศร้าบ้างไหม“ นิทตี้ชำเลืองออกมองข้างนอกชายหนุ่มเริ่มอ่านหนังสือ “มีค่ะ คืนนั้นเขาร้องไห้ทั้งคืนหนูแปลกใจเหมือนกันว่าเขาร้องไห้ทำไม ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่พูด ร้องไห้มากค่ะ หนูเลยถามเดฟในวันต่อมาค่ะ แต่วันนี้เขาสดใส อารมณ์ดีนะคะ เขาช่วยหนูล้างพื้นระเบียงด้วยค่ะ”
ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าดังขึ้น นิตยาใทิ้งโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอน สองมือปิดหู ก้มหน้านั่งลงวินนี่วิ่งเข้ามาหาเธอ คว้าโทรศัพท์ขึ้น “ แม่ครับเธอใเสียงฟ้าผ่า ผมขอวางสายก่อนนะครับ“ ชายหนุ่มปรารถนาจะกอดร่างบอบบางไว้แต่เธอห้ามเขาไว้ก่อนหน้านี้ วินนี่ปิดบานหน้าต่าง ออกมาหยิบถาดอาหารยื่นให้เธอทานอาหารต่อ “คุณต้องทานให้หมด ไม่งั้นบาป “ เสียประชดของเขาทำให้เธอกลั้นหัวเราะไว้
ชั้น 10 ห้อง 399
คุณหมอราชยืนที่ระเบียงมองฝนตก มองไปทางตึกA ผ้าม่านห้องนอนของวินนี่ปิดมิดชิด “ขอให้พวกเขาคืนดีกันสักที” มาธูรยืนด้านหลังได้ยินคำพูดแว่วๆ “คุณหมอคะคืออาหารค่ำเสร็จแล้วค่ะ”ร่างเธอหันกลับทันที ราชมองเธอจากภายในห้องนอน หญิงสาวจัดที่นอนและเก็บตำราเรียนเก็บในชั้นเก็บหนังสือ “ผมคิดว่า ผมจะปรับปรุงห้องนี้ใหม่ ซื้อเตียง...” ปากกาด้ามสีขาวถูกปาลงพื้นอย่างตั้งใจ สองมือของหญิงสาวหักแท่งดินสออีกแท่ง “บ๊อก” เธอโยนมันทิ้งลงในขยะ ราชใจ้องมองอาการของเธอผ่านกระจกเงา มาธูรควบคุมสีหน้าแดงก่ำไม่อยู่ กัดฟันหันหน้าเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าคุณหมอ “เราเลิกกันเถอะค่ะในเมื่อคุณหมอเป็เกย์ อย่าพูดไม่เท็จต่อไปอีกค่ะ” คุณหมอราชยกคิ้วขึ้นกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่ “ฮ่าๆๆ ทำไมคุณคิดว่าผมเป็เกย์คิดแบบนี้ผมเสียหายนะครับ”
มาธูรยื่นโทรศัพท์มือถือของเธอให้เขาดู “ในนี้มีรูปภาพและข้อความที่ยืนยันได้ว่าคุณหมอคือ เกย์คิง” น้ำเสียงเสียใจของเธอ ทำให้ราชหัวเราะต่อ เขาก้มลงฉกจูบริมฝีปากของเธอ สองมือของมาธูรผลักร่างของเขาออกอย่างแรง “คุณหมอไปไหนมาไหนกับวิคตลอดสองเดือน คุณหมอไม่ยอมให้ฉันไปตรวจคนไข้ด้วยเกือบเดือน ไม่ยอมให้…” คุณหมอรูปหล่อมองริมฝีปากสั่นไม่กล้าพูดต่อ มือทั้งสองกุมเข้าหากัน “ไม่ยอม....อะไรอีก”มาธูรขยับกรอบแว่นตาขึ้น “ หกสิบที่ผ่านมา คุณหมอนอนในห้องนั่งเล่น ไม่กอดฉัน ไม่จูบไม่ทักทายในตอนเช้า คุณหมอทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านเลย ฉันหาสาเหตุไม่ออกว่าฉันผิดอะไรแค่ฉันไปดูหนังในคืนนั้นพวกเขา คุณหมอก็ไม่พอใจส่วนคุณหมอหายไปทั้งคืนก็มี ฉันก็ไม่เคยโทร.ตาม ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ผิดค่ะ คุณหมอเป็ฝ่าย..”
