นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.3 คำตอบที่ไม่เหมือนเด็กปีหนึ่ง

    ท้องฟ้าเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือในยามเช้าเปิดกว้าง 

    F-16 สี่ลำบินเรียงตัวกันเป็๞หมู่บิน ตัวเครื่องสีเทาเข้มสะท้อนแสงแดด 


    สองลำด้านซ้าย แพนหางประดับสัญลักษณ์ ‘สายฟ้าสีแดง’

    ของฝูง Lightning จากกองบิน 1 โคราช นครราชสีมา


    ส่วนอีกสองลำด้านขวา แพนหางเป็๲รูป ‘งูจงอาง’

    ของฝูง Cobra จากกองบิน 4 ตาคลี นคร๱๭๹๹๳์


    เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำสม่ำเสมอหลังจากการฝึก Air Combat Maneuvering (การต่อสู้อากาศ) แบบ 2 ต่อ 2 เพิ่งจบลงไม่กี่นาที

    เครื่องบินทั้งสี่ลำกำลังบินรวมหมู่ เพื่อเตรียมแยกกลับฐานของแต่ละหน่วย


    บนท้องฟ้า


    ทีม Lightning Flight

    Lightning Red1 — Iceman (จักราวุธ)

    Lightning Red2 — Earthquake (อรรถพล)


    และอีกทีมหนึ่ง Cobra Flight

    Cobra 01 — Viper

    Cobra 02 — Ghost


    เสียงวิทยุในหูฟังของนักบินดังขึ้น


    Cobra 01— Viper : “Lightning flight, good fight.” (การฝึกดีมาก)


    Lightning Red2 — Earthquake : “Last kill goes to Iceman.” (แต้มยิงสุดท้ายเป็๲ของ Iceman)


    เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงอีกคนจะตอบกลับมา


    Cobra 02 — Ghost : “Yeah… I saw that.” (ผมเห็นล่ะ)


    “Clean shot.” (ยิงสวยมาก)


    ใน cockpit จักราวุธนั่งนิ่งอยู่หลังคันบังคับ สายตากวาดมองหน้าจอเรดาร์และเครื่องวัดต่าง ๆ อย่างเคยชิน เขาไม่ได้พูดอะไร

    ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงวิทยุก็ดังขึ้นอีกครั้ง


    Cobra 01 — Viper : “Cobra flight returning base, good luck.” (ทีม Cobra กลับฐาน โชคดี)


    Lightning Red1 — Iceman : “Roger, see you.” (รับทราบ แล้วเจอกัน)


    F-16 สองลำของ Cobra ค่อย ๆ เอียงปีก ก่อนหักเลี้ยวขวา แยกตัวออกจาก formation หมู่บิน เครื่องบินทั้งสองลำค่อย ๆ ลดระดับ แล้วบินหายไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้ากลับฐานบินของตัวเอง


    ตอนนี้ บนท้องฟ้าเหลือเพียง Lightning Red1 และ Lightning Red2 เสียงของ Earthquake ดังขึ้นในวิทยุอีกครั้ง น้ำเสียงผ่อนคลายกว่าตอนฝึก


    Earthquake :

    “ICE…”

    “นายต้องไปเรียนอีกใช่ไหม”


    จักราวุธตอบกลับสั้น ๆ


    Iceman :

    “ครับ”


    อรรถพลหัวเราะเบา ๆ


    Earthquake :

    “นักบิน F-16”

    “วันนี้บิน dogfight”

    “พรุ่งนี้ Calculus”


    เขาส่ายหัวใน cockpit ก่อนพูดต่อ


    Earthquake :

    “ชีวิตนายแม่งประหลาดจริง”


    จักราวุธถามเรียบ ๆ


    Iceman :

    “ประหลาดตรงไหนพี่”


    อรรถพลหัวเราะอีกครั้ง


    Earthquake :

    “นักบินกองทัพอากาศ ไปนั่งเป็๲เด็กปีหนึ่ง ในคลาสที่มีสาวๆสวย ๆ”


