หลังจากเื่วุ่นวายที่หอการค้าฮงเทียนเจียงเฉินก็กลับมาที่บ้านพร้อมกับเข้าไปปลูกสมุนไพรที่ซื้อมาในดินแดนพฤกษาะเจียงเฉินยืนชมสวนสมุนไพรที่กว้างใหญ่อย่างชื่นชมถึงแม้สมุนไพรกว่าครึ่งไม่ใช่เขาที่ปลูกมันก็เถอะ
ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังยืนชื่นชมสวนสมุนไพรอยู่นั้นเขาก็นึกถึงองค์หญิงเทียนอี้ ในเวลานั้นเจียงเฉินสัมผัสได้ถึงใครคนหนึ่งที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากนั่งอยู่ภายในรถม้าที่องค์หญิงเทียนอี้ออกมาแม้เจียงเฉินจะไม่รู้ว่าเขาคนนั้นไปใคร
แต่เขาคนนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็อยู่ในระดับปราณสวรรค์เรื่องนี้ทำให้เจียงเฉินได้รู้สึกตัวว่าเขานั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์และเมื่อคิดถึงจุดนี้ก็อดไม่ได้ที่เจียงเฉินจะรำพึงรำพันออกมาเบา ๆ
''หนทางของข้าช่างยาวไกลยิ่งนัก''
เจียงเฉินกลับมาที่หอตำราค้ำฟ้าเพื่อค้นหาทักษะที่ท่าสนใจ และหาข้อมูลเกี่ยวกับทักษะระดับทรราช
เจียงเฉินดำดิ่งเข้าไปกับกองตำรามากมายเจียงเฉินเปิดเล่มนู้นปิดเล่มนี้ก็ยังไม่พบกับทักษะที่น่าสนใจ เขายังคงหมกตัวอยู่ในหอตำราอยู่เป็นเวลานาน
2 - 3 วันผ่านไปในที่สุดเจียงเฉินก็พบเจอทักษะที่เขาสนใจ แต่ที่น่าแปลกใจคือทักษะนี้ไม่มีระดับบอกเอาไว้ว่าอยู่ในระดับใด
''เคล็ดทลายเซียน น่าสนใจจังแหะ''
เจียงเฉินพลิกเปิดตำราทักษะเคล็ดทลายเซียนพร้อมกับทำความเข้าใจมันทันที เคล็ดทลายเซียน นั้นคล้ายคลึงกับฏีกาสวรรค์แต่ที่น่าสนใจนั้นคือการที่ เคล็ดทลายเซียน สามารถซัดปราณของตนเองเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่ายและใช้ปราณนั้นปั่นป่วนพลังภายในของอีกฝ่ายและทำลายอีกฝ่ายจากภายในได้
หลังจากเจียงเฉินศึกษาเคล็ดทลายเซียนอยู่พักใหญ่เขาก็คิดจะลองมันทันที เจียงเฉินออกมาจากดินแดนพฤกษาและไปยังภูเขาด้านหลังสวนสมุนไพรและมองหาต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง
ไม่นานนักเจียงเฉินก็หยุดอยู่ที่หน้าต้นไม้ขนาดใหญ่
''เอาหล่ะขอลองหน่อยเถอะ ว่ามันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน''
เจียงเฉินรวบรวมลมปราณในร่างกายและโคจรมันทั่วทั้งร่าง จากนั้นเจียงเฉินก็ร่ายรำท่วงท่าเคล็ดทลายเซียนอย่างช้า ๆ จากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีทั่วร่างของเจียงเฉินก็เรืองแสงสีทองออกมา
ฟู่
เจียงเฉินพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ พร้อมกับชกเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็ว แสงสีทองทั่วท่างของเจียงเฉินต่างพุ่งออกไปตามหมัดที่เขาชกเจียงเฉินสัมผัสได้ถึงพลังงานจำนวนมหาศาลที่ลึกลับกำลังพุ่งผ่านแขนของเขาตรงไปที่หมัด
เมื่อหมัดของเจียงเฉินปะทะเข้ากับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวออกมาแต่น่าแปลกที่บนต้นไม้กลับมีเพียงรอยหมัดที่เจียงเฉินชกออกไปพร้อมกับพละกำลังมหาศาลเท่านั้น
เจียงเฉินรู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่าเหตุใดไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในขณะที่เจียงเฉินกำลังสงสัยอยู่นั้นส่วนของต้นไม้ที่เจียงเฉินเคยชกเข้าไปนั้นได้ค่อย ๆ โป่งพองขึ้นเล็กน้อยและค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น
เมื่อเจียงเฉินเห็นเขาก็จ้องสังเกตุมันอย่างสนใจ ในระหว่างที่มันค่อย ๆ ขยายขึ้นและระเบิดออกมาอย่างรุนแรง เจียงเฉินตกใจเล็กน้อยและจ้องมองรูขนาดใหญ่ที่ลำต้นของต้นไม้
'ความเสียหายไม่ได้เกิดจากภายนอก แต่เกิดจากภายในสินะ แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะถึงกับระเบิดออกมาจากภายในขนาดนี้หากข้าใช้มันกับมนุษย์คงเป็นอะไรที่โหดร้ายเป็นอย่างมาก ทักษะนี้น่ากลัวเกินไป หากไม่จำเป็นข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้มัน'
หลังจากเจียงเฉินทดสอบพลังของทักษะ เคล็ดทลายเซียนแล้วเขาก็เดินกลับมาที่บ้านและพบปู่ของเขากำลังนั่งจิบชาอยู่เมื่อปู่ของเจียงเฉินกลับมาเขาก็เรียกเจียงเฉินไปคุยทันที
''มีอะไรงั้นเหรอท่านปู่ ?''
