ท้องฟ้าเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือในยามเช้าเปิดกว้าง
F-16 สี่ลำบินเรียงตัวกันเป็หมู่บิน ตัวเครื่องสีเทาเข้มสะท้อนแสงแดด
สองลำด้านซ้าย แพนหางประดับสัญลักษณ์ ‘สายฟ้าสีแดง’
ของฝูง Lightning จากกองบิน 1 โคราช นครราชสีมา
ส่วนอีกสองลำด้านขวา แพนหางเป็รูป ‘งูจงอาง’
ของฝูง Cobra จากกองบิน 4 ตาคลี นคร์
เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำสม่ำเสมอหลังจากการฝึก Air Combat Maneuvering (การต่อสู้อากาศ) แบบ 2 ต่อ 2 เพิ่งจบลงไม่กี่นาที
เครื่องบินทั้งสี่ลำกำลังบินรวมหมู่ เพื่อเตรียมแยกกลับฐานของแต่ละหน่วย
บนท้องฟ้า
ทีม Lightning Flight
Lightning Red1 — Iceman (จักราวุธ)
Lightning Red2 — Earthquake (อรรถพล)
และอีกทีมหนึ่ง Cobra Flight
Cobra 01 — Viper
Cobra 02 — Ghost
เสียงวิทยุในหูฟังของนักบินดังขึ้น
Cobra 01— Viper : “Lightning flight, good fight.” (การฝึกดีมาก)
Lightning Red2 — Earthquake : “Last kill goes to Iceman.” (แต้มยิงสุดท้ายเป็ของ Iceman)
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงอีกคนจะตอบกลับมา
Cobra 02 — Ghost : “Yeah… I saw that.” (ผมเห็นล่ะ)
“Clean shot.” (ยิงสวยมาก)
ใน cockpit จักราวุธนั่งนิ่งอยู่หลังคันบังคับ สายตากวาดมองหน้าจอเรดาร์และเครื่องวัดต่าง ๆ อย่างเคยชิน เขาไม่ได้พูดอะไร
ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงวิทยุก็ดังขึ้นอีกครั้ง
Cobra 01 — Viper : “Cobra flight returning base, good luck.” (ทีม Cobra กลับฐาน โชคดี)
Lightning Red1 — Iceman : “Roger, see you.” (รับทราบ แล้วเจอกัน)
F-16 สองลำของ Cobra ค่อย ๆ เอียงปีก ก่อนหักเลี้ยวขวา แยกตัวออกจาก formation หมู่บิน เครื่องบินทั้งสองลำค่อย ๆ ลดระดับ แล้วบินหายไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้ากลับฐานบินของตัวเอง
ตอนนี้ บนท้องฟ้าเหลือเพียง Lightning Red1 และ Lightning Red2 เสียงของ Earthquake ดังขึ้นในวิทยุอีกครั้ง น้ำเสียงผ่อนคลายกว่าตอนฝึก
Earthquake :
“ICE…”
“นายต้องไปเรียนอีกใช่ไหม”
จักราวุธตอบกลับสั้น ๆ
Iceman :
“ครับ”
อรรถพลหัวเราะเบา ๆ
Earthquake :
“นักบิน F-16”
“วันนี้บิน dogfight”
“พรุ่งนี้ Calculus”
เขาส่ายหัวใน cockpit ก่อนพูดต่อ
Earthquake :
“ชีวิตนายแม่งประหลาดจริง”
จักราวุธถามเรียบ ๆ
Iceman :
“ประหลาดตรงไหนพี่”
อรรถพลหัวเราะอีกครั้ง
Earthquake :
“นักบินกองทัพอากาศ ไปนั่งเป็เด็กปีหนึ่ง ในคลาสที่มีสาวๆสวย ๆ”
เขาพูดทิ้งท้ายในวิทยุ
Earthquake :
“ฉันว่าภารกิจนี้อันตรายกว่า dogfight อีก”
F-16 ทั้งสองลำยังคงบินเคียงกัน มุ่งหน้ากลับกองบินต่อไป

-------------------
กองบิน 1 โคราช นครราชสีมา
ภายในห้องเปลี่ยนชุดนักบินของฝูงบิน 103 เสียงล็อกเกอร์เหล็กเปิดปิดดังเป็จังหวะ นักบินหลายคนเพิ่งกลับมาจากการฝึก่เที่ยง หมวกบินถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะยาวกลางห้อง บางคนกำลังถอด G-Suit ส่วนบางคนกำลังเช็ดเหงื่อจากใบหน้า
