หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าหลังจากนี้ 5 วันจะมีการประลองระหว่างนักล่ากับพวกก็อบลินที่จับมา ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะฝึกฝีมือ อย่างแรกคือเพื่อพัฒนาตัวเองให้ได้เร็วที่สุด อย่างที่สองคืออยากจะทดสอบฝีมือของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหนแล้ว นอกจากนี้แล้วแกรนด์ยังได้ตั้งกฎเพิ่มคือ เมื่อล่าสัตว์อสูรตัวไหนมาได้จะมีตารางเทียบค่าหัวของพวกมันแต่ละตัวติดไว้ ซึ่งตารางนี้แกรนด์ เอเลน่าและบ็อบเป็คนออกแบบและคิดสัดส่วนขึ้นมาเองโดยใช้ต้นแบบจากปราสาทกิลล์ภารกิจ เมื่อล่ามาได้สามารถแลกเป็เงินและได้รับแต้มสะสมเพื่อแลกเป็อาวุธ ชุดเกราะ ตำราฝึก อุปกรณ์เสริมพลังต่างๆ จากคลังได้ ตัวอย่างเช่น วัวสามหาง เป็สัตว์อสูรชั้นต่ำ ค่าหัวของมันคือ 100 เหรียญ กับ 2 แต้ม ล่าอย่างระมัดระวังจนซากอยู่ในสภาพดี ไม่เสียหาย จะได้รับเงินและแต้มเพิ่ม 50% ทุกตัว ถ้าชิ้นส่วนเสียหายราคามันย่อมตกลงอย่างมากอยู่แล้ว
“เฮ้ย มีใครพูดภาษามนุษย์ได้บ้าง?”
แกรนด์เคาะไปที่กรงเหล็กที่ขังเหล่าก็อบลินเอาไว้ พวกมันมองหน้ากันไปมา เท่านี้ก็พอจะดูออกแล้วว่าไม่มีตัวไหนที่รู้จักภาษามนุษย์เลย แกรนด์ไม่ได้คาดหวังกับพวกมันเท่าไหร่นัก ยังไงซะพวกมันก็ต้องเป็หินลับมีดให้กับลูกน้องของเขาอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายที่ทำกับมนุษย์เหมือนของเล่น ตอนนี้ถึงคราวของพวกมันแล้ว
“ใครกล้าหนีหรือกล้าแหกกรงขังออกไป ข้ารับรองเลยว่าพวกเ้าได้เห็นนรกแน่!!!”
บ็อบตะคอกเข้าไปในกรงพร้อมปล่อยพลังเข้าข่มขวัญพวกก็อบลิน แม้จะฟังที่บ็อบพูดไม่รู้เื่แต่พวกมันก็รับรู้ได้ว่าออร์คร่างั์ผู้นี้กำลังขู่ไม่ให้พวกมันกล้าคิดที่จะหลบหนี แม้ว่าฮอบก็อบลินจะมีความแข็งแกร่งพอตัว แต่สภาพของพวกมันทั้งสองตอนนี้คือถูกโซ่ตรวนล่ามขาและใส่กุญแจมือไว้ ที่ยังถูกข่มขู่ซ้ำ การคิดจะหนีคงไม่ใช่เื่ที่ฉลาดแน่นอน
วันรุ่งขึ้นแกรนด์ บ็อบ เอเลน่าและไคลน์เดินทางไปที่รังก็อบลินอีกแห่งเพื่อจับก็อบลินและเข้าไปเอาของในห้องเก็บสมบัติของ รังก็อบลินถูกถล่มวันละรังจนครบ 5 รัง เหลือไว้แค่ที่โบราณสถานซึ่งเป็รังที่มีโอเกอร์อยู่ โดยรวมแล้วมีก็อบลินถูกจับมามากกว่า 110 ตัว ฮอบก็อบลิน 13 ตัว ในห้องสมบัติทุกแห่งพบหญิงสาวที่ถูกจับมาบำเรอกามพวกก็อบลินทุกรัง รังละ 2-3 คน บางรังมีถึง 5 คน ทุกๆ รังแกรนด์จะถามหญิงสาวที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า “จะตามข้ามารึอยากจะปลดปล่อยตัวเอง?” หญิงสาวทุกคนล้วนแต่ร้องขอความตายให้กับตัวเองทั้งสิ้น ชายหนุ่มวางยาพิษขวดเล็กให้กับพวกเธอที่ตัดสินใจด้วยตนเอง บางคนถึงกับน้ำตาไหลพล่านด้วยความขอบคุณ มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะทำให้พวกเธอหลุดพ้นจากขุมนรกในใจนี้ลงได้
