ตอนที่ 10 บอกแล้วอย่าห้าวกับพี่เหมี้ยว
ตกกลางคืนแมวน้อยตื่นขึ้นมาจากบนที่นอนในกล่องที่ไทเลอร์ทำให้ไว้ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้เตียงวันนี้เขาวางแผนไว้ว่าจะออกไปข้างนอก ไปยังที่อยู่ของหลุมยุบซอมบี้
แมวน้อยตั้งชื่อให้กับสถานที่นั้นว่า“หลุมยุบซอมบี้” เพราะมันเต็มไปด้วยซอมบี้
และทำไมเขาถึงไปที่นั่นอีกครั้งเพราะว่าเขายัง้าพัฒนาทักษะประเมินแมวน้อยคิดว่าคำตอบที่เขา้าอยู่ที่สองย่าหลานคู่นี้แต่ว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่ไทเลอร์
ไทเลอร์คืออะไรทำไมระบบถึงไม่นับว่าเขาเป็มนุษย์แล้วย่าของไทเลอร์้าอะไร ทำไมถึงผสมน้ำยาพลังงานลงไปในน้ำดื่มของไทเลอร์
ถ้าเขารู้ก็จะเข้าใจว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่มันสำคัญมากถ้าอยากจะอยู่ที่นี่
ส่วนแมวน้อยทำไมถึงไม่กลัวไทเลอร์เพราะสัญชาตญาณสัตว์ป่าบอกเขาว่าไทเลอร์ไม่เป็อันตรายต่อเขา หมายถึงในตอนนี้แถมเขายังอยากได้น้ำยาพลังงานในการสะสมพลังงานแมวด้วย
พอพูดถึงน้ำดื่มตอนที่กลับมาแมวน้อยแอบกินน้ำดื่มของไทเลอร์ไปอีกหน่อยทำให้ได้พลังงานแมวเพิ่มขึ้นจนถึง 2 หน่วยแล้ว และยิ่งพลังงานแมวมากขึ้น แมวน้อยก็รู้สึกว่าร่างกายเขากำลังเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ
[ค่าสถานะ]
ชื่อ : แมวไร้ชื่อ
การเติบโต: ลูกแมวแรกเกิด
พลังงานแมว: 2/10
ทักษะที่มี:
- ทักษะกรงเล็บห้าแถว ระดับเริ่มต้น (91/100)
- ทักษะป้องกันกายภาพ ระดับกลาง (50/500)
- ทักษะต้านทานไฟ ระดับเริ่มต้น (25/100)
- ทักษะปกปิดตัวตน ระดับเริ่มต้น (30/100)
- ทักษะประเมิน ระดับเริ่มต้น (75/100)
- ทักษะสัญชาตญาณสัตว์ป่า ระดับกลาง (3/500)
- ทักษะแมวตะกละ ระดับเริ่มต้น (50/100)
- ทักษะกระเป๋ามิติหน้าท้องแมว ระดับเริ่มต้น (30/100)
หมายเหตุคุณเป็ลูกแมวที่พอจะเอาตัวรอดได้นิดหน่อย แต่ยังอ่อนแอต่อโลกอยู่ดี
ในบ้านเงียบสงบมากย่าของไทเลอร์ตอนนี้ยังอยู่ในห้อง ซึ่งแมวน้อยไม่ได้เข้าไปรบกวนเพราะอีกฝ่ายอันตรายเกินไป แมวน้อยเคยประเมินแล้วย่าของไทเลอร์เป็มนุษย์แต่ที่อันตรายคือแมวน้อยเป็แค่ลูกแมว ส่วนย่าของไทเลอร์นั้นเป็ผู้ใหญ่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเขาก็แทบไม่สามารถป้องกันตัวเองได้เลย
