นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 52 เยือนบ้าน

    ตอนที่ 52 เยือนบ้าน

     

    ฉีโตวย่อตัวลงหวีขนของเจ้ากวางโรอยู่หน้าทางเข้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงเกือกม้ากระทบกับพื้นธรณีจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มที่นำหน้าดูคุ้นหน้าจึงหรี่ตามองดูให้ชัด ๆ อีกครา

     

    “คุณชายขอรับ บ้านห้าห้องที่มีลานบ้านข้างหน้านั่นคือบ้านของท่านอาหยูจากที่ข้าน้อยได้สอบถามมา บ้านใหญ่เช่นนี้ทั้งหมู่บ้านมีอยู่เพียงไม่กี่หลังเท่านั้นขอรับแต่ว่า... ” ซือโม่คนรับใช้ส่วนตัวของคุณชายสามโจวหยุดชะงักไปนิดหนึ่งอย่างลังเล

     

    “มีอันใดก็จงกล่าวมา ? ” คุณชายสามโจวจำเด็กน้อยที่อยู่หน้าประตูได้นั่นคือน้องชายที่น่ารักของเสี่ยวเฉา เยี่ยงนั้นก็คงจะเป็นที่นี่แหละ !

     

    ซือโม่เห็นเด็กน้อยในชุดสีเขียวที่มีแต่รอยปะชุนแล้วจึงถอนหายใจ“ความสามารถของท่านอาหยูกับขนาดของบ้านหลังนี้ ตระกูลหยูน่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีนะขอรับแต่ว่าเสื้อผ้าของลูก ๆ ของเขายังเก่าซอมซ่อมากกว่าเด็กคนอื่นในหมู่บ้านเสียอีก”

     

    “ดูสิขอรับ นั่นน้องชายของคุณหนูเสี่ยวเฉามิใช่รึขอรับ? เสื้อผ้าเก่า ๆ ของเขาน่าจะถูกโยนทิ้งไปตั้งนานแล้ว ช่วงนี้พวกเขาน่าจะมีเงินอย่างน้อย60 - 70 ตำลึงจากการขายสัตว์ป่าให้กับร้านเจินซิว นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้วแต่พวกเขายังไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เด็ก ๆ อีก... ! ”

     

    โจวซือชู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาหยูก็ดูไม่เหมือนคนที่จะทำทารุณกับลูกของตนเองมิใช่รึเป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขามีปัญหาที่เปิดเผยมิได้บางอย่าง ? ”

     

    โจวซือชู่เองก็เจอกับเรื่องแก่งแย่งอำนาจและการวางแผนอย่างต่อเนื่องในครอบครัวมาโดยตลอดดังนั้นในทุก ๆ สถานการณ์ที่เขาเจอ เขาจะคิดอย่างลึกซึ้งอยู่เสมอครอบครัวเขาเองก็แบบนี้มิใช่รึเยี่ยงไร ? หากท่านปู่ท่านย่าของเขาไม่ได้อยู่คอยควบคุมตระกูลและด้วยการแสดงความสามารถของเขาในการทำธุรกิจในช่วง2 ปีที่ผ่านมา บ้านสองของเขาคงถูกญาติที่โลภมากกลืนหายไปเสียนานแล้ว ท่านอาหยูก็น่าจะมีปัญหาของตนเองที่พูดออกมามิได้เช่นกัน

     

    “จำได้แล้ว ! ท่านคือคุณชายสามแห่งตระกูลโจวใช่หรือไม่รับ ? ”ฉีโตวน้อยยืนขี้นและเงยหน้ามาพร้อมกับยิ้มกว้าง

     

    โจวซือชู่ลงจากหลังม้าแล้วขยี้ผมเด็กน้อยจากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าอบอุ่นว่า “ฉีโตว เจ้าเรียกใครว่า ‘คุณชายสามโจว’ ? เรียกข้าว่า ‘พี่สามโจว’ สิ ! ถ้าคราหน้าเรียกผิดอีกจะต้องโดนทำโทษ ! ”

     

    “ทำโทษเยี่ยงไรรึขอรับ ? ”ฉีโตวกระพริบตาปริบ ๆ และถามออกไปอย่างสงสัย

     

    “ข้าจะทำโทษด้วยการ... ! ” โจวซือชู่เอากล่องขนมจากมือของซือโม่มาและยิ้มให้ “ ห้ามมิให้เจ้ากินขนมที่พี่สามโจวเอามาฝาก! ”