มีเื่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในระหว่างที่ทีมของแกรนด์ถล่มรังก็อบลิน มีรังของก็อบลินอยู่แห่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนสนใจ รังแห่งนี้อยู่ในถ้ำเชิงเขา เป็รังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารังทั้งห้า รังแห่งนี้มีฮอบก็อบลินทั้งหมด 4 ตัว พร้อมก็อบลินอีกกว่า 50 ตัว มีสมบัติที่พวกมันสะสมไว้เยอะที่สุด แต่ที่ทำให้แกรนด์สนใจคือ รังแห่งนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับการยกเว้น เธอไม่ได้รับการแตะต้องจากพวกก็อบลินเลยแม้แต่ตัวเดียว แถมยังมีห้องส่วนตัวพร้อมอาหารในนั้นอย่างสะดวกสบาย ในห้องเต็มไปด้วยหนังสือและตำราต่างๆ ถูกจัดเรียงไว้บนชั้นอย่างเป็ระเบียบ แกรนด์แปลกใจอย่างมากกับสภาพที่เห็น ห้องนี้มันไม่เหมือนกับเป็ที่อยู่ของก็อบลิน มันเหมือนกับเป็ที่อยู่ของมนุษย์ซะมากกว่า อีกอย่าง มนุษย์เข้ามาอยู่ในถ้ำแห่งนี้โดยได้รับการปฏิบัติอย่างดี?
หลังจากที่จับก็อบลินทุกตัวยัดเข้ากรงขังบนรถม้าแล้ว ระหว่างทางแกรนด์ได้สอบถามกับหญิงสาวคนดังกล่าว เธอมีชื่อว่าลาลี่ ในอดีตเป็ทาสที่หลบหนีจากนายทาส จากนั้นก็ถูกพวกก็อบลินพบเห็นและจับมาที่ถ้ำแห่งนั้น แต่มีฮอบก็อบลินตัวหนึ่งที่ช่วยเธอเอาไว้ไม่ให้โดนก็อบลินตัวอื่นๆ รุมโทรม แถมยังให้เธอเข้ามาอาศัยอยู่ในห้องของตน มีทั้งอาหารและมีความปลอดภัย ลาลี่ได้เล่าต่อว่าฮอบก็อบลินตัวนี้ชื่อเวนไฮร์ เป็ฮอบก็อบลินเมจที่แข็งแกร่งที่สุดในรัง แต่นิสัยของเขาเป็ก็อบลินนอกคอก คือเป็ก็อบลินรักสงบและเป็มิตรค่อนข้างมาก สามารถยับยั้งชั่งใจอารมณ์โดยสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์ได้ แถมยังพูดภาษามนุษย์ได้อีกด้วย แต่ก่อนเขาเคยเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อติดต่อกับมนุษย์ แต่ทุกครั้งที่มนุษย์เห็นฮอบก็อบลินตัวนี้เข้าก็เกิดความหวาดกลัว หลายต่อหลายครั้งที่เวนไฮร์ถูกเหล่ามนุษย์ไล่ล่าเพียงเพราะเขาเป็ก็อบลิน เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่คอยลักพาตัวสาวๆ และก่อความวุ่นวายต่างนาๆ เวนไฮร์ได้หนีหัวซุกหัวซุนกลับมาที่รังก็อบลินเช่นเดิม เขาได้สะสมหนังสือความรู้ต่างๆ ของมนุษย์ไว้ในห้องของเขามากมายและศึกษามันอยู่หลายปี
“ใครชื่อเวนไฮร์?”
