ผมชื่อวอร์ เกิดในครอบครัวธรรมดาๆ ทางภาคเหนือของประเทศ พ่อของผมทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ท่านต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ แต่ละปีท่านกลับบ้านไม่เกินสิบครั้งต่อเดือน ทำให้ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแม่
ตอนนั้นผมอายุ15ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 เพิ่งจะผ่านวันเกิดมาได้ไม่นาน แม่ของผมชื่อหยกเป็คนเชื้อสายจีนอายุ32 ปี แม่เป็ผู้หญิงที่สวยโดดเด่นมาก ต่างจากพ่อที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดา ตอนสมัยสาวๆ แม่ของผมเป็ที่รู้จักและชื่นชมของผู้คนในละแวกนั้น ด้วยความที่แม่แต่งงานกับพ่อั้แ่อายุยัง16ปี แม่เป็คนที่ดูแลตัวเองได้ดี ทำให้ถึงแม้อายุจะ32ปีแล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนคนอายุไม่ถึงสามสิบ เวลาที่ผมเดินไปไหนมาไหนกับแม่ คนที่พบเห็นมักจะเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็พี่น้องกันมากกว่าที่จะเป็แม่ลูกกัน ความผูกพันที่ลึกซึ้งและอบอุ่นระหว่างผมกับแม่นั้น ถักทอขึ้นจากความใกล้ชิดที่เรามีร่วมกันมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุผลที่พ่อของผมทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ ไม่ค่อยอยู่บ้านเป็เวลานาน และความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีของพวกท่าน ทำให้ผมนอนกับแม่มากที่สุดไม่ใช่พ่อของผม ความทรงจำในวัยเด็กของผมเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการได้นอนกอดแม่อยู่ในอ้อมกอดทุกค่ำคืน ั้แ่จำความได้ ผมก็ซบข้างกายแม่มาโดยตลอด แม้ปัจจุบันว่าผมจะแยกห้องนอนออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีแอบเข้าไปในนอนกับแม่อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อไม่อยู่บ้านเป็ส่วนใหญ่ แม่ก็เหงาและชอบมีคนอยู่เป็เพื่อน ดังนั้นท่านมักจะแค่ล้อผมสองสามคำขำขันที่ผมโตขนาดนี้แล้วยังอยากนอนกับแม่อยู่ หากพ่อกลับบ้าน ผมก็จะกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง แต่ตราบใดที่พ่อไม่อยู่บ้าน ผมก็จะนอนกับแม่การนอนด้วยกันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการััร่างกาย การนอนคว่ำในอ้อมกอดของแม่ หัวของผมจะเสียดสีกับหน้าอกของท่าน มือของผมวางอยู่บนหลังหรือท้องของท่านเป็เื่ปกติ แต่ตอนนั้นผมยังเด็กไม่ได้คิดอะไรมาก แม่ของผมก็คงจะคิดว่ามันเป็แค่ความใกล้ชิดระหว่างแม่ลูก