     

    ฉีโตวน้อยมองกล่องขนมในมือของคุณชายสามโจวด้วยความอยากกินเขาอ่านชื่อบนกล่องช้า ๆ “ร้านขนม...เหลียน...จี้ !ใช่ ‘ร้านเหลียนจี้’ที่มีหน้าร้านใหญ่ที่สุดและขนมแพงที่สุดในเมืองหรือเปล่าขอรับ ? เยี่ยงนั้นขนมกล่องนี้ก็แพงมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ? ”

     

    โจวซือชู่รู้สึกทึ่งจึงเอ่ยว่า “อ่า ! ฉีโตวยังเด็กถึงเพียงนี้ แต่อ่านหนังสือออกแล้วงั้นรึ ? ” ฉีโตวเกาหัวแบบอายๆ แล้วตอบกลับว่า “ตอนไปเล่นที่บ้านของอู๋ซือ ข้าได้เรียนจากท่านพี่เหวินมาสองสามคำขอรับ...”

     

    “ฉีโตวนี่ฉลาดจริง ๆ ! ข้าได้ยินว่าพี่สามของเจ้ากำลังป่วยอยู่รึ ? ” โจวซือชู่ถามขึ้น

     

    “ใช่ขอรับ ! พี่สามไม่สบาย ถ้าหากท่านลุงใหญ่มิให้พวกเรายืมเงิน พี่สามอาจจะ...” เด็กน้อยก้มหัวอย่างหดหู่เขากับพี่สามออกจะเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย แต่เหตุใดท่านย่าถึงไม่ชอบพวกเขา ?

     

    “ฉีโตว เจ้าคุยกับใครอยู่ ? เหตุใดถึงยังมิรีบออกไปเก็บฟืนอีก! พวกเจ้านี่รู้จักแต่จะเล่น !  ทุกวี่ทุกวันเอาแต่ห่วงเรื่องกิน ! อีกทั้งยังมีพวกขี้โรคอยู่ในบ้านอีก ! ข้ามีเวรมีกรรมอะไรกับพวกเจ้านักหนา! ”

     

    โจวซือชู่ขมวดคิ้ว ‘เด็กเล็กเช่นนี้ก็ถูกสั่งให้ทำงานด้วยรึ ? ’

     

    ขณะที่กำลังคิดหญิงชราท่าทางใจร้ายก็เดินออกมาจากประตู นางมีท่าทางของหญิงปากร้ายที่ชอบด่าเสียงดังกลางที่สาธารณะ

     

    เมื่อเห็นคนที่ดูสง่างาม 3 คนตรงหน้านางจางก็กลืนคำด่าที่กำลังจะออกจากปากกลับลงไปทันทีต่อหน้าโจวซือชู่ที่เป็นชนชั้นสูงมาแต่กำเนิดนั้น ท่าทีคุกคามของนางจางก็เหี่ยวลงทันทีนางไหล่ห่อคอตกและถามด้วยเสียงขลาดกลัวว่า “ท่าน...พวกท่านมาหาผู้ใดรึเจ้าคะ ? ”

     

    ซือโม่รู้สึกรังเกียจความสองมาตรฐานของหญิงชราใจร้ายผู้นี้เขาจึงแสดงสีหน้าเหยียดหยามและเอ่ยถามว่า “นี่บ้านของหยูไห่ใช่หรือไม่ ? ”

     

    “หยูไห่ ? หยูไห่ไปล่วงเกินท่านเข้ารึเจ้าคะ? เจ้าสารเลวนั่นก่อเรื่องให้บ้านเราอยู่ตลอด !  คุณชาย หยูไห่ยังไม่กลับจากการล่าสัตว์ในภูเขาเลยเจ้าค่ะแต่มิว่าเขาจะทำสิ่งใดไว้ก็ไม่เกี่ยวกับข้า ! ”นางจางเห็นสีหน้าบึ้งตึงของซือโม่จึงกลัวมากจนพูดไม่ปะติดปะต่อ  พร้อมกับด่าและตัดญาติไปด้วย

     

    ซือโม่ยิ่งไม่พอใจและหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก“หยูไห่มิอยู่บ้าน แต่หยูเสี่ยวเฉาน่าจะอยู่ใช่หรือไม่ ? ”

     