แกรนด์เดินไปที่กรงขังของพวกก็อบลิน เขาถามพร้อมกับกวาดสายตาเข้าไปในกรงนั้น ฮอบก็อบลินตัวหนึ่งเงยหน้าขึ้นจนเห็นได้ชัดและจ้องมาที่แกรนด์อย่างประหลาดใจ
“เ้างั้นเหรอ? ออกมา ข้ามีเื่จะคุยด้วย”
ถึงจะงงๆ แต่เวนไฮร์ก็เดินออกมาตามคำสั่งด้วยดี แกรนด์พาฮอบก็อบลินตัวนี้ไปที่ลานฝึก ที่นั่นมีทีมของแกรนด์กับลาลี่ที่นั่งรออยู่
“ลาลี่ เ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย?”
ฮอบก็อบลินหนุ่มถามหญิงสวยด้วยความร้อนรน เขาคิดว่าคนเหล่านี้คือคนที่นายทาสของเธอส่งมาเพื่อจับตัวเธอกลับไป แต่เมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเปลาะหนึ่ง
“พูดภาษามนุษย์ได้จริงๆ ด้วย!”
เอเลน่าอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ น้อยนักที่จะมีก็อบลินที่พูดภาษามนุษย์ได้ เพราะเผ่าพันธุ์นี้ไม่ค่อยได้สุงสิงกับสังคมเผ่าอื่นสักเท่าไหร่
“เอาล่ะ ข้าจะขอพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ข้าอยากให้เ้ามาเข้าร่วมกับกองกำลังของข้า เ้าจะว่ายังไง?”
แกรนด์ยิงคำถามไปอย่างไม่อ้อมค้อม เวนไฮร์หันมามองหน้าแกรนด์ด้วยความประหลาดใจทันที
“ทำไมข้าต้องเข้าร่วม? ถ้าข้าไม่เข้าร่วมล่ะ?”
“เ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับข้า ถ้าเ้าไม่เข้าร่วมดีๆ ข้าจะให้เ้าได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มก่อน เ้าจะเข้าร่วมดีๆ รึอยากเจ็บตัวก่อน?”
เวนไฮร์ก้มหน้าลง แต่สายตายังแข็งกร้าว ในตอนนี้เขาไม่เชื่อถือในสิ่งที่แกรนด์พูดและยังมึนงงกับสถานการณ์ปัจจุบัน คนที่จับพวกเขามาแล้วบังคับให้เข้าร่วมกองกำลัง นี่มันอะไรกัน?
“เวนไฮร์ พวกเขาดีกับข้ามาก ข้าว่าเ้าควรจะทำตามที่เขาบอกนะ ในตอนนี้เ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกด้วย ท่านแกรนด์บอกว่าถ้าเ้าตกลงเขาจะถอดพันธนาการของเ้าออกพร้อมทั้งมอบบ้านและอาหารให้กับเ้าอีกด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีหนังสือให้เ้าเลือกอ่านมากมาย”
ลาลี่พยายามกล่อมเวนไฮร์ช่วยแกรนด์อีกแรง เธอรู้ถึงความรู้สึกลึกๆ ในใจของเวนไฮร์ดีว่าเขา้าที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาสร้างกำแพงขึ้นในใจของตัวเอง เกิดเป็ความระแวงและหวาดหวั่นเมื่อเผชิญหากับกลุ่มมนุษย์ แถมตอนนี้ยังเป็กลุ่มมนุษย์ที่จับเขามาด้วยกำลังอีกต่างหาก แม้ความแข็งแกร่งของเวนไฮร์จะอยู่ในระดับท็อปของเหล่าฮอบก็อบลิน แต่เทียบกับกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าแล้ว พลังของเขาแทบไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ทั้งยังรู้สึกรำคาญที่มีสายตาของโคโบลด์ เผ่าที่เป็ศัตรูทางธรรมชาติมายืนกอดอกจ้องอีก