ฝ่ามืออุ่นปิดริมฝีปากของเธอไว้ทัน “ผมไม่เคยนอนกับผู้ชายและตลอดเวลาผมไม่เคยนอกใจคุณ ผมทำงานทั้งวันกับเขาก็จริง แต่ผมไม่เคยแตะต้องตัวเขา เขาต่างหากที่เป็เกย์ไม่ใช่ผม และผมไม่ใช่คู่ขาของเขา ผมเป็ผู้ชายทั้งกายและใจครับ“มาธูร ไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่ “ถ้าฉันไม่สวยก็บอกได้นะคะ ฉันไม่ดีตรงไหน ก็บอกมาค่ะ คุณ้าให้ฉันทำอะไรก็บอกทำไมคุณหมอบอกรักวิคคะ“ ราชก้าวแบบราชสีโอบกอดร่างเธอ หญิงสาวมุดตัวออกมา ราชหัวเราะเสียงดัง “ผมไม่ได้เป็ เกย์ ผมชอบผู้หญิงมากโดยเฉพาะคนที่ยืนตรงหน้าผมคนนี้ ผมขอแต่งงานกับคุณคุณไม่แสดงอาการดีใจ คุณไม่ถามผมด้วยว่า เมื่อไหร่คะ คุณไม่เคยสนในที่บอกคุณแม่ของเดฟให้เรียกผมไปคุย คุณถามนิทตี้ว่าจะเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ได้อย่างไร แต่ความจริงคุณไม่เห็นสนใจผมเลยสักนิด คุณไม่ยิ้มแย้ม ไม่คุยเล่นเหมือนเมื่อก่อน คุณไม่ชวนผมไปเที่ยวที่ในที่คุณอยากไป คุณไม่ชวนผมไปซื้อของ ชีวิตของเราเหมือนหุ่นยนต์ ตื่นเช้าไปทำงาน ค่ำมานอน เรามีแค่เซ็กบนเตียงเท่านั้นเป็กิจกรรมร่วม ผมนึกว่าคุณเบื่อผม คุณใช้ชีวิตไปวันๆ “ มาธูรกระพริบตาถึ่ เงยหน้าสบตาเขา สองมือเรียวงามปล่อยออกจากกันเธอเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง “มาธูร เราไม่ใช่มีแค่เตียงนอนเท่านั้นเป็สถานที่แสดงว่าเรารักกัน ผมไม่เข้าใกล้คุณเพราะผม้าให้คุณแสดงความรักที่อยู่ในใจของคุณ คุณควรแสดงความเป็เ้าของผมต่อหน้าทุกคนไม่ใช่ปล่อยให้ผมไปกับใครก็ได้ การหึงหวงมันคือเสน่ห์ในชีวิตคู่ด้วยเหมือนกันมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ถ้าคุณหึงผมแต่ไม่ใช่ทำร้ายผมโดยการใส่พริกผงลงในกาแฟ”
หญิงสาวปล่อยโฮออกมา สองมือปิดใบหน้าร้องไห้ “ฉันไม่รู้เื่พวกนี้คุณก็รู้ว่า ฉันถูกเลี้ยงดูในกรอบ พี่ชายไม่เคยสอน ไม่มีใครบอกอะไรฉันเลยค่ะ ตอนนี้ฉันก็มีคุณเพียงคนเดียว ทำไมคุณหมอไม่ถามฉัน ฉันสอบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ในวิชาเรียน แต่พอมาถึงเื่ครอบครัวแฟนก็ไม่เคยมี จะให้ฉันเก่งได้ภายในสามเดือนเหรอคะ บางครั้งฉันสับสนกับตัวเองว่า ชีวิตคู่มันยุ่งยากและเราจะเดินทางไปด้วยกันแบบไหนค่ะ“ ราชถอยห่างออกจากเธอ “ของแบบนี้ ไม่ต้องมีใครสอน ความรักไม่มีเรียนในตำราเรียน หรือใครจะให้นิยามของคำว่ารักได้ถูกต้องทุกอย่างมันอยู่ในนี้“ ปลายนิ้วมือของราชชี้ไปที่แผงตรงหัวใจของเขา