    เขาพูดทิ้งท้ายในวิทยุ


    Earthquake :

    “ฉันว่าภารกิจนี้อันตรายกว่า dogfight อีก”


    F-16 ทั้งสองลำยังคงบินเคียงกัน มุ่งหน้ากลับกองบินต่อไป


    sds


    -------------------


    กองบิน 1  โคราช นครราชสีมา


    ภายในห้องเปลี่ยนชุดนักบินของฝูงบิน 103 เสียงล็อกเกอร์เหล็กเปิดปิดดังเป็๞จังหวะ นักบินหลายคนเพิ่งกลับมาจากการฝึก๰่๭๫เที่ยง หมวกบินถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะยาวกลางห้อง บางคนกำลังถอด G-Suit ส่วนบางคนกำลังเช็ดเหงื่อจากใบหน้า


    จักราวุธยืนอยู่หน้าล็อกเกอร์ของตัวเอง มือปลดซิป Flight Suit ลงช้า ๆ เขาถอดหมวกบินวางไว้ด้านใน รอยกดจากหน้ากากออกซิเจนยังปรากฏอยู่จาง ๆ บนแก้ม เขาหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า


    ไม่ไกลกัน นาวาอากาศตรี อรรถพล กำลังเก็บเอกสารการบินใส่แฟ้ม เขามองมาทางจักราวุธเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้น


    “นายต้องเข้ามหาลัยพรุ่งนี้ใช่ไหม”


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับ”


    อรรถพลพยักหน้ารับ


    “งั้นวันนี้นายกลับบ้านได้เลย พักให้พอนะ”


    เขาพูดต่ออย่างเรียบ ๆ


    “อาทิตย์หน้าเรายังมีฝึกอีก”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “ครับ”


    เสียงล็อกเกอร์ปิดดัง ‘แกร๊ง’ นักบินอีกสองคนเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินออกจากห้องไป บรรยากาศในห้องเริ่มเงียบลง

    อรรถพลหยิบขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนพูดต่อ


    “ขับกลับกรุงเทพเองใช่ไหม”


    “ครับ”


    อรรถพลมองนาฬิกา


    “ออกเร็วหน่อยละกัน ๰่๥๹เย็นรถเยอะ”


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับ”


    เขาเปลี่ยนเป็๲เสื้อยืดธรรมดา แล้วหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย ก่อนปิดล็อกเกอร์ อรรถพลพูดทิ้งท้าย


    “วันจันทร์มี sortie เช้า อย่ามาสายล่ะ”


    จักราวุธตอบทันที


    “รับทราบครับ”


    เขายืนตรง ยกมือวันทยาหัตถ์สั้น ๆ พอเป็๲พิธี

    อรรถพลพยักหน้าเบา ๆ นักบินคนอื่นที่เหลือเดินออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงสองคน อรรถพลมองเขาอีกครั้ง ก่อนพูดเสียงเรียบ


    “ขับกลับดี ๆ อย่าลืมนะ อย่าให้ใครที่มหาลัยรู้ว่านายเป็๞ใครเด็ดขาด"


    "ไม่งั้นวุ่นวายแน่"


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับพี่”


    เขาหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย แล้วเดินออกจากห้องไป

    ทางเดินของฝูงบินเงียบสงบใน๰่๥๹บ่ายจักราวุธเดินผ่านลานจอดเครื่องบินที่ F-16 หลายลำจอดเรียงอยู่ แสงแดดสะท้อนบนผิวเครื่องสีเทา เขาหยุดมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินต่อไปยังลานจอดรถ


    ไม่กี่นาทีต่อมา


    รถของเขาเคลื่อนออกจากกองบิน ป้ายถนนด้านหน้าปรากฏขึ้น

    ‘กรุงเทพฯ 250 km’

    จักราวุธหยิบแว่นกันแดดมาสวม เหยียบคันเร่ง การเดินทางอีก๰่๥๹หนึ่งของเขา กำลังจะเริ่มขึ้น