“ตกลง ข้ายอมเข้าร่วมกองกำลังกับท่าน”
เวนไฮร์พูดขึ้นอย่างจนใจ สีหน้าของเขาบ่งบอกได้อย่างชัดเจน แกรนด์ให้ลาลี่พูดกับเขาเป็การส่วนตัวอยู่ชั่วโมงกว่า ทั้งสองก็เดินกลับมาหาแกรนด์ สีหน้าของเวนไฮร์ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก เหมือนว่าตอนนี้เขาจะยินดีเข้าร่วมด้วยเหตุผลบางประการแล้ว
“เมื่อเ้าตัดสินใจแบบนี้ก็ดี แต่บอกไว้ก่อนว่าข้าไม่ไว้ใจก็อบลินเท่าไหร่นัก ข้าจะให้เข้าทำสัญญาทาสและข้าจะเก็บใบสัญญาทาสไว้ ข้าจะให้เ้าพิสูจน์ตัวเอง 5 ปี ถ้าเ้าบริสุทธิ์ใจ ครบกำหนดแล้วข้าจะทำลายใบสัญญาทาสทิ้ง จริงอยู่ที่ว่าข้าไม่้าทาส แต่เมื่อทำสัญญาทาสแล้วเ้าจะไม่มีทางทรยศเราได้ อีกอย่าง ถึงจะเป็แบบนั้นข้าจะปฏิบัติกับเ้าดังเช่นทุกคน ที่นี่เ้ามีสิทธิ์เท่าเทียมทุกคน”
“ข้าตกลง”
เวนไฮร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แกรนด์ให้เอเลน่าทำสัญญาเืของเวนไฮร์ให้กับเขา สัญญาเืนี้มีเงื่อนไขการทำสองอย่างคือ ต้องเป็เผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์ และเ้าตัวต้องยอมรับ ถึงแม้เ้าตัวไม่ยอมรับแต่ถ้าถูกตีจนสลบไม่ได้สติก็ใช้ได้เหมือนกัน ไคลน์เองก็ถูกจับเป็ทาสด้วยวิธีนี้
“ตอนเรียนข้าไม่ถนัดวิชาที่สุด”
เอเลน่าพูดขึ้นพลางอยากจะบ่น เธอเกลียดวิชานี้ที่สุดในตอนที่เรียน ถึงกระนั้นคะแนนของวิชานี้ที่ได้ ก็ยังสูงที่สุดในรุ่นอยู่ดี เอเลน่าเขียนสัญญาลงในกระดาษแล้วเอาเืของเวนไฮร์มาเขียนเป็สัญลักษณ์ลายประทับลงบนกระดาษ เมื่อเสร็จสิ้นการทำสัญญา ไฮเวนรู้สึกว่ามีโซ่ที่มองไม่เห็นมาคล้องหัวใจของเขาเอาไว้
“เอาล่ะ เสร็จแล้ว บ้านพวกเ้าทั้งสองคือหลังที่อยู่ถัดจากคลังอาวุธไป ขาดเหลืออะไรก็มาบอกข้าได้ แล้วค่ำนี้มาหาข้าที่บ้านหลัก ข้ามีงานที่จะให้เ้าทำ”
“รับทราบ”
เวนไฮร์รับคำพร้อมกับเดินไปเช็คบ้านใหม่ของเขากับลาลี่ แกรนด์แปลกใจอยู่เล็กน้อย มนุษย์ที่ยอมใช้ชีวิตร่วมกับก็อบลิน? รักต่างสายพันธุ์?
“ลูกพี่ ลานฝึกก็เสร็จแล้ว พรุ่งนี้น่าจะสนุกนะ”
บ็อบเดินมาพูดด้วยความยินดี เขาเองแม้จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันเพราะแข็งแกร่งเกินไป ถึงอย่างนั้นก็ตื่นเต้นอยู่ดีเพราะจะได้มีโอกาสเห็นพัฒนาการของเหล่าคนที่เขาฝึกสอน
