
เครดิตภาพจาก https://www.peakpx.com
…………………
หลังจากเก๋เสร็จกิจ เธอก็อาบน้ำต่อ ภายในใจนึกละอาย ที่ทำแบบนี้กับตัวเอง
“เฮ้อ…..น่าอายจัง แต่ช่วยไม่ได้ นายหรั่งดันมาทำให้เรารู้สึกค้างคาเลยต้องหาทางระบายออก ”
สาวเก๋ใช้เวลาชำระล้างร่างกายอยู่เกือบยี่สิบนาที เธอจึงรู้สึกว่าสะอาด เลยเดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูสั้นพันกาย เพื่อมาเช็คความสวยใสหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทว่า…..
“ ว้าย!นายหรั่งหายไปไหน ”
สาวสวยรับรู้ถึงลางแห่งหายนะ เพราะประสบกับเตียงนอนที่ว่างเปล่า แต่เธอก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเอง
“เป็ไปไม่ได้ นายหรั่งเพลียขนาดนั้น จะไปไหนได้ น่ากลัวจะกลิ้งเกลือกอยู่ข้างเตียงเพราะหมอนั่นเป็คนนอนดิ้น ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น สาวสวยจึงเดินไปสำรวจที่ข้างเตียงหวังจะเห็นแฟนหนุ่มนอนหงายอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งที่ประจักษ์ มีเพียงความว่างเปล่า
“ เอ๊ะ!ไม่อยู่ข้างเตียงนี่นา หรือว่าเขาจะแอบไปดูดบุหรี่ที่ระเบียงเพราะตานั่นก็เป็คนสูบจัดอยู่เหมือนกัน ” สาวเก๋ยังมองโลกในแง่ดีได้อีกเธอจึงตรงไปเปิดประตูกระจก เพื่อออกไปสู่ระเบียงรับลมของโรงแรมแต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ
“ ตรงนี้ก็ไม่อยู่หรือว่าตานั่นจะกลัวว่าเราเหม็นกลิ่นบุหรี่ เลยแอบไปสูบหน้าห้อง แต่เท่าที่คบกันมาหลายปีก็ไม่เคยเห็นนายหรั่งมีมารยาทขนาดนั้น ” แม้เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็แบบนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เก๋ก็ยอมเสี่ยง จึงรีบวิ่งออกไปนอกห้องทว่าก็พบกับความผิดหวังอีกครั้ง เมื่อประสบกับทางเดินยาวที่ว่างเปล่า
“ ว้าย!ตรงนี้ก็ไม่มี แล้วมันหายไปไหน ”
ถึงเก๋จะล้มเหลวหลายหน แต่ก็พยายามต่อไป ด้วยการค้นหาตามใต้เตียงวนไปดูในห้องน้ำ เปิดตู้เสื้อผ้า ถึงกระนั้น ก็ยังไร้ผล จึงใช้วิธีสุดท้ายนั่นก็คือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสาย
“ ทรงอย่างแบดแซดอย่างบ่อย เธอไม่อินกับผู้ชาย bad boy ทรงอย่างแบดแซดอย่างบ่อย เธอไม่รักฉันก็คงต้องปล่อย”
เสียงรอสายยอดฮิตของเพลงทรงอย่างแบด ดังก้องสองหูของเก๋ทำให้รู้ว่านายหรั่งได้ทิ้งโทรศัพท์ของตัวเองไว้ในห้องนี้ จึงพยายามค้นหาที่มา เลยพบว่ามันอยู่ตรงหัวเตียง
สาวสวยเดินไปดูตามสัญชาตญาณ จึงพบกับไอโฟน 18 อันเป็อุปกรณ์สื่อสารประจำตัวของนายหรั่งทว่าเ้าสิ่งนั้นได้ทับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เก๋เลยรีบหยิบมันขึ้นมาปรากฏว่ามีข้อความระบุอยู่ข้างใน อ่านจับใจความได้ว่า……
“ขอโทษทีที่ทำให้ใ พอดี เพื่อนของหรั่งมีเื่เดือดร้อน โดนตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับ ต้องรีบไปช่วยมัน อาจจะกลับมาในตอนเช้าฝากขอโทษไอ้พี่ชายของหรั่งด้วย ”
รีแอคชั่นแรกของเก๋คือยืนนิ่ง ต่อมาคือกำหมัดแน่น ก่อนจะเขวี้ยงไอโฟน18 ของหรั่งลงบนเตียงนอน (ไม่กล้าทุ่มลงพื้น เพราะกลัวมือถือพัง)ปากก็โวยวายเสียงดัง
“ไอ้หรั่งบ้า ไม่มีใครโดนข้อหาเมาแล้วขับกลางเชียงใหม่หรอกเพราะมันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร นายหาเื่หนีเที่ยวชัดๆ กลับมาแม่จะตบให้ตาเล็ด กรี๊ด……”
…………………..