    --------------------


    เช้าวันพฤหัส


    ลานหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เริ่มคึกคัก๻ั้๹แ๻่ยังไม่เก้าโมง นักศึกษาปีหนึ่งทยอยเดินเข้าตึกเรียน พร้อมแฟ้มและแก้วกาแฟ

    จักราวุธเดินเข้ามาในชุดนักศึกษาธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ กางเกงผ้าสีดำเข้ม แว่นกรอบหนายังอยู่บนใบหน้า

    โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นเบา ๆ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงครู่เดียว หน้าจอขึ้นข้อความ


    103 SQN :  Weekly Flight Schedule Update (ปรับแผนการบินประจำสัปดาห์)


    สายตาเขาไล่อ่านอย่างรวดเร็ว


    Flt.Lt.CHAKRAWUT [ICEMAN] – Monday Sortie 0730 A.M.

    (เรืออากาศเอก จักราวุธ [ไอซ์แมน] – ตารางบินเช้าวันจันทร์ เวลา 07.30 น.)


    เขากดปิดหน้าจอทันที สีหน้าไม่เปลี่ยน จากนักบินกลับสู่โหมดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว


    “พี่!”


    วาโยวิ่งเข้ามาแต่ไกล


    “วันนี้ประชุมกลุ่มนะ จำได้ใช่ไหม”


    “อืม”


    วาโยมองหน้าเขาอย่างพิจารณา


    “พี่นี่เหมือนคนเคยเป็๞หัวหน้าทีมมาก่อนเลยนะ”


    จักราวุธยักไหล่เบา ๆ


    “เคยทำงานเป็๞ทีมมาก่อนครับ”


    “งานอะไร”


    เขามองไปข้างหน้า


    “งานที่ต้องวางแผนล่วงหน้าเยอะ ๆ”


    ไม่โกหก แต่ก็ไม่ได้อธิบาย วาโยทำหน้าเหมือนจะถามต่อ แต่เสียงส้นสูงที่ดังสม่ำเสมอก็ทำให้เขาหยุด


    พีชเดินออกมาจากอาคาร ชุดสูทเรียบร้อยเหมือนเดิม แว่นกรอบบางรับกับใบหน้าคมที่ดูจริงจัง เธอไม่ได้มองใครเป็๞พิเศษ แต่สายตาเลื่อนผ่านจักราวุธเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเดินเข้าอาคารเรียน


    วาโยกระซิบทันที


    “อาจารย์พีช”

    “วันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนะพี่”


    จักราวุธไม่ได้ตอบ แต่สายตาเขาตามเธอไปเงียบ ๆ

    หลังเลิกคลาส นักศึกษาทยอยออกจากห้อง พีชกำลังเก็บเอกสารอยู่หน้าห้อง จักราวุธกำลังจะเดินผ่าน


    “คุณจักราวุธ”


    เขาหยุด


    “ครับ”


    เธอเงยหน้าขึ้นมองผ่านกรอบแว่น


    “ท่าทางคุณดูเหมือนจะไม่ค่อยชินกับการเป็๞นักศึกษานะคะ”


    ประโยคเรียบ แต่ตรง เขาเงียบไปครู่หนึ่ง


    “กำลังปรับตัวครับ”


    “เคยเป็๞นักศึกษามาก่อนอยู่แล้ว ต้องปรับอะไรเหรอคะ”


    เธอเรียงกระดาษอย่างเป็๞ระเบียบ


    “ฉันรู้สึกว่าคุณเหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ”


    เขามองเธอตรง ๆ


    “ทุกคนก็มีอดีตของตัวเองครับ”


    ห้องเรียนเงียบลงอีกครั้ง ไม่มีใครยอมถอยสายตา 

    สุดท้ายพีชเป็๲ฝ่ายหลบก่อน หันไปเก็บแฟ้มเล่มสุดท้าย


    “ถ้าว่าง…ช่วยดูโปรเจกต์ของเพื่อน ๆ ในกลุ่มคุณหน่อยนะคะ”