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น่วันหยุดสุดสัปดาห์ แม่อยากพากันไปเยี่ยมบ้านยายอยู่ห่างจากจังหวัดที่เราอยู่ประมาณร้อยโล ซึ่งตอนนั้นพ่อผมติดธุระเื่ธุรกิจไม่ได้ไปด้วย แม่เลยพาผมกลับไปกันแค่สองคน คุณยายพาไปดูห้องนอนของพวกเราที่จะใช้นอนคืนนี้มันเป็ห้องเก่าของแม่สมัยก่อน สภาพห้องยังดูดีสะอาดถึงจะไม่มีคนอยู่แต่ก็มักจะเข้ามาทำความสะอาดเสมอ คืนนั้นผมกับแม่นอนด้วยกัน พอตื่นเช้ามาแม่กำลังลุกขึ้นนั่งเพื่อใส่เสื้อชั้นใน ปกติแม่นอนใส่แค่ชุดนอนกับกางเกงในแล้วก็พูดกับผมด้วยรอยยิ้มว่า "วอร์ แม่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนะ"
นอนกับแม่มานาน ผมรู้ใจแม่ดี พอได้ยินแม่บอกว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมก็เลยหันหลังให้แม่โดยอัตโนมัติโดยที่แม่ไม่ต้องบอกอะไร ตอนนั้นผมยังไม่ทันตื่นดี คิดแต่เื่ที่จะรีบกลับเข้าเกมส์ffกับเพื่อนๆ
ขณะที่จดจอรอเข้าเกมส์ ผมก็รู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดที่หัว ผมหันไปมองด้วยความงงงวย เห็นแม่เอียงคอมองผมพร้อมรอยยิ้มแล้วพูดว่า "อ้าว วอร์แอบดูแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอ"
ได้ยินแม่พูดแบบนั้น ผมก็งงเป็ไก่ตาแตก ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ในหัวมีแต่เื่เกมส์ยิงคน ไม่เคยคิดที่จะแอบดูเลย แล้วทำไมถึงหาว่าผมแอบดูได้ล่ะ
"แม่ ผมไม่ได้แอบดู อย่ามาใส่ร้ายผมนะ ผมหันหลังให้แม่แล้วจะดูได้ยังไง หลังผมไม่ได้มีตานะ" ผมรู้สึกเหมือนโดนใส่ร้ายก็เลยรีบหันไปเถียง
"ยังจะมาบอกว่าไม่ได้ดูอีก ก็ตาโตขนาดนั้นมองกระจกทำไม" เห็นผมงง แม่ก็เอามือปิดปากขำผม
กระจกเหรอ กระจกอะไร
ผมค่อยๆ ได้สติ มองซ้ายมองขวา แล้วก็เห็นว่าข้างหลังมีตู้เสื้อผ้ามีกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนร่างของแม่ที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างพอดิบพอดี ไม่รู้เพราะเหตุใด ร่างของแม่ที่ผมเคยเห็นจนชินตา กลับกลายเป็ภาพที่สะกดสายตาผมให้จับจ้องอย่างไม่อาจละวางได้ เรือนร่างอ่อนช้อยที่ต้องแสงเงาขับเน้นให้เห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนินอกอิ่มที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้เสื้อไหมพรมแนบเนื้อนั้น ราวกับมีแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ทำให้หัวใจของผมเต้นระรัว และน้องชายของผมก็เริ่มตื่นตัว พองโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"แม่ครับ ผมไม่ได้ดูนะครับ ผมแค่เหม่อคิดถึงเื่เกมส์ที่เล่นไม่ได้ตั้งใจจะดูเลยจริง ๆ แล้วผมเพิ่งจะสังเกตเห็นกระจกบานนั้นเอง ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสังเกตเห็นมันเลยด้วยซ้ำ" ถึงแม้ในใจของผมจะรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้แอบดูแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าจริง ๆ ผมจึงตอบแม่อย่างหนักแน่น น้ำเสียงของผมเจือปนไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
พูดจบ ผมก็มุดตัวลงไปในผ้าห่ม พูดกับแม่อู้อี้ว่า "ผมบอกว่าไม่ได้ดูก็คือไม่ได้ดู ถ้าแม่ไม่เชื่อก็แล้วแต่แม่ ต่อไปเวลาแม่เปลี่ยนเสื้อผ้า ผมจะหลับตาอยู่ในผ้าห่มก็แล้วกัน รับรองว่าไม่เห็นแน่นอน"