หรั่งชิ่งหนีได้อย่างหวุดหวิด พร้อมแจ๊คเก็ตหนังคู่ใจท่อนล่างสวมกางเกงยีนต์ และรองเท้าผ้าใบที่ดูธรรมดา แถมผมก็เซ็ตแบบลวกๆด้วยถูกความรีบร้อนเข้าจู่โจม ทว่าเขาก็ยังดูเด่นเป็สง่าเพราะมีรูปร่างที่สูงสมส่วน แถมใบหน้าเรียวยาวก็ยังหล่อเหลาแบบลูกครึ่งไทย อเมริกาดังนั้น จึงต้องตกเป็เป้าสายตาของทุกสาวที่เดินผ่านมา
“ หึ หึหึ มาถึงเชียงใหม่ทั้งที จะให้อุดอู้อยู่กับแฟนอย่างเดียวได้ยังไงเพราะที่นี่คือเมืองหลวงแห่งแดนเหนือ แถมสาวคำเมืองก็ยังสวยบรรลัย ดังนั้นเราต้องท่องราตรีทั้งคืน เพื่อจารึกความทรงจำดีๆไว้ในสมอง ”
เมื่อหรั่งตัดสินใจได้ดังนั้น เขาจึงตรงไปที่รถแท็กซี่ซึ่งจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ริมฟุตบาท เพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางที่้านั่นก็คือ……ผับดังใจกลางเมือง
“Let Go คืนนี้ เราจะสนุกให้สุดเหวี่ยง ”
……………………
ผับแมงกาโต้ เป็สถานบริการที่ครบครัน มีทั้งเพลงมันๆโดนใจวัยรุ่นอาณาเขตก็กว้างขวางประมาณ 10 คูหา แถมยังมีสองชั้นทำให้จุผู้คนได้มากกว่า 500 ชีวิต
“ ตื้ดตี้ ตื้ด…..”
เสียงดนตรีแนวแดนซ์ที่มีเหล่าดีเจคอยรีมิกซ์ ดังอย่างต่อเนื่องแถมภายในผับอันโอ่อ่า ยังมืดสลัวจนมองไม่เห็นหน้า มีเพียงแสงสีวับๆแวบๆจากไฟเธคคอยสาดส่องให้ความสว่าง จึงพบกับผู้คนหลายร้อย ซึ่งหวังมาหาความบันเทิงชั่วคราว
“อื้อ…หือ…บรรยากาศที่นี่ดูเยี่ยม ไม่แพ้แหล่งเที่ยวในกรุงเทพ ”หรั่งสะบัดแจ็คเก็ตหนังหนึ่งที ก่อนเบียดผู้คนที่ยืนเต้นสลับดื่มกินเพื่อหาทำเลงามๆมาปักหลัก และแล้ว เขาก็มองเห็นมุมเหมาะซึ่งเป็โต๊ะยาวทางด้านซ้ายมือ
“อืม…เอาตรงนั้นแหละ ที่นั่นจะเป็ฐานบัญชาการของเรา ”
ทันทีที่หรั่งฝ่าด่านผู้คนจนมาถึงจุดหมาย เขาก็นั่งลงบนโต๊ะไม้ที่ว่างพร้อมหันไปสั่งเหล้าจากบ๋อยหนุ่มที่ตามมาให้บริการ
“มาร์ตินี่ 1 เขย่า แต่ไม่ต้องคน ”
“รับทราบครับ ” บ๋อยร่างสูงก้มหน้ารับคำ แล้วเดินจากไปเพื่อไปชงเครื่องดื่มตามบัญชา หรั่งจึงหันกลับมาสนใจเป้าหมายหลัก
“อืม….ทีนี้ ก็มองหา……อาหารตา”
เพียงไม่ถึงอึดใจ หรั่งก็สมประสงค์ด้วยมีบางคนเอามือมาลูบหัวไหล่แกร่งของเขา จากััที่ได้รับ บอกให้รู้ว่าคนๆนี้น่าจะเป็สตรีเพราะมีผิวที่เนียนนุ่ม และเมื่อหนุ่มลูกครึ่งหันไปมอง ก็พบว่า….ไม่ผิดจากที่คาด