''งานประลองรุ่นเยาว์จะเริ่มขึ้นในอีก 2 วัน ข้าได้ลงสมัครชื่อของเจ้าเอาไว้แล้ว''
เมื่อเจียงเฉินได้ยินก็ต้องตกใจเล็กน้อยเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะถึงไวเพียงนี้ เจียงเฉินพยักหน้าช้า ๆ พร้อมกับบอกปู่ของเขาว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เพราะเจียงเฉินคาดเอาไว้ว่าเขาน่าจะติดอันดับ 1 ใน 10 แน่นอน
....................
2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็วตระกูลเจียงทั้งหมดรวมทั้งเจียงเฉินต่างเดินทางไปที่ลานประลองของเมืองนภาไหลและนั่งลงตรงที่ถูกจัดเอาไว้ให้ พร้อมกับตระกูลน้อยใหญ่ที่มาด้วยกัน
ภายในลานประลองมีที่นั่งที่รองรับผู้คนได้นับหมื่นเรียกว่าสามารถจุคนได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว เจียงเฉินผละตัวออกจากที่นั่งและไปรับป้ายหมายเลขของเขาและกลับมานั่งที่อย่างใจเย็น
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังพูดคุณอยู่กับปู่และแม่ของเขาอยู่นั้นฝูงชนก็ได้หลั่งไหลเข้ามาภายในลานประลองเพื่อชมการต่อสู้ของเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของแต่ละตระกูล
ในระหว่างที่ฝูงชนค่อย ๆ ออกันเข้ามาภายในลานประลองก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา เจียงเฉินสังเกตุเห็นคนพวกนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะคนพวกนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและผ้าไหมชั้นดีทำให้เจียงเฉินคาดเดาได้ไม่ยากว่าคนเหล่านั้นคือใคร
เพราะคนที่เดินนำหน้าคนเหล่านั้นเข้ามาก็คือ องค์หญิงเทียนอี้ที่แสนคุ้นเคยในวันนี้เธอสวมชุดคลุมสีแดงและสวมผ้าแพรปกปิดใบหน้าเอาไว้ถึงแม้เธอจะสวมผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้ แต่ถึงอย่างงั้นความงามของเธอก็ยังคงสะดุดตาทุกผู้ทุกคนอยู่ดี
ด้านข้างขององค์หญิงเทียนอี้มีชายชราผมขาวคนหนึ่งอยู่ใบหน้าของเขาดูอบอุ่นและใจดีแต่ก็แฝงไปด้วยความดุดันและทรงพลังเจียงเฉินสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลจากร่างกายของชายชรา ทำให้เจียงเฉินคาดว่าเขาน่าจะเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในรถม้าเมื่อวันนั้น
ในจังหวะที่เจียงเฉินกำลังสำรวจชายชราคนนั้นจู่ ๆ เขาก็ได้หันมาหาเจียงเฉินพร้อมกับยิ้มให้กับเขา ทำเอาเจียงเฉินใจหายไปแว๊บหนึ่งแต่เมื่อเจียงเฉินไม่เห็นถึงเจตนาร้ายของเขา ทำให้เจียงเฉินยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับประสานมือคารวะชายชรา
ชายชราพยักหน้าให้เล้กน้อยพร้อมกับหันหน้ากับไป ทางด้านองค์หญิงเทียนอี้เมื่อเห็นเจียงเฉินเธอก็ส่งยิ้มให้กับเขาทันทีเจียงเฉินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ตอบกลับก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
กลุ่มของเหล่าราชวงศ์ได้เดินไปยังที่นั่งที่ดีที่สุดที่ถูกเจ้าเมืองจัดเอาไว้ให้ และเมื่อบุคคลสำคัญทุกคนมาถึงกันแล้วผู้คุมการประลองที่ถูกเชิญมาจากราชวงศ์ก็ได้เดินขึ้นมาตรงใจกลางลานประลอง
พร้อมกับประกาศออกมาด้วยเสียงอันทรงพลัง
''งานประลองรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 37 แห่งเมืองนภาไหล เริ่มขึ้น ณ บัดนี้ !!''