"ลูกชายคนเก่งโกรธเหรอเนี่ย แม่แค่ล้อเล่นเฉย ๆ เองจ้ะ ดูก็ดูสิ ไม่เป็ไรหรอก อย่ามุดเข้าไปในผ้าห่มเลย ข้างในอากาศไม่ดี ออกมาเร็ว ๆ นะเด็กดี" เมื่อเห็นว่าผมดูเหมือนจะโกรธจริง ๆ แม่ก็ไม่กล้าล้อผมอีกต่อไป รีบปลอบผมให้ออกมาจากผ้าห่ม
แต่สุดท้ายผมก็ยังคงแกล้งงอนอยู่ในผ้าห่มอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งแม่แต่งตัวเสร็จและเดินออกจากห้องไป ผมถึงได้คลานออกมาจากผ้าห่ม
"บ้าจริง อึดอัดแทบแย่" ทันทีที่ได้ยินเสียงแม่ปิดประตู ผมก็รีบเปิดผ้าห่มออก ไม่สนใจว่าอากาศจะเย็นหรือเปล่า การที่ต้องอุดอู้อยู่ในนั้นไม่กี่นาที ทำให้ผมแทบจะหายใจไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อผมได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็เอกลักษณ์ของแม่ติดอยู่ในผ้าห่ม น้องชายของผมที่เพิ่งจะสงบลงไป ก็กลับมาผงาดขึ้นใหม่อีกครั้ง
หลังจากที่น้องชายของผมกลับสู่สภาวะปกติ ผมก็ไม่ได้นอนต่อ ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปทานอาหารเช้ากับแม่และยาย ก่อนที่จะใช้เวลาทั้งวันเล่นสนุกกับญาติๆ และกลับเข้าเมืองใน่เย็น
ในตอนเย็น ผมเข้าห้องตัวเองเล่นเกมออนไลน์ไปได้สักพัก ผมก็รู้สึกเบื่อหน่าย ผมจึงเงยหน้าขึ้นเดินไปล็อคกลอนประตู ผมก็เปิดเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาดู ถึงแม้ว่าผมจะเคยชื่นชอบเื่ราวความรักในรั้วโรงเรียนและภาพยนตร์ AV ที่มีเนื้อหาทำนองนั้นมากเพียงใด แต่ในวันนี้ผมกลับไม่อาจจดจ่ออยู่กับมันได้เลย ทันใดนั้นเองสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นรายการแนะนำทางด้านขวาของเว็บไซต์ และสะดุดเข้ากับนิยายเื่หนึ่งที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแม่ลูก ราวกับมีแรงดลใจบางอย่าง ผมจึงคลิกเข้าไปอ่านอย่างไม่ลังเล ในอดีตผมเองก็เคยผ่านตาเื่ราวแนวแม่ลูกมาบ้าง แต่ในตอนนั้นผมไม่ได้มีความคิดใดๆ ในเชิงนั้นเลยทุกครั้งที่ผมได้อ่านนิยายอีโรติก หากพบเจอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของแม่ลูก ผมก็จะข้ามไป หรือไม่ก็ปิดทิ้งไปเลย แต่ในวันนี้ เมื่อผมได้อ่านเื่ราวความรักที่ผู้เขียนได้บรรยายถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของแม่ลูก ผมกลับรู้สึกหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และน้องชายของผมก็เริ่มตื่นตัว ขยายใหญ่ขึ้นจนรู้สึกเ็ปเมื่อเสียดสีกับกางเกงยีนส์
ภาพของแม่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกผุดขึ้นมาในหัวของผมอย่างต่อเนื่อง ผมเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่วันนั้นผมเอาแต่สนใจจดจ่อกับเกมส์มือถือมากเกินไป หากผมวอกแวกเหลือบมองกระเงาบานนั้นสักนิด ผมก็คงได้เห็นแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าไปแล้ว