    “เสี่ยวเฉา ? เด็กนั่นก็เกี่ยวข้องด้วยรึ? ว่าแล้วนังเด็กปากร้ายนั่นต้องก่อเรื่องเข้าสักวัน...นังเด็กตัวปัญหานั่นชอบสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเราเสียจริงๆ... ” นางจางพึมพำออกมาเสียงเบา

     

    “นางอยู่หรือไม่ ? ”สีหน้าของซือโม่ยิ่งไม่น่าดูมากยิ่งขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าคุณชายของเขาหรี่ตาซึ่งเป็นสัญญาณของความโกรธ

     

    “อยู่...ในห้องตะวันตก ! ” นางจางตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อซือโม่ขึ้นเสียงอย่างกะทันหัน  พวกเขาจะไม่โดนพวกชนชั้นสูงโกรธไปด้วยใช่หรือไม่?

     

    โจวซือชู่โยนสายบังเหียนให้ซือโม่แล้วเดินเข้าไปในลานบ้านพร้อมพ่อบ้านของเขาเขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเข้าไปในห้องตะวันตกที่เล็กและคับแคบ

     

    “คุณชายสามโจว ในที่สุดท่านก็มา ! ” ในห้องค่อนข้างมืดสลัว ตาของโจวซือชู่ยังคงปรับให้เข้ากับแสงในห้องไม่ได้ดังนั้นเขาจึงแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวเฉา

     

    โจวซือชู่มองไปรอบ ๆ และเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายภายในห้องมีเตียงใหญ่หนึ่งเตียง  ผ้านวมเก่า ๆ โกโรโกโสแต่พับไว้อย่างเรียบร้อยหีบหวายเก่า ๆ อันหนึ่งวางอยู่ที่หัวเตียง นอกจากเตียงแล้วก็มีโต๊ะไม้ที่เกือบจะพังแหล่มิพังแหล่ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ที่เรียบง่ายพวกนี้แม้แต่คนรับใช้ระดับต่ำที่สุดของตระกูลโจวก็ยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าพวกเขามาก

     

    โจวซือชู่ขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่ชอบใจ“เกิดอันใดขึ้นกับเงินที่เจ้าได้ไปกัน ? เงินไปอยู่ที่ใดหมด ? ผ้านวมแข็งกระด้างถึงเพียงนี้แล้วยังใช้ได้อยู่อีกรึ? ครอบครัวเจ้าหาเงินจากการขายสัตว์ป่าได้ตั้งมากมาย เจ้าอย่าได้ลังเลที่จะใช้มันสิ...”

     

    “ชู่ว...ชู่ว...” เสี่ยวเฉาดึงแขนของคุณชายสามทันทีถ้านางไม่เตี้ยเช่นนี้ นางคงเอามือปิดปากเขาไปแล้ว !

     

    “คุณชายสาม สุขภาพของข้ามิดีและป่วยง่ายครอบครัวของข้าเลยต้องยืมเงินมามากมายเพื่อเป็นค่ารักษา หลายวันมานี้เงินที่ท่านพ่อได้มาจากการล่าสัตว์ไม่พอจ่ายหนี้ด้วยซ้ำ! แล้วเราจะมีปัญญาไปซื้อเตียงใหม่ได้เยี่ยงไร ? ”หยูเสี่ยวเฉาปรับระดับเสียงแล้วพูดไปทางประตู

     

    โจวซือชู่มองตามสายตาของเสี่ยวเฉาและเห็นหญิงชราที่ดูหยาบคายกับผู้หญิงอ้วนกำลังมองเข้ามาในห้อง

     

    เขาส่งสัญญาณให้ซือโม่ด้วยสายตาซือโม่เดินออกไปนอกห้องตะวันตกและยืนจังก้าอยู่หน้าประตูเหมือนเป็นเทพทวารบาลพิทักษ์ประตูสีหน้าของเขาถมึงทึงพลางจ้องมองผู้หญิงทั้งสองที่ทำลับ ๆ ล่อ ๆ แอบดูพวกเขา

     

    นางจางและนางหลี่ดุร้ายเมื่ออยู่ที่บ้านเท่านั้นดังนั้นพวกนางทั้งสองจึงล่าถอยกลับไปที่ห้องใหญ่ด้วยความกลัวเมื่อเห็นสายตาของซือโม่

     

