บทที่ 9
พวกนักพนันชื่นมื่น งานนี้มีรุ่ง
เรือบิน ลอยนิ่งอยู่เหนือลานจอด ฉู่ซิวมองลงไปด้านล่างก่อนที่เขาจะควบคุมเรือบินให้ลงจอด และในที่สุดมันก็จอดนิ่งอยู่ที่แท่นที่นั่งสำหรับศิษย์สายตรง
ตอนนี้เขายังไม่สามารถบินได้ดั่งเถาเหยาและคนอื่น ๆ เมื่อก้าวข้ามขอบเขตเสินเฉียวแล้วเท่านั้น พลังิญญาในร่างของผู้บำเพ็ญจะแปรเปลี่ยนเป็พลังิญญาแท้จริง จากนั้นจึงจะสามารถลอยตัวได้ แต่ก่อนหน้านั้นจะต้องใช้เรือบิน หรืออุปกรณ์บินอื่น ๆ ในการเดินทาง จึงทำให้มาช้าไปบ้าง
“ศิษย์พี่ใหญ่ ~” เถาเหยาเดินเข้ามา องค์เอวอ่อนช้อยเล็กน้อย เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียนหลิงอวิ๋น กับสวี่เทียนเจินต่างก็ประหลาดใจ
เถาเหยาเป็ใครทุกคนย่อมรู้ดี! ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเสินทง ขั้นปลาย หากมองทั่วทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ นางนับว่าเป็หนึ่งในเหล่าอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง เทียบเคียงได้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้เลย ขาดไปเพียงเส้นบาง ๆ เท่านั้น
นางผู้ที่โดดเด่นในด้านความแข็งแกร่ง กลับให้ความเคารพต่อคนไร้ค่าเช่นฉู่ซิวอย่างนั้นหรือ?
ถูกต้อง! นางปฏิบัติต่อฉู่ซิวด้วยความเคารพ และสายตาที่มองมานั้นช่างจริงใจยิ่งนัก ฉู่ซิวเอื้อมมือไปลูบหัวนางพลางยิ้มอย่างเอ็นดู “ศิษย์น้อง… เ้าก็มาด้วยสินะ”
เถาเหยาก้มหน้า แก้มสีแดงระเรื่อ “ศิษย์พี่… ท่านวางใจ ตราบใดที่มีข้าอยู่ จะไม่มีผู้ใดแตะต้องศิษย์พี่ได้แน่!”
“เมื่อยี่สิบวันก่อน… ข้าเข้าสู่การบำเพ็ญแบบปิด มิทราบเลยว่าศิษย์พี่ได้รับาเ็ เมื่อข้าทราบข่าวก็ร้อนใจยิ่งนัก”
“เ้ามีน้ำใจมาก! แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า” ฉู่ซิวพยักหน้า พลางเพียงเหลือบมองไปยังสวี่เทียนเจินที่อยู่ห่างออกไปราวสามจั้ง
นี่ก็แค่ตัวประกอบ! ตัวตนของเขาในชาติก่อนหลงรักผู้เป็ดั่งเทพธิดาเช่นนั้นหรือ? มีอะไรน่าหลงกัน? หน้าตาพอได้ ฝีมือธรรมดา สวี่เทียนเจินที่เห็นฉู่ซิวมองนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป และเพราะสัญชาตญาณหญิงทำให้นางรู้สึกได้ชัดเจนว่า สายตาของฉู่ซิวแตกต่างไปจากเดิม
ความคลั่งไคล้ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อก่อน บัดนี้กลับกลายเป็ความเ็า นั่นทำให้นางสงสัยว่ายี่สิบกว่าวันที่ผ่านมา เขาไปพบเจอกับสิ่งใดมา?
“ศิษย์พี่…”จางเิหันไปมองเจียนหลิงอวิ๋นและเอ่ยถาม “หากศิษย์พี่หญิงเถาเหยาอยู่ด้วยเช่นนี้ ข้าควรลงมือดีหรือไม่?”