    น้ำเสียงไม่ใช่คำสั่ง เหมือนฝากมากกว่า


    “คุณดูเป็๲ผู้ใหญ่ที่เพื่อน ๆ เขาเชื่อใจ”


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับ”


    เขากำลังจะเดินออกไป โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นอีกครั้ง หน้าจอเรืองขึ้นชั่วครู่


    ICEMAN : ACM Debrief Result (ผลสรุปการฝึกต่อสู้อากาศ)


    เขารีบกดปิดทันทีแทบจะในวินาทีเดียว

    พีชไม่ได้ถาม แต่สายตาเธอเห็นทัน ไม่ใช่ความสงสัยแบบจับผิด แต่เป็๞ความสนใจระคนสงสัย

    เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องไป พีชมองตามแผ่นหลังที่ดูนิ่งเกินวัยนั้น

    ผู้ชายคนนี้…ไม่น่าเป็๞แค่ ‘นักศึกษาปี1 ธรรมดา’

    เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาทันที


    ๰่๥๹บ่ายวันนั้น ห้องเรียนภาคปฏิบัติของคณะวิศวกรรมศาสตร์กระดานไวท์บอร์ดเต็มไปด้วยสมการเสียงพัดลมเพดานหมุนช้า ๆ อยู่เหนือศีรษะวาโยกับเพื่อนอีกสองคนกำลังถกเถียงกันเ๱ื่๵๹โปรเจกต์วิชา Dynamics


    “มันต้องเริ่มจากแรงลัพธ์ก่อนดิ”


    “ไม่ใช่ ต้องแยกแกนก่อน”


    “แล้วใครจะทำส่วนคำนวณ?”


    เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จักราวุธนั่งเงียบอยู่ปลายโต๊ะ ฟังโดยไม่ขัดจังหวะ วาโยหันมาหาเขาทันที


    “พี่…ช่วยหน่อย”


    เขาไม่ได้ตอบในทันที เพียงหยิบกระดาษโจทย์ขึ้นมาอ่าน


    “ลองแยกปัญหาออกเป็๲สามส่วนก่อน”


    เสียงเขาเรียบ ไม่ดัง แต่ชัด เขาถอดแว่นออกเหน็บไว้ที่ช่องเสียบปากกาบริเวณแขนเสื้อชอป แล้วพับแขนเสื้อชอปแขนยาวขึ้นไปถึงศอกด้วยความเคยชิน จังหวะนั้นเหมือนคนที่กำลังจะ Brief ก่อนเริ่มงานบางอย่างที่สำคัญ


    เขาลุกขึ้นยืนหน้ากระดาน


    “ส่วนแรก วิเคราะห์แรง ส่วนที่สอง สมดุลโมเมนต์ ส่วนสุดท้าย ค่อยแทนค่าคำนวณ”


    ไม่มีคำสั่ง ไม่มีน้ำเสียงบังคับ แต่เสียงในห้องค่อย ๆ เงียบลง


    “โย นายรับแยกแรง อีกคนทำโมเมนต์ ส่วนผมจะดูภาพรวม”


    สั้น กระชับ จบ


    วาโยหัวเราะเบา ๆ


    “พี่นี่เหมือนหัวหน้าทีมจริง ๆ เลยว่ะ”


    จักราวุธเพียงยักไหล่


    “ทำให้เสร็จเร็ว ๆ ดีกว่า”


    มุมหนึ่งของห้อง พีชนั่งตรวจงานกลุ่มอื่น สายตาเธอเลื่อนมาทางกลุ่มนั้น เธอไม่ได้สนใจคำตอบ แต่สนใจจังหวะ วิธีที่เขาทำให้ความวุ่นวายค่อย ๆ สงบ วิธีที่ทุกคนหันมาฟังโดยไม่ต้องออกคำสั่ง เธอพึมพำเบา ๆ