แถมแมวน้อยเคยเห็นอีกฝ่ายมีปืนด้วย
สำหรับเขาไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือเป็แมวความกลัวต่ออาวุธปืนมันฝังแน่นมาก
ล้อเล่นหรือเปล่าเอาเนื้อหนังธรรมดาไปสู้กับลูกปืน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำ
‘ตอนนี้อย่าพึ่งเข้าห้องบอสต้องไขปริศนาก่อน’ แมวน้อยเห็นทุกอย่างเป็เกมเพราะมันง่ายกว่าสำหรับเขา
บ้านหลังนี้พอปิดประตูทุกอย่างแล้วก็ค่อนข้างแ่าเลยโดยเฉพาะชั้นล่างอย่าหวังจะหาทางออกไปไหนได้ แต่ว่าก็ใช่ไม่มีทางออกอยู่
“กระต่ายยังมีสามโพรงแล้วทำไมฉันจะไม่มีทางหนีทีไล่ล่ะเหมี้ยว”
“เอาล่ะออกจากที่นี่ก็ไม่ยากเท่าไหร่”
แมวน้อยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ทำตัวราวกับเป็นักโทษที่เหนือชั้นกว่าผู้คุม เดินไปยังหน้าต่างของห้องครัวตรงนี้มีรูพอให้ตัวเขามุดออกไปได้
“ฮึบแอ๊ะทำไมติดพุงหรือว่าย่าของไทเลอร์จะขยับไม้จนช่องมันแคบลง” แมวน้อยพยายามมุดออกไปอยู่นานสุดท้ายพอแขม่วพุงหลายครั้งก็มุดออกมาได้สำเร็จ
“ฟู...กว่าจะออกมาได้” แมวน้อยพ่นลมหายใจและสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินทางในตอนกลางคืนต่อ
“ตอนนี้ยังหัวค่ำอยู่อันตรายไม่มาก แต่ว่ารีบหน่อยก็ดี”
แมวน้อยมุดออกมาจากใต้รั้วด้วยรูที่ถูกขุดไว้แมวน้อยคิดว่าน่าจะเป็โพรงของสุนัขที่ไทเลอร์กล่าวถึงแต่พอเริ่มมุดก็พบว่าพุงตัวเองติดอีกแล้ว
“บ้าจริงสองวันก่อนพุงยังไม่ติดเลย...หืม คิดออกแล้ว ต้องใช้แน่ ๆย่าของไทเลอร์มากลบหลุม เพราะกลัวมีตัวอะไรมุดเข้ามาสิน่ะ”
“ต้องระวังหน่อยรั้วพวกนี้มีไฟฟ้า” แมวน้อยรู้ดีว่ารั้วพวกนี้น่ากลัวแค่ไหนบ้านของไทเลอร์มีแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งปล่อยไฟมาที่รั้วพวกนี้ด้วย
ถึงโดนไม่ตายแต่เจ็บแน่นอน
“ถ้าโดนช๊อตฉันจะได้รับความสามารถต้านทานไฟฟ้าด้วยหรือเปล่า”แมวน้อยมองไปที่รั้ว ก่อนจะรีบส่ายหัวอย่างไว
ถึงจะอยากได้ความสามารถใหม่แค่ไหนแต่ว่าถ้าเจ็บตัวเขาก็ไม่เอาด้วยหรอก
“อีกนิดจะออกแล้วขุดดินออกอีกหน่อย แมววววเหมี้ยววว!!!”
เปรี๊ยะ!