ใน่สิบกว่าวันต่อมา ผมไม่ได้นอนร่วมห้องกับแม่อีก ไม่ใช่เพราะผมโกรธที่เธอเข้าใจผมผิด แต่เป็เพราะจิตใจของผมยังคงต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างหนัก ผมรู้ดีว่าการมีเพศสัมพันธ์กับแม่เป็สิ่งที่ผิดศีลธรรมและที่ผ่านมาผมเองก็ไม่เคยมีความสนใจในเื่แบบนี้เลย แต่หลังจากที่ผมได้กลับมาจากบ้านของยาย ภาพของหน้าอกที่สูงตระหง่านของแม่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกก็วนเวียนอยู่ในหัวของผมอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อดูหนัง AV หรืออ่านนิยายอีโรติก ผมก็ไม่สามารถทำใจให้เหมือนเมื่อก่อนได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่ผมเห็นเื่ราวที่เกี่ยวกับ "แม่ลูก" ผมก็อดไม่ได้ที่จะคลิกเข้าไปอ่าน และทุกครั้งที่ผมได้อ่านเื่ราวเ่าั้ น้องชายของผมก็จะตื่นตัวและขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่าประหลาด ผมจินตนาการถึงฉากที่ผมได้ััหน้าอกของแม่ และแท่งเนื้อของผมได้กระแทกเข้าไปในช่องคลอดของแม่อย่างรุนแรง แต่หลังจากที่ผมได้ปลดปล่อยความใคร่ของผมออกมาแล้ว ผมกลับรู้สึกว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด อย่างไรก็ตาม การที่ผมไม่ได้นอนกับแม่เป็เวลาหลายวัน ก็ถือเป็เื่ดีไปโดยปริยาย เพราะแม่คิดว่าผมโกรธเธอจริงๆ และนั่นจึงเป็ชนวนเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญในครั้งนี้ และแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็เริ่มต้นขึ้น
แม่ของผมทำงานเป็พนักงานขายเสื้อผ้าอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อเงินเดือน แต่เป็เพียงงานอดิเรกเพื่อคลายเหงาเท่านั้น
ในวันศุกร์ แม่กลับมาถึงบ้านหลังเลิกงานตามปกติ ขณะที่ผมกำลังนอนดูทีวีอยู่บนโซฟา แม่ก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "ไอ้ตัวแสบ กลับมาถึงบ้านปุ๊บก็ดูทีวีเลย ทำการบ้านเสร็จหรือยัง"
"อย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับแม่ วันนี้วันศุกร์ ยังมีวันหยุดสุดสัปดาห์อีกตั้งสองวันนี่ครับ พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้มั้ง" ผมตอบกลับไปอย่างขอไปที ขณะที่สายตาของผมจับจ้องไปที่แม่ ซึ่งกำลังถอดรองเท้าอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าบ้าน แม่สวมชุดสูทกระโปรงยาวคลุมเข่าสีเบจ มือข้างหนึ่งจับอยู่ที่ตู้รองเท้า ส่วนขาซ้ายยกขึ้นไปด้านหลังเพื่อถอดรองเท้า ส้นเท้าข้างซ้ายเกี่ยวเข้ากับขอบรองเท้า ก่อนที่ปลายเท้าที่สวมถุงน่องสีดำจะหลุดออกจากรองเท้าส้นสูงอย่างง่ายดาย เหมือนกับเด็กสาวแสนซนคนหนึ่ง