จักราวุธยืนอยู่หน้าล็อกเกอร์ของตัวเอง มือปลดซิป Flight Suit ลงช้า ๆ เขาถอดหมวกบินวางไว้ด้านใน รอยกดจากหน้ากากออกซิเจนยังปรากฏอยู่จาง ๆ บนแก้ม เขาหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า
ไม่ไกลกัน นาวาอากาศตรี อรรถพล กำลังเก็บเอกสารการบินใส่แฟ้ม เขามองมาทางจักราวุธเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้น
“นายต้องเข้ามหาลัยพรุ่งนี้ใช่ไหม”
จักราวุธพยักหน้า
“ครับ”
อรรถพลพยักหน้ารับ
“งั้นวันนี้นายกลับบ้านได้เลย พักให้พอนะ”
เขาพูดต่ออย่างเรียบ ๆ
“อาทิตย์หน้าเรายังมีฝึกอีก”
จักราวุธตอบสั้น ๆ
“ครับ”
เสียงล็อกเกอร์ปิดดัง ‘แกร๊ง’ นักบินอีกสองคนเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินออกจากห้องไป บรรยากาศในห้องเริ่มเงียบลง
อรรถพลหยิบขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนพูดต่อ
“ขับกลับกรุงเทพเองใช่ไหม”
“ครับ”
อรรถพลมองนาฬิกา
“ออกเร็วหน่อยละกัน ่เย็นรถเยอะ”
จักราวุธพยักหน้า
“ครับ”
เขาเปลี่ยนเป็เสื้อยืดธรรมดา แล้วหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย ก่อนปิดล็อกเกอร์ อรรถพลพูดทิ้งท้าย
“วันจันทร์มี sortie เช้า อย่ามาสายล่ะ”
จักราวุธตอบทันที
“รับทราบครับ”
เขายืนตรง ยกมือวันทยาหัตถ์สั้น ๆ พอเป็พิธี
อรรถพลพยักหน้าเบา ๆ นักบินคนอื่นที่เหลือเดินออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงสองคน อรรถพลมองเขาอีกครั้ง ก่อนพูดเสียงเรียบ
“ขับกลับดี ๆ อย่าลืมนะ อย่าให้ใครที่มหาลัยรู้ว่านายเป็ใครเด็ดขาด"
"ไม่งั้นวุ่นวายแน่"
จักราวุธพยักหน้า
“ครับพี่”
เขาหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย แล้วเดินออกจากห้องไป
ทางเดินของฝูงบินเงียบสงบใน่บ่ายจักราวุธเดินผ่านลานจอดเครื่องบินที่ F-16 หลายลำจอดเรียงอยู่ แสงแดดสะท้อนบนผิวเครื่องสีเทา เขาหยุดมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินต่อไปยังลานจอดรถ
ไม่กี่นาทีต่อมา
รถของเขาเคลื่อนออกจากกองบิน ป้ายถนนด้านหน้าปรากฏขึ้น
‘กรุงเทพฯ 250 km’
จักราวุธหยิบแว่นกันแดดมาสวม เหยียบคันเร่ง การเดินทางอีก่หนึ่งของเขา กำลังจะเริ่มขึ้น
--------------------
เช้าวันพฤหัส
ลานหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เริ่มคึกคักั้แ่ยังไม่เก้าโมง นักศึกษาปีหนึ่งทยอยเดินเข้าตึกเรียน พร้อมแฟ้มและแก้วกาแฟ
จักราวุธเดินเข้ามาในชุดนักศึกษาธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ กางเกงผ้าสีดำเข้ม แว่นกรอบหนายังอยู่บนใบหน้า
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นเบา ๆ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงครู่เดียว หน้าจอขึ้นข้อความ
103 SQN : Weekly Flight Schedule Update (ปรับแผนการบินประจำสัปดาห์)
สายตาเขาไล่อ่านอย่างรวดเร็ว
Flt.Lt.CHAKRAWUT [ICEMAN] – Monday Sortie 0730 A.M.
(เรืออากาศเอก จักราวุธ [ไอซ์แมน] – ตารางบินเช้าวันจันทร์ เวลา 07.30 น.)