“แน่นอน แล้วเื่ขวานหนักของเ้าล่ะ ยกมันได้แค่ไหนแล้ว? ตอนสู้กันครั้งก่อนข้ารู้สึกว่ากำลังของเ้าเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยหนิ”
“ก็จริงอยู่ว่ากำลังของข้าเพิ่มขึ้นมาก แต่ยังไม่พอที่จะยกใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วนี่สิ คงต้องเพิ่มพลังให้มากกว่านี้อีก”
แกรนด์รู้ดีว่าบ็อบพยายามฝึกฝนเพื่อใช้อาวุธชิ้นนี้มากแค่ไหน ถ้าบ็อบมีพละกำลังพอที่จะใช้มันได้คล่องเมื่อไหร่ล่ะก็ หายนะจะเกิดกับศัตรูทันที แค่เอาทับเฉยๆ มันก็หนัก 3 ตันแล้ว ถ้าเกิดเหวี่ยงใส่ศัตรูมันจะเป็ยังไง? มีกี่คนที่จะรับซึ่งๆ หน้าได้? ยิ่งพลังของทีมเขาเพิ่มขึ้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงการที่พวกเขาสามารถสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นอีกได้
เวลาล่วงเลยมาถึงยามค่ำคืน แกรนด์นั่งตรวจเช็คของต่างๆ ที่ยึดมาได้จากรังสุดท้ายของพวกก็อบลิน เวนไฮร์กับลาลี่ก็เดินเข้ามาพบเขาพร้อมกัน แน่นอนว่าทั้งสองเพิ่งเคยเข้ามาที่บ้านหลักเป็ครั้งแรก ผู้ที่เข้ามาเป็ครั้งแรกย่อมรับรู้ถึงความน่าเกรงขามของกลิ่นอายสัตว์อสูรชั้นสูงเบาบางๆ ในบ้านหลังนี้ แต่ที่รู้สึกอันตรายกว่ากลิ่นอายพวกนั้นคือคนที่อาศัยในบ้านหลังนี้ต่างหาก คนที่ฆ่าพวกมันแล้วเอามาทำเป็เครื่องประดับ
“หัวหน้า ข้ามาแล้ว”
“ที่ข้าเรียกพวกเ้ามาเพราะจะแบ่งหน้าที่ให้พวกเ้าทำ เวนไฮร์ เ้าเป็ล่ามพูดกับพวกก็อบลินแทนข้า และเ้าต้องช่วยสอนเวทย์ให้กับพวกผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดด้วย ส่วนลาลี่ เ้าทำงานอยู่ห้องตำราแล้วกัน”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เวนไฮร์ตอบด้วยเสียงแข็งขัน ในตอนแรกที่ถูกจับใส่กรงมาเขาคิดว่าต้องตายแน่ ไม่ก็ต้องถูกขายเป็ทาส ก็ตามที่คิดไว้ เขาถูกทำสัญญาทาสด้วยเื แต่การปฏิบัติต่อตัวเขาของที่นี่ราวกับไม่ใช่ทาส ได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ สามารถหาเงินได้จากการล่าสัตว์อสูรเพื่อมาขึ้นเงิน ได้รับบ้านอาหารและมีการต้อนรับจากผู้คนที่ไม่เหมือนกับสังคมอื่นที่เขาเคยพบเจอมา แม้จะเป็ก็อบลินแต่เขาก็ถือว่าเป็ก็อบลินนอกคอก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขามีพลังแข็งแกร่งที่สุดก็คงโดนพวกเดียวกันฆ่าไปแล้วกระมัง
“ข้ามีอีกเื่ที่จะถามเ้า”
“เชิญท่านถามข้ามาได้”
“ข้าอยากรู้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับโอเกอร์ ในฐานะที่โอเกอร์เป็ร่างวิวัฒนาการของฮอบก็อบลิน เ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง?”
