ชาวบ้านที่เห็นต่างมองดูด้วยความสงสาร หรูอวี้เห็นเช่นนั้น นางก็ร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“ทะ ท่านดู สินเดิมของท่านแม่เหลือติดตัวไปเพียงน้อยนิด ที่ผ่านมาข้ากับท่านพี่ล้มป่วยก็เป็ท่านแม่ที่นำสินเดิมออกมาใช้จ่าย เงินเดือนที่สมควรได้ก็มิได้เช่นผู้อื่น แล้วพวกข้าจะขโมยของท่านได้อย่างไร”
“ท่านตรองดูสักนิดเถิด ข้าถูกสั่งให้อยู่แต่ภายในจวน เหตุใดเื่ความร้ายกาจของข้าและท่านแม่ถึงได้ถูกชาวเมืองเอาไปนินทากันจนสนุกปาก ข้ากับท่านแม่เคยร้องขอความเป็ธรรมหรือไม่”
“วันนี้ที่ต้องออกจากจวนตระกูลเซี่ย กลับเข้าตระกูลตู้ ก็ด้วยข้าถูกรังแกจนเกือบจะรักษาชีวิตไม่ได้ ท่านแม่เห็นใจข้า กลัวว่าหากมีครั้งหน้าข้าคงต้องกลายเป็ิญญาจึงได้ขอร้องท่านให้ปล่อยพวกเราสามแม่ลูกไป” หรูอวี้ยังเล่นงิ้วของนางไม่เลิก ยิ่งมีคนเพิ่มขึ้น นางก็ยิ่งพูดสิ่งที่อยู่ในใจของเซี่ยหรูอวี้คนเดิมออกมาทั้งหมด
ภายในของหรูอวี้กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นางไม่เคยแสดงด้านนี้ออกมาให้ผู้ใดได้เห็น เมื่อลองทำแล้วจึงรู้สึกแปลกใหม่และสนุกไม่น้อย
เซี่ยหยวนแทบจะไปดึงน้องสาวกลับขึ้นรถม้า แม้รู้ดีว่านางกำลังเรียกร้องความเป็ธรรม พร้อมทั้งทิ้งปัญหาก้อนใหญ่ให้ตระกูลเซี่ยเก็บกวาด แต่เห็นนางร้องไห้เช่นนี้เขาก็ปวดใจไม่น้อย (ไม่รู้เหรอ ว่าน้องสาวเ้าเล่นงิ้วอยู่)
“ท่านผู้ตรวจการ อย่าหาว่าข้าน้อยปากมากเลย ท่านดูเถิดรถม้าเพียงสองคัน หนึ่งคนไว้นั่ง อีกหนึ่งคันบรรทุกสิ่งของ ท่านว่าสมบัติครึ่งจวนของท่านจะอยู่ภายในได้อย่างไร แล้วอีกอย่างแม่นางตู้จะทำร้ายฮูหยินเอกของท่าน โดยที่บ่าวไพร่ในจวนไม่รู้เื่เลยงั้นรึ”
ชาวบ้านที่ได้ยิน ต่างก็ะโเห็นด้วยกันยกใหญ่ ทั้งยังต่อว่าตระกูลเซี่ยที่รังแกอนุจนต้องหอบลูกหนีกลับบ้านเดิม
“หยุด!!! ไม่ต้องค้นแล้ว” เขารู้ดีว่าตู้เหลียนกับบุตรทั้งสองไม่อาจจะนำของในคลังสมบัติเขาไปด้วยได้ แต่ไม่คิดว่าสินเดิมที่มากมายของนางจะเหลือเพียงไม่กี่หีบเท่านั้น
“...” เซี่ยถงวู่อับอายต่อคำพูดของหรูอวี้ไม่น้อย แต่เพราะมีคนอยู่ที่หน้าจวนจำนวนมาก ทั้งยังมีพานกงกงอยู่ด้วยเขาจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้
ได้แต่เดินกลับเข้าจวนเพื่อไปจัดการเื่ราวที่วุ่นวายให้แล้วเสร็จ เื่ที่ถูกลือออกไปหลังจากนี้คงต้องหาทางจัดการที่หลัง
“ขอบคุณท่านกงกงมากเ้าค่ะ ที่ช่วยพูดให้ข้าสามคนแม่ลูก” ตู้เหลียนจำต้องลงจากรถม้ามาขอบคุณพานกงกงอีกครั้ง
“หามิได้ นี่เป็สิ่งที่ข้าน้อยสมควรทำ” ฮ่องเต้รับรู้เื่ภายในจวนเซี่ยมาโดยตลอด แต่เพราะตู้เหลียนนางไม่เอ่ยขอร้องให้ช่วยเหลือ พระองค์จึงมิอาจยุ่งเื่ในเรือนหลังของขุนนางได้
“ขอบคุณเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“เดินทางปลอดภัยขอรับ”
ตู้เหลียนจับแขนบุตรสาวที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้นกลับขึ้นไปบนรถม้า
“เช็ดหน้าตาเสีย ดูไม่ได้เอาเสียเลย” นางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้พร้อมทั้งถลึงตามองตำหนิบุตรสาว
หรูอวี้ได้แต่ยิ้มแห้งออกมา เมื่อรู้ว่าผู้เป็มารดารู้ทันตัวนาง
“เ้าลงมือหนักเกินไปแล้ว” ตู้เหลียนดึงผ้าเช็ดหน้ามาช่วยนางเช็ด ทั้งยังตำหนิหรูอวี้ออกมา
เซี่ยถงวู่เป็ถึงผู้ตรวจการ หากเขาเห็นหลักฐานที่หรูอวี้ทิ้งไว้ ย่อมต้องรู้ได้ทันทีว่าเป็ฝีมือของนาง
“ข้าอยากจะทำมากกว่านี้เสียด้วย...โอ๊ยย” ตู้เหลียนหยิกเอวของหรูอวี้จนนางออกมาเบาๆ
“หากพ่อเ้าจับได้ขึ้นมาเล่า จะทำเช่นไร”
“ท่านอย่าได้กังวล ข้าไม่มีทางทิ้งหลักฐานให้ถูกจับได้อย่างแน่นอน” นางหยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปล้มตัวนอนที่เตียงตั่งภายในรถม้า
ตู้เหลียนมองบุตรสาวอย่างเป็กังวล นิสัยของนางเปลี่ยนไปไม่น้อย หลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาจากการล้มป่วย นางได้แต่คิดว่าอาจเป็เพราะิญญาของนางได้หลุดออกจากร่างไปหรือแค้นใจที่ถูกเซี่ยหรันเซียนทำให้เกือบตาย
เซี่ยถงวู่ที่รีบร้อนไปดูสวีเหมยลี่ที่เรือนของนาง ก็ต้องชะงักเท้ากับเสียงร้องเรียกอย่างร้อนใจของสาวใช้เซี่ยหรันเซียน
“นายท่าน แย่แล้วเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ไม่รู้ว่าถูกผู้ใดลอบทำร้าย ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเื ฟันหน้าของนางก็หายไปเ้าค่ะ” สาวใช้ตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
นางหลับเป็ตายไม่รู้เื่ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ก็นอนเฝ้าหน้าห้องอยู่ตลอด หากมีคนร้ายเข้ามาภายในห้อง นางต้องรู้ได้อย่างแน่นอน
“เกิดเื่บ้าอะไรขึ้น!!! องครักษ์ไสหัวไปอยู่ที่ใดกันหมด” เซี่ยถงวู่กุมขมับด้วยความเครียด เขาไม่เชื่อว่าจะมีคนกล้าบุกเข้ามาถึงจวนผู้ตรวจการ เพื่อขโมยทรัพย์สิน ทั้งยังทำร้ายภรรยาและบุตรสาวอีกด้วย
องครักษ์ถูกตามตัวมาพบทันที เพื่อสอบถามเื่ราวเมื่อคืนว่าพบคนน่าสงสัยเข้ามาภายในจวนหรือไม่ ทั้งยังส่งบ่าวไปตามเ้าหน้าที่มาตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกด้วย
เ้าหน้าที่กระจายกำลังเปิดล้อมทางเข้าออกภายในเมืองหลวงทั้งหมด เพื่อตรวจสอบรถม้าที่เคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวง ด้วยหีบสมบัติจำนวนไม่น้อย คงไม่อาจค้นออกไปได้โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น