เขากดปิดหน้าจอทันที สีหน้าไม่เปลี่ยน จากนักบินกลับสู่โหมดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว
“พี่!”
วาโยวิ่งเข้ามาแต่ไกล
“วันนี้ประชุมกลุ่มนะ จำได้ใช่ไหม”
“อืม”
วาโยมองหน้าเขาอย่างพิจารณา
“พี่นี่เหมือนคนเคยเป็หัวหน้าทีมมาก่อนเลยนะ”
จักราวุธยักไหล่เบา ๆ
“เคยทำงานเป็ทีมมาก่อนครับ”
“งานอะไร”
เขามองไปข้างหน้า
“งานที่ต้องวางแผนล่วงหน้าเยอะ ๆ”
ไม่โกหก แต่ก็ไม่ได้อธิบาย วาโยทำหน้าเหมือนจะถามต่อ แต่เสียงส้นสูงที่ดังสม่ำเสมอก็ทำให้เขาหยุด
พีชเดินออกมาจากอาคาร ชุดสูทเรียบร้อยเหมือนเดิม แว่นกรอบบางรับกับใบหน้าคมที่ดูจริงจัง เธอไม่ได้มองใครเป็พิเศษ แต่สายตาเลื่อนผ่านจักราวุธเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเดินเข้าอาคารเรียน
วาโยกระซิบทันที
“อาจารย์พีช”
“วันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนะพี่”
จักราวุธไม่ได้ตอบ แต่สายตาเขาตามเธอไปเงียบ ๆ
หลังเลิกคลาส นักศึกษาทยอยออกจากห้อง พีชกำลังเก็บเอกสารอยู่หน้าห้อง จักราวุธกำลังจะเดินผ่าน
“คุณจักราวุธ”
เขาหยุด
“ครับ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองผ่านกรอบแว่น
“ท่าทางคุณดูเหมือนจะไม่ค่อยชินกับการเป็นักศึกษานะคะ”
ประโยคเรียบ แต่ตรง เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“กำลังปรับตัวครับ”
“เคยเป็นักศึกษามาก่อนอยู่แล้ว ต้องปรับอะไรเหรอคะ”
เธอเรียงกระดาษอย่างเป็ระเบียบ
“ฉันรู้สึกว่าคุณเหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ”
เขามองเธอตรง ๆ
“ทุกคนก็มีอดีตของตัวเองครับ”
ห้องเรียนเงียบลงอีกครั้ง ไม่มีใครยอมถอยสายตา
สุดท้ายพีชเป็ฝ่ายหลบก่อน หันไปเก็บแฟ้มเล่มสุดท้าย
“ถ้าว่าง…ช่วยดูโปรเจกต์ของเพื่อน ๆ ในกลุ่มคุณหน่อยนะคะ”
น้ำเสียงไม่ใช่คำสั่ง เหมือนฝากมากกว่า
“คุณดูเป็ผู้ใหญ่ที่เพื่อน ๆ เขาเชื่อใจ”
จักราวุธพยักหน้า
“ครับ”
เขากำลังจะเดินออกไป โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นอีกครั้ง หน้าจอเรืองขึ้นชั่วครู่
ICEMAN : ACM Debrief Result (ผลสรุปการฝึกต่อสู้อากาศ)
เขารีบกดปิดทันทีแทบจะในวินาทีเดียว
พีชไม่ได้ถาม แต่สายตาเธอเห็นทัน ไม่ใช่ความสงสัยแบบจับผิด แต่เป็ความสนใจระคนสงสัย
เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องไป พีชมองตามแผ่นหลังที่ดูนิ่งเกินวัยนั้น
ผู้ชายคนนี้…ไม่น่าเป็แค่ ‘นักศึกษาปี1 ธรรมดา’
เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาทันที
่บ่ายวันนั้น ห้องเรียนภาคปฏิบัติของคณะวิศวกรรมศาสตร์กระดานไวท์บอร์ดเต็มไปด้วยสมการเสียงพัดลมเพดานหมุนช้า ๆ อยู่เหนือศีรษะวาโยกับเพื่อนอีกสองคนกำลังถกเถียงกันเื่โปรเจกต์วิชา Dynamics
“มันต้องเริ่มจากแรงลัพธ์ก่อนดิ”
“ไม่ใช่ ต้องแยกแกนก่อน”
“แล้วใครจะทำส่วนคำนวณ?”
เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จักราวุธนั่งเงียบอยู่ปลายโต๊ะ ฟังโดยไม่ขัดจังหวะ วาโยหันมาหาเขาทันที
“พี่…ช่วยหน่อย”
เขาไม่ได้ตอบในทันที เพียงหยิบกระดาษโจทย์ขึ้นมาอ่าน
“ลองแยกปัญหาออกเป็สามส่วนก่อน”
เสียงเขาเรียบ ไม่ดัง แต่ชัด เขาถอดแว่นออกเหน็บไว้ที่ช่องเสียบปากกาบริเวณแขนเสื้อชอป แล้วพับแขนเสื้อชอปแขนยาวขึ้นไปถึงศอกด้วยความเคยชิน จังหวะนั้นเหมือนคนที่กำลังจะ Brief ก่อนเริ่มงานบางอย่างที่สำคัญ
เขาลุกขึ้นยืนหน้ากระดาน
“ส่วนแรก วิเคราะห์แรง ส่วนที่สอง สมดุลโมเมนต์ ส่วนสุดท้าย ค่อยแทนค่าคำนวณ”
ไม่มีคำสั่ง ไม่มีน้ำเสียงบังคับ แต่เสียงในห้องค่อย ๆ เงียบลง
“โย นายรับแยกแรง อีกคนทำโมเมนต์ ส่วนผมจะดูภาพรวม”
สั้น กระชับ จบ
วาโยหัวเราะเบา ๆ
“พี่นี่เหมือนหัวหน้าทีมจริง ๆ เลยว่ะ”
จักราวุธเพียงยักไหล่
“ทำให้เสร็จเร็ว ๆ ดีกว่า”
มุมหนึ่งของห้อง พีชนั่งตรวจงานกลุ่มอื่น สายตาเธอเลื่อนมาทางกลุ่มนั้น เธอไม่ได้สนใจคำตอบ แต่สนใจจังหวะ วิธีที่เขาทำให้ความวุ่นวายค่อย ๆ สงบ วิธีที่ทุกคนหันมาฟังโดยไม่ต้องออกคำสั่ง เธอพึมพำเบา ๆ
“เด็กซิ่วจริงเหรอ…”
เหมือนถามตัวเองมากกว่าถามใคร
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง งานเริ่มเป็รูปเป็ร่าง วาโยยื่นกระดาษให้เขาดู
“โอเคไหมพี่”
จักราวุธไม่ตอบทันที ปากกาในมือถูกควงไปมาบนปลายนิ้ว เป็จังหวะเดียวกับที่เขาใช้เวลาคิดอะไรบางอย่าง
“ตรงนี้ยังขาดตัวแปรหนึ่ง”
เขาแตะกระดาษเบา ๆ
“เช็กใหม่”
วาโยพยักหน้าเร็ว ๆ
“ได้ ๆ”
หลังกลุ่มอื่นทยอยออกจากห้อง พีชเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขา
“จัดการกลุ่มได้ดีเลยนะคะ”
วาโยและเพื่อนอีกสองคนในกลุ่มซึ่งกำลังปรึกษากันเงียบลงทันที จักราวุธลุกขึ้นยืนตามมารยา
“ทุกคนช่วยกันครับ”
เธอมองเขานิ่ง
“คุณเป็คนไม่ค่อยชอบรับเครดิตสินะ”
“ไม่จำเป็ครับ”
เธอเรียงแฟ้มในมือเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“งั้นพรุ่งนี้ให้กลุ่มของคุณเป็กลุ่มนำเสนองานกลุ่มแรกเลยนะคะ”
วาโยสะดุ้ง ทักขึ้นทันที
“เอ๊ะ—เดี๋ยวนะครับ”
จักราวุธไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
“ได้ครับ”
ไม่มีลังเล...
ไม่มีคำถาม...