ภาพที่ผมได้เห็นนั้นช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน บั้นท้ายของแม่ภายใต้กระโปรงรัดรูปนั้นดูงอนงามเหลือเกิน ยามที่แม่ก้มลงไป ร่องอกของแม่เผยให้เห็นบราลูกไม้สีแดงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า และเรียวขาที่เรียวยาวภายใต้ถุงน่องสีดำที่สูงถึง 169 เิเนั้น ทำให้แท่งเนื้อของผมขยายใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้
หลังจากที่แม่ถอดรองเท้าเสร็จ แม่ก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ ผม และมองมาที่ผมด้วยสายตาเอือมระอา "ไอ้ลูกคนนี้ เอาแต่ดูทีวีแบบนี้ระวังสายตาจะเหล่นะ แล้วทีนี้จะไปหาแฟนที่ไหนได้"
พูดจบแม่ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น พร้อมกับบิดี้เีเล็กน้อยก่อนจะหยิบหมอนอิงข้าง ๆ มาหนุนแล้วพูดว่า "ลูกชายช่วยนวดขาให้แม่หน่อยสิ แม่ยืนทั้งวันจนเมื่อยไปหมดแล้ว" พูดจบแม่ก็ยื่นเรียวขาที่สวมถุงน่องสีดำทั้งสองข้างมาตรงหน้าผม วางลงบนตักของผม เมื่อก่อนเวลาที่แม่รู้สึกเหนื่อย แม่ก็จะเรียกให้ผมช่วยนวดขาและนวดบ่าให้ และในวันนี้แม่ก็ยื่นขาของเธอมาตรงหน้าผมอย่างเป็ธรรมชาติ แต่ด้วยความที่ผมมีความคิดบางอย่างแอบซ่อนอยู่ในใจ การเผชิญหน้ากับแม่ในวันนี้จึงไม่อาจทำให้ผมรู้สึกสงบได้อีกต่อไป สายตาของผมไล่จากปลายเท้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถุงน่องสีดำ ขึ้นไปที่เรียวขาสวยที่เรียวเล็กและได้รูป ไปจนถึงต้นขาที่อวบอัด และบริเวณโคนขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถุงน่องสีดำนั้น เผยให้เห็นถึงความแดงระเรื่อที่อยู่ลึกลงไป
ด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อและหัวใจที่เต้นรัว ผมรู้สึกได้ถึงกระแสเืที่ไหลจากหัวใจไปยังน้องชายของผมอย่างรุนแรง ภายใต้การกระตุ้นของอารมณ์ทางเพศ แท่งเนื้อของผมก็ขยายใหญ่ขึ้นทันที หากไม่มีผ้าห่มบาง ๆ ที่คลุมร่างกายของผมไว้ ผมคงจะ "โป๊ะแตก" ไปนานแล้ว
"นวดเท้าก็ได้นะ แต่เดี๋ยวต้องจ่ายค่าบริการด้วยนะ" ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เมื่อเจอเื่ดี ๆ แบบนี้ ผมจึงไม่ปฏิเสธ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อแม่สักเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นในใจ
เมื่อเห็นว่าแม่ได้วางขาของเธอลงบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว และกำลังดูทีวีอย่างสบายอารมณ์ ผมก็เริ่มลงมือ
ผมยื่นมือออกไปจับที่ปลายเท้าอันอ่อนนุ่มของแม่ และแสร้งทำเป็ไม่รู้อะไร ถามแม่ว่า "แม่ครับ แม่เมื่อยตรงไหนครับ ตรงนี้ ตรงนี้ หรือตรงนี้"