“สังเวียนแห่งชีวิตและความตาย เ้าจะลงมือฆ่าหรือไม่นั้นล้วนขึ้นอยู่กับเ้า”
เจียนหลิงอวิ๋นเย้ยหยัน “เถาเหยานั่นจะเก่งกาจถึงเพียงไหนกันเชียว? อย่างไรเสียที่นี่ก็คือยอดเขาเทียนซิง แม้ว่าเถาเหยาจะมีความสามารถมากเพียงใดก็ย่อมรบกวนการประลองได้ยากนัก”
“เ้าอย่าได้กังวล หากนางกล้าลงมือ! ย่อมมีผู้แข็งแกร่งเข้ามาห้ามปรามนางอยู่แล้ว”
“ขอรับ! หึหึ !” จางเิหัวเราะอย่างเ็า “คราวนี้ ข้าจะจัดการเขาให้ดี!” เขากล่าวก่อนจะหันไปทางฉู่ซิว
“ฉู่ซิว…เ้ามาถึงแล้ว เช่นนั้นพวกเราไปที่สังเวียนแห่งชีวิตและความตายกันเถอะ!”
“เมื่อข้าจัดการเ้าเสร็จ ข้าจะกลับไปบำเพ็ญตนต่อ” จางเิกล่าว ฉู่ซิวทำเป็ไม่ได้ยิน ไม่ตอบอะไรกลับไป แต่กลับเหลียวซ้ายแลขวายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าวเสียงดังว่า
“เหล่าศิษย์ทั้งหลาย! เนื่องในโอกาสที่ทุกท่านได้มารวมตัวกันเพื่อชมการประลองยุทธเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่มีของรางวัลสักหน่อยเล่า?” ฉู่ซิวกล่าว
“ที่ข้าถืออยู่นี้เป็โอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ด มีอยู่หกเม็ดล้วนแล้วแต่เป็ของที่มีคุณภาพดีเยี่ยมทั้งนั้น” ขณะที่กล่าว มือข้างหนึ่งก็โบกพลิ้ว ขวดหยกสีงาช้างปรากฏอยู่ในมือ เขาเปิดจุกขวดออก ปากขวดมีแสงสีแดงฉานลอยวนอยู่ กลิ่นหอมลอยไปไกลนับหมื่น ๆ ลี้
ในทันใดนั้นเอง! เหล่าบรรดาศิษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็พากันตาลุกวาว
เสียงกลืนน้ำลายดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แม้แต่ผู้าุโก็ไม่สามารถซ่อนความโลภนี้ได้
มันคือ ‘สุดยอดโอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ด’
สำหรับผู้บำเพ็ญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ ยานี่ราวกับโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังสูงมากเลยก็ว่าได้ การกินยานี้ไม่เพียงแค่ยกระดับพลังเท่านั้น แต่โอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับเลิศเช่นนี้ยังมีโอกาสไม่น้อยที่จะช่วยให้ก้าวสู่ขอบเขตเสินทง หรือแม่แต่บรรลุขอบเขตศักสิทธิ์ได้เลยทีเดียว
อย่าได้คิดว่าการเป็ผู้บำเพ็ญนั้นง่ายดาย
เหล่าผู้บำเพ็ญขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งก็ยังเป็ผู้ทรงอำนาจในดินแดนได้ และหากเขาเข้าร่วมกับสำนักใดที่อ่อนแอก็มีโอกาสได้เป็ถึงรองเ้าสำนักเลยทีเดียว
และหากเข้าร่วมอาณาจักร ก็จะได้รับการเคารพยกย่องเป็ราชครูแห่งรัฐ ผู้คนยกย่องกันทั้งประเทศ
[โอ้โห โฮสต์เ้าช่างเืเย็นนัก! หนำซ้ำยังแสร้งทำเป็หมูมากินเสือ ฉ้อโกงเอาทรัพยากรมาได้อีก ระบบให้รางวัลแก่ท่าน 300 แต้ม]
“เ้าประสงค์จะพนันเช่นไร” เจียนหลิงอวิ๋นจ้องตรงมาที่ขวดหยกในมือของฉู่ซิ่ว เขารู้อย่างแน่ชัดว่านั่นคือสุดยอดโอสถศักดิ์สิทธิ์ของแท้แน่นอน
หลิวเสวี่ยอาจารย์ของเขา เคยให้สุดยอดโอสถศักดิ์สิทธิ์้เช่นนี้แก่ศิษย์พี่ของเขามาหนึ่งเม็ด กลิ่นหอมของเม็ดยานั้นเขาไม่มีวันลืมได้เลย
เจียนหลิงอวิ๋นเพิ่งจะก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเสินทงหมาด ๆ ความปรารถนาในสุดยอดโอสถเช่นนี้ย่อมรุนแรงมากเป็ธรรมดา แต่โชคดียิ่งนัก! ที่จู่ๆ ฉู่ซิ่วก็ส่งความสบายมาให้ในทันที ไม่ต้องออกไปหาเองให้เปลืองแรง
“ศิษย์พี่ใหญ่...” เถาเหยาเอ่ยด้วยความอ้ำอึ้ง ในใจกล่าวว่า
‘นี่ท่านต้องเล่นใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?’ หรือว่าเขาไม่กลัวว่าท่านอาจารย์จะตำหนิเอา
ฉู่ซิวส่ายหน้าให้นาง แล้วหันไปทางเจียนหลิงอวิ๋น เอ่ยเสียงดังให้ผู้คนทั้งมวลได้ยินอย่างชัดเจน “คุณค่าของสุดยอดโอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดนั้น อาจไม่เป็ที่รับรู้ในหมู่ของพวกท่านสินะ…”
“ท่านผู้เฒ่าแห่งยอดเขาเทียนซิง ท่านรู้จักหรือไม่?”
