บทที่ 12
ละเว้นสกุลเจียง
จวนสกุลเจียง ผงาดง้ำค้ำฟ้า มิสู้มั่งคั่งคุณธรรม
"เข้าไปสิ มีข้าอยู่ด้วยทั้งคนไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว"
หลานเจ๋อเห็นทีท่ายึกยักก็เกิดรำคาญลูกตา ถอนหายใจฝืนจูงมือนางเข้าจวนตรงหน้าที่เดิมทีเคยเป็ของคนแซ่เจียง ในขณะที่เขาััอุ้งมืออ่อนนุ่มนางไม่พูดสิ่งใดคล้ายสติสัมปชัญญะหลุดออกจากร่างไปไกลแล้ว ชายหนุ่มสังเกตเห็นหยดน้ำกลมคลอรอบหน่วยจักษุยิ่งใคร่สงสัยทวีคูณ ทว่าทำได้แต่ชิงพูดตัดบทมิให้นางไหวตัวรู้ว่าเขาระแคะระคายแล้ว
"คุณหนูตระกูลมั่งคั่งเช่นเ้าทนอุดอู้อยู่ในเรือนไม้ซอมซ่อคงลำบากไม่น้อย เอาล่ะไม่ต้องผินหน้าหลบข้าแล้ว น้ำตาและท่าทีสำอิดสำออยของเ้าข้าหลานเจ๋อล้วนเห็นจนชินตา จะนับว่าน่าประหลาดอันใด ข้าย่อมเข้าใจดีว่าคนรักสุขติดสบายเช่นเ้าดีใจเพียงใดที่ได้อยู่เรือนหลังใหม่โอ่อ่ามากขึ้นหน่อย โชคดีที่ข้าละเว้นสกุลเจียงไว้ มิเช่นนั้นคงมีสภาพเผาวอดมิต่างจากจวนหลังอื่น"
คราวนี้นางไม่อาจใช้ความเงียบงันสยบความเคลื่อนไหว แววตาประกายเจิดจ้าเคล้าหยาดน้ำใสดวงนั้นเบิกโพลงแทบถลนเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความว้าวุ่นราวหมาบินไก่ะโแล่นสู่ห้วงความคิด เหตุใดแม่ทัพมัจจุราชแคว้นต้าซ่งถึงละเว้นสกุลเจียงของนาง มิใช่ว่าเขาตั้งใจโค่นล้มราชสำนักโฮ่วฆ่าไม่เลือกหน้าหรือ?
ถีหลันกุมมือชายหนุ่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางแสดงออกผ่านภาษากายชัดเจนขนาดนี้ต้องมีอะไรซุกซ่อนไว้ในใจแน่ ดวงหน้าที่เฉหลบเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นอารมณ์หลากหลายผสมปนเปกัน ไหนจะท่าทีประหม่าเ่าั้อีก ทว่ายามนี้นางตั้งสติพร้อมผินหน้ากลับมาจดจ้องอีกฝ่ายอย่างสนอกสนใจ ริมฝีปากบางพะเยิบขึ้นลงเอ่ยถามห้วนสั้น
"เหตุใดละเว้นสกุลเจียง?"
"ความลับราชการ" น้ำเสียงเรียบเฉยตวัดตอบด้วยใบหน้าเ็าพร้อมสะบัดอุ้งมือเล็กนำหน้าไปยังส่วนใน
เดิมทีคิดว่าหลานเจ๋อเซียวผู้ขึ้นชื่อเป็สามีคือเทพแห่งความตาย แต่พอได้ััอย่างใกล้ชิดิถีหลันเอาแต่คิดว่าเขาคือ ปีศาจจิ้งจอกเฒ่าจำแลงมา จึงทำให้นางว้าวุ่นใจคาดการณ์สิ่งใดไม่ได้อย่างเช่นเมื่อก่อน ซ้ำใบหน้าอำมหิตดวงนั้นยังตามไปหลอกหลอนนางถึงในฝัน หญิงสาวอยากะโดังก้องฟ้าถามทวยเทพ เหตุใดต้องส่งนางมาอยู่ข้างกายคนจิตวิตถารอารมณ์แปรปรวนดั่งพายุทะเลทรายเช่นเขาด้วย!