แต่แล้วหางของแมวน้อยก็เผลอไปโดนใต้รั้วเหล็กเข้าจนไฟช๊อตเข้าใส่เต็มๆ จนแมวน้อยถึงกับร้องเสียงหลง ตัวเขาพุ่งออกมาจากรูที่ขุดอย่างรวดเร็ว ในสภาพขนหางไหม้จนเกิดควันและขนทั้งตัวตั้งฟู
มีควันออกมาจากหูและปากของเขา
[ติ้ง!โฮสต์กล้าหาญในการทดลองัักระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ด้วยตัวเองทำให้ปลดล็อคทักษะใหม่]
[โฮสต์ได้รับทักษะต้านทานกระแสไฟฟ้าระดับเริ่มต้น (0/100)]
“บ้าเอ๊ย”แมวน้อยรู้สึกโมโหตัวเอง ก่อนจะหาทางระบายจนไปลงที่ไทเลอร์
“ไทเลอร์โกหกฉันไฟฟ้าแรงขนาดนี้ถึงตายเลยนะ”
“ฮัดชิ้ว!”เด็กน้อยไทเลอร์ที่นอนหลับอยู่จามออกอย่างแรง
...
.
ไปถึงหลุมยุบซอมบี้แมวน้อยก็นอนหมอบหลบอยู่ในความมืดกำลังจ้องมองพวกซอมบี้ที่อยู่ในหลุมพวกซอมบี้ส่วนใหญ่ก็ยังคงทำอะไรแบบเดิม ๆ มันพยายามจะปีนขึ้นมาแต่หลุมยุบนี้ลึกเท่ากับตึกสองสามชั้นดังนั้นก็แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่มันจะปีนขึ้นมาได้
สิ่งที่แมวน้อยกังวลจริงๆ คือซอมบี้กินซาก แต่พอตรวจสอบดูก็พบว่ามันก็ไม่ต่างจากตัวอื่น ๆ
ตอนแรกก็กังวลไปเองแต่พอเห็นมันขึ้นมาไม่ได้ก็สบายขึ้นเยอะ แต่พอมาคิดดูแล้วถ้ามันขึ้นมาได้บ้านที่ไทเลอร์อยู่คงหายไปนานแล้ว
‘ซอมบี้ก็คือซอมบี้’แมวน้อยคิดในใจ
แมวน้อยเริ่มใช้ทักษะประเมินเขาพยายามมองหาซอมบี้พิเศษ แต่ว่าก็ไม่เจอดูเหมือนว่าโอกาสในการเจอซอมบี้พิเศษก็ใช่ว่าจะมีเยอะ
มันก็เหมือนกับอัจฉริยะกับคนธรรมดาสัดส่วนคนธรรมดาก็ย่อมมากกว่าอยู่แล้ว
ซอมบี้กินซากดูจะไม่ชอบซอมบี้ธรรมดาซักเท่าไหร่มันลากศพซอมบี้ไปยังมุมเงียบ ๆ และกัดกินอยู่ตัวเดียว
‘ฉันเข้าใจแกเลยแหละ’แมวน้อยทำท่าทางสงสารให้กับมันราวกับว่าเขาและมันเป็คนประเภทเดียวกัน
[ประเมินซอมบี้ธรรมดาx5]
[ประเมินซอมบี้ธรรมดาx3]
[ประเมินซอมบี้ธรรมดาx7]
[ประเมินซอมบี้ธรรมดาx10]
หลังจากประเมินจนถึงจุดหนึ่งแมวน้อยก็ต้องพักผ่อนเพราะการใช้ทักษะติดต่อกันเรื่อย ๆ ย่อมกินพลังกายพักอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ทำแบบเดิมซ้ำ ๆ
“ไม่คิดว่าแค่หนึ่งสนามฟุตบอลจะมีซอมบี้เกือบ200 ตัวแบบนี้ บางส่วนยังจมลงไปในดิน คงตกลงมาหลายปีโดนเหยียบย่ำกันเองจนจมดินสินะเหมี้ยว”
“มีซอมบี้ไม่พอประเมินซ้ำ ๆ เอาก็ได้ แต่พอเกินสองหรือสามครั้งก็ไม่ได้ค่าประสบการณ์แล้วเหมี้ยวยุ่งยากจังเลยแหะ”
“โอ๊ะค่าประสบการณ์ถึงแล้ว”
[ติ้งทักษะประเมินอัพเกรดเป็ระดับกลาง]
[ทักษะรประเมินระดับกลาง(0/500)]
“ฮ่าๆ ในที่สุดก็สำเร็จเหมี้ยว” แมวน้องร้องออกมาด้วยความดีใจ
แต่แล้วตอนนั้นเองสัญชาตญาณก็เตือนเขามีบางอย่างกำลังมาทางด้านหลังแมวน้อยรีบหันกลับไปก็พบเข้ากับตั๊กแตนตำข้าวตัวเท่าลูกสุนัขพุ่งเข้ามาฟันใส่เขา
แมวน้อยโจมตีกลับไปด้วยกรงเล็บแมวตามสัญชาตญาณในทันที
เคล้ง!