“ ว้ายว้าย ว้าย ดูดีเหลือรับประทาน คุณชื่ออะไรคะ พ่อรูปหล่อ ” สาวนางที่ถือวิสาสะน่าจะมีวัยประมาณ 20 ปลาย 30 ต้น เธอไว้ผมสั้นปะบ่าที่ย้อมสีบรอนด์ ทำให้ดูอินเตอร์ แต่ดันไปขัดกับใบหน้าหมวยๆที่แลสดใส
หรั่งนิ่งพิจารณาอยู่อึดใจ เพราะถึงสาวนางนี้จะไม่สวยถูกใจเท่าไหร่แต่แม่คุณก็มีทรวดทรงที่งดงาม เพราะแทบไม่เห็นไขมันส่วนเกินจากเรือนร่างที่สวมชุดเดรสยาวแบบรัดเข้ารูปเขาจึงแนะนำตัว พร้อมรอยยิ้ม
“ สวัสดีครับผมชื่อหรั่ง ยินดีที่ได้รู้จัก ”
“หวัดดีจ้า ชั้นชื่อ…แอน พักอยู่แถวนี้ ” สาวหมวยในชุดเดรสแดง พูดจบก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ พร้อมชะม้ายชายตา เป็เชิงเชื้อเชิญ
เพียงแค่เห็นอากัปกิริยาของอาคันตุกะสาว หรั่งก็แทบจะดูออกว่าสตรีนางนี้ น่าจะชวนเขาขึ้นห้องอย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งหนุ่มหล่อก็ไม่คิดจะปฏิเสธ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลุกจากที่นั่งเพื่อไปเที่ยวต่อที่นคร์ ก็มีเสียงใสๆร้องทัก
“หวัดดีค่า พี่หรั่งมาเที่ยวเชียงใหม่หรือคะ ”
หรั่งรีบหันกลับมามอง เพราะฟังจากบทสนทนา บอกให้รู้ว่าอนงค์นางนี้รู้จักเขาล้านเปอร์เซ็นต์และเมื่อได้ยลแบบเต็มสองตา ก็พบว่าเป็ดรุณีแรกรุ่นในเสื้อสายเดี่ยวที่บางเฉียบส่วน่ล่างก็นุ่งกระโปรงสั้นสูงสามคืบ
“อะ…เอ่อ….คะ…ครับ ผมมาเที่ยวเชียงใหม่ ” หรั่งทวนคำดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสวยใสไร้สิวของเด็กสาว ในใจแอบขบคิดอยู่สองอย่างนั่นก็คือ…..เธอเป็ใคร แล้วเข้ามาในผับนี้ได้อย่างไร พวกการ์ดไม่ตรวจบัตรประชาชนเลยรึไง
เหมือนสาวน้อยจะอ่านใจของหรั่งออก เพราะดวงตาของหนุ่มหล่อมันฟ้องซะขนาดนั้น เธอจึงช่วยเหลือ ด้วยการรำลึกถึงความหลัง
“ แหม……พี่หรั่งทำเป็จำหนูไม่ได้ ก็เมื่อปีกลายพี่มาสาธิตวิธีการเล่นสเก็ตบอร์ดที่โรงเรียนของหนูไง ”
พอถึงตรงนี้ หรั่งเริ่มนึกออก เพราะเมื่อปีก่อนเขาได้มีโอกาสไปสอนนักเรียนมัธยมต้นให้เล่นกีฬาเอ๊กซ์ตรีมตามคำขอร้องของผู้อำนวยการที่เป็เพื่อนสมัยมหาลัย แน่นอนด้วยความหล่อเหลาดุจเทพบุตร จึงมีเหล่าเด็กสาววัยขบเผาะมารุมล้อมและนางที่ตามตอแยมากที่สุดก็คือ….