พีชพยักหน้าเบา ๆ พร้อมยิ้มที่มุมปากนิด ๆ
“ดีค่ะ”
เธอเดินออกจากห้อง วาโยหันมามองเขาทันที
“พี่…งานเข้าแล้ว กลุ่มแรกด้วย”
จักราวุธสวมแว่นกลับเข้าที่ แล้วเก็บเอกสารลงกระเป๋า
“ก็แค่นำเสนอ”
น้ำเสียงเรียบ แต่ปากกาในมือที่ควงเมื่อครู่ หยุดนิ่งลงชั่วคราว
--------------------
วันรุ่งขึ้น…
ห้องเรียนคนเต็ม แต่บรรยากาศตึงกว่าปกติ
วาโยซึ่งดูเครียดกว่าทุกวัน ค่อย ๆ กระซิบข้างหูจักราวุธ
“พี่… เมื่อคืนฝันไม่ดีเลย ฝันว่ากลุ่มเราพรีเซ็นต์ไม่ผ่าน เช้ามาจิ้งจกร้องทัก แถมเมื่อกี้ตาซ้ายผมกระตุกอีก ลางวันนี้มันแรงจริง ๆ พี่ว่าวันนี้เราจะรอดไหม”
จักราวุธนิ่ง ในใจนึกขำ แต่ภายนอกแค่ยิ้มที่มุมปากนิดเดียว
“อย่าคิดมาก ตั้งสติ”
เขาพูดเบา ๆ
“เื่ร้ายกลายเป็ดี เชื่อพี่”
วาโยพยักหน้าเร็ว ๆ
“ผมเชื่อพี่นะ… แต่จิ้งจกมันทักเชียวนะพี่”
พีชยืนหน้าห้อง เรียงแฟ้มอย่างเป็ระเบียบ
วันนี้เธอยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก เหมือนคนที่กำลังรอดูบางอย่างที่น่าสนใจ สายตาเธอเลื่อนไปหยุดที่จักราวุธ ก่อนเอ่ยขึ้น
“อาจารย์ขอเปลี่ยนกติกาพรีเซ็นต์งานวันนี้เล็กน้อยค่ะ”
ทั้งห้องเงียบ
“เวลานำเสนอจากเดิมไม่เกิน 10 นาที เหลือ 6 นาที ขาดได้ แต่ห้ามเกิน”
เสียงฮือเบา ๆ ดังขึ้น
“และกลุ่มแรก… กลุ่มคุณจักราวุธ”
วาโยรีบยกมือทันที
“เดี๋ยวครับ ทำไมเวลา —”
ไม่ทันให้พูดจบ พีชพูดต่อทันที
“และให้คุณจักราวุธนำเสนอคนเดียว”
“.......”
วาโยอ้าปากค้าง ทั้งห้องเงียบสนิทเหมือนรอไว้อาลัยล่วงหน้า เสียงจากโต๊ะหลังดังขึ้น
“กลุ่มอื่นกติกานี้ด้วยรึเปล่าครับ”
พีชตอบเรียบ ๆ
“กลุ่มอื่นใช้เวลาเท่าเดิมค่ะ ช่วยกันนำเสนอได้ทั้งกลุ่ม”
เธอหยุดครู่หนึ่ง
“แต่ถ้ากลุ่มแรกนี้ทำได้ ทั้งคลาสถือว่าสอบผ่านทั้งหมด ไม่ต้องสอบปลายภาค”
เสียงฮือฮาดังทั่วห้อง
“แต่ถ้าไม่ได้ ทุกคนทำโปรเจคซ่อมเพิ่มเช่นกันค่ะ”
คราวนี้เงียบกริบหนักกว่าเดิม วาโยกระซิบ
“พี่ ไม่ต้องรับก็ได้”
จักราวุธมองพีชตรง ๆ สายตาทั้งสองสบกัน ในแววตาเธอไม่มีความสะใจ มีแต่ความมั่นใจ
“ได้ครับ”
เขาเดินขึ้นหน้าห้อง ไม่รีบร้อน ก้มมองชีทในมืออีกครั้ง ก่อนวางลง เขาเหลือบมองนาฬิกา KENTEX ที่ข้อมือ ตั้งเวลาเงียบ ๆ
‘คลิก’
เวลาเริ่มเดิน...เขากดจับเวลาแล้ว แต่ก็ยังไม่เปิดสไลด์ในทันที
“เราจะแก้ปัญหานี้ โดยเริ่มจากภาพรวมก่อนสูตร”
เสียงไม่ดัง แต่ทั้งห้องเงียบฟัง
เขาตัดส่วนที่ไม่จำเป็ออก จัดลำดับใหม่ พูดกระชับ
พีชเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ และในจังหวะสุดท้ายที่เขากล่าวขึ้น
“สรุปคือ ถ้าต้องเลือกจุดแก้ไข เราเลือกจุดที่ลดความเสี่ยงสูงสุดก่อน ไม่ใช่จุดที่ดูดีที่สุด”
“จบครับ”
เขาหยุด พร้อมเหลือบมองนาฬิกาตัวเอง
หกนาที…
แต่…
เกินมา 2 วินาที!