เสียงฟ้าผ่าดัง “เปรี้ยง” ไฟฟ้าดับทั้งตึกร่างของทั้งสองยืนนิ่ง ดวงตาของเธอจ้องราชในความมืด “คุณไม่ใช่เด็กเล็กที่ผมต้องสอนคุณทุกอย่าง คุณต้องเรียนรู้สิ่งหนึ่ง คือ รักตัวเองก่อน อย่าวิ่งหนีความจริงคุณคือภรรยาของผม และเราคือเ้าของกันและกัน ผมคือส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ หัวใจของคุณยอมรับผมั้แ่วันที่คุณหลงรักผม คุณรักผมแบบไหน ก็ขอให้แสดงออกแบบนั้น ไม่ต้องอ้างอิงตำราหรือนำความคิดของใครมากำกับการกระทำของคุณ ผมรักคุณเพราะคุณคือคนที่เข้ามาอยู่ในหัวใจผมในแบบฉบับของคุณเอง”
แสงฟ้าแลบผ่านผ้าม่ายให้ความสว่างในตอนนี้ มาธูรยังคงยืนนิ่งก้มหน้าเช็ดน้ำตา “ฉันมั่นใจว่า คุณหมอไม่ได้เป็เกย์ค่ะ ” ราชก้าวถอยหลังห่างจากเธออีกก้าว“คุณพิสูจน์มันได้โดยวิธีไหน” หญิงสาวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแผ่นกระดาษที่เธอวาดรูปคุณหมอและวิคใต้ภาพนั้นมีข้อความเขียนว่า“ความรักของผมที่มีให้คุณ มันไม่มีพลังพอจะให้คุณเชื่อใจผมบ้างหรือว่าผมไม่ใช่เกย์” มาธูรชูแผ่นกระดาษขึ้นแสงสว่างจ้าจากภายนอกทำให้ราชอ่านลายมือของตัวเอง “ข้อความนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ไหมคะ” ราชรู้สึกว่าเธอกลับมาเป็คนเดิม “ถ้างั้น พรุ่งนี้เราแต่งงานกัน“ คำถามนี้ถ้าเธอตอบไม่ หรือลังเล มันคือคำตอบของบททดสอบที่กัปตันมิคกี้แนะนำ ถ้าเธอตอบไม่แสดงว่าราชคือผู้ที่ต้องทบทวนเื่ความรักใหม่ทั้งหมด
“ตกลงค่ะ เราจะแต่งงานกัน ฉันขอไปฮันนีมูนต่อเลยนะคะ”ร่างงามเธอลอยจากพื้นทันที “ผมไม่กินแล้วอาหารค่ำขอกินคุณตอนนี้ หกสิบวันผมไม่ได้กอดคุณรู้ไหมเวลาทำงาน ทำไมผมเอาวิคไปด้วย มันคือบททดสอบเท่านั้น“ ปลายนิ้วมือของเธอค่อยๆแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างช้าๆ “ รีบๆกินนะคะ หิวมากเลย “ ราชยิ้มกว้างวางร่างงามลงบนเตียงนอน “ไม่รู้ว่า รสชาติจะเผ็ดหรือเปล่า”
เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอน เสียงฟ้าผ่าสลับฟ้าร้องดังต่อเนื่อง “ นิทตี้ ขอผมเข้าไปไหม คืนนี้ฟ้าร้องทั้งคืน “ เธอไม่ตอบเขานั่งพิงบานประตูภายใน มือปิดใบหูแน่น “ไม่ค่ะ ท่านพี่กลับไปนอนฉันอยู่ได้“ เสียงฟ้าผ่าดังไม่หยุด ฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก วินนี่รู้ว่าเธอไม่สามารถนอนคนเดียวได้ ความกังวลใจทำให้วินนี่กระสับกระส่ายลุกนั่ง แสงเทียนจุดสว่าง แต่ไฟร้อนในใจของเขาร้อนกว่า เขาสงสารเธอมากเมื่อเสียงฟ้าผ่าดังต่อเนื่องร่างสูงหยุดที่หน้าประตูห้องนอน “ลองเคาะอีกครั้งก็ไม่เสียหาย“ เสียงเคาะประตูดังอีกครั้ง นิทตี้ะโออกมา “ฉันบอกว่าไม่เปิดก็ไม่เปิดค่ะทำไมคุณกวนใจจังเลย“ วินนี่ทรุดร่างนั่งพิงบานประตูเหมือนเธอ “อย่าปากแข็งได้ไหม คุณกลัวจนเสียงสั่นไปหมด ขอผมเข้าไป หรือไม่คุณก็ออกมา“ไร้เสียงตอบของเธอ วินนี่รอไม่ไหวนั่งกุมหัว “ไม่เปิดก็ไม่ต้องเปิด ตามใจ“