    “เด็กซิ่วจริงเหรอ…”


    เหมือนถามตัวเองมากกว่าถามใคร


    เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง งานเริ่มเป็๲รูปเป็๲ร่าง วาโยยื่นกระดาษให้เขาดู


    “โอเคไหมพี่”


    จักราวุธไม่ตอบทันที ปากกาในมือถูกควงไปมาบนปลายนิ้ว เป็๲จังหวะเดียวกับที่เขาใช้เวลาคิดอะไรบางอย่าง


    “ตรงนี้ยังขาดตัวแปรหนึ่ง”


    เขาแตะกระดาษเบา ๆ


    “เช็กใหม่”


    วาโยพยักหน้าเร็ว ๆ


    “ได้ ๆ”


    หลังกลุ่มอื่นทยอยออกจากห้อง พีชเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขา


    “จัดการกลุ่มได้ดีเลยนะคะ”


    วาโยและเพื่อนอีกสองคนในกลุ่มซึ่งกำลังปรึกษากันเงียบลงทันที จักราวุธลุกขึ้นยืนตามมารยา


    “ทุกคนช่วยกันครับ”


    เธอมองเขานิ่ง


    “คุณเป็๲คนไม่ค่อยชอบรับเครดิตสินะ”


    “ไม่จำเป็๲ครับ”


    เธอเรียงแฟ้มในมือเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ


    “งั้นพรุ่งนี้ให้กลุ่มของคุณเป็๲กลุ่มนำเสนองานกลุ่มแรกเลยนะคะ”


    วาโยสะดุ้ง ทักขึ้นทันที


    “เอ๊ะ—เดี๋ยวนะครับ”


    จักราวุธไม่แสดงสีหน้าใด ๆ


    “ได้ครับ”


    ไม่มีลังเล...

    ไม่มีคำถาม...


    พีชพยักหน้าเบา ๆ พร้อมยิ้มที่มุมปากนิด ๆ


    “ดีค่ะ”


    เธอเดินออกจากห้อง วาโยหันมามองเขาทันที


    “พี่…งานเข้าแล้ว กลุ่มแรกด้วย”


    จักราวุธสวมแว่นกลับเข้าที่ แล้วเก็บเอกสารลงกระเป๋า


    “ก็แค่นำเสนอ”


    น้ำเสียงเรียบ แต่ปากกาในมือที่ควงเมื่อครู่ หยุดนิ่งลงชั่วคราว


    --------------------


    วันรุ่งขึ้น…


    ห้องเรียนคนเต็ม แต่บรรยากาศตึงกว่าปกติ

    วาโยซึ่งดูเครียดกว่าทุกวัน ค่อย ๆ กระซิบข้างหูจักราวุธ


    “พี่… เมื่อคืนฝันไม่ดีเลย ฝันว่ากลุ่มเราพรีเซ็นต์ไม่ผ่าน เช้ามาจิ้งจกร้องทัก แถมเมื่อกี้ตาซ้ายผมกระตุกอีก ลางวันนี้มันแรงจริง ๆ พี่ว่าวันนี้เราจะรอดไหม”


    จักราวุธนิ่ง ในใจนึกขำ แต่ภายนอกแค่ยิ้มที่มุมปากนิดเดียว


    “อย่าคิดมาก ตั้งสติ”


    เขาพูดเบา ๆ


    “เ๱ื่๵๹ร้ายกลายเป็๲ดี เชื่อพี่”


    วาโยพยักหน้าเร็ว ๆ


    “ผมเชื่อพี่นะ… แต่จิ้งจกมันทักเชียวนะพี่”


    พีชยืนหน้าห้อง เรียงแฟ้มอย่างเป็๲ระเบียบ

    วันนี้เธอยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก เหมือนคนที่กำลังรอดูบางอย่างที่น่าสนใจ สายตาเธอเลื่อนไปหยุดที่จักราวุธ ก่อนเอ่ยขึ้น