ทั้งห้องเงียบสนิทจนแทบจะหยุดหายใจ ทุกสายตาหันมามองพีช รอคำตัดสินอย่างใจจดใจจ่อ
พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเรียบ ๆ
“ถ้าคุณประเมินผิดล่ะคะ”
จักราวุธตอบนิ่ง ๆ
“ถ้าประเมินผิด ต้องยอมรับเร็วที่สุด แล้วรีบแก้ไขทันที ไม่ใช่หาข้อแก้ตัวครับ”
ความเงียบกินพื้นที่ทั้งห้องอีกครั้ง
ตึก…
ตึก…
พีชปิดแฟ้มในที่สุด
“ผ่านค่ะ”
เธอมองไปที่จักราวุธ
“ทั้งห้อง”
เสียงเฮลั่น พร้อมเสียงปรบมือดังทั่วห้อง วาโยแทบทรุด
“ถ้าจะต้องลุ้นแบบนี้อีก ได้หัวใจวายตายก่อนจบแน่ ๆ”
นักศึกษาทยอยลุกจากที่นั่ง บางคนเดินตรงมาหาจักราวุธ
“ขอบคุณนะพี่!”
“รอดเพราะพี่เลย!”
เสียงพูดคุยยังคึกคัก จักราวุธพยักหน้ารับสั้น ๆ ไม่ได้แสดงอาการภูมิใจ เพียงตอบกลับสุภาพ
“ตั้งใจเรียนกันต่อด้วยนะ”
พีชยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารใส่แฟ้ม
ไม่นานนัก ห้องเรียนก็เริ่มว่างลง หลังเลิกคลาสจริง ๆ จนเหลือเพียงแค่สองคนในห้อง
จักราวุธเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาจารย์ หยุดยืนตรงหน้าเธอ หน้านิ่งถาม
“อาจารย์แกล้งผมใช่ไหมครับ”
พีชเงยหน้าขึ้น สายตาสบเขาโดยตรง ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“เรียกว่าทดสอบค่ะ”
สายตามีเลศนัยเล็กน้อย ไม่ถอย ไม่หลบ
เขายิ้มมุมปากช้า ๆ
“งั้นผมขอเก็บสิทธิ์ทวงคืนไว้ก่อน”
รอยยิ้มบนใบหน้าเธอหยุดลงทันที คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย
“ทวงคืนอะไรคะ”
“ยังไม่รู้ครับ ไว้ก่อน”
เขาไม่ได้ละสายตา เธอเงียบไปในทันที มองหน้าเขาเหมือนคนถูกเอาคืน วินาทีนั้น ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร
จนในที่สุด เธอเป็ฝ่ายหลบสายตาก่อน เธอรีบก้มลงจัดแฟ้มในมือให้ตรง เก็บสีหน้ากลับสู่ความเรียบนิ่งดังเดิม
“คุณจักราวุธ”
เขามองหน้าเธอแทนคำตอบ
“ส่งไฟล์สไลด์ให้ดิฉันทางไลน์ด้วยนะคะ เผื่อจะเก็บไว้เป็ตัวอย่างปีหน้า”
“ครับ”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิด QR Code ให้ดู
“สแกนค่ะ”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น สแกนโดยไม่พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนเบา ๆ ดังขึ้น
'คุณและ Peachy เป็เพื่อนกันแล้ว'
เธอเก็บโทรศัพท์ทันที
“ส่งภายในคืนนี้นะคะ”
“รับทราบครับ”
เส้นบาง ๆ ระหว่างห้องเรียนกับพื้นที่ส่วนตัว ถูกขยับออกไปหนึ่งก้าว
พีชถือแฟ้มหลายเล่มแนบอกเดินออกจากห้องเรียน
จักราวุธที่กำลังจะเดินออก หันไปเห็นพอดี เขาคิดอะไรบางอย่าง ก่อนตัดสินใจเดินตามไป ยังไม่ทันที่เธอจะปรับแฟ้มในมือให้มั่นคง เขาก็เอื้อมมือหยิบแฟ้มส่วนหนึ่งมาถือเองทันที
“เดี๋ยวผมช่วยถือครับ”
พีชเงยหน้าขึ้น
