เหมาฮ่าวไปยืนด้อมๆมองๆ ที่เรือนของเวยฟางแต่นางกลับหลบหน้าโดยการไปอยู่กับมารดาของเขาที่เรือนใหญ่ ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยที่มารดาของเขาต่อหน้าก็คอยชื่นชมโซว่ซิ่นมี่และลับหลังกลับเรียกให้เวยฟางไปเรียนเย็บปักด้วยเขาเก็บความสงสัยนี้ไปปรึกษากับจานเจิ้งและเถียนฮุย
“ข้าว่า...คู่หมั้นจอมเ้าเล่ห์ของเ้าอาจจะแอบไปตกลงกับมารดาของเ้าไว้แน่ๆ”จานเจิ้งผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแผนการรีบบอกสหาย
“จริงอย่างเ้าว่าข้าเองก็สงสัยเื่นี้ตะหงิดๆข้ารู้อยู่ว่าท่านพ่อกับท่านแม่ไม่้านางเป็สะใภ้แต่ท่าทีเมตตาอย่างนั้นซ้ำยังให้ปิ่นปักผมราคาแพงกับนางมาอีก นี่มันคือท่าทีอะไรกัน?”
“หากต่อหน้าเ้ามารดาพยายามจะยัดเยียดโซว่ซิ่นมี่ให้แต่ลับหลังกลับคอยซุบซิบอยู่กับคู่หมั้นของเ้าเห็นทีเ้าอาจจะถูกนางเอาไปขายเสียแล้วล่ะ เสี่ยวฮ่าว”
เหมาฮ่าวฮึ่มฮั่มในลำคอเขานึกถึงตอนที่นางยืมมือเขาจัดการกับสั่วจือและเฉียวต๋าแล้วก็คิดได้ว่าคนอย่างเวยฟางคงจะไม่ยอมอยู่นิ่งเป็แน่ในเมื่อคราวแรกนางเองก็คิดจะหลบหนีอยู่แล้วซ้ำยังไม่ได้มีท่าทียินดีที่จะได้แต่งงานกับเขาจะว่าไปที่นางตามมาถึงเมืองหลวงก็เพราะแผนของพวกเขาสามคนที่ทำให้นางรู้ว่าบิดาของนางไม่ได้ตกน้ำตายหากแต่โดนผู้อื่นฆ่า
“จริงสิ!ั้แ่มาถึงเมืองหลวงข้าก็ลืมให้คนคอยจับตาดูนางเสียสนิท”
ชายหนุ่มมัวแต่สนใจเื่การสืบคดีของเวยเลี่ยงกับใต้เท้าโซว่จนลืมเหตุผลที่นางยอมตามมาอยู่ในจวนของเขาเมื่อกลับไปถึงจวนเขาจึงแอบเรียกฉางเหมยสาวใช้อีกคนมาหาและบังคับให้นางคอยสืบเสาะพฤติกรรมของเวยฟางมาแจ้งให้เขาทราบ
“คุณชายเ้าคะฉู่เยว่ได้รับคำสั่งจากนายหญิงให้คอยติดตามแม่นาง เวยอยู่ตลอดเพราะไม่ไว้ใจนางเหมือนกันนะเ้าคะ”
“เอ๋?อย่างไรหรือ?”
ฉางเหมยจึงเล่าให้เหมาฮ่าวฟังว่าหม่าฮูหยินเกรงเวยฟางจะมีใจมุ่งมั่นอยากเป็ฮูหยินของเหมาฮ่าวจึงให้ฉู่เยว่มาเป็สาวใช้และคอยดูว่าเวยฟางคิดอยากจะเข้าหาคุณชายหรือไม่?
“แต่ว่าแม่นางเวยไม่เคยสนใจหรือพูดถึงคุณชายเลยเ้าค่ะนอกจากนางจะสอบถามเื่สกุลโซว่เยอะหน่อย”
“หือ?นางสนใจเื่สกุลโซว่หรือ?”