คุณหนูรองเจียงเว่ยซางในร่างิถีหลันสาวเท้าเข้าไปด้านในอย่างคุ้นเคยหวนนึกถึงความทรงจำเก่า แม้ตัวเรือนทั้งหมดจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ทว่าสิ่งของมีค่าควรหลงเหลืออยู่บ้างมิใช่หรือ ต่อให้บ่าวในเรือนและอนุเย่นำติดตัวไปย่อมไม่หมดในคราวเดียว สกุลเจียงแม้เป็แค่ตระกูลราชองครักษ์แต่สมบัติพัสถานมิได้น้อยหน้าสกุลอื่น ร่ำรวยเงียบ ๆ ไม่เปิดเผยหากนับทรัพย์สินใน ถือว่าเป็มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเทียบได้กับสกุลิที่นางกลับมาเกิดใหม่
"แม้แต่ผ้าม่านก็หายไป แจกันสักอันก็ไม่มี" นางหลุดปากโพล่งพูดออกมาต่อหน้าหลานเจ๋อเพราะรู้สึกเสียดายของใช้เก่าๆ
"เ้าประชดว่าข้าไร้ความสามารถงั้นรึ!" นางแทบไม่ได้ตำหนิหรือเสวนากับเขา ฉไหนเกรี้ยวกราดปั้นหน้าตึงขึงราวกับว่านางไปเหยียบหางที่งอกออกจากก้นของเขาซะอย่างนั้นแหละ สรุปแล้วคือจะหาเื่กันให้ได้เลยใช่หรือไม่ ยิ่งนางเงียบงันไม่โต้ตอบหลานเจ๋อยิ่งอยู่ไม่เป็สุข เขารู้สึกว่านางทำเช่นนี้เพื่อตำหนิว่าเขาดูแลนางได้ไม่ดี
"ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น" ถีหลันคร้านจะต่อความยาวสาวความยืดจึงตอบสั้นห้วน จะเข้าใจหรือไม่นั้นนางไม่สน เดิมทีก็ไม่คิดจะเอาใจให้เปลืองแรง เข้าหาเขามีแค่เหตุผลเดียวคือคร่าชีวิต ทว่าน้ำคำก่อนหน้าทำให้นางต้องชะงักล่าถอยแผนการนั้นไปก่อน เป้าหมายที่แทรกแซงขึ้นมาเป็อันดับหนึ่งคือสืบรู้ให้ได้ก่อนว่าด้วยเหตุผลใดทรราชต้าซ่งถึงได้ละเว้นสกุลเจียง
[สั่งมิให้ข้าเรียกนางว่าหลานเจ๋อฮูหยิน ขานได้เพียงแซ่ินามถีหลันหรือไม่ก็คุณหนูิ แต่ตนเองดันขู่เข็ญให้อีกฝ่ายเรียกท่านพี่... ท่านแม่ทัพของเราช่างมิรู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียจริง ลำบากข้าจิ้งปินตูผู้นี้สอดด้ายแดงสนเข็มอีกแล้ว]
รองแม่ทัพจิ้งปินที่ยืนไขว้แขนกอดด้ามดาบรอด้านหน้า ชะเง้อมองผู้เป็นายทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้ม ๆพลางครุ่นคิดหลายคำพูดในหัว ก่อนจะสะดุ้งตัวโหยงตื่นตัวกับน้ำเสียงโทนเข้มอันคุ้นเคยเป็อย่างยิ่งของหลานเจ๋อเซียว
"จิ้งปินตู! สักประเดี๋ยวพวกข้าจากไปจงเกณฑ์กำลังพลมาเก็บกวาดจวนใหม่ให้เรียบร้อย อ้อ! อย่าลืมนำเงินส่วนของข้าไปกว้านซื้อของประดับเรือนให้ครบครัน ขาดไปแม้แต่อย่างเดียวจะถือว่าเ้าบกพร่องต่อหน้าที่ จะคาดโทษโดยการส่งตัวไปรับใช้คุณหนูคุณชายน้อย"
คำสั่งของผู้บัญชาถือเป็คำขาด ใบหน้ายิ้มแย้มล้อเลียนผู้เป็นายมาตลอดทางหุบลงฉับพลันแปรผันเปลี่ยนเป็อยากจะร่ำไห้ปาดน้ำตา
"ทะ ท่านแม่ทัพ... แต่ว่า... " จิ้งปินพยายามแถตลบตะแลงทำอย่างที่ตนถนัดทว่าหลานเจ๋อรู้ทันชิงพูดตัดบท
"แต่อะไรของเ้า เช่นนั้นไปรับใช้คุณหนูคุณชายน้อยตอนนี้เลยดีหรือไม่" ผู้เป็นายพูดจบก็หันมายักคิ้วฝากฝังเป็เช่นนี้แล้วจะคัดค้านอะไรได้อีกเล่า รองแม่ทัพจิ้งปินตูได้แต่ผงกหัวรับอย่างจำใจ หน้าบู้คอตกยอมรับชะตากรรม
"ขอร๊าบ"