“ไม่เป็ไรค่ะ—”
คำปฏิเสธมาถึงครึ่งประโยค ตามนิสัยคนที่ชินกับการจัดการทุกอย่างเอง เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะยอมในที่สุด
“ก็ได้ค่ะ”
ทางเดินระหว่างอาคารเงียบกว่าปกติ เสียงฝีเท้าทั้งสองดังสม่ำเสมอไปด้วยกัน
“คุณเตรียมตัวั้แ่เมื่อคืนใช่ไหม”
“เป็เื่ที่ควรทำครับ”
เธอเลิกคิ้วบาง ๆ
“นิสัยแบบนี้ไม่ค่อยเหมือนนักศึกษาซิ่วปี 1 ทั่วไป”
“ก็แค่เตรียมตัวตามปกติ ไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็”
พีชหันมามองเขา
“คุณกลัวความเสี่ยงเหรอ”
จักราวุธสบตาเธอกลับตรง ๆ
“ผมแค่ไม่ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน”
ลมบ่ายพัดแรงกว่าปกติ เส้นผมที่รวบไว้หลวม ๆ ของพีชหลุดออกมา จักราวุธชะงัก ก่อนจะสะบัดความรู้สึกบางอย่างออกไปทันที เขาไม่แตะ ไม่ช่วยจัด เพียงพูดเบา ๆ
“ผมคุณหลุดครับ”
พีชหน้าแดงนิดหนึ่ง รีบยกมือจัดผมตัวเอง ก่อนเดินเร็วขึ้นเล็กน้อย
ถึงลานจอดรถ พีชรับแฟ้มคืน
“วันนี้ขอบคุณค่ะ”
จักราวุธพยักหน้าพร้อมยิ้มให้นิด ๆ
“ยินดีครับ อาจารย์พิชญา”
เขาหมุนตัว กำลังจะเดินไปที่รถของตัวเอง
“คุณจักราวุธ”
เขาหันกลับมา
“ครั้งหน้าถ้าเกินเวลาอีก อาจารย์ไม่ใจดีแบบวันนี้นะคะ”
เขายิ้มบาง ๆ
“ต่อไปจะทำให้ดีสุดครับ”
เขาหยุดเล็กน้อย
“อาจารย์ที่ดี… ก็ควรให้โอกาสลูกศิษย์นะครับ”
พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดประตูรถ
“กลับดี ๆ ค่ะ”
“ครับ”
รถของพีชเคลื่อนออกจากลานจอด จักราวุธเดินไปที่รถตัวเอง กำลังจะเปิดประตู เสียงแจ้งเตือน Line ดังขึ้น
“อาจารย์พิชญา”
เขาหยุด อ่านข้อความสั้น ๆ
Peachy : ขอบคุณอีกครั้งค่ะ วันนี้คุณทำได้ดีจริง ๆ
เขามองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้รีบตอบในทันที
พิมพ์…
ลบ…
พิมพ์ใหม่….
ลบอีกครั้ง….
สุดท้ายตอบสั้น ๆ
Chakrawut : ขอบคุณครับอาจารย์ วันนี้ผมแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง
ไม่ถึงสิบวินาที ปลายทางตอบกลับทันที
Peachy : ไม่ใช่ทุกคนที่ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีขนาดนั้นค่ะ
จักราวุธนิ่งไป นิ้วมือที่เคยกดจับเวลาอย่างแม่นยำ ครั้งนี้กลับไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไร
เขามองหน้าจออีกครั้ง ก่อนพิมพ์สั้น ๆ
Chakrawut : ขอบคุณครับ
ตัดภาพไปที่รถของพีชเธอวางโทรศัพท์ลงบนคอนโซล มือแตะพวงมาลัย แต่ไม่ออกรถทันที รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เด็กซิ่วมหาลัยจริงเหรอ…”
ก่อนจะสตาร์ทรถ
จักราวุธ นักบินที่คุมเวลาได้แม่นยำทุกวินาที
แต่วันนี้...
กำลังจะมีบางอย่างที่ทำให้เขาจับเวลาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป