อลินตาพาทุกคนมายืนอยู่ที่หน้ากุฏิของหลวงตาอ่อนโดยมีแสงสีน้ำเงินครอบร่างทั้งสี่คนเอาไว้ ที่ต้องมีแสงสีน้ำเงินครอบร่างทุกคนเอาไว้ก็เพราะพวกผีโหงพรายไม่ได้ไปไหนหากแต่ลอยตามคนทั้งสี่ไม่ห่างเพื่อรอว่าถ้าแสงสีน้ำเงินหายไปเมื่อไร พวกมันก็จะเข้าจู่โจมทันที เจ้าภูแสนกระชับดาบในมือแน่นพร้อมต่อสู้เต็มที่ หมิงหันล่อกแล่ก ทั้งกังวลทั้งพร้อมจะสู้ ล่ะมั้งไม่พร้อมก็ต้องพร้อมล่ะงานนี้ ส่วนเป๋านั้นเกาะหลังหมิงแจ ประมาณว่าแกอย่าทิ้งฉันนะ อลินตายืนอยู่หน้ากุฏิของหลวงตาอ่อนและสังเกตเห็นว่าคนในกุฏิคงยังไม่นอนเพราะมีแสงเทียนลอดออกมาจากช่องฝากระดาน เธอจึงส่งเสียงเรียก
“นพ.. มานพ..”เสียงข้างในกุฏิเงียบกริบ อลินตาแอบเซ็ง เพราะมานพคงจะทำตามคำสั่งของตนอย่างเคร่งครัดไม่ว่าใครมาเรียกก็ห้ามตอบ ห้ามออกมาต้อนรับหญิงสาวยกนิ้วก้อยขึ้นมาแหย่รูหูตัวเองเซ็งๆ ก่อนจะตะโกนเรียกเพื่อนอีกครั้ง
“ไอ้คุณมานพฉันอลินตา เพื่อนนายตัวจริงเสียงจริง.. ตอนนี้มีเรื่องให้ช่วยฉันจะฝากลูกน้องฉันให้มาอยู่กับนายคนนึง” อลินตาพูดจบก็หยุดนิ่งฟังความเคลื่อนไหวสักครู่แต่เสียงภายในกุฏิยังคงเงียบกริบ เจ้าภูแสนเผลอยิ้มอารมณ์ดีเน้นกวนอีกฝ่ายนิดๆท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติห่าผีโหงพราย
“เอาล่ะจะทำยังไงดีนะ ในเมื่อเพื่อนเธอ ทำตามคำสั่งของเธอเคร่งครัดสุดๆ” แต่เมื่อเจ้าภูแสนพูดจบ พลันเสียงภายในกุฏิก็เคลื่อนไหวแสงเทียนวูบวาบตามเงาเคลื่อนไหวของคนในกุฏิ ก่อนจะมีเสียงเล็ดลอดออกมา
“อลินตา ถ้าใช่เธอจริงบอกรหัสที่รู้เฉพาะเรามา..” คราวนี้อลินตายิ้มมองตาเจ้าภูแสนแววตาเหลือกเกลือกกลิ้งคล้ายผู้ชนะไปแล้ว90% ก่อนจะพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“นายจำได้เหรอส่วนฉันจำได้ขึ้นใจ...” อลินตาเม้มปาก มานพย้ำคำเดิม
“งั้นก็บอกรหัสมา...”เสียงภายในกุฏิทำเข้มขรึม แต่ในใจแอบลุ้นระทึกไปกับรหัสที่เคยพากันแต่งเอาไว้เล่นตี่จับกันเมื่อครั้งสมัยยังเด็กอลินตายืนนิ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยรหัสลับ
“กระสือ ผีโพง ผีปอบไม่ใช่ปัญหา แม้กระทั่ง ผีตายโหง ผีตายห่า ยากที่จะพราก มิตรภาพของสองเราได้มานพเพื่อนอลิน หากใครเกิดภัย นึกถึงกลอนนี้ไว้ ก็จะยอมพลีเพื่อช่วยมิตรสหายให้พ้นภัย สัญญา สายันต์ 987654321 ไม่มี 0”เมื่ออลินตาพูดจบ ปรากฏว่าทุกคนกริบมาก... กำลังอึ้ง จึ้งในรหัสลับของเพื่อนรักสองคน ไม่นานเจ้าภูแสน เป๋า และหมิง ก็หัวเราะพุ่งพร้อมกันอย่างสุดจะอดกลั้นได้แล้วจริงๆเป๋ารีบแซะตามนิสัยของตัวเอง
“ต๊าย... สาบานนะคะว่านั่นบทกลอนสงสารครูภาษาไทยคุณอลินกับคุณมานพจังเลยนะคะ” เป๋าพูดจบ หมิงกับเจ้าภูแสนถึงกับหัวเราะขึ้นมาอีกระลอกเสียงหัวเราะสุดขั้วหลอดลมมาก เจ้าภูแสนนี่คืออ้าปากหัวเราะชนิดไม่ห่วงตำแหน่งองค์รัชทายาทเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญจ้า...อลินตาเจ้าแม่ทะเลเกลือของเราออกอาการหน้าแดงแจ๊ดไปแปดเฉดสี จะให้ทำยังไงล่ะยะ ก็นี่มันเป็นรหัสที่รู้กันในสมัยอยู่มัธยมต้นแล้วก็ดันท่องกันเวลาเล่นตี่จับ หรือกระทั่งทำกิจกรรมอื่นๆตามประสาเด็กแต่ดันพากันจำได้จนขึ้นใจ
“เธอดูเหมือนจะมีจุดอ่อนอยู่บ้างแล้วนะอลินตา.. แต่กลอนที่เธอท่องมันจะใช่เหรอ?” เจ้าภูแสนพูดพลางเอามือป้องปากพยายามหยุดขำแต่ทว่า
“แอ๊ด!!!!” มานพเปิดประตูออกมาในที่สุดเพราะเขาไม่เคยลืมกลอนบทนี้และไม่เคยท่องกลอนบทนี้ให้ใครฟังเลยแม้แต่คนเดียวเขาจำได้จนขึ้นใจโดยไม่ต้องจดบันทึกลงสมุดด้วยซ้ำ ทุกคนถึงกับเหวอ มานพยืนมองหน้าอลินตานิ่งก่อนจะพูดน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียว...”โอ้คุณพระ! เจ้าภูแสนเป๋าและหมิงถึงกับอยากปรบมือเป็นจังหวะสามช่าพร้อมๆ กัน ศีลเสมอกันจริงๆมิน่าถึงได้เป็นเพื่อนที่แน่นแฟ้นกันมาเนิ่นนานแม้อลินตาจะรู้ว่ามีสายตาล้อเลียนคอยรุมจ้องอยู่จากเจ้าภูแสน เป๋า และหมิงแต่งานก็ต้องมาก่อนเสมอ อลินตาแผ่รัศมีสีน้ำเงินครอบคลุมไปที่กุฏิของหลวงตาอ่อนเพื่อป้องกันการเข้าโจมตีของบรรดาผีโหงพรายทั้งหลาย
“นพฉันฝากเป๋าไว้กับนายด้วย และคำสั่งเหมือนเดิม ถ้าไม่ใช่ฉันที่มีรหัสกับนายก็อย่าเปิดประตูต้อนรับใครเด็ดขาดแล้วฉันจะกลับมาพร้อมรหัสอีกรหัสของเรา ไปไป รีบพากันเข้ากุฏิได้แล้วปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาด้วย” มานพรับคำเพื่อนก่อนจะพาเป๋าเข้ากุฏิและลงกลอนแน่นหนาตามคำสั่งของเพื่อนรักอีกครั้ง แต่เจ้าภูแสนกับหมิงก็ยังอุตส่าห์สบตากันยังมีอีกรหัสเหรอ?
เมื่ออลินตาเห็นว่าเป๋าอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วหญิงสาวก็หันมามองกลุ่มผีโหงพราย ก่อนที่จะหยิบใบไม้จากต้นไม้ข้างๆ มากำในมือจากนั้นก็ยกกำมือขึ้นจรดปากบางสวย แล้วร่ายมนต์คาถา ต่อไฟไพรีพิฆาต จากนั้นอลินตาก็วาดมือไปกลางอากาศทำให้รัศมีสีน้ำเงินที่ครอบคุ้มกันทุกคนอยู่หายวับไปก่อนจะแบมือแล้วเป่าไปที่ใบไม้ในกำมือกระจายว่อนเหล่าผีโหงพรายเมื่อเห็นว่าตนเข้าจู่โจมได้ก็เตรียมจะพุ่งโจมตีแต่ทว่า
“หวี่.. หวี่..หวี่.. หึ่ง.. หึ่ง.. หึ่ง..” เสียงต่อไฟเป็นพันเป็นหมื่นตัวบินวนรอบผีโหงพรายและเหล่าต่อไฟก็พากันรุมต่อยพวกผีโหงพรายจนต้องกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางเมื่อพวกผีโหงพรายแตกกระเจิงไปหมดแล้วอลินตาหันมาบอกทุกคนอย่างจริงจังชนิดที่ลืมความเขินอายเมื่อสักครู่ไปสนิท
“พวกนี้ไปก็ไม่รู้จะมีพวกไหนตามมา เราต้องไปปักหลักที่หน้าโบสถ์ฉันจะทำพิธีถอนอาคมของไอ้หมอผีชั่ว และสั่งสอนพ่อเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยบาปกรรมที่นั่น”พูดจบก็ไม่ได้รั้งรอใคร อลินตามุ่งหน้าไปยังหน้าโบสถ์ที่ตอนนี้หลังคาพังทลายยับเยินเพื่อตั้งปะรำพิธีที่นั่น
เมื่อไปถึงด้านหน้าโบสถ์ซึ่งเป็นลานกว้างๆอลินตาก็ตั้งคนโทบรรจะน้ำมนต์ลงกลางพื้น และปักเทียนพรรษาขนาดใหญ่เท่าแขนไว้ด้านหน้าคนโทน้ำมนต์จากนั้นอลินตาก็หันมาสั่งเจ้าภูแสน กับหมิง
“เจ้าเดี๋ยวมันจะมีกลุ่มคนที่ไม่ใช่ผี วิ่งแรกแหกกระเชอมาหาฉัน เจ้าจับมันมัดไว้ได้เลยคนแรกน่าจะเป็นหมอผีที่พ่อเลี้ยงฉลองจ้างให้มาทำลายวัด และทำร้ายคนในวัด ส่วนอีกคนก็คือพ่อเลี้ยงฉลองตัวต้นเหตุ แต่ไม่ว่าใครก็จับมันมัดไว้ทั้งหมดและถ้ามีลูกน้องมันตามมาด้วยก็ซัดมันให้หมอบเลย” อลินตาสั่งพร้อมกับมองไปทางหน้าประตูวัดยิ้มเหี้ยมเกรียม ส่วนเจ้าภูแสนยกสองมือขึ้นวอร์มด้วยการหักนิ้วกรุ๊บๆก่อนจะพูดเสียงเข้ม
“ตามนั้น...”หมิงที่มองดูทั้งคู่ด้วยแววตาแหยงๆ พลางแอบคิดใครว่าคุณอลินศีลเสมอกันกับคุณมานพคุณอลินกับเจ้าภูแสนต่างหากที่ศีลเสมอกันจนรู้สึกถึงหายนะของอีกฝ่ายยังไงก็ไม่รู้...