โดยไม่รอให้แม่ตอบ ผมก็เริ่มนวดจากปลายเท้า ไล่ขึ้นไปที่ส้นเท้า น่อง หัวเข่า และต้นขา ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ผมจึงไม่กล้าที่จะลูบไล้ต่อไปข้างบน ทำได้เพียงคลึงเคล้นบริเวณปลายเท้า น่อง และต้นขาไปมา มือของผมััได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่าเท้าของแม่ ััได้ถึงความนุ่มลื่นของถุงน่อง และความเนียนละเอียดของผิวเนื้อบริเวณต้นขา หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทันใดนั้น มือของผมก็เริ่มคลึงเคล้นที่ปลายเท้าของแม่ ไล่ขึ้นมาที่ส้นเท้า น่อง หัวเข่า จนถึงต้นขา ด้วยความประหม่า ผมจึงไม่กล้าลูบไล้ต่อไป ได้แต่คลึงเคล้นวนเวียนอยู่ที่ปลายเท้า น่อง และต้นขา ััได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่าเท้าแม่ ความนุ่มลื่นของถุงน่อง และความอ่อนหยุ่นของต้นขา หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
หลังจากคลึงเคล้นได้ราวสิบกว่านาที แม่ก็เห็นว่าผมเริ่มมีเหงื่อออกที่หน้าผาก็รู้สึกเป็ห่วง จึงดึงขาของเธอกลับคืนมา ลุกขึ้นโอบกอดผมไว้ในอ้อมแขน จูบที่ใบหน้าของผมอย่างแรงหลายครั้งพร้อมกับพูดว่า "ลูกรักของแม่เหนื่อยแล้ว มาให้แม่รางวัลหน่อย"
"รางวัลแค่นี้ยังไม่พอหรอก" ผมพูดอย่างงอนๆ
ผมถูกแม่กดไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของผมซบอยู่กับหน้าอกของแม่ จมูกของผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแม่ ผมถูไถใบหน้าของผมกับอกของแม่สองสามครั้ง แต่ก็ยังไม่พอ ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่ ทำปากยื่นอย่างแกล้งงอน ใครจะรู้ว่าแม่กลับจูบผมที่ริมฝีปาก
ผมแค่อยากจะอ้อนแม่เล่นๆ ไม่คิดว่าแม่จะตามใจผมขนาดนี้ โชคดีที่ผมตั้งตัวทัน หลังจากถูกแม่จูบ ผมก็จูบกลับไปที่ริมฝีปากของแม่อย่างแรง แล้วก็พูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่าแม่ขโมยจูบแรกของผมไป ต้องชดใช้
ผมเล่นกับแม่อยู่บนโซฟาได้สักพัก เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง ก็เห็นว่ามันชี้เวลาหกโมงครึ่งแล้ว แม่รีบลุกขึ้นไปทำอาหารเย็นในครัว ก่อนไปก็ยังถูกผมรั้งไว้จูบอีกครั้งถึงจะยอมปล่อย
หลังจากทานอาหารเย็น ผมกับแม่ก็นั่งดูทีวีด้วยกันสักพัก แล้วออกไปเดินเล่นในเมือง กลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาที่ต้องนอนแล้ว หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็เอนกายลงบนเตียงเตรียมตัวนอน ในขณะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงแม่เรียกอยู่หน้าประตู "วอร์ ยังโกรธแม่อยู่เหรอ มานอนกับแม่เถอะ นอนคนเดียวจะเตะผ้าห่มอีก ่นี้อากาศยังเย็นอยู่นะ เดี๋ยวจะไม่สบาย"
"ไม่ได้โกรธสักหน่อย" ผมตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่ก็เปิดประตูเข้ามานั่งข้างเตียง แม่ของผมอยู่ในชุดนอนสีชมพู ไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน ทำให้เห็นยอดอกที่ตั้งเด่นชัดเจน ขาเรียวขาวผ่องของแม่ที่พ้นจากถุงน่องนั้นขาวสว่างภายใต้แสงไฟ ราวกับมีแสงออร่าจากน่องจรดต้นขา แทรกซึมเข้ามาในใจของผม