“อ่า” ขณะเป็ผู้ตัดสินอยู่นั้น ท่านผู้เฒ่าแห่งยอดเขาเทียนซิงได้สติ รีบเช็ดน้ำลายที่มุมปากในทันที
สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็จริงจัง “ยาเม็ดนี้หาค่ามิได้ ! หากนำไปประมูล แต่ละเม็ดไม่ต่ำกว่า 1 ล้านหินิญญาแน่”
“หกเม็ดก็ราว ๆ 6 ล้านหินิญญาสินะ!”
‘ซู่~ ’ เสียงสูดหายใจดังก้องไปทั่ว หินิญญามูลค่าหกล้านเชียวหรือ? สำหรับทุกคนที่อยู่ในที่นี้ นั่นล้วนเป็ตัวเลขที่สูงลิ่ว ยากที่จะคว้ามา! เจี้ยนหลิงอวิ๋นขมวดคิ้ว
เพราะเขาก็หาของเดิมพันที่เหมาะสมไม่ได้เช่นกัน
“ฮ่าฮ่า!” ฉู่ซิ่วหัวเราะ “คนเดียวหาไม่ได้ พวกเราช่วยกันหาสิ ! เมื่อถึงเวลานั้น ก็แบ่งของตามสัดส่วนที่พวกท่านลงทุนก็ได้มิใช่หรือ?” ทุกคนล้วนตื่นจากภวังค์
‘ใช่ พวกเราสามารถร่วมมือกันได้!’ ทุกคนคิด อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าก็มีคนรู้สึกตัว มองไปที่ฉู่ซิวผู้มีรอยยิ้มปรากฎบริเวณมุมปาก ในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัย พวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เถาเหยากระพริบตาหวานราวกับน้ำของดอกท้อ แล้วยิ้มพลางขยิบตา เจี้ยนหลิงอวิ๋นมิใช่คนโง่เง่า ท่าทีของฉู่ซิวนั้นสุดแสนจะเหมือนกับการขุดหลุมให้ผู้อื่นะโลงไป เขาหมุนเวียนพลังิญญาแท้จริง สำรวจขอบเขตการบ่มเพราะของฉู่ซิว
ทันใดนั้น ความรู้สึกโล่งใจก็เข้ามาแทนที่ เขาอยู่ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่
เมื่อรับรู้ถึงสายตาแห่งการสำรวจอันนับไม่ถ้วน ฉู่ซิวหัวเราะเยาะในใจพร้อมกับสีหน้าเฉยเมย
“เดิมพันกันเถอะ!”
“ข้าเดิมพัน”
“ข้าเดิมพันว่าพี่ใหญ่ ฉู่ซิวจะแพ้....”
“ข้าก็เดิมพันว่าพี่ใหญ่ ฉู่ซิวจะแพ้....”