ทั้งกรงเล็บตั๊กแตนและกรงเล็บแมวปะทะกันเสียงดังทำให้ทั้งสองถอยหลังไปหลายก้าวพร้อม ๆ กัน
ด้านหลังของตั๊กแตนตำข้าวยังเป็พื้นที่โล่งแต่ด้านหลังของแมวน้อยกลับเป็ขอบของหลุมยุบ ถ้าพลาดก็อาจจะตกลงไปได้
ถ้าตกลงไปแมวน้อบเชื่อว่าไม่น่าจะตายเพราะตกลงไปใส่ซอมบี้ แต่หลังจากนั้นคงสยดสยองหน้าดู
‘ตั๊กแตนบ้าอะไรทำไมตัวใหญ่ขนาดนี้’ แมวน้อยรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างที่จะดวงซวยเพราะมาเจอแต่สัตว์ที่อันตรายทั้งนั้น
[ประเมินตั๊กแตนตำข้าวั์ ตัวใหญ่ผิดปกติกรงเล็บเคียวคู่หน้าทั้งสองสามารถตัดท่อนไม้หนาได้ไม่ต่างจากมีดคม ๆ มากพอจะฟันร่างของโฮสต์ขาดเป็สองท่อนได้สบายแถมยังมีปีกที่บินได้ แต่ปีกมันาเ็จากการต่อสู้ก่อนหน้ามา]
แมวน้อยลองใช้ทักษะประเมินที่อัพเกรดมาใหม่ก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยนอกจากบอกชื่อแล้วลักษณะกับความสามารถบางอย่างรวมถึงการประเมินอันตรายแบบเหน็บแนมแล้ว ก็ยังมีการเพิ่มจุดอ่อนเล็ก ๆ มาด้วย
การบินไม่ได้นับว่าเป็จุดอ่อนรวมทั้งปีกที่าเ็ ร่างกายมันก็คงจะอ่อนแอ
“แกน่ะเ้าเคียวคู่ วันนี้ฉันไม่อยากจะฆ่าแก ดังนั้นจงไปซะ” แมวน้อยเริ่มเจรจาก่อนยกอุ้งมือเล็ก ๆ โบกมือไล่มัน
เขาเข้าใจดีถึงตั๊กแตนตำข้าวจะมีร่างกายที่อ่อนแอแต่อย่าลืมมันยังมีกรงเล็บเคียวคู่หน้าทั้งสองที่อันตรายเขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงเหมือนกัน
แต่ดูเหมือนตั๊กแตนตำข้าวจะไม่มีสติปัญญามากขนาดนั้นมันไม่เข้าใจและก็คิดแค่ว่าจะกินแมวน้อยเท่านั้น
ฉับ ๆๆ ๆ
ตั๊กแตนตำข้าวตอบกลับมาด้วยการเหวี่ยงกรงเล็บเคียวของมันไปมาฟันเข้าใส่แมวน้อย
แมวน้อยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้
“คิดว่าฉันโง่หรือไงเหมี้ยว!”แมวน้อยไม่คิดจะสู้กับมันตรง ๆ
“แกเร็วแล้วยังไงแต่ฉันเร็วกว่า”
สัญชาตญาณสัตว์ป่าคือทักษะที่ทรงพลังมากมันเพิ่มทุกความสามารถของแมวน้อย โดยเฉพาะการตอบสนองแมวน้อยเหมือนกับมองกรงเล็บเคียวที่ฟันเข้ามาเป็เพียงภาพสโลโมชั่นเท่านั้น
ทำให้แมวน้อยหลบและมุดไปที่ด้านหลังของมันได้ก่อนจะตอบโต้ด้วยกรงเล็บห้าแถวกลับไป แมวน้อยมีโอกาศใช้ทักดษะนี้ไม่มากนักแต่ทุกครั้งที่ใช้ก็คือการต่อสู้ถึงชีวิต(ยกเว้นฉีกกล่องอันนั้นไม่นับเหมี้ยว)
อย่าว่าแมวน้อยโอ้อวดเลยแต่ตอนนี้แมวน้อยก็เหมือนกับซามูไรภายใต้แสงจันทร์ที่ใช้ดาบฟันปิดฉากคู่ต่อสู้ด้วยการโจมตีเข้าใต้ท้องของตั๊กแตนตำข้าวเต็มๆ
ฉับ! เืกระเซ็นสามเมตร
“หึบอกแล้วอย่าห้าวกับพี่เหมี้ยว...”
แมวน้อยเก็กท่าหล่อๆ พร้อมกับโชว์กรงเล็บที่แหลมคมของตัวเอง
กรี๊ดดดด
เสียงร้องของตั๊กแตนตำข้าวแสบแก้วหูมากแมวน้อยก็ไม่มั่นใจว่าพวกตัวธรรมดาร้องแบบนี้ไหมแต่ตั๊กแตนตำข้าวั์ตัวนี้ร้องโหยหวนน่าขนลุกมากแต่ที่สยองกว่านั้นคือที่ท้องของมันดันมีพยาธิตัวใหญ่ไหลทะลักออกมา
“ยี๋!”แมวน้อยรู้สึกยี๋ในทันที ถอยหลังไปไม่กล้าเข้าใกล้
เมื่อก่อนเคยดูในเน็ตพอเอาตั๊กแตนตำข้าวไปใส่ในน้ำก็มักจะมีพยาธิขนม้าออกมาแบบนี้
พยาธิดิ้นรนราวกับหนวดแถมมีหลายตัวด้วยสุดท้ายตั๊กแตนตำข้าวตัวนี้ก็เสียหลักถอยหลังจนตกลงไปในหลุมยุบบริเวณนั้น
แมวน้อยรีบวิ่งตามไปดูเห็นอีกทีมันก็โดนซอมบี้ตัวหนึ่งจับยัดเข้าปากเคี้ยวจนไม่เหลือชิ้นดีและกลืนลงท้องไปแล้ว
“แหวะ!หลังจากนี้กินอาหารต้องกินแต่ที่สุก ๆ แล้วสิ”
“ยังเหลือนกคุ่มอีกนิดหน่อยแต่่นี้ประหยัดหน่อยก็ดี”
อาหารของแมวน้อยเหลือไม่มากแล้วเพราะที่ผ่านมาเขากินแต่นกที่ตัวเองล่ามาได้ ถ้าไม่เปิดทักษะแมวตะกละแมวน้อยก็กินอาหารเท่ากับลูกแมวปกติแค่นั้น
“ถือว่าอยู่ในโหมดประหยัดพลังงานแล้วกันนะเงี้ยว!”
“โอ๊ะจริงด้วยต้องรีบกลับไปตรวจสอบไทเลอร์แล้ว ตอนนี้ทักษะน่าจะพอในการประเมินแล้วเหมี้ยว!”
แมวน้อยหันหลังและเดินกลับบ้านโดยไม่สนใจตั๊กแตนตำข้าวอีก เพราะแมวน้อยน่ะไม่สนใจศัตรูที่พ่ายแพ้ตนเองหรอก