เหมาฮ่าวเริ่มสงสัยว่าเวยฟางอาจจะระแคะระคายความสัมพันธ์ของ โซว่เจี้ยนกั๋วกับเวยเลี่ยงเขาจึงได้ให้เสี่ยวตู้บ่าวรับใช้คนสนิทช่วยเล่นงิ้วสักฉากหนึ่งโดยการไปซุบซิบกับบ่าวรับใช้อีกคนว่าเขาคิดจะไปงานเลี้ยงสกุลโซว่
“อีกไม่นานก็จะมีงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของใต้เท้าโซว่แล้วนับเป็โอกาสอันดีที่จะได้เห็นญาติสนิทมิตรสหายที่่นี้คบหากับใต้เท้าโซว่ไม่แน่นะคุณชายอาจจะถือโอกาสนี้แสดงตัวว่าสนใจคุณหนูรองก็เป็ได้”
เวยฟางที่บังเอิญผ่านมาได้ยินก็หูผึ่ง‘ใช้ได้นี่เหมาฮ่าว! โอกาสเช่นนี้ข้าจะต้องตามไปด้วยจะได้สืบข่าวเช่นกัน’
ก่อนจะถึงงานเลี้ยงของโซว่เจี้ยนกั๋วเวยฟางก็ขออนุญาตหม่าฮูหยินออกจากจวนโดยคิดจะไปดักพบแม่นมฉีที่หน้าเรือนสกุลเถียนนางได้ยินว่าทุกวันที่หนึ่งของเดือนแม่นมฉีจะทำหน้าที่ไปวัดพระโพธิสัตว์เพื่อกราบไหว้ขอพรให้กับนายท่านและฮูหยินสกุลเถียนด้วยความกลัวว่าฉู่เยว่จะรู้ความเคลื่อนไหวเวยฟางจึงได้วางยาถ่ายให้นางแล้วชวนเอาฉางเหมยที่ดูเป็คนซื่อๆไปแทน
“เ้านั่งรอข้าที่ร้านเกี๊ยวน้ำก่อนนะเดี๋ยวข้าจะไปซื้อของแถวนี้ ไม่นานก็กลับแล้วล่ะ”
ฉางเหมยที่รับเงินคุณชายใหญ่มาหลายพวงพยักหน้ารับแล้วค่อยตลบหลังย่องตามไปดู นางจึงได้เห็นแม่นมฉีที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่กับเวยฟางที่ข้างกำแพงจวนขุนนางที่อยู่เลยจากจวนสกุลเถียนไปไม่ไกล
“คุณหนูข้าดีใจนักที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เวยเลี่ยงบอกข้าว่าท่านยังไม่ตายแต่ข้าไม่เชื่อจนเขาเอากระพรวนข้อเท้าของท่านมาให้ดูข้าจึงได้วางใจเดิมทีคิดจะกลับไปอยู่บ้านนอกแต่เพราหวังอยากจะได้พบหน้าท่านสักครั้งก่อนตายจึงได้รั้งอยู่เมืองหลวงรอให้เวยเลี่ยงเข้ามาอีกครั้ง เขาสัญญาว่าจะพาท่านมาพบข้า ข้าจึงได้แต่รอมาตลอด”
“แม่นมฉีข้าเองก็คิดถึงท่านแต่ตาเฒ่าเวยบอกว่าให้รักษาชีวิตไว้ก่อนสักวันเราสองคนคงจะได้พบกัน”
“เวยเลี่ยงไม่น่าต้องมาจบชีวิตเร็วเช่นนี้เลยนะเ้าคะ”
“ข้าได้ยินว่าอันที่จริงเขาไม่ได้ตกน้ำตายแต่มีคนวางยาแล้วโยนเขาลงน้ำจากที่ข้าคิดจะหนีไปอย่างที่เขาเคยสั่งเสียจึงได้มุ่งเข้ามาเมืองหลวงเพราะคิดอยากจะสืบหาความจริง”
แม่นมฉียกมือขึ้นทาบอกดวงตาของนางตื่นตระหนก “คุณหนูเ้าคะถ้าอยากนั้นท่านอย่าเพิ่งมาหาข้าอีกเลยใน่นี้หากว่าคนพวกนั้นยังอยู่ในเมืองหลวงล่ะก็อาจจะยังคิดจะตามฆ่าท่านอยู่”