อากาศยังคงเย็นเล็กน้อย แม่ที่ใส่แค่ชุดนอนนั่งลงข้างๆ ผมแล้วเปิดผ้าห่มแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่มของผม ดึงผมเข้าไปกอดอย่างอ่อนโยน กลัวว่าผมจะยังไม่หายงอน
ที่จริงผมไม่ได้โกรธจริงๆ หรอก ผมจะโกรธแม่ได้อย่างไร แต่ในเมื่อการงอนทำให้ผมได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้ ผมจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่นอน ผมซบหน้าผากับไหปลาร้าอันบอบบางของแม่ จมูกของผมััได้ถึงกลิ่นหอมของหน้าอกแม่ การกระตุ้นแบบนั้นทำให้เ้าโลกของผมตื่นตัวอีกครั้ง ผมจึงต้องงอตัวเพื่อให้่ล่างของผมห่างจากร่างกายของแม่ เพื่อไม่ให้แม่รู้ว่าตอนนี้ผมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากแค่ไหน ในขณะเดียวกัน มือซ้ายของผมก็เอื้อมไปโอบกอดแม่ไว้ข้างหลัง ลูบไล้แผ่นหลังอันนุ่มลื่นของแม่ผ่านชุดนอนผ้าไหมอย่างแ่เบา ส่วนมือขวาก็โอบรอบคอแม่เกี่ยวไหล่ของเธอไว้
เราสองแม่ลูกคุยเล่นกันบนเตียงอีกพักหนึ่ง เห็นว่าผมอารมณ์ดีขึ้น แม่ก็ชวนผมไปนอนด้วยกัน บอกว่านอนคนเดียวหนาว เมื่อแม่้าให้ผมนอนด้วย และผมก็อยากนอนกับแม่เพื่อััใกล้ชิดกับเธออยู่แล้ว แน่นอนว่าผมจะไม่โง่พอที่จะพูดความจริงต่อหน้าเธอ หลังจากนั้นผมก็แสร้งทำเป็จำใจตอบรับคำขอของแม่
ต่อมาแม่ลุกขึ้นกลับไปที่ห้องนอนข้างๆ ผมก็ลุกจากเตียงตามแม่ไปติดๆ
เมื่อมาถึงห้องนอนแม่ ผมก็เข้าไปนอนในผ้าห่มกับแม่ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ผมก็ผล็อยหลับไป ไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกทีก็เป็ตอนเช้า แสงแดดส่องเข้ามาในห้องนอน
ตอนนี้ผมกับแม่นอนแนบชิดกัน ชุดนอนสีชมพูของแม่หลุดลุ่ยลงมาจากบ่า เผยให้เห็นหน้าอกข้างซ้ายครึ่งหนึ่ง มันช่างกลมกลึงและงดงามเหลือเกิน ภาพนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของผม ผมรู้สึกปากแห้งผาก กลืนน้ำลายก็ลำบาก
มองดูหน้าอกของแม่ มือของผมอยากจะเอื้อมไปดึงสายชุดนอนของแม่ลงมาอีก แต่สติก็บอกผมว่าทำแบบนั้นไม่ได้ สติกับราคะตีกันในใจผม ตอนนี้ผมหวังเหลือเกินว่าแม่จะขยับตัวสักนิด ให้ชุดนอนหลุดลงมาอีก เผยให้ผมได้เห็นทรวงทรงของแม่ทั้งหมด "อืม..."
เสียงครางแ่เบาจากคุณแม่ บอกให้ผมรู้ว่าท่านคงใกล้จะตื่นแล้ว ความคิดที่จะเลื่อนสายเสื้อชั้นในลงจากลาดไหล่พลันมลายหายไป พร้อมๆ กับน้องชายแข็งตัวด้วยแรงกำหนัดก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อคุณแม่ตื่นขึ้นมาและเห็นว่าผมตื่นก่อน ท่านจึงก้มลงมาจุมพิตที่แก้มผม ผมตั้งท่าจะจูบตอบที่ริมฝีปากอิ่มเอิบนั้น เหมือนอย่างที่ทำเมื่อวาน แต่ก็ถูกคุณแม่ห้ามไว้ด้วยเหตุผลที่ว่าผมยังไม่ได้แปรงฟัน ท่านไม่อนุญาตให้ผมจูบปากอย่างเด็ดขาด ผมจึงทำได้เพียงประทับรอยจูบลงบนแก้มนวลเนียนนั้นแทน อย่างไรก็ตาม การได้จูบกับแม่ก็ถือเป็ความก้าวหน้าครั้งใหญ่แล้ว ส่วนเื่ร่างกายค่อยว่ากันทีหลัง ยังไงก็ต้องมีโอกาส