    นางหลี่มองเข้าไปในลานบ้านอย่างระมัดระวังแล้วทำท่ากระซิบกระซาบว่า“ท่านแม่ ! คนพวกนี้เป็นใครรึ ? พวกเขาดูเหมือนกับพวกทวงหนี้ !น้องรองไปยืมเงินจากคนปล่อยกู้หน้าเลือดมางั้นรึ ? พวกเขาคิดดอกเบี้ยสูงมากนะ ยืม1 ตำลึงนี่หมายถึงต้องจ่ายคืน 10 ตำลึงเชียวนะท่านแม่ ! ”

     

    นางจางอดกลัวขึ้นมามิได้ นางจึงด่าไปว่า “หยูไห่ไม่ยอมบอกเราว่าค่ายาของยัยเด็กเสี่ยวเฉานั่นเท่าใดสะใภ้สามบอกว่ามีโสมอยู่ในใบสั่งยาด้วย มันต้องแพงมากเป็นแน่ ! พวกตัวผลาญเงิน ต่อให้เอานังเด็กนั่นไปขายก็ไม่ได้ราคาเท่าค่าโสมมิใช่รึ ! ตัวหายนะชัด ๆ ถ้ารู้แต่แรกข้าคงจะบีบคอแล้วเอาไปโยนทิ้งที่ภูเขาตั้งนานแล้ว! ”

     

    “ท่านแม่ แล้วนี่พวกเราจะทำเยี่ยงไรกันดี? พวกนั้นส่งคนมาตั้ง 3 คน น้องรองต้องยืมเงินมาเยอะเป็นแน่ ถ้าน้องรองมิมีเงินจ่ายหนี้พวกนั้นจะเอาของในบ้านเราไปจ่ายหนี้แทนหรือไม่ ? มิมีทาง ! ข้าต้องไปซ่อนของมีค่าทั้งหมดไว้เสียก่อน... ! ” นางหลี่รู้สึกไม่สบายใจและอยากกลับไปที่ห้องตะวันออกของนาง

     

    นางจางเองก็ร้อนใจมากเช่นกัน นางดึงตัวนางหลี่กลับมาทันทีแล้วตะโกนออกมาเสียงดังว่า“ของมีค่าอันใดกัน ? ลูกใหญ่มิได้ซ่อนเงินเอาไว้ลับหลังข้าใช่หรือไม่ ? ”

     

    ใบหน้านางหลี่แข็งทื่อทันทีแล้วรีบตอบกลับว่า“ท่านแม่ เรามิได้ทำเยี่ยงนั้นนะ !ต้าชานเป็นลูกชายที่รับผิดชอบต่อหน้าที่และทุ่มเทเป็นอย่างมาก เขาไม่มีความคิดเช่นนั้นหรอก  เมื่อเร็ว ๆ นี้ข้ากลับไปที่บ้านท่านแม่ของข้า ท่านแม่ให้ผ้าข้ามาผืนหนึ่งแล้วนางก็แอบซ่อนเงินไว้ในนั้นให้ข้าด้วยท่านแม่เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจและมีเหตุผลมากที่สุด คงไม่ยึดเอาเงินที่ท่านแม่ของข้าที่ให้ข้ามาใช่หรือไม่? ”

     

    ความจริงนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางจางไม่เคยทำทุกครั้งที่บ้านแม่ของสะใภ้รองมาเยี่ยม พวกเขามักจะทิ้งของหรือเงินเอาไว้ให้นางเสมอแต่สุดท้ายของทุกอย่างก็เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของนางจาง ยิ่งกว่านั้นนางยังไม่ลืมเตือนพวกเขาอีกว่าถ้าพวกเขาไม่ส่งของมาให้ นางก็จะไม่จ่ายค่ารักษาให้กับพวกขี้โรคทั้งสองคน

     

    แต่บ้านแม่ของนางหลี่มีภูมิหลังที่แข็งแรงกว่านางจางจึงไม่กล้าทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นนางจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นว่านางหลี่เอาของกลับมาจากบ้านแม่ของนางอยู่ตลอดในเมื่อสิ่งของครึ่งหนึ่งที่นางนำกลับมาลูกชายของนางก็ได้ใช้ด้วย

     

    “ก็ได้ !ก็ได้ ! พวกนั้นจะสนใจเงินไม่กี่อีแปะของเจ้าหรือเยี่ยงไรกัน? ถ้ากังวลมากนักก็ไปจัดการเสีย แต่ระวังอย่าไปล่วงเกินคนพวกนั้นเข้าล่ะ ! ” นางจางรอจนกระทั่งนางหลี่ออกจากห้องไป จึงค่อยย้ายเงินในตู้ไปซ่อน

     

    เมื่อโจวซือชู่เห็นว่าลานบ้านเงียบลงแล้วเขาจึงมองไปที่หยูเสี่ยวเฉาแล้วนั่งลงบนเตียง “เอาล่ะ พวกเขาไปแล้ว เลิกแกล้งจนได้แล้ว !”