“ทำงานรวดเร็วดี” หรูอวี้เปิดผ้าม่านรถม้าขึ้นดู เพียงแค่รถม้าของนางเคลื่อนตัวออกมาได้ไม่นาน กลุ่มเ้าหน้าที่ก็ทำการตรวจค้นภายในเมืองหลวงแล้ว
“เ้าแน่ใจนะ ว่าไม่ทิ้งหลักฐานสิ่งใดไว้” ตู้เหลียนยังกังวลว่าเื่จะมาถึงตัวหรูอวี้
“โถ่ ท่านแม่ ท่านไม่เชื่อใจลูกหรืออย่างไร” นางกะพริบตาปริบๆ อย่างใสซื่อ
“อวี้เออร์ เ้าเปลี่ยนไปมากรู้ตัวหรือไม่” ตู้เหลียนมองบุตรสาวอย่างปวดใจ เป็นางที่ปล่อยให้บุตรสาวถูกรังแกมานานหลายปี จนจากเด็กสาวที่น่าเอ็นดูกลายเป็แข็งกร้าวจนน่าใ
“ถ้าข้าเปลี่ยนไปมาก ท่านยังจะรักข้าหรือไม่ ท่านแม่ พวกเราโดนรังแกมานานเพียงใดแล้ว หากข้ายังยอมเช่นเดิม ครั้งหน้าก็คงเป็ชีวิตของข้าแล้วที่คนพวกนั้นจะได้ไป” แววตาของหรูอวี้แข็งกร้าวของน่าหวาดกลัว เมื่อนึกถึงสวีเหมยลี่กับเซี่ยหรันเซียน
“เ้าเป็บุตรของแม่ เหตุใดแม่ถึงจะไม่รักเ้า อย่าได้พูดเช่นนี้ออกมาอีกเล่า” นางละอายใจมากพอแล้ว ที่ปล่อยปละละเลยบุตรทั้งสองมานาน
“ข้ารู้แล้วเ้าค่ะ” นางตอบรับเสียงเบา ภายในอกของนางรู้สึกพองโต เมื่อได้ยินคำว่ารักจากผู้เป็มารดา
ขบวนรถม้าหยุดลงที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้เ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นข้าวของภายในรถ ทุกคนจำต้องลงจากรถม้า
หรูอวี้นางจึงลงไปด้านล่างก่อน เพื่อรอรับมารดาของนาง พอเปิดผ้าม่านรถม้าขึ้นจะก้าวออกไป บุรุษที่นางคิดว่าเป็พี่ชายแต่ว่ามิใช่
บุรุษวัยกลางคน ยืนอยู่หน้าทางลงรถม้าของนาง ทั้งสองมองสบกัน เป็บุรุษผู้นั้นที่ตกตะลึงไม่น้อยเมื่อเห็นใบหน้าของหรูอวี้
“อาเหลียน” เขาเอ่ยเรียกนางออกมาเสียงเบา
“ท่านแม่ข้าอยู่ด้านในรถม้า” หรูอวี้มองเขาอย่างเ็า ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง เพื่อรอรับมารดาลงจากรถม้า
จ้าวลู่ฉือ เกาจมูกอย่างแก้เก้อ ผู้ใดจะคิดว่าบุตรสาวของตู้เหลียนจะคล้ายนางในวัยปักปิ่นมากเพียงนี้
“ท่านแม่ทัพ” ตู้เหลียนที่กำลังจะลงจากรถม้า ก็เอ่ยเรียกเขาเสียงเบาอย่างยินดี นานเพียงใดแล้วที่ไม่ได้พบเขาที่เปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งของนาง
“อาเหลียน ข้าได้ยินเื่ของเ้าแล้ว เ้าเป็เช่นใดบ้าง” เขาเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง ด้วยรู้ว่าสตรีที่หย่าร้างจะต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก
“หึหึ ดียิ่งเ้าค่ะ หนนี้เป็ข้าที่เลือกถูก” นางยิ้มกว้างเพื่อให้เขาสบายใจ ตัวนางในตอนนี้ไม่เสียใจสิ่งใดแล้ว
"ดีแล้ว”
เขาเหลือบไปมองทางหรูอวี้วูบหนึ่ง ก่อนจะร้องสั่งให้เ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบรถม้าของตู้เหลียน
“เ้าได้แจ้งข่าวให้ท่านอาจารย์กับอาจารย์หญิงรู้แล้วหรือยัง” จ้าวลู่ฉือเอ่ยถามตู้เหลียน