“ จ๊ะจ๋าใช่มั้ยเนี่ย ” หรั่งร้องทัก เพราะไม่ลืมสาวน้อยจอมแสบ ที่คอยติดพันเป็เงาตามตัวแถมยังพยายามขอเบอร์ทุกสิบนาที แต่เขาไม่เล่นด้วย เนื่องจากเธอนั้นเด็กเกินไปขืนเผลอตัวไปยุ่ง มีหวังต้องกินข้าวแดงอย่างแน่นอน ทว่าเมื่อพิจารณาในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป
สาเหตุที่หรั่งคิดเช่นนี้เพราะประสบกับบักแตงโมที่ซ่อนตัวตนอยู่ในสายเดี่ยวคอเว้า ด้วยสายตาที่เฉียบคมทำให้รู้ว่านี่คือ…ของจริงอย่างแน่นอน
“อื้อหือ….ทำไม เด็กสมัยนี้ถึงได้โตไวนัก ไม่เห็นแค่ปีเดียว ก็พัฒนาถึงเพียงนี้ ”
เหมือนจ๊ะจ๋าจะรู้ว่าหนุ่มหล่อลูกครึ่งคิดอะไร เพราะสังเกตได้จากดวงตาคมที่แลเคลิบเคลิ้มแถมยังจรดจ่อกับฟักแฟงคู่โตอยู่ตลอด เธอจึงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อไมตรีด้วยการก้มตัวลงต่ำ เพื่อให้อีกฝ่ายได้ยลภาพกีฬามันๆแบบเต็มสองตา
“ โอ้ว…..นี่มัน”
แอนเห็นท่าไม่ดี เพราะมีแววว่านางแมวเด็กจะมาแย่งเหยื่อสวาทหน้าหล่อแต่มีหรือว่าสาวหมวยไฟแรงสูง จะยอมรามือให้ง่ายๆ เธอจึง่ชิงด้วยการโผเข้าไปกอดแขน พร้อมออเซาะเสียงหวาน
“พ่อรูปหล่ออย่าไปสนใจนังเด็กกะโปโลเลย ละอ่อนแบบนี้ ทำอะไรไม่เป็หรอกมาร่วมสนุกกับผู้มีประสบการณ์แบบแอนดีกว่า รับประกันว่าหรั่ง…..ต้องติดใจไปจนวันตาย ”
คำพูดสองแง่สองง่ามของสาวหมวยทรงเสน่ห์ ดูจะดึงดูดใจของหนุ่มหล่อแต่ที่ตราตรึงสุดๆ หาใช่กระแสเสียงที่หวานใสหรือเนื้อหา กลับเป็ััหยุ่นนิ่มที่กำลังกระทบต้นแขนแถมสิ่งเดียวที่ขวางกั้นเนื้อใน ก็มีเพียงเดรสแดงผ้าบาง
“อู้ว…..จะว่าไป แม่หน้าหมวยนี่ก็ไม่ใช่ย่อยแฮะทรวดทรงของเธอช่างนุ่มนิ่มดีเหลือเกิน หึ หึ หึ…..”
แน่นอนว่าศึกชิงนายครั้งนี้ คงจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไม่มีใครยอมใครและในขณะที่สองสาวต่างวัยกำลังเขม่นกัน เพื่อแย่งผู้เกรดเอหรั่งก็หันไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่บนชั้นสอง
“ เอ๊ะ! นั่นมัน……”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