“ในเื่ของพลัง แม้จะเป็ร่างวิวัฒนาการแต่ข้าก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังของโอเกอร์เลย มีฮอบก็อบลินไม่มากที่ก้าวข้ามตนเองและกลายเป็โอเกอร์ได้ ไม่มีใครรู้จักพลังนั้นจนกว่าจะได้ัักับมันเอง ในด้านร่างกายมีิัที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหล พละกำลังสูงยิ่งกว่าสัตว์อสูรชั้นสูงที่ต่อสู้ด้วยกำลัง สติปัญญาสูง มีทั้งประเภทใช้กำลังและใช้เวทย์ ถ้าให้ข้าเดา ท่านคงอยากรู้จุดอ่อนของโอเกอร์”
แกรนด์ถึงกับคิ้วกระตุก ไอ้ หมอนี่มันฉลาดเป็กรดต่างกับก็อบลินโง่ๆ ตัวอื่นเลยแฮะ แป๊บเดียวก็มองออกด้วยว่าเขากำลังจะถามหาจุดอ่อน อาจเป็เพราะเวนไฮร์เป็ฮอบก็อบลินเมจ ซึ่งจะมีภูมิปัญญาของนักเวทย์ พวกนี้จะฉลาดกว่าฮอบก็อบลินที่เป็นักรบอยู่แล้ว
“นั่นแหละที่ข้าอยากรู้”
“เท่าที่ข้ารู้โอเกอร์ไม่มีจุดอ่อน”
คำตอบของเวนไฮร์เป็ไปตามที่แกรนด์คาดการณ์ ใครๆ ก็บอกว่าโอเกอร์มันไม่มีจุดอ่อน นอกเสียจากว่าคนผู้นั้นจะมีพลังมากกว่ามันถึงจะเอามันอยู่ได้ ตามที่แกรนด์คาดการณ์ โอเกอร์มีความสามารถรอบด้านจนความสามารถเ่าั้สามารถปิดจุดอ่อนของมันได้ หลังจากที่ทั้งสองกลับบ้านของตัวเองแล้วแกรนด์นั่งคิดอยู่สักพัก รอยยิ้มที่ดูมีแผนร้ายก็ปรากฏขึ้น ข้าสู้มันไม่ได้ตอนนี้ก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นแถวนี้จะสู้มันไม่ได้นี่หว่า ชายหนุ่มคิดหาทางออกเื่โอเกอร์ได้ทำให้เขาโล่งขึ้นมาทันทีเหมือนมันได้ถูกกำจัดแน่นอนแล้ว แกรนด์ล้มตัวลงบนที่นอนอย่างสบายใจและหลับได้อย่างเต็มตาในรอบหลายวัน
รุ่งเช้าทุกคนมารวมกันที่ลานฝึกแห่งใหม่ ที่แห่งนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อวานหมาดๆ เหล่านักล่าฝึกหัดต่างเตรียมตัวมาอย่างดี แกรนด์ให้คนลากกรงเข้ามาในลานฝึก 2 กรง กรงแรกมีก็อบลินถูกขังในนั้น 110 ตัว กรงที่สองมีฮอบก็อบลินถูกพันธนาการด้วยโซ่ไว้ 12 ตัว แกรนด์ที่อยู่ในสนามฝึกได้ตรวจสอบพลังของทุกคนพร้อมๆ กับตรวจสอบพลังของก็อบลินเพื่อเลือกคู่ต่อสู้ที่มีพลังใกล้เคียงกันให้ โดยที่การต่อสู้ในครั้งนี้ก็อบลินก็จะได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธด้วย ซึ่งถ้าก็อบลินตัวไหนที่ชนะจะได้รับการปล่อยตัวออกไป แรงกดดันนี้เองทำให้พวกก็อบลินสู้ตายแน่นอน เพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
คู่แรกเป็คู่เปิดงาน ไคลน์ VS เวนไฮร์ ทั้งสองมีพลังที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกันโดยที่ไคลน์มีพลังสูงกว่านิดหน่อย
“มาๆ ใครแทงฝ่ายไหนลงเลย”
เป็เหมือนเช่นทุกครั้ง โต๊ะแทงเฉพาะกิจเปิดข้างๆ สนามให้เหล่าคนดูลงพนันผลการต่อสู้กัน เมื่อทั้งสองขึ้นเวทีเสียงก็เรียกเสียงเชียร์ได้พอสมควร คู่นี้เป็คู่แรกและยังเป็คู่ที่มีพลังสูงที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย ไคลน์ดึงดาบออกจากฝักแล้วตั้งท่าเตรียมสำหรับการต่อสู้ ส่วนเวนไฮร์ตั้งท่าโดยใช้มือซ้ายจับดาบชี้ลงดินเฉียงข้างลำตัว มือขวายื่นออกมาข้างหน้าโดยสวมกำไลเวทย์และเปล่งออร่าเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่ฝ่ามือ
“โอ้ สไตล์ต่อสู้ดาบเวทย์?”
แกรนด์กับเอเลน่าที่นั่งดูข้างสนามท่าทางสนใจ เพราะมีผู้ใช้เวทย์ไม่มากที่จะฝึกทั้งเวทย์และทักษะกายภาพแบบนี้ ส่วนบ็อบนั้นหลบไปเทรนพวกนักสู้ฝึกหัดเพราะกลัวจะน้อยหน้าพวกผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดของเอเลน่า