“ข้าก็แค่อยากมาหาแม่นมสักครั้งจากนี้ไปจนกว่าจะจับตัวฆาตกรได้ข้าจะไม่มาหาท่านอีกเพราะกลัวว่าท่านจะต้องพลอยเสี่ยงไปด้วย”
ฉางเหมยเห็นคนทั้งสองกำลังจะเลิกสนทนากันแล้วก็รีบผละกลับมาทำทีนั่งกินเกี๊ยวน้ำอยู่ที่ร้านเวยฟางแวะซื้อขนมจากร้านใกล้ๆ สองห่อใหญ่แล้วเดินมาหา นางแปลกใจที่ฉางเหมยกินตั้งนานก็ยังไม่หมดถ้วย
“กลับกันเถอะใกล้จะหมดเวลาที่ข้าขออนุญาตนายหญิงไว้แล้ว”
ฉางเหมยเออออนางแอบอมยิ้มเมื่อคิดว่าคราวนี้ตนเองน่าจะได้เงินรางวัลจากคุณชายอีกหลายพวงแม้นางจะไม่ได้ยินถ้อยคำที่คนทั้งสองพูดกันชัดเจนนักแต่คำเรียกขานที่สตรีผู้นั้นเอ่ยกลับได้ยินเต็มสองหู
เหมาฮ่าวรับฟังข่าวด้วยความตื่นเต้น“นางไปหาคนที่สกุลเถียนหรือ?”
“เ้าค่ะหมัวมัวคนนั้นเรียกแม่นางเวยว่าคุณหนูด้วยนะเ้าคะข้าอยู่ไกลไปนิดจึงได้ยินไม่ถนัด ดูเหมือนพวกเขาจะพูดเื่บิดาของนางด้วย”
เหมาฮ่าวเคยสอบถามเวยฟางแล้วนางยืนยันเองว่าไม่มีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่เช่นนั้นหมัวมัวฉีน่าจะเคยรับใช้ในเรือนของนาง
“ขอบใจมากฉางเหมยครั้งนี้นับว่าเ้าทำได้ดี” เขาหันไปสั่งให้เสี่ยวตู้หยิบเงินให้นางสองพวง
ฉางเหมยรีบค้อมศีรษะขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจงานสืบข่าวนี่ช่างทำเงินได้ง่ายดายนัก
เหมาฮ่าวรีบตรงไปหาเถียนฮุยที่โรงเตี๊ยมร่ำสุขกิจการใหม่ที่พวกเขาเพิ่งทำการลงทุนเป็เพราะจานเจิ้งกับเถียนฮุยมีภรรยาที่คอยเอาใจใส่หรือจะว่าไปจริงๆแล้วคือสืบสอบพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด การจะไปนั่งเล่นที่เหลาสุราหอคณิกาหรือบ่อนการพนันยามนี้ทำได้เพียงบางครั้งบางคราวจะพร่ำเพรื่อเช่นแต่ก่อนมิได้เพื่อมิให้สูญเสียรายได้จานเจิ้งจึงได้คิดสร้างโรงเตี๊ยมเพื่อให้เถียนฮุยอดีตจอมเ้าชู้ได้อยู่ดูแล
“เสี่ยวฮุยหมัวมัวฉีมาอยู่บ้านเ้าได้นานเท่าใดแล้ว?”
เหมาฮ่าวรีบเล่าเื่ที่เขาสืบพบให้สหายฟัง
“อา...ข้านึกได้แล้วตอนที่นางมาเป็สาวใช้ในจวนข้า่นั้นมีข่าวเื่จวนขุนนางระดับเจ็ดถูกไฟไหม้นี่?ครั้งนั้นไฟไหม้จนเรือนไม่เหลือแม้แต่ซากแต่กลับศพของขุนนางผู้นั้นกับภรรยาและลูกสาวไม่พบท่านพ่อของข้ารับเอาบ่าวจากเรือนนั้นมาไว้สองสามคนหนึ่งในนั้นก็มีหมัวมัวฉีอยู่ด้วย”
******************************
ไรท์ฝาก....กดติดตามทางเฟสบุ๊กด้วยนะคะ
https://www.facebook.com/ESTE789