    “อาจารย์ขอเปลี่ยนกติกาพรีเซ็นต์งานวันนี้เล็กน้อยค่ะ”


    ทั้งห้องเงียบ


    “เวลานำเสนอจากเดิมไม่เกิน 10 นาที เหลือ 6 นาที ขาดได้ แต่ห้ามเกิน”


    เสียงฮือเบา ๆ ดังขึ้น


    “และกลุ่มแรก… กลุ่มคุณจักราวุธ”


    วาโยรีบยกมือทันที


    “เดี๋ยวครับ ทำไมเวลา —”


    ไม่ทันให้พูดจบ พีชพูดต่อทันที


    “และให้คุณจักราวุธนำเสนอคนเดียว”


    “.......”


    วาโยอ้าปากค้าง ทั้งห้องเงียบสนิทเหมือนรอไว้อาลัยล่วงหน้า เสียงจากโต๊ะหลังดังขึ้น


    “กลุ่มอื่นกติกานี้ด้วยรึเปล่าครับ”


    พีชตอบเรียบ ๆ


    “กลุ่มอื่นใช้เวลาเท่าเดิมค่ะ ช่วยกันนำเสนอได้ทั้งกลุ่ม”


    เธอหยุดครู่หนึ่ง


    “แต่ถ้ากลุ่มแรกนี้ทำได้ ทั้งคลาสถือว่าสอบผ่านทั้งหมด ไม่ต้องสอบปลายภาค”


    เสียงฮือฮาดังทั่วห้อง


    “แต่ถ้าไม่ได้ ทุกคนทำโปรเจคซ่อมเพิ่มเช่นกันค่ะ”


    คราวนี้เงียบกริบหนักกว่าเดิม วาโยกระซิบ


    “พี่ ไม่ต้องรับก็ได้”


    จักราวุธมองพีชตรง ๆ สายตาทั้งสองสบกัน ในแววตาเธอไม่มีความสะใจ มีแต่ความมั่นใจ


    “ได้ครับ”


    เขาเดินขึ้นหน้าห้อง ไม่รีบร้อน ก้มมองชีทในมืออีกครั้ง ก่อนวางลง เขาเหลือบมองนาฬิกา KENTEX ที่ข้อมือ ตั้งเวลาเงียบ ๆ


    ‘คลิก’


    เวลาเริ่มเดิน...เขากดจับเวลาแล้ว แต่ก็ยังไม่เปิดสไลด์ในทันที


    “เราจะแก้ปัญหานี้ โดยเริ่มจากภาพรวมก่อนสูตร”


    เสียงไม่ดัง แต่ทั้งห้องเงียบฟัง

    เขาตัดส่วนที่ไม่จำเป็๲ออก จัดลำดับใหม่ พูดกระชับ


    พีชเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ และในจังหวะสุดท้ายที่เขากล่าวขึ้น


    “สรุปคือ ถ้าต้องเลือกจุดแก้ไข เราเลือกจุดที่ลดความเสี่ยงสูงสุดก่อน ไม่ใช่จุดที่ดูดีที่สุด”


    “จบครับ”


    เขาหยุด พร้อมเหลือบมองนาฬิกาตัวเอง


    หกนาที…


    แต่…


    เกินมา 2 วินาที!


    ทั้งห้องเงียบสนิทจนแทบจะหยุดหายใจ ทุกสายตาหันมามองพีช รอคำตัดสินอย่างใจจดใจจ่อ

    พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเรียบ ๆ


    “ถ้าคุณประเมินผิดล่ะคะ”


    จักราวุธตอบนิ่ง ๆ


    “ถ้าประเมินผิด ต้องยอมรับเร็วที่สุด แล้วรีบแก้ไขทันที ไม่ใช่หาข้อแก้ตัวครับ”


    ความเงียบกินพื้นที่ทั้งห้องอีกครั้ง

     

    ตึก…

     

    ตึก…

     

    พีชปิดแฟ้มในที่สุด


    “ผ่านค่ะ”


    เธอมองไปที่จักราวุธ


    “ทั้งห้อง”


    เสียงเฮลั่น พร้อมเสียงปรบมือดังทั่วห้อง วาโยแทบทรุด


    “ถ้าจะต้องลุ้นแบบนี้อีก ได้หัวใจวายตายก่อนจบแน่ ๆ”


    นักศึกษาทยอยลุกจากที่นั่ง บางคนเดินตรงมาหาจักราวุธ


    “ขอบคุณนะพี่!”