ฝูงชนแห่กันเข้ามา พวกเขานำสมบัติออกมาจากถุงเก็บของที่เก็บไว้ทีละคน และเริ่มวางเดิมพัน ผู้เฒ่าเทียนซิงที่ทำหน้าที่เป็กรรมการ เริ่มนับมูลค่าของสิ่งของเ่าั้ ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา การนับก็เสร็จสิ้นลง
หินิญญาคุณภาพสูงจำนวนหกล้านก้อนถูกใส่รวมในเงินพนันและกองรวมกันเป็ูเาเล็ก ๆ
ทางด้านของฉู่ซิวเขาวางโอสถศักดิ์สิทธิ์ลงในกองของเงินพนันเช่นกัน
“ข้าขอประกาศว่าการวางเดิมพันเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้อวุโสเทียนซิงจะเป็ผู้ตัดสิน ไม่มีใครกล้าคัดค้าน…”
บนสังเวียนการประลอง ยกเว้นเถาเหยาและสวี่เทียนเจิน ผู้าุโเทียนซิงหลายคนที่เป็ผู้ตัดสิน และแน่นอนว่าเกือบทุกคนได้วางเดิมพัน และทุกคนเดิมพันว่าฉู่ซิวจะพ่ายแพ้ นอกจากเหล่าผู้อวุโสแห่งยอดเขาเทียนซิง บรรดาศิษย์พี่น้องทั้งหลายของยอดเขาอวิ๋นเซี่ยเองก็มิน้อยหน้า ลงเดิมพันด้วยว่าฉู่ซิวจะแพ้!
“ข้าทำสิ่งนี้ก็เพื่อพี่น้องและบรรดาเพื่อนรักของข้าทั้งนั้น!” ฉู่ซิวพยักหน้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ร่างนั้นเคลื่อนไหวในทันที
จากแท่นที่นั่งของศิษย์สายตรง ซึ่งสูงจากพื้นถึงสามร้อยจั้ง เขาก็ะโลงมาดังสนั่น ทำให้ลานประลองกว้างหลายร้อยจั้งะเืไปด้วยเสียงดัง! ปราณที่แข็งแกร่งแผ่กระจายออกมาเป็วงกว้าง
“หึ! ไอ้ขยะฉู่! ในที่สุดเ้าก็กล้าที่จะออกโรงเสียทีนะ!” จางเิหัวเราะเยาะอย่างโเี้ ก่อนที่เขาจะโดดขึ้นไปบสังเวียนเช่นกัน
เขาได้สืบเสาะอย่างชัดแจ้งแล้วว่าเ้าขยะฉู่ได้ฟื้นฟูการบ่มเพาะกลับมาแล้ว แต่ก็เพียงแค่ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่เท่านั้น ซึ่งยังด้อยกว่าเมื่อยี่สิบวันที่แล้วเสียอีก
แท้จริงแล้วนั้นจางเิ ผู้นี้อยู่ที่ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับเก้า
แน่นอนว่าระดับเก้าสู้กับระดับสี่ ไม่ต่างจากการบี้มดตัวหนึ่งให้ตาย!
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมั่นใจยิ่งนัก! ส่วนฉู่ซิวมือขวาจับกระบี่เืหยกสีหน้าเคร่งขรึม เห็นเขาเป็เช่นนี้จางเิยิ่งมั่นใจเข้าไปอีก พวกนักพนันก็แอบดีใจในใจเบา ๆ
คราวนี้ เขามิรอดแน่!
“ไอ้ขยะฉู่! ยังไงก็เป็ไอ้ขยะฉู่...เก่งแต่ปาก!” คนหนึ่งในฝูงชนกล่าวออกมา สวี่เทียนเจินส่ายหัว
“เมื่อได้ขึ้นสังเวียนแห่งชีวิตและความตาย อยู่หรือตายก็ไม่สำคัญอีกแล้ว!”
หนึ่งในผู้าุโแห่งเทียนซิงประกาศเสียงดัง “ข้าขอประกาศว่าการต่อสู้จนกว่าจะสิ้นชีพได้เริ่มขึ้นแล้ว!”
‘ครืน!’ ค่ายกลของสังเวียนแห่งความเป็ความตายได้ถูกเปิดใช้งาน ผืนดินสั่นะเื แสงสีขาวแผ่ไปรอบ กลายเป็เกราะป้องกัน กางคว่ำลงมาครอบคลุมทั้งสังเวียน
เหล่าเซียนพนันทั้งหลายเฝ้ารอดู ภายในใจร่ำร้องมิขาดสาย
“จงฆ่ามัน!”
“จงฆ่า ฉู่ซิว”
“จางเิ จงฆ่าไอ้ขยะนี่ซะ...”