     

    “ข้ามิมีทางเลือกนี่ ! ท่านมิรู้สถานการณ์ของครอบครัวข้า !  ยายแก่นั่นห้ามลูก ๆ แอบเก็บเงินไว้เองโดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านสองของข้า ! นางจะคอยเฝ้าดูพวกเราอยู่ตลอดเหมือนพวกเราเป็นขโมย! ถ้านางรู้ว่าข้ามีเงินมากถึงเพียงนี้ล่ะก็ มีหวังครอบครัวของข้าคงโดนอาละวาดเป็นแน่! ” หยูเสี่ยวเฉาไม่อายที่จะพูดเรื่องครอบครัวของนาง

     

    ทุกครอบครัวต่างก็มีปัญหาของตนเองโจวซือชู่ส่ายหน้าแล้วกระซิบว่า “เยี่ยงนั้นถ้าเงินยังอยู่ในมือเจ้าต่อไปล่ะก็ มันคงต้องถูกเปิดโปงเข้าสักวันเป็นแน่เจ้าควรจะเอามันไปลงทุนทำธุรกิจกับข้า ! ”

     

    โจวซือชู่เพียงแค่แนะนำเท่านั้น แต่ไม่ได้คิดว่าหยูเสี่ยวเฉากำลังรอให้เขาพูดขึ้นมา“ข้าได้ยินมาจากเสี่ยวเหลียนแล้ว ธุรกิจอันใดกัน ถึงได้ยากเสียจนคุณชายสามโจวต้องมาดึงข้าเข้าไปร่วมด้วย? ”

     

    “อ่า !ยากเสียจนข้าจัดการมิได้งั้นรึ ? มีสิ่งใดที่คุณชายสามโจวอย่างข้าทำมิได้ด้วยรึไง ?” โจวซือชู่จ้องหน้าเสี่ยวเฉาแล้วเอ่ยต่อว่า “ข้าเพียงแค่สำนึกในบุญคุณที่เจ้าช่วยข้าเอาไว้ถึงได้อยากให้เจ้ามาร่วมสร้างโชคลาภด้วยกัน แต่ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าพูดเยี่ยงนั้นก็ลืมมันไปเสีย...”

     

    “ไม่ !” เมื่อหยูเสี่ยวเฉาเห็นว่าเขาจะกลับ นางจึงรีบดึงเขาเอาไว้ เมื่อกี้นางแค่แกล้งแหย่เขาเล่นเท่านั้นเองถ้ามันเป็นสิ่งที่แม้แต่ตระกูลโจวที่เป็นพ่อค้าใหญ่ยังจัดการไม่ได้แล้วลูกสาวชาวประมงเยี่ยงนางจะไปทำอันใดได้ ?

     

    “คุณชายสามโจวมีจิตใจกว้างขวางสูงส่งยิ่งอย่าได้โกรธเด็กเล็ก ๆ เยี่ยงข้าเลยนะเจ้าคะ !   ว่าแต่เป็นธุรกิจอะไรรึเจ้าคะ ? ช่วยบอกรายละเอียดข้าหน่อยได้หรือไม่?” หยูเสี่ยวเฉายิ้มและประสานมือคำนับอยู่หลายรอบ

     

    แน่นอนว่าโจวซือชู่มิได้โกรธนางจริง ๆดังนั้นเขาจึงยิ้มและตบหน้าผากของนางไปเบา ๆ  “นี่แน่ะ !หยุดทำท่าประหลาด ๆ ได้แล้ว ! ข้าอยากเปิดโรงงานผลิตซอสหอยนางรม  และขายสินค้าให้กับร้านอาหารใหญ่ ๆ ในเมืองใกล้เคียงแต่เจ้าเคยกล่าวว่าซอสหอยนางรมเก็บไว้ได้มินาน ข้าก็เลยมาถามว่าเจ้ามีวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือไม่? ”

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734