    “รอดเพราะพี่เลย!”


    เสียงพูดคุยยังคึกคัก จักราวุธพยักหน้ารับสั้น ๆ ไม่ได้แสดงอาการภูมิใจ เพียงตอบกลับสุภาพ


    “ตั้งใจเรียนกันต่อด้วยนะ”


    พีชยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารใส่แฟ้ม


    ไม่นานนัก ห้องเรียนก็เริ่มว่างลง หลังเลิกคลาสจริง ๆ จนเหลือเพียงแค่สองคนในห้อง

    จักราวุธเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาจารย์ หยุดยืนตรงหน้าเธอ หน้านิ่งถาม


    “อาจารย์แกล้งผมใช่ไหมครับ”


    พีชเงยหน้าขึ้น สายตาสบเขาโดยตรง ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้


    “เรียกว่าทดสอบค่ะ”


    สายตามีเลศนัยเล็กน้อย ไม่ถอย ไม่หลบ

    เขายิ้มมุมปากช้า ๆ


    “งั้นผมขอเก็บสิทธิ์ทวงคืนไว้ก่อน”


    รอยยิ้มบนใบหน้าเธอหยุดลงทันที คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย


    “ทวงคืนอะไรคะ”


    “ยังไม่รู้ครับ ไว้ก่อน”


    เขาไม่ได้ละสายตา เธอเงียบไปในทันที มองหน้าเขาเหมือนคนถูกเอาคืน วินาทีนั้น ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร

    จนในที่สุด เธอเป็๲ฝ่ายหลบสายตาก่อน เธอรีบก้มลงจัดแฟ้มในมือให้ตรง เก็บสีหน้ากลับสู่ความเรียบนิ่งดังเดิม


    “คุณจักราวุธ”


    เขามองหน้าเธอแทนคำตอบ


    “ส่งไฟล์สไลด์ให้ดิฉันทางไลน์ด้วยนะคะ เผื่อจะเก็บไว้เป็๲ตัวอย่างปีหน้า”


    “ครับ”


    เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิด QR Code ให้ดู


    “สแกนค่ะ”


    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น สแกนโดยไม่พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนเบา ๆ ดังขึ้น


    'คุณและ Peachy เป็๲เพื่อนกันแล้ว'


    เธอเก็บโทรศัพท์ทันที


    “ส่งภายในคืนนี้นะคะ”


    “รับทราบครับ”


    เส้นบาง ๆ ระหว่างห้องเรียนกับพื้นที่ส่วนตัว ถูกขยับออกไปหนึ่งก้าว

    พีชถือแฟ้มหลายเล่มแนบอกเดินออกจากห้องเรียน

    จักราวุธที่กำลังจะเดินออก หันไปเห็นพอดี เขาคิดอะไรบางอย่าง ก่อนตัดสินใจเดินตามไป ยังไม่ทันที่เธอจะปรับแฟ้มในมือให้มั่นคง เขาก็เอื้อมมือหยิบแฟ้มส่วนหนึ่งมาถือเองทันที


    “เดี๋ยวผมช่วยถือครับ”


    พีชเงยหน้าขึ้น


    “ไม่เป็๲ไรค่ะ—”


    คำปฏิเสธมาถึงครึ่งประโยค ตามนิสัยคนที่ชินกับการจัดการทุกอย่างเอง เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะยอมในที่สุด


    “ก็ได้ค่ะ”