น้ำเสียงยาวยานคางยื่นขานรับ ไม่กล้าแม้แต่จะคัดค้านอีกเมื่อเห็นใบหน้าเข้มดุดันถึงเพียงนั้น จิ้งปินได้แต่ทึกทักในใจแต่ไม่กล้าพูด เมื่อก่อนแม่ทัพหลานเจ๋อ้าให้จอมมารน้อยลำบากลำบนกระทั่งนางทนไม่ได้ เป็ฝ่ายขอหย่าและเก็บข้าวของกลับเมืองหลวง เช่นนั้นแล้วฝ่ายชายก็จะถูกปลดจากแอกเป็อิสระครองตัวโสดควบอาชาขึ้นเหนือล่องใต้ไม่พะว้าพะวังหลัง ซ้ำแล้วยังไม่เป็การขัดต่อประราชโองการฮ่องเต้สวี่ ฉไหนยามนี้้าสรรหาความสุขสบายประเคนให้นางด้วยทีท่าร้อนรน
"ข้าจะเข้าไปด้านใน" ถีหลันได้ยินเสียงนายและลูกน้องเอื้อนเสียงจอแจก็เกิดรำคาญหู นางอยากใช้ความเงียบสงบระลึกถึงความอบอุ่นในครอบครัวเสียหน่อยจึงแจ้งให้ทราบแล้วพรวดตัวเข้าไปราวล่วงรู้เป็อย่างดีว่าต้องเขาออกจากมุมใด ทว่าหลานเจ๋อจะปล่อยให้นางคลาดสายตามิได้ อย่างไรก็ต้องลอบสังเกตทุกท่วงท่าให้ได้เบาะแสมากที่สุด
"ข้าจะเข้าไปกับเ้า" ว่าแล้วก็เดินตามก้นงามงอนต้อยๆเข้าเรือนส่วนหน้า มองนางจากด้านหลังจากที่ไกล ๆ ชายหนุ่มรู้สึกห่างเหินประหนึ่งตนเป็เพียงข้ารับใช้ผู้ติดตามหาใช่สามีนาง หลานเจ๋อสาวขายาวขึ้นเพื่อตามให้ทันกระทั่งนางหยุดเดินกะทันหันร่างสูงโปร่งกระทบแผ่นหลังนางจังหวะหนึ่ง ถีหลันมิพูดสิ่งใดเพียงแต่เอียงศีรษะกลับมาครึ่งซีกใช้หางตาตวัดมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ารำคาญ
[หลานเจ๋อเซียว! เ้าเป็ผีหรือลำไส้ตันในกายข้าหรืออย่างไร ถึงได้ขยันตามติดนัก]
หลานเจ๋อเซียวผู้บัญชาเจ็ดกองทัพ ขุนพลแปดแสนนายล้วนอยู่ใต้อาณัติ อาศัยปีกพยัคฆ์ของเขากันแดดลมฝน ทว่าสายตาพิฆาตที่นางมอบมาเมื่อครู่ฉไหนทำให้ชายร่างใหญ่รู้สึกวาบหวามปนประหม่าเกิดขึ้นในใจ ชายหนุ่มสับสนในใจกับอากัปกิริยาของตนที่เปลี่ยนผันไปจากเมื่อก่อน ยืนนิ่งงันใคร่ครวญปล่อยให้นางเดินนำไปส่วนตนยืนมองแผ่นหลังอยู่ห่าง ๆ ไม่เร่งติดตามใกล้ชิด จู่ ๆ ก็ทำให้เขานึกเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นก่อนจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาแ่เบา
"เมื่อก่อนเป็นางที่คอยเดินตามหลังข้า ส่วนข้านั้นเดินไวเพื่อออกห่างนางให้ได้มากที่สุด ร้อยพันครั้งที่สตรีตัวเล็ก ๆ มองข้าจากที่ไกลๆ มันเป็ความรู้สึกเช่นนี้เองหรือ" หลานเจ๋อพ่นลมหายใจอุ่นออกมาพร้อมสีหน้าเข้าใจสัจธรรมก่อนจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง เกรงว่าจะเป็อันตรายต่อนางจึงโพล่งตัวตามเข้าไปด้านในไวว่อง พื้นที่ก็มีอยู่แค่นี้นางจะหายไปที่ไหนได้ ปล่อยคลาดสายตาแค่ไม่กี่ชั่วลมหายใจฉไหนในโถงเพดานสั้นถึงไม่พบร่างอรชรของสตรีพำนักอยู่
หัวใจแกร่งหักโครมราวมีเสียงกลองมรณะทุบตีรัวเร็วด้านใน หากนางหายตัวไปเพราะอยากหนีไปจากเขาก็แล้วไป แต่หากนางถูกผู้เร้นกายชาวต้าหยางจับไปฆ่าแกงเล่าจะตอบฮ่องเต้และสกุลิอย่างไร ความกลัดกลุ้มนี้ทำใบหน้าคมผุดเหงื่อเย็น งุดตัวซ้ายทีขวาทีกวาดมือหาคนตามซอกมุมอับ
*****
เอาแล้ว! สัญญาณเริ่มต้นของความโบ้ใกล้เข้ามาแล้ว
ตอนแรกบอกลำบากหน่อยก็ต้องทน
ส่วนตอนนี้หนะหรือ เอาเงินข้าไปกว้านซื้อของมาตกแต่งบ้าน555
ซื้ออีบุ้กที่Meb