    ทางเดินระหว่างอาคารเงียบกว่าปกติ เสียงฝีเท้าทั้งสองดังสม่ำเสมอไปด้วยกัน


    “คุณเตรียมตัว๻ั้๹แ๻่เมื่อคืนใช่ไหม”


    “เป็๲เ๱ื่๵๹ที่ควรทำครับ”


    เธอเลิกคิ้วบาง ๆ


    “นิสัยแบบนี้ไม่ค่อยเหมือนนักศึกษาซิ่วปี 1 ทั่วไป”


    “ก็แค่เตรียมตัวตามปกติ ไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็๲”


    พีชหันมามองเขา


    “คุณกลัวความเสี่ยงเหรอ”


    จักราวุธสบตาเธอกลับตรง ๆ


    “ผมแค่ไม่ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน”


    ลมบ่ายพัดแรงกว่าปกติ เส้นผมที่รวบไว้หลวม ๆ ของพีชหลุดออกมา จักราวุธชะงัก ก่อนจะสะบัดความรู้สึกบางอย่างออกไปทันที เขาไม่แตะ  ไม่ช่วยจัด เพียงพูดเบา ๆ


    “ผมคุณหลุดครับ”


    พีชหน้าแดงนิดหนึ่ง รีบยกมือจัดผมตัวเอง ก่อนเดินเร็วขึ้นเล็กน้อย


    ถึงลานจอดรถ พีชรับแฟ้มคืน


    “วันนี้ขอบคุณค่ะ”


    จักราวุธพยักหน้าพร้อมยิ้มให้นิด ๆ


    “ยินดีครับ อาจารย์พิชญา”


    เขาหมุนตัว กำลังจะเดินไปที่รถของตัวเอง


    “คุณจักราวุธ”


    เขาหันกลับมา


    “ครั้งหน้าถ้าเกินเวลาอีก อาจารย์ไม่ใจดีแบบวันนี้นะคะ”


    เขายิ้มบาง ๆ


    “ต่อไปจะทำให้ดีสุดครับ”


    เขาหยุดเล็กน้อย


    “อาจารย์ที่ดี… ก็ควรให้โอกาสลูกศิษย์นะครับ”


    พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดประตูรถ


    “กลับดี ๆ ค่ะ”


    “ครับ”


    รถของพีชเคลื่อนออกจากลานจอด จักราวุธเดินไปที่รถตัวเอง กำลังจะเปิดประตู เสียงแจ้งเตือน Line ดังขึ้น


    “อาจารย์พิชญา”


    เขาหยุด อ่านข้อความสั้น ๆ


    Peachy : ขอบคุณอีกครั้งค่ะ วันนี้คุณทำได้ดีจริง ๆ


    เขามองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้รีบตอบในทันที

    พิมพ์…

    ลบ…

    พิมพ์ใหม่….

    ลบอีกครั้ง….


    สุดท้ายตอบสั้น ๆ


    Chakrawut : ขอบคุณครับอาจารย์ วันนี้ผมแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง


    ไม่ถึงสิบวินาที ปลายทางตอบกลับทันที


    Peachy : ไม่ใช่ทุกคนที่ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีขนาดนั้นค่ะ


    จักราวุธนิ่งไป นิ้วมือที่เคยกดจับเวลาอย่างแม่นยำ ครั้งนี้กลับไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไร

    เขามองหน้าจออีกครั้ง ก่อนพิมพ์สั้น ๆ


    Chakrawut : ขอบคุณครับ


    ตัดภาพไปที่รถของพีชเธอวางโทรศัพท์ลงบนคอนโซล มือแตะพวงมาลัย แต่ไม่ออกรถทันที รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว


    “เด็กซิ่วมหาลัยจริงเหรอ…”


    ก่อนจะสตาร์ทรถ


    จักราวุธ นักบินที่คุมเวลาได้แม่นยำทุกวินาที

    แต่วันนี้...

    กำลังจะมีบางอย่างที่ทำให้เขาจับเวลาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

     

     

    นิยายแนะนำ